ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 603 ยังคงเป็นเครื่องใน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 603 ยังคงเป็นเครื่องใน
ตอนที่ 603 ยังคงเป็นเครื่องใน
รัศมีสีเขียวอมเทาแปรเปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งทะยานออกไปทันทีเมื่อคลี่คลาย ตกกระทบลงบนอกของชายชราผู้นั้น ดำดิ่งเข้าสู่เสื้อคลุมสีดำหลวม ดุจดังแสงตะวันที่ส่องกระทบ ไร้ผู้ใดอาจหลบเลี่ยง
ใบหน้าของชายชราที่ดูอ่อนวัยลงราวเจ็ดแปดปี บิดเบี้ยวโดยฉับพลัน ทุกตารางนิ้วของผิวหนังที่เผยออกมา ล้วนแล้วแต่แสดงร่องรอยแห่งการละลาย
ลมหายใจของเขารวยรินในทันที
แทบจะในเวลาเดียวกัน พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นและแข็งแกร่งราวกับมีตัวตน ได้ปะทุขึ้นจากภายในร่างของเขา เบื้องใต้ผิวหนังที่ละลายและลอกออกนั้น เลือดเนื้อเริ่มบิดเบี้ยว ต่อต้านการแปรเปลี่ยนอันผิดธรรมชาติ
แววตาของชายชราในเสื้อคลุมดำพลันหม่นหมอง ร่างทั้งร่างจางหายไปในพริบตา สูญสลายไร้ร่องรอย
ทันใดนั้น บนเก้าอี้พนักพิงข้างโต๊ะอาหาร ใบหน้าอันพร่ามัวได้ปรากฏขึ้น หลอมรวมกับเนื้อไม้สีน้ำตาล ใกล้จะคมชัดในอีกไม่ช้า
แทบจะในจังหวะเดียวกัน จากบนเพดานที่ปกคลุมด้วยกระแสเปลวไฟสีแดงฉาน สายฝนเพลิงโปรยปรายลงมาทีละดวง หว่านโรยลงบนเก้าอี้พนักพิงนั่น จุดไฟให้ลุกโชนในพริบตา
ใบหน้าสีน้ำตาลที่ยังไม่ทันก่อร่างสมบูรณ์ เมื่อเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงอันร้อนแรง ก็จำใจต้องหดกลับไป
จากนั้น ลูเมี่ยนก็ไม่อาจมองเห็นหรือรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของชายชราในเสื้อคลุมดำผู้นั้นได้อีก
เด็กหนุ่มเพิ่งกวาดสายตาไปได้ครึ่งวง ลูกาโนที่นอนอยู่บนโต๊ะอาหารก็พลันลุกพรวดขึ้นนั่ง กระโดดลงมา พร้อมกับจ้องมองลูเมี่ยนด้วยสายตาว่างเปล่า ดุจดังซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่
เด็กหนุ่มหัวเราะแผ่วเบา ยกมือขวาขึ้น ชี้ไปทางลูกาโน
พร้อมกับการเคลื่อนไหวนี้ ในดวงตาของเขา แสงประกายระยิบระยับพลันปรากฏ ประหนึ่งการมาเยือนของนภาดาว
ทันใดนั้น ลูกาโนก็พบตัวเองอยู่ในห้วงอวกาศอันว่างเปล่า ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง ล้วนมีดวงดาวส่องแสงพราวพราย
เขายืนชะงักงันอยู่ในตำแหน่ง ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ดุจดังเครื่องจักรที่สูญเสียพลังงานและผู้ควบคุม
เมื่อลูเมี่ยนจัดการกับบ่าวรับใช้ของตนเสร็จ ก็ทอดสายตามองไปรอบตัวอีกครั้ง
ทว่าสิ่งที่สะท้อนอยู่บนกระจกตาของเด็กหนุ่ม มีเพียงเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ไหลเลื่อนและลุกโชน ปราศจากร่างของชายชราในเสื้อคลุมดำเมื่อครู่
สีหน้าของลูเมี่ยนมิได้แปรเปลี่ยน นิ้วทั้งห้าบนมือขวาแบออก แล้วพลันกำเข้าหากันอย่างแรง
ร่างกายของเขาทวีความหนักอึ้งในพริบตา เปลวเพลิงโดยรอบราวกับถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็ก พุ่งทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มดุจดังสายธารที่หลั่งไหลลงสู่มหาสมุทร
ขวดโหลทั้งหลายในห้อง อวัยวะต่างๆ ตลอดจนวัตถุน้อยใหญ่ ล้วนลอยขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาลูเมี่ยน
บนผิวของราวไม้สำหรับแขวนหมวกใกล้ประตู ร่างโปร่งแสงของชายชราในเสื้อคลุมดำพลันปรากฏ พร้อมกับถูกอำนาจปริศนาฉุดกระชากออกจากที่ซ่อน
เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่ฉุดให้ตัวเองเข้าใกล้ลูเมี่ยน ประหนึ่งท่อนไม้ที่ถูกกระแสน้ำหลากพัดพา หรือใบไม้บางเบาที่ปลิวไสวในสายลมบ้าคลั่ง
มือซ้ายของลูเมี่ยนยกขึ้นมาได้สักพักแล้ว เปลวเพลิงสีแดงเกือบขาวในอุ้งมือ อาศัยความช่วยเหลือจากแรงดูดอันหนักหน่วง พลันเปลี่ยนเป็นสีขาวโชติช่วง บีบอัดกลายเป็นก้อนเล็กๆ
ลูกไฟสีขาวโชติช่วงที่ถูกบีบอัดหลายชั้น ถึงคราวพุ่งทะยานออกไป พร้อมกับการสลายตัวของแรงดูดอันน่าพรั่นพรึง
ตึง! ชายชราในเสื้อคลุมดำ ในที่สุดก็ได้ย่ำเท้าลงบนพื้น ทว่าทัศนวิสัยกลับถูกลูกไฟสีขาวโชติช่วงครอบคลุมไปทั้งหมด
บึ้ม!
ลูกไฟสีขาวโชติช่วงระเบิดลงบนร่างกายผู้วิเศษ ผู้ประกอบพิธีกรรมอันชั่วร้ายและการผ่าตัดสุดพิสดาร จนเกิดเสียงระเบิดอึกทึกครึกโครม ทว่ากลับถูกความมืดมิดที่โอบล้อมห้องนี้กีดขวางเอาไว้ ไม่อาจทะลุผ่านออกไปได้
ท่ามกลางการระเบิดอันหนักหน่วงเช่นนี้ กลับไม่มีผู้ใดเลยบนลำเรือ ได้ยินเสียงหรือรับรู้ถึงความผิดปกติ
บึ้ม!
ร่างของชายชราในเสื้อคลุมดำถูกแรงระเบิดอันน่าพรั่นพรึงฉีกกระชากจนแหลกละเอียด เศษซากจำนวนนับไม่ถ้วน บางส่วนไหม้เกรียมในพริบตา บางส่วนลุกติดไฟ กระเด็นไปทั่วทุกซอกมุมของห้องโถง ซึ่งเป็นทั้งห้องรับแขกและห้องอาหาร
ลูเมี่ยน ผู้มีความสามารถ ‘สื่อวิญญาณ’ และมีลุดวิกคอยสนับสนุน สามารถเพลิดเพลินไปกับอำนาจของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ในระดับทัดเทียมครึ่งเทพได้ตามใจชอบ โดยไม่แยแสว่าศัตรูจะมีชะตากรรมเช่นไร
สะใจจริงๆ…นี่น่ะหรือพลังของครึ่งเทพ? ถึงจะเป็นแค่ครึ่งเทพจอมปลอมก็เถอะ…น่าเสียดาย พอถึงหกโมงเช้า เมื่อฟ้าสาง มันก็จะหายไปแล้ว…ลูเมี่ยนครุ่นคิด พลางทอดสายตาไปยังเศษซากที่ยังคงลุกไหม้อยู่
เด็กหนุ่มกวาดตามองผ่าน พบว่าเลือดเนื้อของชายชราในเสื้อคลุมดำ ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยความเร็วที่แม้แต่ตัวเขาก็คาดไม่ถึง ประหนึ่งก้อนน้ำแข็งถูกถาโถมโดยกระแสลาวาจากภูเขาไฟระเบิด
เพียงไม่กี่วินาทีถัดมา ภายในห้องก็เหลือเพียงเครื่องใน อาทิ หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต ลำไส้ กระเพาะอาหาร และก้อนสมองสีเทาขาวที่ไหม้เกรียมไปกว่าครึ่ง
นี่มัน…แม้ลูเมี่ยนจะคิดด้วยเท้า ก็ยังสังเกตเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าดูไม่ปกติ
นอกจากสมองแล้ว ซากที่เหลือของศัตรูล้วนเป็นเครื่องในทั้งสิ้น
ต้องไม่ลืมว่า การผ่าตัดอันชั่วร้ายที่เขาเพิ่งทำกระทำเสร็จ ก็คือการควักเอาเครื่องในของผู้อื่นออกมา พร้อมทั้งทำให้เหยื่อดูเหมือนคนปกติและยังมีชีวิตอยู่ต่อไป!
ขณะเดียวกัน พิธีกรรมประหลาดที่เขาเพิ่งดำเนินการไป ก็เป็นการใช้ชุดเครื่องในทั้งหมด พยายามประกอบร่างเป็นสิ่งที่เรียกว่าบุตรแห่งเทพ!
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องใน ยากเหลือเกินที่ลูเมี่ยนจะไม่เกิดความคิดเชื่อมโยงบางประการ
“อย่าบอกนะว่า คนผู้นี้ก็ถูกควักอวัยวะภายในเช่นกัน แล้วอาศัยการปะติดปะต่ออวัยวะของผู้อื่นเพื่อดำรงชีวิต จนกลายเป็นผู้วิเศษ? แบบนี้เรียกว่าอะไร การแปรธาตุร่างกายมนุษย์? หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วใครกันที่ควักเครื่องในของเขาไป?” ลูเมี่ยนพึมพำแผ่วเบาอย่างไร้เสียง
เมื่อหมู่ดาราพราวพรายในดวงตาของเด็กหนุ่มจางหายไป ลูกาโนก็กลับคืนสู่โลกแห่งความจริง
ห่างออกไปสี่ห้าเมตร ลูเมี่ยนยกมือขวาขึ้น แล้วสะบัดแผ่วเบา
เพียะ!
ลูกาโนถูก ‘มือล่องหน’ ตบฉาดผ่านอากาศ ตรงเข้าที่ใบหน้า
เขาถึงกับสะดุ้งโหยง แววตาค่อยๆ คลายจากความว่างเปล่า
สิ่งแรกที่ลูกาโนเห็นคือ เปลวเพลิงสีแดงฉานที่ร่วงหล่นไม่ขาดสาย มันดับวูบลงอย่างรวดเร็วโดยมิได้จุดไฟแก่สิ่งใด
จากนั้น ในห้วงสายตาของเขาปรากฏซากศพที่ไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่าน เครื่องในกระจัดกระจาย โหลแก้วบรรจุของเหลวสีเหลืองอำพัน พร้อมด้วยอวัยวะที่แช่อยู่ภายใน
เรายังไม่ตื่นสินะ…กำลังฝันสยองขวัญอยู่หรือ? ลูกาโนเพิ่งผุดความคิดดังกล่าว บนกระจกตาก็สะท้อนภาพของหลุยส์·แบรี นายจ้างเจ้าของเรือนผมดำนัยน์ตาสีเขียว
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?”
ลูเมี่ยนย้อนถามอย่างครุ่นคิด
“จนเมื่อครู่ นายฝันเห็นอะไรบ้าง?”
ฝันเห็นอะไร? ลูกาโนยืนยันความมีสติของตน ก่อนจะรำลึกความแล้วเอ่ยปาก
“ผมฝันถึงเรื่องราวในวัยเด็ก แม่ของผมยืนอยู่ตรงประตู เร่งให้ผมรีบกลับบ้านมากินมื้อค่ำ เธอยังร้องเพลงกล่อมเด็กประจำบ้านเกิดอีกด้วย…”
“เธอจากไปเกือบสิบปีแล้ว ผมคิดถึงแม่มาก ก็เลยพยายามเดินไปทางประตูเรื่อยๆ แต่ก็ไปไม่ถึงสักที…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ลูกาโนเพิ่งตระหนักได้ว่า ที่นี่มิใช่ห้องชุดของพวกตน จึงสะดุ้งโหยงพลางเอ่ยปาก
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ลูเมี่ยนตอบยิ้มๆ
“นายหลับสนิทจนถึงดึกดื่น แต่แล้วก็ละเมอตื่นกลางคืน ลุกเดินมาที่ห้องนี้ด้วยตัวเอง จนเกือบถูกชายแก่คนหนึ่งผ่าเอาไตออก เปลี่ยนนายให้เป็นคนไข้แบบเดียวกับเอนิโอ”
ลูกาโนยิ่งฟังก็ยิ่งหวาดกลัว ทีแรกเขายังสงสัยว่า เหตุใดเอนิโอผู้สูญเสียเครื่องในไปเกือบหมด ถึงยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพอ่อนแอ แต่เมื่อสักครู่ เขาเกือบจะกลายเป็นคนประเภทเดียวกันแล้ว!
“ฮึก…” เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะถามด้วยร่างกายสั่นงันงก “แล้วชายชราผู้นั้นล่ะ?”
“เหลือแค่นี้แหละ” ลูเมี่ยนชี้ไปทางเครื่องในกับสมองสีเทาขาวที่ไหม้เกรียมครึ่งหนึ่งบนพื้น
โดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกาโนได้พรรณนาความรู้สึก เด็กหนุ่มก็หันมาสั่งการ
“ไปพาตัวลุดวิกมาที่นี่”
เมื่อนับเวลาดู ก็ใกล้จะถึงมื้อดึกพอดี
ลูกาโนรีบออกจากห้องชุดไป เขารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ที่ตัดสินใจติดตามลูเมี่ยนไปยังทวีปใต้
ไม่อย่างนั้น หากประสบเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันตามลำพัง คงไม่มีผู้ใดช่วยเหลือเขาได้แน่!
ลูกาโนมองว่าเรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องกับลูเมี่ยน เป็นเพียงเคราะห์กรรมที่ตนเองก่อขึ้น แม้อยู่ในทรีอาร์ เขาก็อาจพบเจอคนไข้ประหลาดที่สูญเสียอวัยวะภายในได้เช่นกัน
ลูเมี่ยนมองร่างของลูกาโนที่เดินจากไป พลางยกมือขวาขึ้นลูบคาง
“เพียงแค่ได้ยินเสียงร้องของทารกจากพิธีกรรมที่ล้มเหลว ผู้วิเศษบนเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ ก็จะถูกครอบงำในยามหลับใหล ถึงขั้นละเมอเดินด้วยตัวเอง แถมยังรับคำสั่งจากอีกฝ่ายด้วย?”
“แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ? ทำไมเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ ถึงได้ถูกข่มเหงโดยสิ้นเชิงแบบนี้?”
“หากพิธีกรรมนั้นสำเร็จ จนบุตรแห่งเทพถือกำเนิดขึ้นจริง เราคงพอจะยอมรับได้ แต่นี่ยังเป็นแค่ผลพวงจากความล้มเหลว กลับทรงพลังได้ถึงเพียงนี้เชียว?”
“แม้จะจำกัดขอบเขต แต่ก็ยังน่าสะพรึงกลัวเกินไปอยู่ดี…หรือว่ายังมีสาเหตุสำคัญอื่นๆ ที่เรายังไม่ทราบอยู่?”
“อีกอย่าง เหยื่อที่จะได้ยินเสียงร้องของบุตรแห่งเทพ มีเพียงผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ หรือ ‘ผู้หว่านเมล็ด’ เท่านั้นหรือ? อา…แล้วเส้นทาง ‘นักปรุงยา’ ที่สามารถสับเปลี่ยนกับเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ ล่ะ จะได้ยินด้วยหรือไม่?”
ในขณะที่ลูเมี่ยนกำลังครุ่นคิดอย่างสับสน ลูกาโนก็นำพาลุดวิกเข้ามาในห้องชุด
เมื่อเผชิญหน้ากับฉากนองเลือดตรงหน้า ลุดวิกก็กุมปากพลางหาวหวอด
“ไหนอาหาร?”
ลูเมี่ยนมิได้เอ่ยความต้องการในทันที หากแต่หันไปทางลูกาโนแล้วออกคำสั่ง
“นายไปเฝ้าหน้าประตู”
สืบเนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ ‘ดื่มเลือด’ มาก่อน ลูกาโนจึงพอคาดเดาได้รางๆ ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อไป ซึ่งเขายังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับมัน เมื่อได้ยินคำสั่งของลูเมี่ยน ลูกาโนถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบวิ่งก้าวเล็กๆ ออกไปยังโถงทางเดิน แล้วปิดประตูสีแดงสดไว้เบื้องหลัง
ลูเมี่ยนชี้ไปยังเครื่องในต่างๆ บนพื้นแล้วเอ่ยปาก
“ให้ฉันช่วยย่างให้สุกไหม?”
ลุดวิกเอียงศีรษะมองลูเมี่ยนครู่หนึ่ง
“คุณไม่รู้สึกรังเกียจบ้างหรือ?”
“นี่ล้วนเป็นเครื่องในของมนุษย์”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ในสายตาของฉัน ของพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องในของสัตว์ประหลาด”
จากนั้น เด็กหนุ่มก็เผยสีหน้าเยาะหยันตนเอง
“อีกอย่าง การที่ผู้วิเศษกินดื่มตะกอนพลังเพื่อเลื่อนลำดับ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการกินเนื้อมนุษย์กระมัง?”
ลุดวิกมิได้กล่าวต่อ เพียงก้าวไปข้างๆ สองสามก้าว แล้วย่อตัวลง หยิบหัวใจของชายชราขึ้นมา ยัดเข้าปาก แล้วเริ่มเคี้ยว
โลหิตสีแดงสดไหลออกจากมุมปากของเด็กชาย หยดติ๋งๆ ลงพื้นอย่างเชื่องช้า
ลูเมี่ยนลากเก้าอี้มานั่ง รอคอยอย่างอดทนให้ลุดวิกกินและย่อยอาหารจนเสร็จ
ผ่านไปเจ็ดแปดนาที ลุดวิกหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมตัวเล็ก เช็ดปากจนเสร็จแล้วจึงกล่าว
“เครื่องในเหล่านี้มาจากหลายบุคคล บ้างก็เป็นของผู้วิเศษ บ้างก็ของสามัญชน บ้างก็ของคนชรา บ้างก็ของเยาวชน…”
“มีร่องรอยของการสังเคราะห์กายเนื้อ ลมหายใจแห่งชีวิตปะปนกันอย่างสับสน ขาดความบริสุทธิ์…”
“มันจะถูกควบคุมและได้รับอิทธิพลจากผู้สังเคราะห์…”
“ผู้ที่ถูกสังเคราะห์ไม่รู้ตัวว่า ตนเคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้”
“เขามีความทรงจำที่สมบูรณ์ มีการระลึกถึงอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่การสังเคราะห์กายเนื้อทั่วๆ ไปไม่อาจกระทำได้”
“เขาขึ้นเรือลำเดียวกับเอนิโอ หวังจะเก็บเกี่ยวอวัยวะที่เหลือก่อนที่อีกฝ่ายจะไปถึงจุดหมาย เพื่อทำพิธีกรรมให้สำเร็จ…”
ลุดวิกเล่าถึงความรู้และความทรงจำที่ตนดูดซับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
……………………………………………………..