ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 606 เปลี่ยนศาสนา
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 606 เปลี่ยนศาสนา
ตอนที่ 606 เปลี่ยนศาสนา
แปดนาฬิกาในยามเช้า ณ ห้องสวดมนต์บนชั้น 3 ของเรือ
ทันทีที่ลูกาโนก้าวเข้าไป ก็เห็นบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตในชุดนักบวชสีน้ำตาลกำลังเทศนาอยู่ บนแถวเก้าอี้หน้าตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต มีผู้คนนั่งประปรายอยู่ราวห้าหกชีวิต
เขามิได้ไปรบกวนบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ เลือกนั่งแถวหน้าสุด หย่อนก้นลงใกล้กับผู้สวดมนต์คนหนึ่ง
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป ในที่สุดบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตก็จบการเทศนา หุบพระคัมภีร์ในมือ
ผู้สวดมนต์ทั้งหมดลุกขึ้นยืน แยกเท้าเล็กน้อย ชูสองมือขึ้นสูง พร้อมเปล่งเสียงพร้อมกันว่า
“ธรณีจงเจริญ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
ลูกาโนเหลียวมองไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว สายตาทอดไปยังผู้สวดมนต์ที่นั่งแถวเดียวกัน พบว่าดวงตาของอีกฝ่ายมีสีน้ำตาลอ่อน สีหน้าไม่สู้ดีนัก สวมเสื้อโค้ตผ้าสักหลาด แต่ไม่ได้ห่อหุ้มร่างกายอย่างมิดชิด
ชายผู้นี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือเอนิโอ คนไข้พิเศษที่สูญเสียอวัยวะภายในไป
ข…เขายังไม่ตายหรือนี่? จอมเวทชั่วร้ายปรินปิโนก็ตายไปแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดคนไข้ของเขาถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะ? ลูกาโนตกใจสุดขีด นึกว่าตนเผชิญหน้ากับวิญญาณเข้าแล้ว
ในฐานะลำดับ 8 แห่งเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ เขาไม่มีพลังสำหรับรับมือกับวิญญาณเลยแม้แต่น้อย!
ในวินาทีถัดมา ลูกาโนพบว่าสีหน้าของเอนิโอไม่ซีดเซียวเหมือนเมื่อคืนนี้แล้ว แววตาก็กลับมามีประกายขึ้นบ้าง ลมหายใจแห่งชีวิตทั่วทั้งร่างก็เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่มัน…ลูกาโนยกมือขึ้นตามสัญชาตญาณ สัมผัสหว่างคิ้วแผ่วเบาเพื่อเปิด ‘เนตรวิญญาณ’
ทันใดนั้น เขาพบว่ากายอากาศของเอนิโอ มิได้มืดหม่นเหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองที่แทนระบบย่อยอาหาร หรือสีส้มที่แทนอวัยวะขับพิษและขับถ่าย รวมถึงสีอื่นๆ ล้วนฟื้นคืนสู่สภาวะที่ค่อนข้างปกติ เพียงแต่ยังหม่นกว่าปกติอยู่บ้าง
แบบนี้ก็ได้หรือ? ไม่ใช่ว่าเขาสูญเสียหัวใจ ตับ ม้าม ปอด ลำไส้ กระเพาะ และไตไปแล้วหรอกหรือ? ด้วยสายตาราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด ลูกาโนเพ่งพินิจเอนิโอที่หันมาทางตน แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายจดจำเขาได้ด้วยความยินดีปรีดา
“คุณหมอครับ การรักษาของคุณได้ผลดีมาก ผมรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆ กลับมาเป็นปกติแล้ว!” เอนิโอเอ่ยด้วยความปีติยินดีอันล้นเหลือ
ลูกาโนยิ้มฝืดเฝื่อน มุมปากกระตุกเล็กน้อย
“ดีแล้ว ดีแล้ว”
“คุณก็เป็นศาสนิกของพระแม่ด้วยหรือครับ?” อารมณ์ของเอนิโอดีขึ้นมาก ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจระคนยินดี
ฉันไม่ใช่ อย่าเอ่ยถึงพระแม่ หรือมารดาอะไรทั้งนั้น…ฉันเป็นชาวอินทิส จะไปนับถือ ‘พระแม่ธรณี’ ได้อย่างไรกัน? ลูกาโนชี้ไปทางบาทหลวงมอนต์เซอร์รัต ไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ
“ผมมีธุระกับท่านบาทหลวง”
เอนิโอพยักหน้ารับ
“ช่วงเช้าของวันนี้ คุณพอจะว่างตอนไหนบ้าง? พอดีผมอยากรักษาเพิ่มเติมน่ะครับ”
นายไม่จำเป็นต้องรักษาแล้วล่ะ หลังจากนี้แค่พักฟื้นและบำรุงร่างกายให้ดีก็พอ…ลูกาโนรำพันในใจ แต่ฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า
“อีกหนึ่งชั่วโมงเป็นไง?”
“ขอบคุณมากครับ คุณหมอ!” เอนิโอโบกมือลา ก่อนจะเดินออกจากห้องสวดมนต์ไป
เมื่อเหลือเพียงตนเองกับบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตในห้อง ลูกาโนจึงกระซิบเสียงต่ำ พลางชี้ไปทางประตู
“ข…เขาหายดีได้อย่างไร?”
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตผู้ยังดูหนุ่มแน่น ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ยิ้มพลางกล่าวว่า
“ต้องขอบคุณองค์มารดาแห่งธรณี ชะตาของเขายังไม่ขาด”
“คุณก็เป็น ‘แพทย์’ เช่นกัน คงทราบดีว่าอวัยวะภายในสามารถปลูกถ่ายให้กันได้ ตราบใดที่ยังหลงเหลือพลังชีวิตอยู่บ้าง ซึ่งปรินปิโนก็คอยใช้พลังวิเศษของตน ถนอมพลังชีวิตให้กับอวัยวะเหล่านี้อยู่ตลอด เพื่อให้พิธีกรรมสำเร็จลุล่วง เหนือสิ่งอื่นใด ชุดอวัยวะที่ปรินปิโนใช้อยู่ล่าสุด ก็ล้วนนำมาจากเอนิโอเอง จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องปฏิกิริยาต่อต้านหลังการปลูกถ่าย”
“นอกจากนี้ ก่อนการปลูกถ่ายกลับคืน เอนิโอถูกนับว่ายังมีชีวิตอยู่ ยังคงหลงเหลือพลังชีวิตบางส่วนภายใต้อำนาจของศาสตร์เร้นลับ นี่ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง”
“เมื่อคืนคุณผ่าตัดเขา เพื่อปลูกถ่ายเครื่องในทั้งหมดกลับคืนไปหรือ?” ลูกาโนอุทานด้วยความเข้าใจ
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตพยักหน้ารับ
“สำหรับศัลยแพทย์ทั่วไป นี่คือการผ่าตัดที่แทบจะไม่มีทางสำเร็จได้ แม้จะสำเร็จ ก็ยากยิ่งที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ ยากที่จะพาคนไข้ผ่านพ้นช่วงอันตรายที่สุด แต่สำหรับพวกเรา นี่คือเรื่องที่อยู่ในขอบเขตความสามารถ”
ก็จริง…เมื่อเทียบกับศัลยแพทย์ทั่วไปแล้ว พวกเราเหล่า ‘แพทย์’ ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ คงไม่ต่างอะไรกับผู้สร้างปาฏิหาริย์…ลูกาโนรำพึงเงียบงัน ก่อนจะเลิกสนใจเรื่องของเอนิโอ แล้วหันไปกล่าวกับบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตด้วยความกังวล
“บาทหลวงครับ ผมได้ยินเสียงร้องของทารกอีกแล้ว”
“บุตรแห่งเทพที่ว่านั่น กำลังจับจ้องผมอยู่หรือ?”
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตตอบด้วยท่าทีอ่อนโยน
“ไม่ต้องกังวลไป หลังจากได้รับมลทิน นี่เป็นเพียงอาการตกค้างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจะค่อยๆ บรรเทาลงไปเองตามกาลเวลา แต่ถ้าคุณกังวลว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างนั้น ผมสามารถช่วยชำระล้างให้ได้ทันที”
จริงหรือ? เป็นแค่ลำดับ 8 ‘แพทย์’ เหมือนกันแท้ๆ แล้วนายไปเอาพลังชำระล้างมลทินมาจากไหน? หรือจะจัดแท่นบูชา แล้ววิงวอนขอพลังสนับสนุนจาก ‘พระแม่ธรณี’ ? ลูกาโนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเชื่อถือนัก
“ขอบคุณครับ หลวงพ่อ!”
มอนต์เซอร์รัตชี้ไปทางที่นั่งเดิมของลูกาโน
“คุณช่วยทำแบบเดียวกับศาสนิกเมื่อสักครู่ หลับตาลง ฟังผมเทศนา พร้อมกับสวดวิงวอนถึงองค์มารดาแห่งธรณี จงจำเอาไว้ให้ดี ต้องเป็นองค์มารดาแห่งธรณี มิใช่เทพองค์อื่น”
“ครับ” ลูกาโนนั่งลงอีกครั้ง ไขว้แขนไว้บนอก แล้วหลับตาลง
เขาทำตามคำเทศนาของบาทหลวงมอนต์เซอร์รัต พร่ำรำพึงถ้อยคำในพระคัมภีร์อย่างไร้สุ้มเสียง ความคิดค่อยๆ ล่องลอย เลือนรางยิ่งขึ้นทุกขณะ
ในความพร่าเลือน ลูกาโนได้ยินเสียงกระซิบของมารดา สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอ้อมกอด
สิ่งนี้ทำให้ความตึงเครียดในใจเขาคลายลงฉับพลัน ราวกับยามเยาว์วัยที่ถูกรังแก แล้ววิ่งเข้าสู่อ้อมอกมารดาเพื่อรับการปลอบประโลม
นั่นคือการพึ่งพิง เป็นที่ยึดเหนี่ยว และเป็นบ้านแห่งดวงจิต
โดยไม่รู้ตัว หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลรินจากหางตาของลูกาโน ทั้งกายใจดุจดังได้รับการชำระล้าง
“เสร็จแล้ว” เสียงของบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตดังแว่วราวกับมาจากขอบฟ้า ลอยเข้าสู่โสตประสาทของลูกาโน
ลูกาโนลืมตาขึ้น ยกมือขวาขึ้นปาดเช็ดความชุ่มฉ่ำบนใบหน้า
เขาลุกขึ้นยืนทันที ชูสองมือขึ้นเหนือศีรษะพลางเปล่งวาจา
“ธรณีจงเจริญ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
นี่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ในยามนั้น แสงอาทิตย์จากนอกหน้าต่างส่องกระทบเข้ามา แต่งแต้มห้องสวดมนต์ให้เป็นสีทองอ่อน ประหนึ่งลางบอกเหตุแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่กำลังจะมาเยือน
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
“องค์มารดาแห่งธรณีได้ชำระล้างมลทินบนตัวคุณแล้ว คืนนี้ลองสังเกตอาการดู ว่ายังได้ยินเสียงร้องของทารกอีกหรือไม่”
“ได้ครับ หลวงพ่อ!” ลูกาโนขานรับด้วยจิตใจและร่างกายที่ผ่อนคลาย
รุ่งเช้าวันถัดมา เขาลุกจากเตียงด้วยความรื่นเริง
ตลอดทั้งคืน เขาไม่ได้ฝันถึงมารดาเรียกหาอีก ทั้งยังไม่ได้ยินเสียงร้องของบุตรแห่งเทพเหมือนวันก่อน ๆ
สิ่งนี้ทำให้ลูกาโนมีความสุขอย่างยิ่ง ทันทีที่จัดเตรียมมื้อเช้าให้ลุดวิกเสร็จ เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องสวดมนต์ เพื่อแจ้งข่าวดีแก่บาทหลวงมอนต์เซอร์รัต
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตจ้องหน้าเขาสักครู่ ก่อนจะยิ้มถาม
“คุณสนใจที่จะติดตามองค์มารดาแห่งธรณีหรือไม่?”
“ผมหรือ?” ลูกาโนลังเลชั่วขณะก่อนตอบ “พวกคุณยินดีรับคนนอกรีตอย่างผมเข้าสู่ศาสนาด้วยหรือ?”
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตยิ้มพลางเอ่ยตอบ
“ในสายพระเนตรของพระมารดา ไม่มีผู้ใดนอกรีต มีแต่เพียงบุตรที่เต็มใจหรือไม่เต็มใจกลับบ้าน”
ลูกาโนนึกย้อนถึงชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเพียงแค่ตามผู้คนรอบข้างเข้าโบสถ์สวดมนต์ ฟังเทศนา ร่วมพิธีมิสซา หาได้ศรัทธาต่อองค์เทพจากส่วนลึกของจิตใจไม่ อีกทั้งตั้งแต่ต้นจนจบ ก็มิเคยได้รับความช่วยเหลืออันแท้จริงจากศาสนจักรเลย ความคิดนี้ทำให้จิตใจของลูกาโนเริ่มสั่นคลอน
ยิ่งไปกว่านั้น หากได้เป็นศาสนิกตัวจริงของพระแม่ธรณี บางที เราอาจซื้อสูตรโอสถหรือวัตถุดิบในลำดับหลังๆ ได้จากศาสนจักรหรือสามนิกายใหญ่โดยตรง…หรือต่อให้ทำไม่ได้ แต่ก็ต้องมีการมอบความรู้ในเชิงศาสตร์เร้นลับแน่นอน…ลูกาโนลังเลอยู่นาน พยายามหาเหตุผลมาโน้มน้าวตัวเองไม่หยุด
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตมิได้เร่งเร้าเขา เพียงแต่ยิ้มมอง รอคอยคำตอบด้วยความอดทน
ในที่สุด ลูกาโนชูสองมือขึ้นสูง
“ธรณีจงเจริญ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
เขาตอบรับการเผยแผ่ศาสนาของบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตด้วยวิธีนี้
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตยิ้มกว้าง พลางกางแขนออก
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
ถ้อยคำดังกล่าวทำให้ลูกาโนรู้สึกอบอุ่นเหนือพรรณนา ราวกับได้กลับคืนสู่บ้านเกิดหลังจากเร่ร่อนผจญภัยมานานหลายปี
ความเหนื่อยล้าล้วนถูกปัดเป่า เท้าทั้งสองได้ยืนหยัดบนผืนแผ่นดินอีกครั้ง
“พระแม่ธรณีจงเจริญ” ลูกาโนไขว้แขนไว้บนอก
บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตพยักหน้า แล้วเริ่มเทศนาอย่างแท้จริง
“สิ่งที่คุณศรัทธาคือบ่อเกิดแห่งชีวิต องค์มารดาแห่งสรรพสิ่ง ผู้ค้ำจุนผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ สัญลักษณ์แห่งจันทร์สีชาดและการสืบพันธุ์ ตลอดจนจุดจบของทุกสิ่ง และจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง…”
ลูกาโนเงียบฟังด้วยใจจดจ่อ บันทึกทุกถ้อยคำอย่างแน่วแน่
แม้จะยังเรียกเขาว่า ‘ผู้เคร่งศาสนา’ ไม่ได้เต็มปาก แต่นี่อาจเป็นที่พึ่งพิงในอนาคต เขาจำเป็นต้องแสดงออกในเชิงบวกเข้าไว้
…………
เมื่อกลับมาถึงห้องชุดเฟิร์สคลาส ลูกาโนเหลือบมองลูเมี่ยนที่กำลังตั้งใจศึกษาภาษาตูทานของทวีปใต้ ก่อนจะเอ่ยด้วยความกระวนกระวายเล็กน้อย
“ผ…ผมเปลี่ยนมานับถือ ‘พระแม่ธรณี’ แล้ว”
ชาวอินทิสอย่างเขา จะดูแคลนหรือรังเกียจเราไหมนะ?
ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้น หัวเราะในลำคอก่อนเอ่ยตอบ
“งั้นก็จงแสดงประกายแห่งมารดาให้เต็มที่ ลุดวิกกำลังรอให้นายพาไปหาปลาทะเลสดๆ อยู่พอดี”
ไม่ได้ถือสาสักนิดเลยหรือ? ลูกาโนพึมพำในลำคอ ไม่กล้าปล่อยให้ลุดวิกหิวโหย จึงเริ่มต้นวันอันแสนวุ่นวาย
ครั้นถึงยามดึก หลังจากส่งลุดวิกเข้านอนแล้ว ลูกาโนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจแวะไปยังห้องสวดมนต์
หากประตูยังเปิดอยู่ เขาตั้งใจจะสวดวิงวอนสักครั้งแล้วค่อยกลับมานอน
ช่วงแรกต้องทำตัวดีๆ เข้าไว้!
เดินไปตามบันไดที่มีแสงสลัว ย่ำเท้าลงบนพื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ลูกาโนค่อยๆ เข้าใกล้กับห้องสวดมนต์
ย่างก้าวของเขาเบาลงทุกที เกรงว่าจะรบกวนผู้สวดมนต์คนอื่น หรือขัดจังหวะบาทหลวงมอนต์เซอร์รัต ผู้อาจกำลังปฏิบัติตามคำสอนของพระแม่ธรณี ด้วยการประกอบพิธีกรรมสืบทอดเผ่าพันธุ์กับศาสนิกหญิงสักคนหนึ่ง
เมื่อย่างกรายมาถึงหน้าประตูอย่างเงียบเชียบ ลูกาโนยื่นมือขวาออกไป พยายามผลักบานประตูไม้แผ่วเบา
ประตูไม้เปิดออกทีละน้อย เผยให้เห็นช่องว่างแคบๆ โดยไร้เสียง
“ไม่ได้ปิดประตูสินะ…กำลังสืบทอดเผ่าพันธุ์อยู่จริงๆ หรือ?” ลูกาโนแอบชำเลืองมองผ่านช่องแคบนั้น
เขาเห็นแสงจันทร์แดงระเรื่ออาบไล้ห้องสวดมนต์ เห็นบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตในชุดนักบวชสีน้ำตาล กำลังยืนอยู่หน้าตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต โอบแขนทั้งสองข้างไว้ โยกไปมาแผ่วเบาราวกับกำลังอุ้มทารกแรกเกิด
ทว่าในอ้อมแขนของเขานั้น ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
……………………………………………………..