ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 613 งานใหม่
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 613 งานใหม่
ตอนที่ 613 งานใหม่
ไม่กี่วันต่อมา บนเก้าอี้เอนหลังในระเบียงห้องชุด ลูเมี่ยนนอนสูดลมทะเล อาบแสงอาทิตย์ จิบไวน์มันซานไม่ผสมน้ำ และหยิบเศษสายสะดือที่ได้รับจากบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
สายสะดือกลายเป็นสีดำสนิท ปราศจากพลังวิญญาณโดยสิ้นเชิง หลังจากที่ลูเมี่ยนตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งอาศัยการทำนายของฟรังก้ากับจินนาช่วยเสริม เด็กหนุ่มก็ได้ข้อสรุปว่า
หลังจากใช้ ‘ศาสตร์ไล่ผี’ สายสะดือเส้นนี้ก็สูญเสียฤทธิ์เดชโดยสิ้นเชิง อีกทั้งตัวมันเองก็ไม่มีตะกอนพลัง จึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นสมบัติวิเศษ หรือใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างยันต์ โอสถ อาวุธ หรือสิ่งของอื่นๆ ได้
บัดนี้ สิ่งที่มันเหลืออยู่มีเพียงความพิเศษในตัวเองเท่านั้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันคล้ายคลึงกับตราประทับที่ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ทิ้งไว้บนร่างของลูเมี่ยน มีเพียงศักดิ์อันสูงส่ง แต่ขาดซึ่งฤทธิ์เดช อีกทั้งยังไม่อาจแสดงกลิ่นอายอันน่าพรั่นพรึงของบุตรแห่ง ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ลูเมี่ยนจึงไม่อาจนำมาใช้ข่มขวัญผู้คน หรือสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้ใดได้แม้เพียงชั่วครู่
ลูเมี่ยนคิดว่า มันสามารถเป็นประโยชน์ได้เพียงสองประการ
หนึ่ง ใช้เป็นวัตถุดิบในการร่ายเวท ช่วยให้คาถาบางชนิดสำแดงอานุภาพเหนือกว่าปกติอย่างมหาศาล หรือช่วยให้เหล่า ‘จอมเวท’ สามารถใช้มนตราพิเศษที่ไม่อาจใช้ได้ตามปกติ
สอง ใช้เป็นวัตถุดิบเสริมในการสร้างสมบัติวิเศษ ยันต์และโอสถ หรืออาวุธวิเศษ เพื่อให้ผลลัพธ์แฝงคุณสมบัติพิเศษบางประการ
แน่นอน ลูเมี่ยนเชื่อว่า หากนำเศษสายสะดือนี้ไปวางต่อหน้าผู้ได้รับพรจาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ย่อมก่อให้เกิดผลลัพธ์อื่น อาทิ แม้ไม่ต้องใช้ ‘การยั่วยุ’ ก็สามารถทำให้ผู้คนเหล่านั้นทอดสายตาอาฆาตมาดร้ายมายังตนได้
“น่าเสียดาย ‘แม่มด’ นั้นเหมือนกับ ‘นักวางเพลิง’ ซึ่งจะใช้ได้เพียงมนตร์ดำจากโอสถ ไม่อาจศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้คาถาใหม่ๆ ได้เองดั่งเช่น ‘จอมเวท’ และในบรรดามนตร์ดำเหล่านั้น มีเพียงวิชาเดียวที่สามารถใช้สายสะดือเป็นวัตถุดิบในการร่าย นั่นคือ ‘คำสาปสายเลือด’ แต่บุตรแห่งเทพที่ไร้รูปนั่น ยังมิได้ถือกำเนิดในโลกความจริง คำสาปจึงไร้ผลต่อพระองค์ หรือจะลองสาป ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ดูสักที? หากกล้าทำเช่นนั้นจริง ฟรังก้ากับจินนาคงไม่แคล้วคลอดบุตรหลายคนในทันที…”
“อา…ในการประชุมสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกคราวหน้า หรือในการชุมนุมศาสตร์เร้นลับอื่นๆ เราคงต้องลองถามหาสมบัติวิเศษที่เกี่ยวข้องกับลำดับ ‘จอมเวท’ ดู แล้วค่อยรวบรวมวิชาอาคมร้ายกาจที่ใช้สายสะดือหรือวัตถุศักดิ์สูงเป็นวัตถุดิบในการร่าย อา…แต่นี่จะไม่ยุ่งยากเกินไปหน่อยหรือ? ถ้ายืมคำพูดของโอลัวร์ นี่เหมือนกับการเลี้ยงแกะทั้งตัว เพียงเพราะอยากใช้เกลือหยาบสักถ้วย รอให้มันโตแล้วฆ่า เพื่อทำเป็นเนื้อย่าง…”
“เราไม่ได้จ้าง ‘ช่างฝีมือ’ มาสักพักแล้ว กอปรกับการที่ยังขาดวัตถุดิบหลัก หรือจะนำไปสร้างอาวุธวิเศษที่มีวันหมดอายุดี?”
“ไม่ได้…หาก ‘ช่างฝีมือ’ ไม่เก่งกาจพอ อาจเสี่ยงต่อการได้รับมลทินจากมัน แต่การหา ‘ช่างฝีมือ’ ศักดิ์สูงมาช่วยสร้างวัตถุไร้พลังแบบนี้ก็ดูจะไม่คุ้มค่าสักเท่าไร…”
“หรือจะสร้างยันต์กับยาด้วยตัวเองดี?”
ลูเมี่ยนพินิจพิเคราะห์เศษสายสะดือที่ดำไหม้อยู่นาน ไม่อาจตัดสินใจได้ในทันที จึงยัดมันกลับเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’
จากนั้น เด็กหนุ่มลูบกระเป๋าเสื้อของตน ในนั้นมีนิ้วมือของมิสเตอร์ K เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งนิ้ว
สองวันมานี้ เขาสละเวลาเดินทาง ‘กลับ’ ไปยังกรุงทรีอาร์ เพื่อรายงานเรื่องของบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตกับบุตรแห่งเทพล่องหนแก่มิสเตอร์ K ส่งผลให้ได้รับคำชมเชยจากอีกฝ่ายไม่ขาดปาก
อารมณ์อันเร่าร้อนและบรรยากาศอันคลั่งไคล้ในยามนั้น ทำเอาลูเมี่ยนถึงกับสงสัยว่า อีกแค่เพียงอึดใจเดียว มิสเตอร์ K อาจตัดแขนของตัวเองมอบให้เขาก็เป็นได้
แค่นิ้วมือเดียวคงไม่เพียงพอต่อการแสดงความรู้สึกของเขาอีกต่อไป!
มิสเตอร์ K พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่ลูเมี่ยนตัดสินใจออกจากทรีอาร์เพื่อตามหาศัตรู โดยมองว่านี่คือวิวรณ์จากพระองค์ อีกทั้งยังยกย่องลูเมี่ยนว่า เป็นผู้มีแรงดึงดูดอันผิดแผกต่อสาวกเทพมาร สำหรับผู้เสื่อมทรามเหล่านั้นแล้ว เด็กหนุ่มเปรียบได้กับหายนะเดินดินก็มิปาน!
ผู้วิเศษเช่นนี้จะอยู่แต่ในทรีอาร์ได้อย่างไร? มีแต่ต้องออกไปตระเวนให้ทั่วทวีปเหนือใต้เท่านั้น!
ส่วนชื่อโอมีเบล่า ‘เทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยว’ จากยุคโบราณนั่น มิสเตอร์ K มิได้ตอบสนองมากนัก ทั้งยังมิได้ทูลขอวิวรณ์จากพระองค์ในทันที ลูเมี่ยนจึงไม่ได้รับคำตอบ จำต้องกล่าวคำอำลาแล้วจากไป โดยแวะไปหาฟรังก้า จินนา กับอ็องโตนี เพื่อเล่าถึงเรื่องราวการผ่าตัดพิสดาร การสังเคราะห์กายเนื้อ และเหตุการณ์ที่บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตเกือบจะตั้งครรภ์บุตรของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ทั้งที่เป็นบุรุษเพศ
แม้จะเคยรับรู้เกี่ยวกับ ‘ผู้หว่านเมล็ด’ แห่งเส้นทาง ‘อันธพาล’ มาบ้างแล้ว แต่เรื่องราวของบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตก็ยังทำให้ฟรังก้ากับจินนารู้สึกประหนึ่งกำลังฟังเรื่องสยองขวัญ จนเกิดเงาดำในใจต่อผู้ได้รับพรจาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’
อ็องโตนีดูภายนอกเหมือนยังคงเยือกเย็น แต่กลับแสดงภาษากายอันน่าขนลุกที่ตัวเองแทบไม่เคยกระทำมาก่อน
เขาลูบท้องตัวเองเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
หลังจากได้เผยแพร่ ‘สิ่งที่ตนพบเจอ’ ให้แก่พวกพ้อง ลูเมี่ยนก็ย้อนกลับมายังเรือเดินสมุทรด้วยความพึงพอใจ มุ่งหน้าต่อไปยังดินแดนใต้สุดของราชอาณาจักรเฟเนพ็อต
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ลูเมี่ยนเพิ่งจะเปิดตำราภาษาตูทานได้เพียงไม่กี่นาที ก็ได้ยินเสียงเคาะที่ประตูไม้ของห้องชุด
ลูกาโนขยันขันแข็งยิ่งนัก ด้วยสำนึกของบ่าวรับใช้ เขาเดินไปทางประตูอย่างปราดเปรียว แล้วมองผ่านช่องตาแมวออกไป
หลายวันมานี้ เขาไม่ได้ยินเสียงร้องของทารกอีกเลย ใจที่แขวนค้างอยู่จึงตกกลับคืนสู่ที่เดิม สงบลงโดยสิ้นเชิง
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกปลื้มปีติที่ตัดสินใจติดตามนายจ้างเมื่อครั้งกระนั้น แทนการกลับไปยังกรุงทรีอาร์
เขารู้สึกว่า หากรากเหง้าของปัญหานี้มาจากวัตถุวิเศษที่ทันโกทิ้งไว้ ต่อให้ตนไม่ได้โดยสารเรือเดินสมุทรลำนี้ สักวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ก็คงต้องเผชิญกับเหตุการณ์คล้ายคลึงกันอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี อาจไม่ต้องรอนานนัก ภายในไม่เกินหนึ่งปีหรือแม้กระทั่งครึ่งปี เมื่อถึงตอนนั้น หากไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากผู้วิเศษทรงพลังอย่างลูเมี่ยน·ลี บทสรุปของเขาคงไม่ต้องกล่าวถึง
เมื่อพบว่าผู้ที่อยู่นอกประตูคือกัปตันเปโดร ลูกาโนก็หันกายกลับมา เอ่ยกับลูเมี่ยนที่ยืนอยู่บนระเบียง
“เจ้านายครับ กัปตันมาหาท่าน!”
กัปตันมาหาเราทำไม? มิใช่ควรจะเสแสร้งว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นหรอกหรือ? ลูเมี่ยนปิดตำราภาษาตูทาน แล้วย่างกรายกลับสู่ห้องนั่งเล่นภายใต้แสงอาทิตย์อันสดใส
เปโดร เจ้าของหนวดสีน้ำตาลเงางามก้าวเข้าสู่ห้องชุด หลังจากทักทายพอเป็นพิธี เขาก็กระแอมก่อนเอ่ยปาก
“มิสเตอร์แบรี สนใจรับงานสักหน่อยไหมครับ? เป็นงานง่ายๆ ที่ไม่รบกวนเวลาของคุณมากนัก”
งานง่ายๆ? พอมอบหมายให้ฉัน เกรงว่ามันคงไม่ง่ายเหมือนเดิม…หลังจากผ่านเหตุการณ์มาไม่น้อย ลูเมี่ยนก็เริ่มตระหนักถึง ‘ความพิเศษ’ ในตัวเองอย่างถ่องแท้
ในฐานะผู้วิเศษเส้นทางนักล่า ผู้ผนึกเทวทูตของเทพมารไว้ในกาย อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยออร่าของจักรพรรดิโลหิต ตัวเขาเปรียบดังแม่เหล็กสำหรับดึงดูดหายนะ จนปัญหามากมายที่ควรจะซุกซ่อน ต้องลอยขึ้นสู่ผิวน้ำก่อนกำหนด
การจ้างวานอันแสนธรรมดาจะลงเอยเช่นไร แม้แต่ตัวลูเมี่ยนก็ไม่อาจคาดเดาได้
เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว ยิ้มพลางเอ่ยปาก
“งานแบบไหนล่ะ? ผมขอฟังรายละเอียดก่อน”
เปโดรถอนหายใจก่อนเอ่ยว่า
“ต้นปีนี้ ซาร่า ลูกสาวคนโตที่ผมเอ็นดูที่สุด เกิดตกหลุมรักชายหนุ่มผู้หนึ่ง รักอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นอยากแต่งงานด้วย”
“คุณคงทราบดีอยู่แล้ว ในอาณาจักรเฟเนพ็อต การแต่งงานและครอบครัวถือเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ พวกเราต้องก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์ด้วยความรอบคอบ รักษาสถานะสมรสด้วยความรับผิดชอบ หาใช่จะมองเห็นใครก็รีบพาไปโบสถ์อย่างไร้สติ”
“ชายหนุ่มผู้นั้นทำให้คุณกับย่าเฒ่าไม่พอใจ ก็เลยอยากจ้างผมไปลอบสังหารเขาหรือ?” ลูเมี่ยนเอ่ยล้อเล่น “อันที่จริง ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก กัปตันเรืออย่างคุณย่อมมีสารพัดวิธีที่จะจัดการกับเด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์ชีวิตแบบนั้น อาทิ มอบโอกาสให้เขาสักครั้ง ล่อลวงเขาด้วยเหยื่อล่อ พาออกทะเลไปค้าขาย แล้วเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย”
เปโดรหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะตอบ
“ผมเป็นพลเมืองที่เคารพกฎหมาย ทำเรื่องพรรค์นั้นไม่ลงหรอกครับ”
กัปตันเรือที่ท่องทะเลมานานปี แถมยังมีพลังวิเศษอย่างนาย คือพลเมืองที่เคารพกฎหมาย? เลิกเถอะนะ ไอ้เรื่องตลกที่ไม่ขำแบบนี้น่ะ…ลูเมี่ยนรำพันเงียบ แต่ยังคงยิ้มมองเปโดร รอคอยให้เขาเล่าต่อ
“ผมได้ลองหยั่งเชิงชายหนุ่มผู้นั้นแล้ว พบว่าเขามีจุดน่าสงสัยอยู่ไม่น้อย บางเรื่องยิ่งดูไม่ชอบมาพากล จึงลองจ้างนักผจญภัยไปสืบเขา ผลปรากฏว่า นักผจญภัยทั้งสองหายสาบสูญไปเลย” เปโดรเอ่ยอย่างจริงใจ “เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกถึงอันตราย จึงไม่อยากให้ลูกสาวต้องอยู่กับคนแบบนั้น ดูยังไงก็ไม่ปลอดภัยเลยสักนิด”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ก็เลยมาหาผม?”
“ครับ” เปโดรยิ้มกว้าง “สำหรับคุณ นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับผม มันสำคัญเหลือเกิน ทางนี้ยินดีจ่ายค่าตอบแทนสองหมื่นทองลิโซ ทุกสิ่งที่คุณเก็บเกี่ยวได้ จะถือเป็นของคุณทั้งหมด”
สองหมื่นทองลิโซ เป็นกัปตันเรือนี่ก็รวยไม่เบาทีเดียว…ลูเมี่ยนครุ่นคิดก่อนเอ่ยถาม
“คุณเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ หรือ ‘นักปรุงยา’ ใช่ไหม?”
“ในครอบครัวของคุณ มีผู้วิเศษสองเส้นทางนี้บ้างไหม?”
ถามทำไมกัน…เปโดรชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ไม่มีครับ”
“แล้วเหตุใดคุณถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากศาสนจักรล่ะ?” ลูเมี่ยนถามคำถามที่สอง
“สมแล้วที่เป็นนักผจญภัยมากประสบการณ์”
“เหตุที่ผมไม่ขอความช่วยเหลือจากศาสนจักร เพราะลูกสาวของผม ซาร่า ก็มีอาการผิดปกติเช่นกัน ความรักที่เธอมีต่อชายหนุ่มผู้นั้น มันดูร้อนแรงเกินไป ถึงขั้นปฏิเสธทุกสิ่ง ประหนึ่งถูกปีศาจสิงสู่ การขอความช่วยเหลือจากศาสนจักรอาจแก้ปัญหาได้ แต่ก็อาจนำพาซาร่าไปสู่ชะตากรรมอันเลวร้ายด้วย”
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“คุณสงสัยว่า ซาร่ากำลังถูกสิ่งมีชีวิตลึกลับเข้าสิง หรือได้รับอิทธิพลจากสิ่งนั้นสินะ?”
“ครับ” เปโดรตอบด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ลูเมี่ยนถามคำถามอีกสองสามข้อ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ
“ตกลง ผมจะทำ”
เด็กหนุ่มจำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวอยู่เสมอ โดยหวังว่าเมื่อเดินทางถึงไบลัมตะวันตกบนทวีปใต้ โอสถ ‘นักวางแผน’ จะถูกย่อยเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการประกอบพิธีเลื่อนลำดับ
แน่นอน อีกหนึ่งเหตุผลคือการสะสมค่าอาหารให้ลุดวิก
…………
หลายวันต่อมา สองทุ่มตรง ณ กรุงทรีอาร์ เขตหอรำลึก ถนนโอโรเซ บ้านเลขที่ 9 อพาร์ตเมนต์ 702
ฟรังก้ากับจินนามองอ็องโตนีที่เคาะประตูเข้ามา แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ดึกดื่นแบบนี้มีธุระอะไรหรือ?”
อ็องโตนีพยักหน้าแผ่วเบา
“พบตัวสตรีผู้นั้นแล้ว”
หือ? จินนาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบถามว่า
“ผู้หญิงที่ปรากฏในการทำนายด้วยกระจกวิเศษน่ะหรือ?”
สตรีผู้ทำให้ ‘เศษชิ้นส่วนโลกในกระจก’ ในตัวเราสั่นไหวแผ่วเบา?
อ็องโตนีตอบอย่างหนักแน่นว่า
“ถูกต้อง”
……………………………………………………..