ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 614 ‘อำนาจมืด’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 614 ‘อำนาจมืด’
ตอนที่ 614 ‘อำนาจมืด’
“เดไลลา·เลอรัว เป็นบุตรสาวของพ่อค้าอัญมณี สมรสแล้ว มีบุตรชายหนึ่งคน บุตรสาวหนึ่งคน ชื่นชอบอุปรากร ละครเวที และวรรณกรรม หลังจากเหตุการณ์คราวก่อน เธอยังคงปรากฏตัวในเขตโรงอุปรากรเป็นประจำ ดังนั้น ผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ดี สายข่าวของผมก็พบตัวเธอแล้ว…เธอไม่ชอบพาบอดี้การ์ดไปไหนมาไหน มักออกจากบ้านพร้อมกับสาวใช้ส่วนตัวและคนงานจิปาถะ”
จินนานั่งอยู่ในห้องโถงริมหน้าต่างของร้านกาแฟริมถนน ทบทวนข่าวกรองที่รวบรวมมาได้ พลางจับตามองสตรีผู้นั้นที่แต่งกายสง่างาม ก้าวลงจากรถม้าประจำตระกูล เข้าสู่ห้างสรรพสินค้าบอนนีบนถนนใหญ่แนวร่มไม้อันลือชื่อของกรุงทรีอาร์
จินนาละสายตาจากภาพตรงหน้า เบือนหน้าไปทางอ็องโตนี·รีด ผู้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พยักหน้าแผ่วเบาพลางเอ่ยว่า
“เป็นเธอจริงๆ”
“ปัญหาตอนนี้คือ…” ฟรังก้าที่นั่งอยู่ข้างเดียวกับจินนา ครุ่นคิดพลางกล่าว “เธอกำลังหว่านเหยื่อล่อสินะ? หากแค่ตกใจกับความรู้สึกแปลกใหม่ของตน โดยที่ความจริงแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย พวกเราคงเค้นข้อมูลจากเธอไม่ได้มากนัก แต่หากเธอทราบดีว่า ตัวเองเกิดการสั่นพ้องกับเศษชิ้นส่วนโลกในกระจก แล้วยังตระเวนออกงานฟังอุปรากร ชมละครอย่างโจ่งแจ้ง ก็อาจสันนิษฐานได้อย่างสมเหตุสมผลว่า เธอหรือผู้อยู่เบื้องหลังของเธอ ต้องการล่อให้ผู้ครอบครอง ‘เศษชิ้นส่วนโลกในกระจก’ โผล่หัวออกมา”
หลังจากวิเคราะห์อยู่พักใหญ่ ฟรังก้าก็สรุปว่า
“การรีบร้อนจัดการกับเดไลลา หรือติดต่อกับเธอ นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง”
“แต่การทำนายด้วยกระจกวิเศษบอกว่า การกระทำของพวกเราในวันนี้ถือว่าปลอดภัย” จินนาแย้งขึ้น
ฟรังก้ายิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยปาก
“อย่าได้ปักใจเชื่อคำทำนายมากนัก อีกอย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นอันตรายเสมอไป แต่การรีบร้อนติดต่อเดไลลาตอนนี้ อาจทำให้เบาะแสถัดไปขาดสะบั้นก็เป็นได้”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะเอาแต่มองดูอยู่อย่างนี้หรือ? รอสักหนึ่งสองเดือนให้อีกฝ่ายเผลอตัวแล้วค่อยลงมือ?” จินนาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วยืดตัวขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ยปาก “ฉันมีวิธีแล้ว!”
“วิธีใด?” ฟรังก้าแสดงความอยากรู้อยากเห็น
จินนาหุบยิ้มก่อนตอบว่า
“ใช้สมบัติวิเศษไง ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ นั้นน่ะ ขอให้มันเปิดโอกาสให้พวกเราได้ติดต่อกับเดไลลาชั่วคราว โดยไร้ผู้สังเกตการณ์ ไร้สายตาจับจ้อง”
“ด้วยวิธีนี้ หากปัญหาเกิดจากผู้อยู่เบื้องหลังเดไลลา ทางนั้นย่อมไม่มีทางล่วงรู้ถึงการติดต่อ เบาะแสก็จะไม่ขาดสะบั้น แต่หากปัญหาอยู่ที่ตัวเดไลลาเอง พวกเราก็สามารถเปลี่ยนจากการติดต่อ เป็นการจับกุมได้ทันที”
ฟรังก้าครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง
“ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้…”
“อันที่จริง ฉันก็อยากลองใช้ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ มานานแล้ว ครั้งนี้ห้ามใครแย่งเด็ดขาด ลำดับของฉันสูงกว่า ความสามารถในการเอาตัวรอดก็สูงกว่า หากมีปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายมาเสนอการแลกเปลี่ยน ฉันยังสามารถขอให้มาดามจัดจ์เมนต์ ซึ่งเป็นลำดับสูงของเส้นทาง ‘ผู้ตัดสิน’ มาเป็นพยานได้!”
นางมารสุขสมผู้นี้แสดงท่าทางกระหายใคร่ลอง
จินนานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปาก
“ก็ได้”
อ็องโตนีกล่าวต่อทันทีว่า
“สำหรับโอกาสในการติดต่อกันชั่วคราว ให้เป็นหน้าที่ของผมก็แล้วกัน ถ้าไม่อยากทิ้งร่องรอยหรือเบาะแสให้บุคคลเบื้องหลังเดไลลาสังเกตเห็น นักสะกดจิตคือตัวเลือกที่ดีที่สุด”
“ไม่มีปัญหา” ฟรังก้าตอบโดยไม่เกรงใจ แล้วหันไปมองจินนา รอให้เธอหยิบ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ออกมา
จินนาแต่งกายคล้ายทหารรับจ้างหญิง สวมเสื้อสีเทาขาวที่ปักด้วยแผ่นหนังสีน้ำตาลตรงจุดสำคัญ สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลไว้บนหลัง
เธอหยิบหีบไม้ใบเล็กที่ทาด้วยสีเข้ม ด้านข้างทั้งสองฝั่งติดม่านบางๆ ทำจากแผ่นหนังออกจากกระเป๋า แล้ววางลงบนโต๊ะในห้องโถงของร้านกาแฟ
ฟรังก้าครุ่นคิดถ้อยคำขอร้องและราคาสินบนที่จะมอบให้ ‘ผู้มีอำนาจ’ พลางพับแขนเสื้อขึ้น ใช้มือขวาหิ้วถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเหรียญลูอิดอร์หนึ่งร้อยเหรียญ สอดเข้าไปในม่านหนังบางด้านข้างของหีบไม้ แม้ว่าในคู่มือการใช้งานจะไม่ได้ระบุว่าห้ามใช้ธนบัตร แต่ด้วยประสบการณ์อันล้ำลึกในศาสตร์เร้นลับ ฟรังก้าตัดสินใจเลือกใช้เหรียญทองคำ ซึ่งมีความเป็นสากลมากกว่า
ในวินาทีถัดมา เธอสัมผัสได้ถึงผิวหนังที่เหี่ยวย่นและชื้นแฉะ สัมผัสได้ถึงนิ้วทั้งห้าที่กรีดกรายลงมา คว้าถุงใส่เหรียญทองไว้
ฝืนกล้ำกลืนความรู้สึกคลื่นเหียนที่ถาโถมอย่างกะทันหัน ฟรังก้าตั้งใจเอ่ยคำขอเป็นภาษาเฮอร์มิส
“ข้าปรารถนาให้สหายของข้า อ็องโตนี·รีด ผู้นั่งอยู่ตรงข้ามข้าในยามนี้ ได้มีโอกาสพบปะกับเดไลลาแห่งตระกูลเลอรัว บุตรสาวพ่อค้าอัญมณี ผู้อยู่ในห้างสรรพสินค้าบอนนี โดยปราศจากผู้รบกวน ไร้สายตาจับจ้อง เป็นความลับสุดยอด และคงอยู่นานเกินสามนาที”
ฟรังก้าเพิ่มคำขยายมากมาย มุ่งหมายให้ทั้งสองฝั่งที่จะพบกัน รวมทั้งวิธีการพบปะ มีความแม่นยำเพียงพอ ไม่ถูกบิดเบือนไปในทิศทางพิสดาร
สิ่งที่คล้ายฝ่ามือเหี่ยวย่นชุ่มชื้น คว้าถุงใส่เหรียญทองขึ้นไปแล้วหดกลับ
นี่แสดงว่า ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ได้ตอบรับคำขอแล้ว
ฟรังก้าชักมือขวากลับ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาเช็ดบริเวณที่ถูกสัมผัส ปากก็พ่นถุยไม่หยุด
“ผมควรไปรออยู่ที่ใด เพื่อให้ได้มีโอกาสพบปะ?” อ็องโตนีถามขึ้น
ฟรังก้าเก็บผ้าเช็ดหน้า ยิ้มพลางเอ่ยปาก
“ในคำขอมีเพียงสองคนที่ถูกกล่าวถึง คนหนึ่งคือคุณ อีกคนคือเดไลลา·เลอรัว ดังนั้น คุณต้องติดตามเธอไป จึงจะมีโอกาสได้พบกัน”
“แล้วก็…”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าหยิบ ‘สร้อยสัตมณี’ อันเจิดจรัสออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วส่งให้อ็องโตนี
“หากสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล รีบเทเลพอร์ตหนีทันที”
เห็น ‘นางมารสุขสม’ ผู้นี้สีหน้าเคร่งขรึม ท่าทางจริงจัง อ็องโตนีกลืนคำสุภาพที่เกือบหลุดจากปาก แล้วยื่นมือรับ ‘สร้อยสัตมณี’ เอาไว้
ฟรังก้าชั่งใจครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า
“ถ้าคุณไว้ใจฉัน ทางนี้ยังสามารถใช้เลือดกับเส้นผมของคุณ สร้าง ‘กระจกตัวแทน’ ให้คุณได้”
อ็องโตนีนิ่งไปสองสามอึดใจก่อนตอบ
“ตกลง”
…………
ณ ห้างสรรพสินค้าบอนนี
อาศัยความสามารถด้านการสังเกตของ ‘นักสะกดจิต’ อ็องโตนีไม่ต้องใช้เวลานานก็พบเดไลลา·เลอรัว
มาดามผู้นี้กำลังยืนอยู่กลางชั้น 1 พร้อมสาวใช้และบ่าว ชมการแสดงของนักมายากลที่ห้างเชิญมาสร้างสีสัน
ส่วนนักมายากลผู้ดำเนินการแสดงก็ถอดหมวกทรงสูง ชูขึ้นฟ้าพลางเอ่ยว่า
“ถัดไป ทางเราใคร่ขอสุ่มเชิญผู้โชคดีสองท่าน มาเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงกลของเราครับ”
“คุณสุภาพสตรีทางนั้น ไม่ทราบว่าสะดวกจะขึ้นเวทีไหมครับ?”
ปลายนิ้วของเขาชี้ไปทางเดไลลา·เลอรัว
เดไลลาไม่ค่อยเต็มใจนัก ออกอาการลังเลอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่อาจเอ่ยคำปฏิเสธออกมาได้ สุดท้ายจึงก้าวขึ้นไปบนเวทีไม้ชั่วคราวสำหรับการแสดงมายากลโดยเฉพาะ
นิสัยค่อนข้างอ่อนแอ ปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่ง…อาจมีอิทธิพลของ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ร่วมอยู่ด้วย…อ็องโตนีพอจะเดาได้รางๆ แล้วว่าโอกาสพบปะอยู่ตรงไหน ขณะประเมินอุปนิสัยของเดไลลา ก็เริ่มก้าวออกไปข้างหน้าด้วยตัวเอง
ไม่ผิดจากที่คิด นักมายากลคนนั้นสังเกตเห็นเขา
“ขอเชิญสุภาพบุรุษทางนั้นขึ้นมาด้วยครับ”
อ็องโตนีแสร้งทำเป็นไม่ค่อยเต็มใจ แล้วก้าวขึ้นเวทีอย่างเชื่องช้า
นักมายากลชี้ไปทางหีบไม้แล้วกล่าว
“รบกวนพวกคุณสองคนเข้าไปนั่งด้านในด้วยครับ”
เดไลลาเม้มริมฝีปาก ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วมุดเข้าไปในหีบไม้ท่ามกลางเสียงรบเร้าของผู้ชม
อ็องโตนีนั่งลงในตำแหน่งที่ห่างจากเธอมากที่สุด ถือโอกาสขณะที่ยังมีแสงสว่าง ยิ้มพลางเอ่ยปาก
“ความจริงแล้ว ผมอายไม่น้อยเลยล่ะ”
ถ้อยคำเรียบง่ายแต่อบอุ่นนี้ ทำให้ความตึงเครียดในใจเดไลลา ผ่อนคลายลงอย่างฉับพลัน
อ็องโตนีกล่าวต่อทันที
“ไม่เชื่อหรือ? คุณลองมองเข้ามาในตาผมสิ”
เขาชี้มายังคู่ดวงตาของตน
เดไลลาเหลือบมองโดยไม่รู้ตัว เห็นร่างของตนสะท้อนบนกระจกตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น
ร่างของเรา…เดไลลาชะงักงันชั่วขณะ สายตาราวกับจมดิ่งลงไปในวังวนอันลึกล้ำ
ขณะเดียวกัน นักมายากลได้ปิดฝาหีบไม้ ภายในจึงมืดสนิท
อ็องโตนีรีบฉวยโอกาสถามทันที
“หนึ่งสัปดาห์ก่อน คุณมีความรู้สึกแปลกประหลาดในเขตโรงอุปรากรใช่หรือไม่?”
“ใช่” เดไลลาตอบตามความจริง รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าไว้วางใจยิ่งนัก
“เป็นความรู้สึกเช่นไร?” อ็องโตนีถามต่อ พลางฟังนักมายากลกล่าวบทที่เตรียมไว้อยู่ด้านนอก
“หัวใจของฉันเต้นเร็วมาก เลือดในกายเดือดพล่าน” เดไลลาพรรณนาถึงความรู้สึกในยามนั้น
“คุณรู้ไหมว่านั่นสื่อถืออะไร?” อ็องโตนีซักไซ้ต่อ
เดไลลาส่ายหน้าในความมืด
“ฉันไม่รู้ แต่พ่อที่แท้จริงของฉันเคยบอกว่า หากมีความรู้สึกเช่นนี้ ต้องรีบรายงานให้ท่านทราบโดยด่วน”
“พ่อที่แท้จริง?” อ็องโตนีคาดเดาบางสิ่ง
เดไลลาหัวเราะเยาะตนเองก่อนตอบ
“บิดาบังเกิดเกล้า เขาเป็นชู้รักของแม่ฉัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาลชุดนี้ โมรัน·อาวินี”
โมรัน·อาวินี…อ็องโตนีตระหนักว่านักมายากลเริ่มลงมือกระทำบางสิ่งกับหีบไม้แล้ว จึงรีบถามคำถามสุดท้าย
“หลังจากที่ทราบว่าคุณมีความรู้สึกดังกล่าว เขาได้พูดอะไรไหม?”
“เขาบอกฉันว่าไม่ต้องกังวล ใช้ชีวิตไปตามปกติ” แท้จริงแล้ว เดไลลายังคงหวั่นวิตกอยู่บ้าง
อ็องโตนีเปล่งเสียง ‘อืม’ ในลำคอ
“มาดามคนสวยครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแสดงมายากลนี้กับคุณ ไม่ทราบว่า คุณพอจะช่วยมอบของที่ระลึกให้ผมสักชิ้นได้หรือไม่?”
“อาทิ เส้นผมสักสองสามเส้น”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขา แฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันชวนหลงใหล ทำให้เดไลลารู้สึกว่านี่เป็นคำขอที่ปกติยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงถอนผมของตนออกมาหลายเส้น ส่งให้แก่อ็องโตนี
เมื่อสัมผัสได้ถึงรากผมเหล่านั้น อ็องโตนีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยังคงใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำกล่าวต่อไป
“ผมไม่อยากให้ครอบครัวของคุณต้องร้าวฉาน เมื่อออกจากหีบไม้นี้ไป หลังจากผมดีดนิ้ว คุณจะลืมการพบปะของเราในที่แห่งนี้ทันที…”
ขณะที่เสียงอันทรงเสน่ห์นั้นกังวานอยู่ ความคิดของเดไลลาก็เริ่มพร่าเลือนอีกครั้ง
ปัง!
หีบไม้เปิดออก เหลือเพียงอ็องโตนีอยู่ภายใน ส่วนเดไลลาถูกนักมายากลดึงตัวออกจากม่านหลังเวที
ผู้ชมต่างก็ปรบมือด้วยความตื่นเต้นยินดี
เมื่อเสียงปรบมือเบาลง ขณะที่นักมายากลวางมือบนอกเพื่อโค้งคำนับขอบคุณ อ็องโตนีมิได้มองไปทางเดไลลา เพียงแต่แอบดีดนิ้วแผ่วเบา
เดิมที เดไลลาตั้งใจจะเข้าไปสนทนากับบุรุษผู้ทำให้ตนรู้สึกสนิทใจ แต่พอได้ยินเสียง ‘เป๊าะ’ ร่างกายก็พลันสั่นสะท้าน ดวงตาฉายแววสับสนชั่วครู่ ก่อนจะกลับมามีสติอีกครั้ง
เธอหมุนกายเดินลงจากเวทีไม้ กลับไปยืนระหว่างสาวใช้และบ่าว
อ็องโตนีเดินจากไปอย่างไม่เร่งร้อน กลมกลืนไปกับฝูงชนจนกระทั่งลับสายตา
…………
เขตหอรำลึก ถนนโอโรเซ บ้านเลขที่ 9 อพาร์ตเมนต์ 702
ฟรังก้านำเถ้าผมของเดไลลาที่ถูกเผาด้วยเพลิงทมิฬ ทาลงบนผิวกระจกเครื่องแป้ง พร้อมเอ่ยถ้อยคำพรรณนาถึงเป้าหมายของการ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ที่ใช้บ่อยที่สุด
ท่ามกลางเสียงน้ำไหล ภายใต้แสงสลัว ฟรังก้าเอ่ยถาม
“เจ้าของเส้นผมเหล่านี้ คือ ‘คนในกระจก’ หรือไม่?”
เสียงแหบแห้งชราภาพตอบกลับมา
“มิใช่”
……………………………………………………..