ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 619 บันทึกการผจญภัย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 619 บันทึกการผจญภัย
ตอนที่ 619 บันทึกการผจญภัย
ฟรังก้าเห็นร่างดังกล่าวได้ไม่ชัดเจน แต่คล้ายกับสัมผัสได้ว่า รอบกายอีกฝ่ายเต็มไปด้วยตึกระฟ้าตั้งตระหง่าน เต็มไปแสงไฟระยิบระยับดุจดังมวลหมู่ดาราในยามค่ำคืน สะท้อนผ่านม่านหมอกบางเบา
ยิ่งไกลออกไป ลำแสงหลายสายส่องเข้ามา เสียงปี๊บๆ ดังแว่วอย่างรางเลือน
นี่มัน…ฟรังก้ามองด้วยดวงตาเบิกกว้าง แววตาเหม่อลอย
หัวใจของเธอท่วมท้นด้วยความตื่นตะลึงครั้งใหญ่ จนไม่เหลือพื้นที่ให้อิทธิพลด้านลบจากคำสาปอันบ้าคลั่งของนาโปริดิสลีได้เข้ามาแทรกแซง
โดยสัญชาตญาณ เธอเพ่งมองร่างดังกล่าวอย่างเอาเป็นเอาตาย พินิจพิเคราะห์ผ่านม่านหมอกสีเทาชั้นแล้วชั้นเล่า อยากจะเห็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของอีกฝ่ายชัดๆ ทว่าหมอกบางเบากลับยิ่งพร่าเลือน เจือจางลงไปพร้อมกับภาพทั้งหลายที่มันนำพามา
เพียงชั่วสามสี่อึดใจ กระจกบนแท่นบูชาก็กลับคืนสู่สภาพปกติ
“เกิดอะไรขึ้น?” ลูเมี่ยนเอียงศีรษะมองฟลอเรสที่ยังคงเตร็ดเตร่อยู่ท่ามกลางละอองหมอกสีเทา พลางเอ่ยถามกับฟรังก้า
ฟรังก้าจ้องมองกระจกบานดังกล่าว เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“เมื่อสักครู่ คุณเห็นภาพบนกระจกไหม?”
“เห็นสิ” ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว “คงเป็นตัวแทนอาณาจักรเทพของมิสเตอร์ฟูลกระมัง”
พวกเขาเพิ่งสวดวิงวอนถึงมิสเตอร์ฟูลเพื่อประกอบพิธี ‘ศาสตร์ไล่ผี’ ดังนั้น ภาพที่ปรากฏบนกระจก ซึ่งนำมาหลอกนาโปริดิสลีโดยไม่ได้ใช้งานจริง ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเกี่ยวข้องกับมิสเตอร์ฟูล
ฟรังก้าเอ่ยด้วยริมฝีปากสั่นระริก
“แต่ว่า…แต่ว่าฉากหลังมันช่างคล้ายกับ…คล้ายกับสภาพของเมืองที่ฉันกับพี่สาวของคุณเคยอาศัยก่อนจะข้ามโลกมา เวลาหมอกลงจัดจะเป็นแบบนี้เลย ตึกทุกหลังกลายเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์ที่หลับใหลท่ามกลางม่านหมอก เต็มไปด้วยดวงตาส่องแสงนับร้อยนับพัน”
ลูเมี่ยนเข้าใจความรู้สึกของฟรังก้า แต่กลับไม่รู้สึกแปลกใจกับทัศนียภาพแบบนั้นของเมือง
เด็กหนุ่มเตือนสหายว่า
“คุณลืมราชันสวรรค์ไปแล้วหรือ?”
“พระองค์เกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับบ้านเกิดของพวกคุณ อีกทั้งยังต่อสู้กับมิสเตอร์ฟูลในแดนฝัน การที่ภาพคล้ายๆ กันจะโผล่ขึ้นบนโลกความจริงผ่านพิธีกรรม มันก็คงไม่แปลกเท่าไรกระมัง?”
ฟรังก้านิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจเอ่ยปาก
“ก็จริง…”
เธอยิ้มเยาะตนเองทันที
“ดันตื่นเต้นกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียได้”
ลูเมี่ยนสงบจิตใจที่ถูกรบกวนด้วยอิทธิพลด้านลบจากนาโปริดิสลี แล้วดับเทียนตามลำดับ ยุติพิธีกรรมอย่างเป็นทางการ
เมื่อฟรังก้าสลาย ‘กำแพงวิญญาณ’ ลมหวีดหวิวก็ ‘พัด’ หมอกสีเทาเบาบางที่เหลืออยู่ออกไป ฟลอเรสจึงได้สติกลับมายังโลกความจริง ไม่หลงเวียนวนอยู่ในม่านหมอกอีกต่อไป
เมื่อเห็นลูเมี่ยนกับฟรังก้า สีหน้าของเขายิ่งซีดเผือด
ขณะที่เขาเตรียมจะอ้าปากวิงวอนขอความเมตตา ร่างกายพลันประสบความทรมานอย่างแสนสาหัส
ฟลอเรสก้มศีรษะลงอย่างห้ามไม่อยู่ พบว่ามีน้ำเสียสีดำลวงตา ซึมออกจากภายในร่างกาย ดูคล้ายกับมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง พวกมันกำลังละลายเลือดเนื้อและกระดูกของเขา
“ไม่นะ!”
“ช่วยผมด้วย!”
“ช่วยผมด้วยครับ!”
ฟลอเรสร้องครวญครางอย่างน่าสยดสยอง
เขาร้องตะโกนซ้ำไปซ้ำมา พยายามขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่ลูเมี่ยนกลับยืนมองด้วยความสนใจใคร่รู้ ประหนึ่งกำลังศึกษาว่า ผู้ทำพันธสัญญากับมารจะได้รับบทลงโทษอย่างไรบ้าง
ไม่ถึงสิบวินาที ร่างของฟลอเรสก็ถูกกัดกร่อนจนไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ ล้มทรุดลงไปในแอ่งน้ำเสียสีดำลวงตา
ศีรษะของฟลอเรสยังคงส่งเสียงครวญคราง สลับกับร้องโหยหวนไม่หยุด แต่เสียงก็ค่อยๆ เบาลงทุกที
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาลืมตาค้าง สิ้นลมหายใจ
น้ำเสียค่อยๆ สลายไปในอากาศ จนกระทั่งไม่หลงเหลือความรู้สึกลึกลับชั่วร้ายอีกต่อไป ทิ้งไว้เพียงซากร่างอันไร้วิญญาณที่คล้ายกับโคลนเลนเน่าเหม็น
“ผู้ทำสัญญากับมารจะมีจุดจบอันเลวร้ายเสมอ…” ฟรังก้าเพิ่งเอ่ยปากอุทาน ก็พลันตระหนักถึง ‘ความหวั่นไหว’ ของตนเมื่อสักครู่
หญิงสาวหัวเราะแห้งๆ สองที ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย
“โชคดีที่ไม่ได้ทำสัญญากับไอ้ตัวที่อ้างว่าเป็นมารบรรพกาล แต่ก็พลาดโอกาสขจัดภัยแฝงจากการใช้ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ไป”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“คุณจำผิดหรือเปล่า”
“จากความทรงจำของผม ‘รายละเอียดการใช้งาน’ ที่มาดามเมจิกเชี่ยนส่งมาให้ เน้นย้ำว่าอาจเผชิญกับข้อเสนอจากปีศาจหรือมารเพียงครั้งเดียว”
“มันคือการเผชิญกับข้อเสนอหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ทำสัญญาสำเร็จหนึ่งครั้ง”
“คุณได้เผชิญหน้ากับมันแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ตอบรับเท่านั้น อีกทั้งตัวมันก็ไม่ได้บังคับ”
ฟรังก้าไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“จะว่าไป ก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ…”
เธอทำเสียง ‘จิ๊’ แล้วกล่าวขณะมองไปทางลูเมี่ยน
“ถ้าคุณเลือกเส้นทาง ‘นักกฎหมาย’ คงจะมีอนาคตไกลไม่น้อยเลยล่ะ…”
“อันที่จริง ฉันก็คิดว่าแบบนี้ต่างหากที่ปกติ กล่องมืดของผู้มีอำนาจอย่างมากก็คงเทียบเท่าลำดับ 5 ใช้ครั้งหนึ่งก็ลดลงครั้งหนึ่ง ผลข้างเคียงจะเป็นการทำสัญญากับมารได้อย่างไร? ตามความเข้าใจของฉัน ‘มาร’ คือชื่อเรียกของ ‘ลำดับสูง’ ในเส้นทาง ‘อาชญากร’ นี่หมายถึงอะไร? ครึ่งเทพยังไงล่ะ!”
“อา…การเผชิญหน้ากับข้อเสนอ ไม่ใช่การทำสัญญาสำเร็จ นั่นย่อมมีช่องว่างให้หลบเลี่ยง แต่ก็ยังอันตรายอยู่ดี ปีศาจและมารพวกนั้นไม่ใช่นักบุญสักหน่อย หากไม่ทำสัญญากัน มีเหตุผลอันใดที่พวกมันต้องปล่อยเราไป? แถมยังคาดเดาไม่ได้ด้วยว่าจะโผล่ออกมาตอนไหน ทำให้เตรียมตัวรับมือได้ยากมาก”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ถ้าคาดเดาไม่ได้ ก็ต้องลองพลิกแพลงดู หลังจากใช้ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ แล้ว ก็เริ่มเตรียมตัวให้พร้อมทันที พยายามสร้างโอกาสในการเจรจากับมารขึ้นมาเอง กำหนดจังหวะและความเสี่ยงให้อยู่ในการควบคุมตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น การ ‘เชิญ’ มารมาเจรจาที่มหาวิหารนักบุญวีฟ”
มหาวิหารนักบุญวีฟ มหาวิหารประจำมุขมณฑลทรีอาร์ของศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส!
ฟรังก้าหลุดหัวเราะออกมา
“มารไม่ใช่ซอมบี้ที่ถูกกินสมองเสียหน่อย มันจะไปรนหาที่ตายในมหาวิหารนักบุญวีฟทำไม…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฟรังก้าพลันชะงักคำพูด
มหาวิหารนักบุญวีฟอาจเป็นไปไม่ได้ แต่สถานที่คล้ายๆ กันซึ่งมีความลับซ่อนเร้น พวกตนยังควบคุมอยู่อีกสองสามแห่ง ไม่แน่ว่าอาจเป็นไปได้
อาทิ ลานบูชายัญชั้น 3 ของสุสานใต้ดิน หรือ เสารัตติกาลกริสโมนา…
“ไม่เลว” ฟรังก้าเอ่ยชมลูเมี่ยน “ทุกครั้งที่พวกเราได้รับผลข้างเคียงเชิงลบของสมบัติวิเศษ ก็มักจะปล่อยตามมีตามเกิดเสมอ ไม่เคยคิดจะเป็นฝ่ายริเริ่มเลยสักครั้ง แนวทางของ ‘นักล่า’ ช่างไม่เหมือนใครจริงๆ”
การ ‘ริเริ่ม’ ย่อมหมายถึง สามารถเตรียมตัวได้ล่วงหน้า เพื่อลดระดับอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด
แน่นอน การ ‘ริเริ่ม’ อาจไม่ได้ผลเสมอไป แต่แนวคิดแบบนี้ก็ควรถูกนำไปพิจารณา
ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้น ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง
“เสียงกรีดร้องของฟลอเรสคงดังไปถึงหูของผู้พักอาศัยรอบๆ แล้ว อีกเดี๋ยวตำรวจก็คงมา พวกเรารีบออกไปก่อนเถอะ แล้วค่อยมาไตร่ตรองสมุดบันทึกเล่มนี้ทีหลัง”
เด็กหนุ่มกล่าวพลางเก็บสมุดบันทึกโบราณกับเทียนไขบนโต๊ะอาหาร
“ตกลง” ฟรังก้าเหลียวมองรอบห้อง เสกเปลวไฟสีดำให้ลุกโชนตามจุดต่างๆ ภายในห้อง
ขณะที่เปลวไฟเผาไหม้อย่างเงียบงัน ลูเมี่ยนพาฟรังก้า ‘เทเลพอร์ต’ ออกจากจุดเกิดเหตุ ย้อนกลับไปยังห้องรับรองในคฤหาสน์ห้าชั้นของกัปตันเปโดร
“คุณลองตรวจสอบสมุดบันทึกก่อน ดูว่ามีวิธีถอน ‘คาถามหาเสน่ห์’ หรือไม่ ผมจะไปตรวจสอบสภาพของซาร่า แล้วแจ้งเรื่องราวกับบทสรุปของฟลอเรสให้เปโดรทราบ ให้เขารับมือกับศาสนจักรพระแม่ธรณีและตำรวจท้องถิ่นเอาเอง” ลูเมี่ยนโยนสมุดบันทึกโบราณให้ฟรังก้า แล้วเปิดประตูออกไปสู่โถงทางเดิน
ฟรังก้าทิ้งกายลงบนเก้าอี้เอนหลังอย่างสบายอารมณ์ แล้วคลี่สมุดบันทึกออก
ทันใดนั้น เธอก็พึมพำกับตัวเอง
“แปลกมาก ด้วยอุปนิสัยของลูเมี่ยน ไม่ใช่ว่าพอพิธีกรรมจบลง ก็ควรรีบเปิดอ่านสมุดบันทึกเพื่อแสวงหาวิธีถอน ‘คาถามหาเสน่ห์’ โดยเร็วหรอกหรือ? เหตุใดถึงยังชวนเราคุยเรื่อยเปื่อยอยู่นาน กระทั่งตำรวจมาถึงจึงค่อยรีบร้อนหนี?”
“เขาไม่น่าจะแยกแยะไม่ออกว่า สิ่งใดคือประเด็นสำคัญในยามนี้…”
เมื่อความคิดแล่นปราดดังสายฟ้า ฟรังก้าก็พลันกระจ่างแจ้ง
เสียงเพรียกอันน่าสะพรึงกลัว รวมถึงคำสาปอันบ้าคลั่งของนาโปริดิสลี ยังคงส่งผลกระทบต่อลูเมี่ยนอยู่บ้าง ทำให้แรงกระหายกับอารมณ์ของเขาแปรปรวนอยู่พอสมควร ถึงจะอาศัยคุณสมบัติอดทนของ ‘นักพรต’ กดเอาไว้แล้ว แต่ก็มิอาจหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่าง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของฟรังก้าพลันส่องประกายแวววาว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม พลางหัวเราะ ‘ฮิๆ’ แผ่วเบา
…………
ลูเมี่ยนพบกับเปโดรในห้องรับแขกเล็กๆ ชั้นล่าง
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้อธิบายสถานการณ์ของฟลอเรส กัปตันผู้นี้ก็ชิงกล่าวก่อนด้วยสีหน้าแฝงความยินดี
“มิสเตอร์แบรี ซาร่ามาหาผมเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เธอร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัวและเป็นทุกข์ เล่าว่าก่อนหน้านี้ เธอฝันว่าตัวเองตกหลุมรักฟลอเรส ไม่ว่าอย่างไรก็ตื่นไม่ขึ้น แต่เมื่อคืนกลับตื่นตอนกลางดึก พบว่านั่นคือฝันร้าย จึงหวังจะยกเลิกการหมั้นหมาย”
“ท่านทำได้อย่างไร?”
เปโดรเปลี่ยนมาใช้คำยกย่องโดยไม่รู้ตัว
ตื่นแล้ว? เพราะฟลอเรสตายไปแล้ว? ไม่สิ…คงเป็นเพราะนาโปริดิสลีถูกขับไล่ด้วย ‘ศาสตร์ไล่ผี’ มากกว่า ผู้ที่ถูก ‘มาร’ ครอบงำก็ย่อมต้องกลับคืนสู่ภาวะปกติ…ลูเมี่ยนลองคาดเดา แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฟลอเรสตายแล้ว”
“ท่านสังหารเขาหรือ?” เปโดรมิได้แสดงท่าทีรังเกียจการฆาตกรรม แต่สนใจเรื่องที่การตายของฟลอเรสทำให้บุตรสาวของตนกลับมามีสติได้มากกว่า
“เขาตายเพราะมาร” ลูเมี่ยนเล่าเหตุการณ์โดยย่อ โดยไม่ได้เอ่ยนามของนาโปริดิสลีโดยตรง เพียงส่งกระดาษจด ‘คาถามหาเสน่ห์’ ที่แทรกอยู่ในสมุดบันทึกโบราณให้เปโดรดู
“ที่เหลือคุณจัดการเองนะ”
“หนึ่งถึงสองเดือนหลังจากนี้ ขอแนะนำให้คุณพาซาร่าไปพักที่วิหารหรืออารามก่อน ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อมารตนนั้นฟื้นพลังกลับมา มันจะวกกลับมาหาเหยื่อเก่าๆ อีกหรือไม่”
“ได้ครับ” เปโดรสลับไปมาระหว่างการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น กับสีหน้าอันเคร่งขรึม
หลังจากรับค่าตอบแทนสองหมื่นเหรียญทองลิโซ ลูเมี่ยนก็กลับสู่ห้องพักของตน
ฟรังก้าถือสมุดบันทึกโบราณไว้ ขมวดคิ้วพลางเอ่ยปาก
“นี่มิใช่บันทึกของจอมเวทชั่วร้าย หากแต่ใกล้เคียงกับบันทึกการผจญภัยของนักแสวงเรื่องประหลาด โดยมีการเล่าถึงตำนานปีศาจและมารหลายชนิดบนทวีปเหนือใต้ตลอดพันปีที่ผ่านมา บันทึกครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน”
“อา…ในนั้นมีคาถาแปลกๆ แทรกอยู่บ้าง ยังกับเป็นคาถาที่แต่งเอง”
“หนึ่งในนั้นกล่าวถึงตำนานมารบนเกาะฮันต์ในทะเลคลั่ง”
ลูเมี่ยนฟังแล้วก็เข้าใจทันที ถึงประเด็นที่ฟรังก้าให้ความสำคัญ
นาโปริดิสลีเคยกล่าวว่า ทายาทมารที่มันต้องการสังหาร พำนักอยู่สักแห่งหนึ่งในทะเลคลั่ง!
……………………………………………………..