ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 628 ความฝันอันน่าสะพรึงกลัว
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 628 ความฝันอันน่าสะพรึงกลัว
ตอนที่ 628 ความฝันอันน่าสะพรึงกลัว
ในห้วงความฝันอันพร่าเลือน ลูเมี่ยนเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมาจากของเหลวดำมืดที่ท่วมร่างมารสีเลือดไปครึ่งตัว ฟองเหล่านั้นเป็นสีน้ำตาลอมเขียว ราวกับปุ่มตาไม้
ทันใดนั้น ฟองก็แตกสลาย สาดประกายสีสันงดงาม ก่อนจะกลืนหายไปในของเหลวดำมืด
ลูเมี่ยนรู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล อยากจะหลับตาลงเสีย ไม่อยากเห็นรายละเอียดเหล่านี้ แต่ในห้วงฝัน เขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้
ลึกเข้าไปในของเหลวสีดำมืด ดูคล้ายกับมีร่างหนึ่งซ่อนอยู่ มันบรรจงเงยหน้าขึ้น จ้องมองมารสีเลือด
บนร่างดังกล่าว ปุ่มตาไม้ชุ่มน้ำสีน้ำตาลอมเขียวและสีน้ำตาลอ่อน ทยอยผุดขึ้นเป็นระยะ ทำเอาลูเมี่ยนนึกถึงซูซานน่า·มาติส ในร่าง ‘มารพฤกษาเสื่อมทราม’
ทว่าความแตกต่างระหว่างทั้งสองอยู่ตรงที่ ปุ่มตาไม้ กิ่งก้าน และตูมดอกของซูซานน่า·มาติสนั้น ‘งอก’ ออกจากร่างกาย หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับร่างเดิม แต่ปุ่มตาไม้บนร่างนี้กลับดูคล้าย ‘แทงทะลุ’ ออกจากเนื้อหนังมังสา จากอวัยวะภายใน อย่างดื้อรั้นรุนแรง เปรอะเปื้อนด้วยโลหิต แผ่กิ่งก้านอย่างอหังการ
ในห้วงฝัน ลูเมี่ยนยกมือขวาขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ปาดที่หางตา แล้วพบว่าหลังมือเปียกชุ่มด้วยเลือดสด
โลหิตไหลรินจากดวงตาของเด็กหนุ่มแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบได้ ทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนไปด้วยสีแดงฉาน
ในความพร่าเลือน เค้าโครงของร่างดังกล่าวเริ่มปรากฏชัดเจน
ดูราวกับว่ามันเติบโตอยู่บนต้นไม้ใหญ่สีน้ำตาลอมเขียว ถูกกิ่งไม้แทงทะลุร่าง ถูกปุ่มตาไม้กัดกร่อน ตูมดอกผลิบานเต็มร่างกาย หลั่งของเหลวเหนียวหนืด
อาการแสบร้อนอย่างบ้าคลั่งพลันสุมอยู่ในอกของลูเมี่ยน จนพยายามหลับตาลงโดยสัญชาตญาณแม้ในความฝัน
แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง
โผละ!
ดวงตาของลูเมี่ยนระเบิดออก ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่สมองในทันที
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ลืมตาตื่น ขดร่างกายด้วยความทุกข์ระทม ยกมือทั้งสองขึ้นปิดดวงตา
สัมผัสที่ปลายนิ้วเรียบลื่น เหนียวเหนอะและชุ่มชื้น กลิ่นคาวเลือดอวลไปทั่ว
ในฐานะ ‘นักพรต’ และในฐานะผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์บาดเจ็บสาหัสมาหลายครั้ง ลูเมี่ยนต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะฟื้นตัวจากความเจ็บปวดที่ทำให้เขาเกือบจะสลบไปได้ทุกเมื่อ
เด็กหนุ่มคลำทางลุกขึ้นนั่ง ลืมตาขึ้นตามธรรมชาติ
มืดสนิท
ไม่มีแสงจันทร์สีชาด หรือเงาของเครื่องเรือนในห้องนอน
เขามองไม่เห็นอะไรเลย
ลูเมี่ยนยกมือขึ้นอีกครั้ง บรรจงสัมผัสแผ่วเบาลงบนเบ้าตา พบว่าลูกตาทั้งสองข้าง ‘ยุบ’ ลงไป แตกละเอียดอย่างเห็นได้ชัด
“ดันไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น ตาก็เลยระเบิดสินะ?” ลูเมี่ยนหัวเราะเยาะตัวเอง
ฉันเห็นมันในความฝัน และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากเห็น!
เมื่อนึกย้อนกลับไป เด็กหนุ่มเชื่อว่า หากมิใช่เพราะตราผนึกของมิสเตอร์ฟูลบนร่างถูกกระตุ้น หรือถูกเร่งเร้าโดยเทอร์มีโพลอส ตนก็คงหลับตาไม่ทัน และสิ่งที่ระเบิดอาจไม่ได้มีแค่ดวงตา
ลูเมี่ยนเช็ดปลายจมูก สัมผัสได้ถึงความชื้นอย่างที่คาดไว้ พร้อมกับได้กลิ่นคาวเลือดปนสนิมเหล็ก
เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ด้วยอารมณ์ที่ยังค่อนข้างดี พลางเอ่ยปาก
“โชคยังดี ที่ไหลออกมาเป็นแค่เลือด ไม่ใช่สมอง”
นี่คือความรู้สึกโล่งอก ความโล่งใจที่ยังมีชีวิตรอดหลังเผชิญหายนะ
เมื่อเทียบกับสภาพอันน่าสยดสยองของศีรษะ ร่างกายของลูเมี่ยนแทบไม่มีบาดแผลเลย เพียงแต่รู้สึกหมดแรงเล็กน้อย
เด็กหนุ่มพยุงตัวเองด้วยขอบเตียง ลุกขึ้นยืน แม้จะมองไม่เห็น แม้ประสาทการดมกลิ่นเกือบจะใช้การไม่ได้ แต่อาศัยความสามารถของ ‘นักล่า’ ที่จดจำรายละเอียดของสภาพแวดล้อม พร้อมกับทำแผนที่ในหัวได้อย่างแม่นยำ เขาจึงหลบเก้าอี้ได้อย่างง่ายดาย เปิดประตูห้องนอน เดินเข้าห้องนั่งเล่น แล้วเคาะประตูห้องคนรับใช้
“ม…มีอะไรหรือครับ?” ลูกาโนที่ตกใจรีบเปิดประตูไม้ออกมา โดยยังสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงผ้าฝ้ายที่ใช้เป็นชุดนอน
เขากังวลว่าจะเกิดเรื่องน่ากลัวอย่างกรณีบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตอีก
ในวินาทีถัดมา ภายใต้แสงจันทร์สีชาด เขาเห็นใบหน้าของลูเมี่ยนที่เปื้อนเปรอะไปด้วยเลือด เห็นเบ้าตาสีเลือดที่ว่างเปล่า มีเศษชิ้นส่วนแหลกละเอียดอัดแน่นอยู่
“นี่มัน…ก…เกิดอะไรขึ้นครับ?” ลูกาโนถามอย่างติดอ่าง
ใครทำให้นายจ้างเป็นแบบนี้?
ใครจะทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้?
หรือว่า เราควร ‘เทเลพอร์ต’ ออกไปจากที่นี่ก่อนดี?
ลูเมี่ยนชี้ไปที่ดวงตาของตัวเองอย่างสงบ
“รักษาหน่อย”
“ได้ครับ” ลูกาโนตอบรับโดยอัตโนมัติ ก่อนจะพูดอย่างลำบากใจว่า “แต่ลูกตาเป็นขนาดนี้แล้ว รักษาไม่ได้นะครับ ต้องหาลูกตาที่เหมาะสมมาปลูกถ่ายแทนเท่านั้น”
ลูเมี่ยนอดกลั้นความเจ็บปวด พูดอย่างสงบนิ่งว่า
“ไม่ต้องหรอก แค่ห้ามเลือดและบรรเทาความเจ็บปวดก็พอ”
“ครับ” ลูกาโนไม่กล้าโต้แย้ง ทำตามคำสั่งของนายจ้างอย่างเคร่งครัด ยื่นฝ่ามือซ้ายที่เปล่งแสงริบหรี่ออกไป
เมื่อฝ่ามือของเขาสัมผัส สลับกับจัดการด้วยมีดผ่าตัดอย่างเรียบง่าย ลูเมี่ยนเริ่มรู้สึกเย็นสบายตรงดวงตา ความเจ็บปวดไม่ถึงกับทรมานเหมือนเมื่อครู่
แต่แน่นอน เขายังคงมองไม่เห็นอะไร
“นายไปนอนต่อเถอะ” ลูเมี่ยนโบกมือ ราวกับว่ายังมองเห็นได้ตามปกติ พลางล้วงมือข้างหนึ่งใส่กระเป๋า ก้าวข้ามตำราภาษาตูทานที่ลุดวิกทำตกอยู่บนพรม เดินอย่างไม่เร่งรีบไปยังเก้าอี้เอนหลัง ทิ้งตัวลงนอน แล้วแกว่งเบาๆ
ลูกาโนมองด้วยความสงสัยเจือกังวลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับขึ้นเตียง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจข่มตาหลับได้อีก
เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องขอบมหาสมุทร ‘แพทย์’ ผู้นี้ก็ผุดลุกจากเตียงทันที ตัดสินใจชงกาแฟสักถ้วยเพื่อกระตุ้นประสาท
เพียงแค่ก้าวออกจากห้อง เขาก็เห็นนายจ้างกำลังยืดเส้นยืดสาย ดวงตาสีเขียวเป็นประกาย ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“ท…ท่านไม่เป็นไรแล้วหรือ?” ลูกาโนชะงักไปครู่หนึ่ง
ลูเมี่ยนตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“ใช่”
“…” ลูกาโนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
นายจ้างทำให้ลูกตางอกใหม่และหายดีได้อย่างไร?
นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน…
ฉันในฐานะหมอของเขา มีประโยชน์แค่ห้ามเลือดและบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้นเองหรือ?
ลูเมี่ยนไม่สนใจความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของบ่าวรับใช้ เพียงกลับเข้าห้องนอนใหญ่ เปิดม่านหน้าต่าง คลี่กระดาษ หยิบปากกาหมึกซึมสีดำสนิทขึ้นมา
“ยังระมัดระวังไม่พอสินะ…” เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างฉับพลัน
หลังจากที่ตัดสินใจยอมรับคำเตือนจากมารตาสีฟ้าเย็นเยือกนั่น และเตรียมตัวเดินทางออกจากเกาะฮันต์พร้อมกับเรือเบอร์รี เด็กหนุ่มเชื่อว่าตนคงไม่ประสบอันตรายใดแล้ว จึงไม่รีบเขียนจดหมายถึงมาดามเมจิกเชี่ยน ตั้งใจว่าจะสังเกตการณ์ไปอีกสักพัก รอให้หลุดพ้นจากท่าเรือนี้อย่างสิ้นเชิงแล้วค่อยลงมือ
ใครจะรู้ล่ะว่า เมื่อคืนนี้เขาจะฝันร้ายอย่างน่าสยดสยอง แถมยังอันตรายถึงเพียงนั้น!
ทีแรกลูเมี่ยนสงสัยว่า อาจเป็นมารตาสีฟ้าเย็นเยือกตนใดตนหนึ่ง ที่เผอิญสูญเสียการควบคุมพอดี แอบแผ่อิทธิพลมาเล่นงานตัวเขา แต่ไม่นานนัก เด็กหนุ่มเริ่มเปลี่ยนมาสงสัยว่า บางที ตอนที่ใช้แว่นส่องความลับจนมองเห็นมารสีเลือดกับของเหลวดำสนิท ตนอาจได้รับมลทินอย่างลับๆ ไปแล้ว รอจนกระทั่งหลับใหล ก้าวเข้าสู่ห้วงฝัน มลทินนั้นจึงระเบิดปะทุออกมา
เขารวบรวมความคิด เขียนบรรยายสิ่งที่ได้เห็นได้ยินบนเกาะฮันต์ทั้งหมดเป็นคำๆ เพียงแต่ใช้วลี ‘คาถามหาเสน่ห์’ แทนชื่อ ‘นาโปริดิสลี’
ท้ายจดหมาย ลูเมี่ยนเขียนอย่างจริงใจว่า
“ช่วงนี้อาจพบปะกับพวกมารมากเกินไป ผมรู้สึกว่าตัวเองสะสมมลทินเพิ่มไม่น้อย อยากได้รับการบำบัดสักครั้ง”
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนก็จัดพิธีอัญเชิญผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ แล้วยื่นจดหมายที่พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมให้
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ยื่นมือขวารับจดหมาย พลางเอามือซ้ายปิดจมูกพูดว่า
“เจ้าเหยียบย่ำสิ่งที่เหม็นที่สุดในโลกเข้าให้แล้ว!”
“เหม็นจริงๆ เหม็นสุดๆ!”
“สกปรกจริงๆ สกปรกสุดๆ!”
ลูเมี่ยนรออยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่ามาดามเมจิกเชี่ยนไม่ได้ตอบจดหมายในทันที จึงคิดจะไปที่อื่นก่อน เพื่อดูว่าพอจะมีใคร ‘รักษา’ เบื้องต้นได้หรือไม่
สถานที่ดังกล่าวก็คือ มหาวิหารของศาสนจักรพระแม่ธรณีแห่งท่าเรือฮันต์ ซึ่งเขาเคยไปเยือนแล้วเมื่อวาน
ยามเช้าตรู่ ก่อนเริ่มงาน มีศาสนิกชนไม่น้อยมารวมตัวฟังเทศนาที่นี่
ผู้เทศนาก็คือนักบวชวัยฉกรรจ์ ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกคนเดิมเมื่อวาน
เขากำลังอธิบายหลักคำสอนบทหนึ่งในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ พูดกว้างๆ ถึงเรื่องที่ความดีความชั่วมีที่มาเดียวกัน แยกจากกันมิได้ ต้องส่งเสริมความดีและข่มความชั่ว
มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ ที่มารแบบพวกแกมาพูดอะไรแบบนี้? ลูเมี่ยนรำพันเงียบ พลางทรุดตัวลงนั่งแถวหน้าสุด รับฟังด้วยท่าทีผ่อนคลาย
ไม่นานนัก เด็กหนุ่มเริ่มสัมผัสถึงพลังชีวิตอันเปี่ยมล้นของวิหาร รอบข้างมีพืชพรรณเติบโตงอกงาม ดอกเห็ดผุดขึ้นอย่างเงียบงัน กลิ่นข้าวสาลีและนมวัวทำให้จิตใจสงบร่มเย็น
โดยไม่รู้ตัว ลูเมี่ยนพบว่าชีวิตของตนเองกลับชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง
ศาสนาจารีตแต่ละแห่งต่างก็มีข้อดีของตัวเอง…เด็กหนุ่มรำพึงในใจอย่างไร้สุ้มเสียง
ผ่านไปห้าหกนาที นักบวชดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกจบการเทศนา แล้วเดินมาหาเขา ยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยปาก
“คนหนุ่มที่เชื่อฟังคำแนะนำย่อมมีอนาคตอันสดใส”
“ธรณีจงเจริญ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
นี่กำลังบอกใบ้ว่า “เขาพอใจมากที่ตั้งแต่เที่ยงวานนี้ เราไม่ได้ไปสอบถามที่โน่นที่นี่ ไม่ได้สำรวจป่า ไม่ได้ตามหาคนตาสีฟ้าเย็นเยือกอีก” หรือเปล่านะ? ลูเมี่ยนมองดูนักบวชดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกลดมือที่ชูขึ้นลง ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยออกไป
“แต่เมื่อคืนผมฝันร้าย มันน่าสะพรึงกลัวมาก เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว”
“ฝันอะไรหรือ?” นักบวชดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกถามอย่างอ่อนโยน
“ท่านบิชอป ผมควรเรียกท่านว่าอย่างไรดี?” ลูเมี่ยนไม่ตอบแต่ย้อนถาม
“นิวแมน” นักบวชดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกบอกชื่อที่ใช้ในสังคมมนุษย์
ลูเมี่ยนเล่าความฝันอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับปีศาจสีเลือด ของเหลวดำสนิท ร่างอันพร่าเลือน และกิ่งไม้ปุ่มปม แต่ไม่ได้บอกว่าตนเองถูกทำร้ายอย่างไรในตอนท้าย
บิชอปนิวแมนฟังจบอย่างเงียบงัน จ้องมองลูเมี่ยนอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“คุณอยากฟังผมเทศนาสักหน่อยไหม?”
“ก็ดี” ลูเมี่ยนเองก็อยากฟังว่า มารตาสีฟ้าเย็นเยือกผู้นี้จะบอกเล่าสิ่งใด
นิวแมนเปิดพระคัมภีร์ที่อุ้มไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงเสน่ห์อันน่าฟัง
“นรกมีสองแห่ง แห่งหนึ่งเป็นวัตถุ มีทางเข้าอยู่จริง ณ ที่แห่งหนึ่งในบนโลกความจริง อีกแห่งหนึ่งเป็นจิตวิญญาณ มีทางเข้าอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเราทุกคน”
“นรกทั้งสองนี้ บางครั้งก็แยกจากกัน แต่หลายครั้งก็เป็นหนึ่งเดียวกัน”
“ความปรารถนาดีและความคิดชั่วร้ายเกิดจากแหล่งเดียวกัน เราไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเกิดความอิจฉา ความเกลียดชัง ความอยากทำลาย ความโลภ ความต้องการทำร้าย ความหยิ่งผยอง และความคิดชั่วร้ายอื่น นี่เป็นเรื่องปกติ มิใช่บาป”
“แต่หากเราฆ่าคนด้วยความอิจฉา ฆ่าคนด้วยความเกลียดชัง ฆ่าคนด้วยความโลภ หรือก่อบาปนานัปการด้วยความหยิ่งผยอง ดวงวิญญาณของเราก็จะค่อยๆ จมดิ่งลงสู่นรกในส่วนลึกของจิตใจ”
“เมื่อถึงตอนนั้น เราทำได้แค่สารภาพบาปต่อพระมารดา เฉกเช่นที่กำลังทำอยู่นี้”
“โอ้ พระมารดาผู้ทรงเมตตา กระผมได้ตกลงสู่ห้วงลึกแห่งความชั่วร้ายเสียแล้ว…”
ลูเมี่ยนเงียบฟังจนจบ เริ่มเข้าใจสิ่งที่บิชอปนิวแมนต้องการจะสื่อ
ตัวเขาเองได้ทำผิดพลาดเพราะความหยิ่งผยอง
ก่อนหน้านี้แม้จะเสี่ยงอันตรายหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยพานพบปัญหาใหญ่ ทำให้เขาดูแคลนอันตรายซ่อนเร้นจากเบื้องสูง
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน ชูสองมือขึ้นสูง
“ผมเข้าใจแล้ว”
“ธรณีจงเจริญ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
นิวแมนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อกลับถึงเรือเบอร์รี ลูเมี่ยนเห็นจดหมายตอบที่พับเป็นรูปสี่เหลี่ยม
ในจดหมายมีพิกัดของโลกวิญญาณพร้อมกับประโยคหนึ่งว่า
“เรื่องราวบนเกาะฮันต์จบลงแล้ว หาเวลาไปรับการบำบัดที่นี่”
……………………………………………………..