ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 631 ปีศาจวิทยา
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 631 ปีศาจวิทยา
ตอนที่ 631 ปีศาจวิทยา
ณ ชั้นล่างสุดของหอคอยยอดแหลม พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องหินสีดำ ตั้งตระหง่านด้วยเสาต้นใหญ่
ลูเมี่ยนผู้ย่างกรายเข้าไปในสถานที่อันกว้างขวางและลึกลับแห่งนี้ รู้สึกเหมือนได้ย่ำเท้าสู่ดินแดนคนยักษ์ ไม่เพียงเท่านั้น รอบกายยังมีชาวเมืองตัวสูงใหญ่กว่าเขาเดินผ่านไปมาเป็นครั้งคราว ยิ่งทำให้ความรู้สึกดังกล่าวเด่นชัดขึ้น
อาศัยป้ายบอกทางบนผนัง ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ขึ้นมาถึงชั้น 3 และได้พบกับชั้นหนังสือทอดยาวเรียงราย ส่งกลิ่นอายน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
บรรณาธิการหอสมุดเป็นชายชราสวมเสื้อคลุมยาวผ้าลินิน
แม้จะนั่งอยู่ เขากลับยังสูงไล่เลี่ยลูเมี่ยนได้ บนผิวหนังที่ดูหม่นหมองเล็กๆ ปรากฏรอยกระดำกระด่างของวัยชรา
ขณะนี้ บรรณาธิการหอสมุดกำลังพลิกอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเข้าเล่มด้วยแผ่นหนังแกะ มิได้สนใจการมาเยือนของลูเมี่ยนแม้แต่น้อย ถึงกับไม่เงยหน้าขึ้นมองเลยสักครา
ลูเมี่ยนมิได้รีบร้อนสอบถามอีกฝ่ายว่า ตนสามารถเปิดอ่านหนังสือในนี้ได้หรือไม่ เพียงเดินตรงเข้าไปในหอสมุด อาศัยป้ายบอกทางบนชั้นหนังสือแต่ละแถว จนมาถึงโซนที่จัดวางหนังสือเทพปกรณัม
นิ้วมือของเด็กหนุ่มไล้ผ่านหนังสือปกหนัง ซึ่งเปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งบรรพกาล ผ่านต้นฉบับที่ดูราวกับเพิ่งคัดลอกเสร็จใหม่ ก่อนจะเลือกหยิบเล่มที่บันทึกเทพนิยายสร้างโลกออกมา
ลูเมี่ยนยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ เปิดดูเล่มนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วสอดกลับคืนชั้นไปอย่างเงียบงัน
อ่านไม่ออก!
ตัวอักษรล้วนเป็นภาษาคนยักษ์!
นี่คือภาษาเก่าแก่โบราณ กล่าวกันว่าสืบทอดมาจากเผ่าพันธุ์วิเศษอย่างคนยักษ์ สามารถขับเคลื่อนพลังธรรมชาติได้โดยตรง จัดอยู่ในระดับเดียวกับภาษามังกร ภาษาเอลฟ์ และภาษาเฮอร์มิสโบราณ นับเป็นความรู้สำคัญยิ่งในศาสตร์เร้นลับ
ปัจจุบัน ภาษาวิเศษที่ลูเมี่ยนเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงมีเพียงภาษาเฮอร์มิสโบราณและเฮอร์มิส ส่วนภาษาคนยักษ์นั้น เด็กหนุ่มรู้จักแค่บางคำ แต่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งความรู้อย่างแท้จริง ดังนั้น เขาจึงพออ่านชื่อคัมภีร์โบราณเล่มนี้ออกอย่างเต็มกลืน แต่ไม่อาจอ่านเนื้อหาภายในได้
สายตาของเขากวาดมอง พบว่าคัมภีร์โบราณเล่มนี้มีฉบับคัดลอกที่เขียนด้วยภาษาฟุซัคโบราณ อันเป็นภาษามนุษย์ที่ปราศจากพลังเหนือธรรมชาติ
ลูเมี่ยนพลันยินดีปรีดา รีบดึงหนังสือปกอ่อนเล่มนี้ออกมา แล้วถือมันเดินไปยังมุมอ่านหนังสือใกล้หน้าต่าง
ตลอดกระบวนการนี้ ไม่มีผู้ใดขัดขวางเขา ทั้งยังไม่มีใครมาตักเตือนด้วย
“เป็นหอสมุดเปิดสินะ แม้ไม่ใช่ชาวเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ก็สามารถอ่านได้ เพียงแต่ไม่อาจยืมออกไป? หรือว่าหนังสือในชั้นนี้ปราศจากความรู้พิเศษที่ต้องปกปิด?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดขณะเดินด้วยย่างก้าวไม่ช้าไม่เร็ว
เด็กหนุ่มผ่านบริเวณที่จัดวางหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตวิเศษ สายตาอันเฉียบคมพลันสังเกตเห็นหนังสือชื่อว่า ‘ปีศาจวิทยา’
ปีศาจวิทยา…นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบมา ลูเมี่ยนจึงหยิบฉบับคัดลอกออกมาโดยไม่รีรอ
เมื่อเข้าสู่พื้นที่อ่านหนังสือ เด็กหนุ่มเลือกที่นั่งซึ่งไม่โดนแสงแดด แต่มีแสงสว่างพอเหมาะ แล้วนั่งลง เริ่มพลิกอ่าน ‘ปีศาจวิทยา’ เป็นลำดับแรก
ขณะอ่านไปเรื่อยๆ ดวงตาของลูเมี่ยนค่อยๆ เบิกกว้างทีละนิด ปากเผยอออกเล็กน้อย
เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างไร้เสียง
“ความรู้เหล่านี้ สามารถวางไว้ในหอสมุดให้ผู้มาเยือนอ่านได้อย่างอิสระแบบนี้เลยหรือ?”
แต่ละบรรทัดล้วนมีคุณค่ายิ่งนัก!
‘ปีศาจวิทยา’ ในมือของเขาบันทึกรายละเอียด ลักษณะเฉพาะ และนิสัยของสิ่งมีชีวิตแต่ละเผ่าพันธุ์เมื่อกลายเป็นปีศาจอย่างละเอียด อีกทั้งยังวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของปีศาจที่มีอุปนิสัยแตกต่างกันภายในเผ่าพันธุ์เดียวกัน
สำหรับผู้ที่อาจต้องเผชิญหน้ากับผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’ หนังสือเล่มนี้มีคุณค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมบัติปิดผนึกระดับ ‘2’ อันทรงพลัง หรือสมบัติวิเศษที่เทียบเคียงกันได้เลยทีเดียว
“อีกอย่าง เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ได้รับความรู้พวกนี้มายังไง? หากไม่ได้สังหารปีศาจมาแล้วหลายร้อยตน คงยากที่จะเขียนคู่มือสิ่งมีชีวิตอย่างละเอียดแบบนี้ได้…หรือว่าชาว ‘ครึ่งยักษ์’ และ ‘คนยักษ์’ ทั้งเมืองนี้ล้วนเป็นนักล่าปีศาจ? หรือว่า ในยุคบรรพกาลที่ปีศาจยังโลดแล่นอยู่ พวกเขาได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับขั้วอำนาจอื่น?” ลูเมี่ยนยิ่งอ่านก็ยิ่งตื่นตะลึง ยิ่งอ่านก็ยิ่งหมกมุ่น
อ่านไปครึ่งทาง เด็กหนุ่มลูบขมับที่เริ่มรู้สึกตึงและปวด พบว่าพลังวิญญาณถูกผลาญไปมากภายในเวลาสั้นๆ
ลูเมี่ยนปิด ‘ปีศาจวิทยา’ ลงชั่วคราว ตั้งใจจะเปิดอ่านตำนานการสร้างโลกของเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ เพื่อพักสมองสักครู่
ตำนานการสร้างโลกเริ่มต้นด้วยถ้อยคำว่า
“พระผู้ทรงปรีชาสามารถรอบด้าน ได้สร้างสรรพสิ่งทั้งปวงขึ้นมา แล้วเสด็จสู่การบรรทมอันยาวนาน”
“ในบรรดาเผ่าพันธุ์ในตำนานที่พระองค์ทรงสร้าง ราชาคนยักษ์เออเมียร์, มังกรจินตภาพ’ แอนเคอร์เวล, ราชาเอลฟ์ ซอนญาธริม, ต้นตระกูลแวมไพร์ ลิลิธ, ราชาปีศาจ ฟาโบธี, ต้นตระกูลฟีนิกซ์ เกรจารี, ราชามนุษย์กลายพันธุ์ เควาสทูน และราชาหมาป่าอสูร เฟรเกีย ล้วนทรงพลังและบ้าคลั่ง พวกเขาแบ่งปันอำนาจที่พระองค์ทิ้งไว้ กลายเป็นเทพผู้ปกครองฟากฟ้า พื้นพิภพ และมหาสมุทร ครอบครองโลกความจริง โลกวิญญาณ และโลกดารา…เหล่าทวยเทพแห่งบรรพกาล…”
ทันใดนั้น นิ้วมือที่มีผิวขาดความเปล่งปลั่ง ดูหม่นหมองเล็กน้อย ได้ชี้ลงบนหน้าหนังสือตรงจุดหนึ่ง
เสียงแหบพร่าอันชราภาพดังขึ้นตามมา
“อย่าเอ่ยนามนี้ด้วยภาษาวิเศษใดๆ”
ลูเมี่ยนพลันตกตะลึง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าบรรณารักษ์หอสมุดที่เมื่อครู่ยังจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือ ย้ายมายืนอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบได้
มิหนำซ้ำ ตัวเขาเป็น ‘นักล่า’ แท้ๆ แต่กลับไม่ตระหนักถึงการมาเยือนของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย!
แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเด็กหนุ่มเพิ่งอ่าน ‘ปีศาจวิทยา’ จนปวดหัวตื้อ แต่มันก็เพียงพอให้พิสูจน์ได้ว่า บรรณารักษ์หอสมุดเจ้าของส่วนสูงเกินสามเมตรผู้นี้ เชี่ยวชาญการซ่อนเร้นกลิ่นอายและความเคลื่อนไหวของตัวเองอย่างยิ่ง
ลูเมี่ยนเบนสายตากลับมา มองไปยังชื่อที่บรรณารักษ์หอสมุดชี้อยู่
ราชาปีศาจฟาโบธี
ก่อนที่ลูเมี่ยนจะทันได้ถาม บรรณารักษ์หอสมุดร่างใหญ่เหมือนยักษ์ ก็ขยับนิ้วไปข้างหน้าอีกไม่กี่มิลลิเมตร
“ชื่อนี้ก็ไม่ควรเอ่ยด้วยภาษาวิเศษเช่นกัน”
ลูเมี่ยนตามการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ ร่ายชื่อนั้นในใจ
“ลิลิธ ต้นตระกูลแวมไพร์”
“เหตุใดจึงเอ่ยไม่ได้?” ลูเมี่ยนไม่ปิดบังความไม่รู้ของตน
บรรณารักษ์หอสมุดเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ราชาปีศาจ…เทพบรรพกาลผู้ทรงพลังองค์นี้ยังมีชีวิตอยู่”
“ส่วนต้นตระกูลแวมไพร์นั้น ต้องสงสัยว่ายังมีชีวิตอยู่เช่นกัน ไม่กี่ปีมานี้ มีผู้คนในเมืองเอ่ยนามลิลิธด้วยภาษาคนยักษ์ หลังจากนั้นก็ประสบเหตุการณ์ประหลาด แม้ไม่ถึงขั้นอันตรายแก่ชีวิต แต่ก็ทุกข์ทรมานอยู่นาน”
เทพบรรพกาล? ผู้ปกครองโลกก่อนยุคของ ‘เทพสุริยันบรรพกาล’? นี่คือเทพปกรณัมแห่งยุคที่สองหรือ? ลูเมี่ยนนึกทบทวนความรู้อันน้อยนิดที่ได้รับมาก่อนหน้า จึงถามบรรณารักษ์หอสมุดที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีครุ่นคิด
“เช่นนั้นแล้ว ‘เทพสุริยันบรรพกาล’ คือผู้ช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้นจากการปกครองของเทพบรรพกาลเหล่านี้?”
บรรณารักษ์หอสมุด เจ้าของส่วนสูงเกินสามเมตร พลิกหน้าเทพนิยายกำเนิดโลกไปยังสักหน้าหนึ่งแล้วชี้
ลูเมี่ยนกวาดตามองผ่านๆ พบคำบรรยายดังนี้
“เทพผู้ทรงปรีชาสามารถรอบด้านได้ตื่นจากบรรทม ก้าวออกจากใต้พิภพ แล้วพิชิตเหล่าเทพบรรพกาล พร้อมกับยึดอำนาจกลับคืนมา”
“หมายเหตุ: ในยุคปัจจุบัน เทพผู้ทรงปรีชาสามารถรอบด้านยังเป็นที่รู้จักในนาม เทพสุริยันบรรพกาล…”
นั่นปะไร…นั่นหมายความว่า ในบรรดาเทพบรรพกาลทั้งแปด ราชาปีศาจฟาโบธียังคงมีชีวิตอยู่ ลิลิธต้นตระกูลแวมไพร์ต้องสงสัยว่ายังมีชีวิตอยู่ ส่วนที่เหลือล้วนสิ้นพระชนม์แล้ว? ราชาคนยักษ์เออเมียร์ ชื่อนี้คุ้นหูจังแฮะ…จริงด้วย ชื่อเดียวกับเมืองหลวงของแคว้นไวน์แดงและแชมเปญชั้นเลิศ ที่นั่นเกี่ยวข้องอย่างไรกับราชาคนยักษ์?…ลูเมี่ยนถามอย่างรอบคอบ
“สามารถเอ่ยนามทั้งสองด้วยภาษามนุษย์ปกติได้หรือไม่?”
“นามของต้นตระกูลแวมไพร์นั้นได้ แต่นามของราชาปีศาจไม่ควรลองเป็นอันขาด แม้แต่การเขียนก็ต้องระมัดระวัง” บรรณารักษ์หอสมุดร่างมหึมาตอบ “ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเรารู้แน่ชัดว่า ราชาปีศาจครอบครองพลังวิเศษบางประการหรือไม่”
การเขียนก็ต้องระมัดระวัง…พวกมารเป็นแบบนี้กันหมดเลยหรือ? อา…เทพของเส้นทาง ‘ปีศาจ’ ยังคงดำรงอยู่สินะ นี่คือเทพบรรพกาลที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคที่สอง…ลูเมี่ยนพึมพำเงียบ ก่อนจะนึกขึ้นได้กะทันหัน จึงหยิบกระดาษที่บันทึก ‘คาถามหาเสน่ห์’ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
“คุณเคยเห็นนามนี้หรือไม่? ก่อนหน้านี้ผมได้พบมารตนหนึ่ง มันอ้างว่าชื่อนี้ เช่นเดียวกัน ไม่สามารถพูดหรือเขียนได้ ทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น”
บรรณารักษ์หอสมุดใช้ฝ่ามือใหญ่ๆ ที่สามารถครอบศีรษะของลูเมี่ยนได้ทั้งหมด รับกระดาษแผ่นนั้นไป สายตากวาดผ่านนาม ‘นาโปริดิสลี’
เขาจมดิ่งลงสู่ห้วงความทรงจำ ผ่านไปหนึ่งถึงสองนาทีก็เดินเงียบๆ หายเข้าไปในโซนชั้นหนังสือ แล้วหยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งมาจากที่ใดสักแห่ง
ชื่อของหนังสือคือ
‘รวมข่าวลือและคำเล่าลือก่อนมหันตภัยใหญ่ (1)’
“อยู่ตรงนี้นี่เอง”
ลูเมี่ยนเพ่งสมาธิมองไป อ่านในใจว่า
“หลังจากราชาปีศาจฟาโบธีนำเหล่าปีศาจกลับสู่นรก ก็ยังคงมีข่าวลือปรากฏเป็นครั้งคราวว่า มีมารคอยล่อลวงมนุษย์”
“นามที่มารเหล่านั้นใช้มีดังต่อไปนี้”
“เบบูลี, อาโมส, ซามาเอล, ลิลาธาน, นาโปริดิสลี”
“มี ‘นักล่าปีศาจ’ ระดับสูงเชื่อว่า ในบรรดานามเหล่านี้ มีนามแฝงของราชาปีศาจฟาโบธีอยู่…”
นามแฝงของราชาปีศาจฟาโบธี? ลูเมี่ยนอ่านแล้วก็พลันสะดุ้ง เหงื่อซึมออกมาเป็นไอบางๆ บนแผ่นหลัง
หรือว่านาโปริดิสลีก็คือราชาปีศาจผู้นั้น?
มารสีเลือดที่ถูกผนึกไว้ คือราชาปีศาจผู้นั้นหรือ?
ไม่สิ ไม่น่าใช่ หากเป็นเทพบรรพกาลจริง ลำพังแค่ได้เห็นเค้าโครง เราคงไม่จบแค่ดวงตาระเบิดในความฝันหรอก คงได้คลุ้มคลั่งพร้อมกับแตกสลายในทันทีแน่ อา…ในบรรดานามเหล่านี้ อาจมีนามแฝงของฟาโบธีจริง แต่ไม่ได้หมายความว่านาโปริดิสลีจะเป็น…ลูเมี่ยนยกมือขวาขึ้นปาดเหงื่อ ฝืนยิ้มพลางกล่าวกับบรรณารักษ์หอสมุด
“ผมเป็นเพียงคนต่างถิ่น จะอ่านหนังสือเหล่านี้ได้จริงหรือ? ความรู้ในแต่ละเล่มล้วนล้ำค่าเหลือเกิน”
บรรณารักษ์หอสมุดตอบอย่างสงบนิ่ง
“ท่านผู้นำได้แจ้งกับเราแล้วว่า คุณคือบริวารของมิสเตอร์ฟูล”
“อย่างนี้นี่เอง” ลูเมี่ยนรู้สึกขบขัน
ที่แท้ก็ไม่ใช่ว่า คนต่างถิ่นจะเดิมดุ่มๆ เข้ามาอ่านหนังสือในนี้ได้
บรรณารักษ์หอสมุดมิได้ตักเตือนสิ่งใดอีก เพียงถือหนังสือบันทึกข่าวลือต่างๆ ก่อนมหันตภัยใหญ่เดินจากไป
ลูเมี่ยนอ่าน ‘ปีศาจวิทยา’ สลับกับ ‘เทพนิยายกำเนิดโลก’ บางครั้งก็หยุดพักเป็นครั้งคราว
เมื่อใกล้ค่ำ เด็กหนุ่มฝืนอ่านหนังสือทั้งสองเล่มจนจบ แล้วออกจากหอคอยแฝด
จากนั้น เขาปลดปล่อยพลังวิญญาณที่สั่งสมมาทั้งวัน เพื่อเทเลพอร์ตกลับไปยัง ‘เรือเบอร์รี’ ณ ท่าเรือเกาะฮันต์
เด็กหนุ่มไม่ลังเลอีกต่อไป เกี่ยวกับการเดินทางและแผนการในอนาคต
ในเมื่อครั้งนี้ไม่อาจย่อยโอสถ ‘นักวางแผน’ ได้หมดจด ทางเลือกเดียวจึงเป็นการมุ่งหน้าสู่ไบลัมตะวันตก ตามล่า ‘ฮิโซกะ’ พร้อมกับหาโอกาสย่อยโอสถ แล้วประกอบพิธีกรรมเลื่อนลำดับ!
……………………………………………………..