ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 636 ระบาย
ตอนที่ 636 ระบาย
เพียงไม่กี่วินาที ผู้วิเศษทั้งสองที่กำลังต่อสู้กัน เริ่มตระหนักถึงการดำรงอยู่ของผู้สังเกตการณ์ จึงถอยห่างจากกันโดยสัญชาตญาณ แล้วหันสายตามาทางลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนที่พิงผนังตรอกหัวเราะในลำคอพลางเอ่ยปาก
“สู้สิ สู้ต่อไปเถอะ ไม่ต้องสนใจผมหรอก”
ชายหนุ่มชาวพื้นเมืองที่ถือดาบสั้นหนักอึ้งในมือขวา และแบมือซ้ายเล็กน้อย จ้องมองลูเมี่ยนเจ้าของเรือนผมสีดำ ตาสีเขียว รูปโฉมโดดเด่น สวมหมวกสานสีทองบนศีรษะ ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวง
ไอ้หมอนี่ใคร?
ต้องการอะไร?
ชายผมสั้นที่ถือมีดผ่าตัดรูปทรงประหลาดสองเล่ม ก็มีท่าทีหวาดระแวงเช่นกัน
เขาเหลือบมองลูเมี่ยนครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองชายหนุ่มชาวพื้นเมืองอีกครั้ง ทันใดนั้นก็ย่อตัวลงต่ำ ปล่อยสองแขนห้อยลง
ควันสีดำหนาทึบที่มีกลิ่นกำมะถันฉุน พลันแผ่ซ่านออกมารอบตัวเขา ปกคลุมร่างกายจนมิด
รอยยิ้มบนใบหน้าของลูเมี่ยนยังคงไม่จางหาย พลางเลิกคิ้วขวาขึ้นเล็กน้อย
ได้เห็นภาพดังกล่าว ชายหนุ่มชาวพื้นเมืองไม่สนใจท่าทีของลูเมี่ยนอีกต่อไป รีบผลักมือซ้ายที่แบออกเล็กน้อยไปข้างหน้า เงาดำที่วนเวียนอยู่บนฝ่ามือพลันขยายตัว กลายเป็น ‘เมฆดำ’ ที่บิดเบี้ยวไปมา
‘เมฆดำ’ แทรกซึมเข้าไปในบริเวณที่อบอวลด้วยกลิ่นกำมะถันฉุน เพียงชั่วพริบตาก็ดูดกลืนควันดำหนาทึบเข้าไปในตัว ทำให้ตรอกทั้งสายกลับมาชัดเจนอีกครั้ง จนพระจันทร์สีแดงเรื่อบนท้องฟ้า สามารถทอแสงลงมาปกคลุมได้อีกหน
ทว่าชายผมสั้นสีดำ ดวงตาสีเขียวเข้ม ใบหน้าไร้อารมณ์ผู้นั้นได้หายตัวไปแล้ว
หนีไปแล้วหรือ? ชายหนุ่มชาวพื้นเมืองรู้สึกทั้งตกใจ โกรธ และเสียดายในคราวเดียวกัน
เขามองหาร่องรอยไปรอบๆ พลางชำเลืองไปทางตำแหน่งที่ลูเมี่ยนยืนอยู่เมื่อครู่
ณ ผนังตรงนั้น บัดนี้ว่างเปล่า ไม่มีร่างของใครอยู่เลย
เขาก็ไปแล้ว? ตั้งแต่เมื่อไร? ทำไมเราถึงไม่รู้สึกตัวเลย? ชายหนุ่มชาวพื้นเมืองที่ถือดาบสั้นหนักอึ้ง ทั้งประหลาดใจและลังเล ไม่แน่ใจว่าควรไล่ตามเป้าหมายต่อไปหรือไม่
…………
บราห์ม ผู้ที่อาศัยพลังคล้ายเวทมนตร์หลบหนีออกจากตรอกได้สำเร็จ เก็บมีดผ่าตัดรูปทรงประหลาดทั้งสองเล่มกลับเข้าตำแหน่งเดิม พลางย่างกรายไปตามถนนมืดมิดที่ไร้แสงไฟ คอยเปลี่ยนทิศทางเป็นระยะ หวังสลัดผู้ไล่ตามในจินตนาการให้หลุด
ระหว่างนั้น เขายังงัดเข้าไปในร้านรองเท้าริมถนน เปลี่ยนเป็นรองเท้าหนังคู่ใหม่ที่ไม่ค่อยพอดีเท้านัก และจัดการลบร่องรอยการบุกรุกร้านให้เรียบร้อย
หลังจากวนเป็นวงกว้างถึงสามรอบ บราห์มก็กลับมายังตรอกที่เขาต่อสู้เมื่อครู่ แล้วเข้าไปในตึกหลังหนึ่งในละแวกนั้น
มันคืออพาร์ตเมนต์เรียบง่าย สร้างจากหินสีคล้ำและไม้สีน้ำตาลเข้ม
บราห์มเปิดประตูห้องของตน ก้าวเข้าไปข้างใน แล้วใช้หลังมือปิดประตูไม้
เมื่อถึงตอนนี้ เขาจึงได้ผ่อนลมหายใจ
จากนั้น เขาล้วงถุงผ้าสีเทาขาวที่ห้อยอยู่ตรงเอว หยิบขวดแก้วใสใบหนึ่งออกมา ภายในบรรจุของเหลวเกือบไร้สีแต่แต้มด้วยสีแดงเข้ม ในของเหลวนั้นมีริมฝีปากอวบอิ่มที่ยังคงเปื้อนเลือดจมอยู่ ริมฝีปากนั้นอ้าเล็กน้อย ราวกับยังคงแข็งค้างด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวอย่างแรงกล้า
บราห์มจ้องมองขวดแก้วในมืออย่างเคลิบเคลิ้ม ราวกับกำลังชื่นชมงานศิลป์ชิ้นเอก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาละสายตาจากขวด เดินไปยังฝั่งหนึ่งของห้อง แล้วเปิดตู้เสื้อผ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่
ภายในตู้ มีขวดแก้วคล้ายกันวางเรียงรายอยู่เจ็ดแปดใบ แต่ละใบมีริมฝีปากอยู่ข้างใน สีซีดจาง รูปทรงแตกต่างกันไป บ้างเชิดขึ้นเล็กน้อย บ้างเม้มแน่น
บราห์มวางของรางวัลชิ้นใหม่ลงบนพื้นที่ว่าง แล้วใช้สีเลือดเหนียวข้นวาดสัญลักษณ์ประหลาดลงบนมัน
เมื่อจัดการเสร็จ นิ้วมือของเขาก็ลูบไล้ริมฝีปากต่างๆ ผ่านผิวขวดแก้ว ราวกับกำลังพินิจพิเคราะห์ผลงานชั้นเลิศในหอศิลป์
“ช่างวิปริตจริงๆ”
ทันใดนั้น เสียงอุทานเยาะหยันก็ดังขึ้นข้างหูของบราห์ม
เขาหันขวับไปทางต้นเสียง พบว่าบนเก้าอี้พนักพิงข้างโต๊ะ มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนสุด สวมหมวกสานสีเหลืองทอง ผมดำตาเขียว โดยไม่ทราบว่ามานั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่
เป็นเขา?
ม่านตาของบราห์มขยายกว้างกะทันหัน เมื่อจำได้ว่าชายที่ปรากฏตัวในห้องของตนโดยไม่บอกกล่าวนี้คือใคร
คนที่เฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างเขากับสมาชิก ‘นิกายวิญญาณ’ เมื่อครู่นี้!
ตามมาตั้งแต่เมื่อไร?
เขาสะกดรอยเราได้ยังไง แล้วทำไมถึงไม่รู้สึกตัวเลย…
ลูเมี่ยนยิ้มออกมา พลางตอบคำถามในใจของอีกฝ่ายด้วยความปรารถนาดี
“ไม่มีใครเคยบอกคุณหรือ? กลิ่นน้ำยาดองในขวดแก้วมันฉุนมากเลยนะ”
“แล้วก็ ตอนที่คุณฆ่าคน กลิ่นคาวเลือดดันติดตัวมาด้วยเนี่ยสิ”
หัวใจของบราห์มบีบรัดแน่น
“คุณเป็น ‘นักล่า’ หรือ?”
ขณะที่พูด เขาบรรจงขยับเท้าอย่างเงียบเชียบ
“รู้มากอยู่นะ” ลูเมี่ยนกล่าวพลางคงท่านั่งเดิม “แล้วทำไมคุณถึงยังต้องตัดริมฝีปากมา แช่น้ำยาดอง แล้วพกติดตัวด้วยล่ะ? แบบนี้ไม่ใช่ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ที่ได้เรื่องหรอกนะ อา…ผมเข้าใจแล้ว คุณมีแรงกระหายและแรงขับที่จะสะสมของรางวัล นี่เป็นทั้งการสนองความพึงพอใจส่วนตัว และเป็นวัตถุดิบสำหรับพิธีกรรมบางอย่างด้วยสินะ? หึๆ แรงกระหายนี่ทำร้ายคนมานักต่อนักแล้ว สัตว์เลือดเย็นอาจจะเยือกเย็นและโหดร้าย แต่ก็ยังใจเย็นกับข้อผิดพลาดด้วยเช่นกัน จนเผลอทิ้งเบาะแสเล็กๆ น้อยด้วยความไม่รัดกุม สุดท้ายก็ถูกจับได้”
เมื่อลูเมี่ยนเห็นฆาตกรวิปริตผู้นี้ ก่อควันดำหนาทึบกลิ่นกำมะถัน เด็กหนุ่มก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายคือ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ลำดับ 7 แห่งเส้นทาง ‘อาชญากร’
ตำราปีศาจวิทยาจากเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ได้กล่าวไว้ว่า เมื่อเส้นทาง ‘อาชญากร’ ก้าวขึ้นสู่ลำดับ 8 ‘สัตว์เลือดเย็น’ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ‘เทวทูตปีกหัก’ ร่างกายจะเริ่มแสดงลักษณะของอมนุษย์ และได้รับพลังคล้ายเวทมนตร์ในขอบเขตของปีศาจสองถึงสามชนิด ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนได้พลังไฟพิษ บางคนได้ ‘วาจาอาฆาต’ ส่วน ‘การสร้างควันดำ’ ก็เป็นหนึ่งในความสามารถเหล่านั้น
จากการรวบรวมข้อมูลระหว่างการต่อสู้ ลูเมี่ยนสรุปได้ว่าอีกฝ่ายอยู่เพียงลำดับ 7 ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ เท่านั้น
เมื่อได้ยินคำเยาะเย้ยและเสียดสีจากลูเมี่ยน ขมับของบราห์มกระตุกเล็กน้อย
“คุณมาหาผมเพียงเพื่อคุยเล่นหรือ?”
“ความจริงแล้วต้องการอะไรกันแน่?”
ทันทีที่เสียงพูดขาดหาย ทั้งควันดำหนาทึบ ทั้งกลิ่นกำมะถันฉุน ก็พลันแผ่ซ่านออกปกคลุม ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ผู้นี้อีกครั้ง
อาศัยการพรางตัวของควันดำ ดวงตาของบราห์มพลันเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ พลางใช้พลังคล้ายเวทมนตร์อีกชนิดหนึ่งในขอบเขตปีศาจของตน
ร่างของเขาเปลี่ยนสีราวกับกิ้งก่าคาเมเลี่ยน กลมกลืนเข้ากับควันหนาทึบที่แผ่กระจาย
จากนั้น เขาเคลื่อนที่ด้วยความเงียบเชียบว่องไวไปจนถึงประตู เปิดมันออกแล้วพุ่งตัวออกไป
ทว่าสายตาของบราห์มเกิดพร่าเลือนไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเห็นควันดำซึ่งยังคงแผ่กระจายอยู่ และเห็นบุรุษนัยน์ตาสีเขียวที่นั่งยิ้มมองตนจากบนเก้าอี้พนักพิง
เขากลับมาอยู่ในห้องอีกครั้ง
แทบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเลย ต่างกันแค่เขากำลังหันหลังให้ประตู แทนที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ขวดเสกสรร!
สิ่งแรกที่ลูเมี่ยนทำหลังจากแทรกซึมเข้ามาในห้อง มิใช่การนั่งวางท่า แต่เป็นการสร้าง ‘ขวดเสกสรร’ ที่ผู้วิเศษไม่อาจหลุดพ้นออกไปได้!
บราห์มไม่ปล่อยให้ความรู้สึกท้อแท้และเสียดาย ซึ่งพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน ได้มีอิทธิพลเหนือตน เพียงพุ่งตัวไปด้านข้างท่ามกลางควันดำที่รบกวนสายตาอย่างยิ่ง กลิ้งไปจนถึงข้างเตียงนอน แล้วหยิบปืนกลหกลำกล้องออกมาจากใต้เตียง
เขายกปืนขึ้น เล็งไปทางลูเมี่ยน แล้วเหนี่ยวไกทันที
ในเสียงตะกุกตะกักของปืนกล ร่างของลูเมี่ยนหายวับไปจากเก้าอี้พนักพิง เครื่องเรือบริเวณนั้นถูกพายุกระสุนโลหะฉีกทึ้งจนแหลกลาญ
หายไปแล้ว? ความคิดนี้เพิ่งแวบผ่านสมองของบราห์ม เขาก็เงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ เห็นชายสวมหมวกสานสีทองกำลังร่อนลงมาจากเพดานในตำแหน่งเหนือศีรษะของตน รายล้อมด้วยฝูงอีกาเพลิงสีแดงเจิดจ้าจนเกือบขาว
ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว! เหล่าอีกาเพลิงกระหน่ำโจมตีบราห์มอย่างต่อเนื่องก่อนที่ลูเมี่ยนจะลงมาถึง
บราห์มไม่ทันหลบหนีจากวงล้อม ได้แต่โยนปืนกลหกลำกล้องทิ้ง พยายามขดตัวและกลิ้งเข้าใต้เตียงเพื่อหลบการระเบิด
ทว่าอีกาเพลิงสีแดงจัดเหล่านั้น พริบตาเดียวก็สลายตัวไปเอง
“เมื่อครู่คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือ ว่าผมต้องการอะไร?”
“มันง่ายมากเลยล่ะ”
“นานเหลือเกินแล้วที่ผมไม่ได้ระบายอารมณ์ จึงต้องหากระสอบทรายมนุษย์สักใบโดยด่วน”
คำพูดเพิ่งขาดห้วง ลูเมี่ยนก็ปล่อยหมัดออกไป ปะทะเข้ากับร่างของบราห์มที่กำลังนอนขดตัวอยู่
บราห์มยกแขนขวาขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ
เปรี้ยง! สายฟ้าสีเงินวาบพุ่งจากหมัดของลูเมี่ยนเข้าสู่แขนของบราห์ม แล่นปราดไปทั่วร่างกาย
บราห์มสั่นสะท้านเฮือกหนึ่ง แม้ร่างกายจะผ่านการเปลี่ยนแปลงจนไม่เป็นมนุษย์แล้ว แต่ก็ยังเกิดอาการชาชั่วขณะ
หมัดอีกข้างของลูเมี่ยนตามมาติดๆ ซัดเข้าด้านข้างใบหน้าของบราห์มอย่างจัง
เปรี้ยง!
ศีรษะของ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ผู้นี้เอียงกระเท่เร่ ฟันหลายซี่หลุดกระเด็นออกมาพร้อมเลือดสด
สายฟ้าสีเงินแล่นวาบอีกครั้ง พุ่งวูบไปทั่วศีรษะของบราห์ม
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ลูเมี่ยนออกหมัดซ้ายขวาสลับกันมือเป็นระวิง
บราห์มรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่ต้องพูดถึงการโต้กลับ แม้แต่การป้องกันตัวก็แทบเป็นไปไม่ได้เพราะฤทธิ์ไฟฟ้าช็อต
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ลูเมี่ยนสีหน้าเยือกเย็น ซัดหมัดใส่ใบหน้า หน้าอก แขน และศีรษะของบราห์มซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผู้วิเศษเส้นทาง ‘อาชญากร’ รายนี้อกยุบ กระดูกซี่โครงหัก ใบหน้าบวมปูด กะโหลกศีรษะยุบ ร่างกายท่อนบนเต็มไปด้วยรอยไหม้ดำ
หลังจากทุบตีอย่างโหดร้ายจนสาแก่ใจ ลูเมี่ยนประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วยกแขนขึ้น
เด็กหนุ่มฟาดลงบนไหล่ซ้ายของบราห์มเต็มแรง
ปึก!
ไหล่ซ้ายของบราห์มยุบลงโดยสิ้นเชิง
เขาล้มลงกับพื้นดังตุบ ร่างกายผิดรูปผิดร่างไปแล้ว ลมหายใจอ่อนระโหยโรยแรงอย่างยิ่ง
ในสายตาของบราห์ม นั่นคือรอยยิ้มของปีศาจโดยแท้จริง
ก่อนที่บราห์มจะทันตอบสนองด้วยความหวาดกลัว ลูเมี่ยนถอดเข็มกลัด ‘โทสะมหาสมุทร’ เก็บกลับเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างยิ่งว่า
“ช่วยตอบหน่อย คุณเป็นสมาชิกของตระกูลใด?”
ร่างกายของบราห์มเริ่มไม่ใช่มนุษย์อีกต่อแล้ว จึงมีความทนทานเหนือธรรมดา อีกทั้งลูเมี่ยนก็ไม่ได้โจมตีจุดสำคัญ แถมยังตั้งใจหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงยังไม่ถึงกับสิ้นสติ ยังสามารถคิดใคร่ครวญได้บ้าง
ความคิดมากมายแล่นผ่านสมองของเขา แต่ภาพสุดท้ายที่ค้างอยู่ในห้วงความคิดคือรอยยิ้มของลูเมี่ยนเมื่อครู่นี้
หลังจากความเงียบชั่วครู่ บราห์มตอบกลับมาอย่างอ่อนแรง
“ผมเป็นสมาชิกของตระกูลอันเดอราธ”
……………………………………………………..