ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 638 ศัตรูที่เป็นไปได้
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 638 ศัตรูที่เป็นไปได้
ตอนที่ 638 ศัตรูที่เป็นไปได้
“พ่อของผมมีนามสกุลอันเดอราธ เขาตายในพิธีกรรมที่ล้มเหลว ภายใต้คำสาปการอัญเชิญภาพฉายปีศาจ”
“ผมสืบทอดมรดกของเขามา กลายเป็นผู้วิเศษ ผมไม่รู้ว่าแม่เป็นใคร บางที เธออาจกลายเป็นหนึ่งในรายชื่อเหยื่อในบัญชีฆาตกรรมหนาๆ ของพ่อผม…”
บนผิวกระจกอันมืดมิดและล้ำลึก บราห์ม·อันเดอราธเผยใบหน้าซีดขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด พลางเล่าประวัติชีวิตของตนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฟรังก้าที่มาตามคำ ‘เชิญ’ ของลูเมี่ยน ยืนอยู่เบื้องหน้ากระจกเงาเต็มตัว กำลัง ‘สื่อวิญญาณด้วยกระจกวิเศษ’ อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอเอง พลางสอบถามเกี่ยวกับตระกูลอันเดอราธและ ‘โรงเรียนกุหลาบ’
น่าเสียดายที่บราห์มเป็นเพียงสมาชิกชายขอบขององค์กรลับ รวมถึงตระกูลปีศาจที่เขาสังกัด จึงรู้เรื่องราวเพียงหางอึ่ง อีกทั้ง ก่อนหน้านี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของลูเมี่ยน เพื่อแอบเตรียมพิธีกรรม เขาก็พูดความจริงออกมาหมดแล้ว ไม่มีส่วนใดที่โกหก
เมื่อเห็นว่าการ ‘สื่อวิญญาณ’ ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ฟรังก้าจึงยิงคำถามสุดท้าย
“ใครคือหัวหน้าตระกูลอันเดอราธคนปัจจุบัน?”
ใบหน้าของบราห์มที่โปร่งแสงและดูน่าขนลุกขนพองมากขึ้นเรื่อยๆ พลันบิดเบี้ยวในทันที
“ข…เขาตายแล้ว”
“เขากลายเป็นเครื่องสังเวย!”
เครื่องสังเวย…ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องสะเทือนขวัญไปได้ล่ะ? ขณะที่ฟรังก้าเตรียมซักถามต่อ ร่างของบราห์มในกระจกก็จางหายไปจนกระทั่งไม่หลงเหลืออีก
‘นางมารสุขสม’ ผู้นี้จบพิธีกรรม พลางเอ่ยกับลูเมี่ยนพลางเดาะลิ้นไม่พอใจ
“มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับตระกูลอันเดอราธ ถึงขั้นที่หัวหน้าตระกูลยัง ‘ถูกส่ง’ ไปเป็นเครื่องสังเวยได้”
“พวกเขาถูก ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ควบคุมอย่างสิ้นเชิงแล้วหรือ?”
เนื่องจาก ‘ฝ่ายระงับตัณหา’ ของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ได้เข้าสังกัดศาสนจักรเดอะฟูลเกือบทั้งหมดแล้ว ดังนั้นในยามที่กล่าวถึง ‘ฝ่ายปล่อยตัณหา’ ฟรังก้าจึงไม่ได้เน้นย้ำหรือแยกแยะเป็นพิเศษ เพราะอย่างไรเสีย สมาชิกของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ณ ปัจจุบันก็ล้วนเป็นคนของ ‘ฝ่ายปล่อยตัณหา’ ทั้งสิ้น
ลูเมี่ยนตอบอย่างครุ่นคิด
“สถานการณ์ในนรกตอนนี้ก็ไม่ค่อยปกตินัก…”
ไม่ว่านาโปริดิสลีจะเป็นนามแฝงของราชาปีศาจฟาโบธีหรือไม่ก็ตาม สภาวะของมารสีเลือดที่อยู่ในส่วนลึกของเกาะฮันต์ สามารถสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของนรกได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนยิ้มอย่างเยาะหยัน
“พวกเราเคยชินกับการสาปแช่งให้ผู้อื่นตกนรก ร่วงสู่ห้วงลึก โดยคิดว่านั่นคือสถานที่เลวร้ายที่สุดแล้ว ใครจะรู้ว่านรกยังเสื่อมทรามลงไปได้อีก แม้แต่นรกเองก็กำลังตกนรก”
“นี่สิถึงเรียกว่า ‘มุกนรก’ ของจริง” ฟรังก้าเหลือบมองท้องฟ้ายามราตรีที่มลพิษจากอุตสาหกรรมยังรบกวนไม่มากนัก จึงค่อนข้างสะอาดแจ่มใส พลางรู้สึกว่าพระจันทร์สีแดงของทวีปใต้ดูแจ่มชัดและผ่องแผ้วกว่าที่อื่น
เธอดึงหัวข้อสนทนากลับสู่ประเด็นหลัก
“ถ้าฮิโซกะเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’ จริง พฤติกรรมบางอย่างของเขาจะถูกอธิบายอย่างสมเหตุสมผล”
“เฮ้อ…แต่ก่อนสมาคมฯ ช่างหละหลวมเหลือเกิน แทบไม่มีการคัดกรองหรือกำหนดคุณสมบัติสมาชิกเลย…”
ก่อนหน้านี้ ทั้งฟรังก้าและลูเมี่ยนต่างรู้ดีว่า ในทางเปิดเผย ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ไม่มีผู้วิเศษของเส้นทาง ‘ปีศาจ’ แต่ก็ไม่มีใครทราบข้อเท็จจริงแน่ชัด เพราะ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ไม่ได้บังคับให้สมาชิกเปิดเผยเส้นทางของตนหรือกระทำการพิสูจน์ ทุกคนต่างพยายามคาดเดาลำดับของกันและกัน ผ่านการพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนในงานชุมนุม ส่วนฮิโซกะเป็นพวกเก็บตัวลึกลับมาตลอด แม้แต่สมาชิกแกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’ หลายคนก็ยังไม่ทราบเส้นทางและลำดับของเขา
“ฮิโซกะชอบทำอะไรคนเดียวมาตลอด แทบไม่เคยร่วมเล่นพิเรนทร์กับวันเอพริลฟูลเลย เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองเป็นปีศาจหรือ?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดพลางเอ่ย “คนที่เขาเต็มใจร่วมมือด้วยมากที่สุดคือ ‘นังบ้า’ เพราะเธอเป็นคนบ้าขนานแท้ ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย ซ้ำยังรู้สึกตื่นเต้น อยากลองชิมดูว่าเลือดปีศาจจะเย็นเฉียบหรือไม่…”
“กำลังเยาะเย้ยเรื่องที่ฉันชอบลองของแปลกๆ อยู่หรือไง? แต่พูดถึงเรื่อง ‘สัตว์เลือดเย็น’ ก็นึกขึ้นได้ เลือดที่ยังหลงเหลือของ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ บราห์มกลับยังค่อนข้างอุ่น…‘เลือดเย็น’ อาจหมายถึงความเย็นชา ใจเย็น ไร้ความรู้สึก มากกว่าจะเป็นเลือดที่เย็นในทางกายภาพนะ…หรืออาจเป็นเพราะทวีปใต้กำลังอยู่ในฤดูร้อน อากาศค่อนข้างร้อน เลือดของพวกสัตว์เลือดเย็นได้รับแสงแดดจนอุ่นขึ้นมา…” ความคิดของฟรังก้าเริ่มแตกแขนงออกไปไม่สิ้นสุด
เธอรีบเตือนลูเมี่ยนทันที
“ถ้าฮิโซกะเป็น ‘ปีศาจ’ จริง พอคุณพบเบาะแสสำคัญ เขาก็คงจะสัมผัสถึงจิตสังหารได้ แล้วเริ่มประเมินจากระดับความรุนแรงของจิตสังหาร ว่าตัวเองควรชิงลงมือก่อน หรือรีบหนีไปให้ไกล ย้ายไปประเทศอื่น แล้วซ่อนตัวให้มิดชิด”
“บัดซบ! การไล่ล่าปีศาจนี่ยุ่งยากจริงๆ หากเราอ่อนแอ มันจะเป็นฝ่ายมาหาเรา แต่ถ้าเราแข็งแกร่ง มันกลับหลบลี้หนีหาย”
“ในเวลาแบบนี้ พวกเราต้องการนักล่าปีศาจสักคนแล้วล่ะ” ลูเมี่ยนกล่าวทีเล่นทีจริง
จากตำราปีศาจวิทยา เด็กหนุ่มได้ทราบว่าลำดับ 4 ของเส้นทาง ‘นักรบ’ มีชื่อว่า ‘นักล่าปีศาจ’ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการล่าปีศาจ และเป็นศัตรูตัวฉกาจของ ‘ปีศาจ’ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ตลอดจน ‘มาร’
ความสามารถที่สำคัญที่สุดของ ‘นักล่าปีศาจ’ คือ การอำพรางเจตนาของตน ทำให้เป้าหมายที่สามารถหยั่งรู้อันตรายไม่อาจสัมผัสถึงพวกเขาได้!
ฟรังก้าส่งเสียง ‘อืม’
“ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า เหตุใดมาดามเมจิกเชี่ยนถึงให้พิกัดโลกวิญญาณกับคุณโดยตรง แล้วบอกให้ไปพบมิสเตอร์ซันที่เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ เพื่อกำจัดมลทินที่ตกค้างอยู่…เพราะที่นั่นถือครองเส้นทาง ‘นักรบ’ เป็นหลัก มีนักล่าปีศาจอยู่หลายคน”
“แต่ค่าจ้างในการขอความช่วยเหลือจาก ‘นักล่าปีศาจ’ ตลอดทั้งภารกิจ พวกเราอาจไม่มีปัญญาจ่าย”
นั่นคือครึ่งเทพตัวจริงเชียวนะ!
แน่นอน แม้การกำจัด ‘ฮิโซกะ’ จะเป็นเพียงความแค้นส่วนตัวของลูเมี่ยน แต่เนื่องจาก ‘ฮิโซกะ’ อาจเป็นหนึ่งในผู้ศรัทธาของราชันสวรรค์ บรรดาอาร์คาน่าใหญ่จึงให้ความสนใจและเอาจริงเอาจังเช่นกัน
ลูเมี่ยนยิ้มพลางกล่าว
“ไม่จำเป็นต้องให้ ‘นักล่าปีศาจ’ ลงมือเองหรอก แค่ดูว่าพวกเขาสามารถสร้างยันต์หรือยาที่ช่วยอำพรางจิตสังหารได้หรือไม่ หากทำได้ พวกเราก็แค่ใช้เส้นสายผ่าน ‘ชุมนุมทาโรต์’ ทุ่มเงินซื้อมาสักหน่อย หรือไม่ก็เอาของมาแลกก็ได้”
“อีกสักพักก็ลองไปถามดู” ฟรังก้าเปลี่ยนมากำชับว่า “ถ้าฮิโซกะเป็น ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ จริง คุณต้องระวังให้มากหน่อย ในตัวคุณเต็มไปด้วยความวุ่นวายสารพัดชนิด สมบัติวิเศษหลายชิ้นก็มีผลข้างเคียงที่ส่งผลกับอารมณ์และตัณหา หมอนั่นอาจจุดระเบิดแรงกระหายของคุณได้ไม่ยาก จนคุณบาดเจ็บสาหัสในพริบตา…”
พูดไปพูดมา ริมฝีปากของฟรังก้าขยับเล็กน้อย ก่อนจะปิดสนิท
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง ไม่ได้ดื้อดึงอ้างว่าตนเป็น ‘นักพรต’ แต่อย่างใด
ฟรังก้าเปลี่ยนเรื่องพูด
“คนที่ไล่ล่า ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ เป็นคนของ ‘นิกายวิญญาณ’ ไม่ใช่หน่วยลาดตระเวน…รัฐมาตานีนี่น้ำลึกอยู่เหมือนกันนะ”
‘นิกายวิญญาณ’ คือองค์กรลับแห่งหนึ่งในทวีปใต้ ก่อตั้งโดยทายาทราชวงศ์จักรวรรดิไบลัมเก่า รวมถึงเหล่าผู้วิเศษที่ไม่ยอมละทิ้งความเชื่อใน ‘เทพมรณา’ เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการนำ ‘เทพมรณา’ กลับสู่บัลลังก์เทพ เพื่อปกครองไบลัมตะวันตกอีกครั้ง
ลูเมี่ยนเดินไปที่ข้างหน้าต่าง มองออกไปยังถนนด้านนอก แล้วยิ้มพลางเอ่ยปาก
“นี่แหละทวีปใต้อันแสนวุ่นวาย”
“อันที่จริง สิ่งที่ผมสงสัยมากกว่าคือ ทำไม ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ถึงต้องรวบรวมข้อมูลการใช้ชีวิตประจำวันของชาวเมืองท่าไพลอสด้วย? พวกมันคิดจะปกครองที่นี่หรือยังไง?”
“นี่ไม่ใช่รูปแบบของพวกมันเลย”
ลูเมี่ยนไม่ค่อยรู้ว่า ‘โรงเรียนกุหลาบ’ แต่ก่อนเป็นอย่างไร รู้แต่เพียงว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พวกเขาประกอบพิธีบูชายัญมาหลายครั้งแล้ว ทุกแห่งหนพวกเขายึดครอง ล้วนกลายเป็นโศกนาฏกรรมนองเลือด ไม่เหมือนกับกองกำลังที่ต้องการบริหารเมืองหรือท่าเรือในระยะยาวเลย
“ใครจะไปรู้ล่ะ?” ช่วงนี้ฟรังก้าต้องใช้สมองคิดบ่อยมาก เธอครุ่นคิดสักพักแล้วเอ่ยปาก “แต่ไม่ว่า ‘โรงเรียนกุหลาบ’ จะมีจุดประสงค์อันใด ดูจากจำนวนครั้งที่พวกมันประกอบพิธีบูชายัญในช่วงไม่กี่ปีหลัง คงจะได้รับพรจาก ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ไปไม่น้อยเลยล่ะ ตอนนี้ยังมีคนจากตระกูลปีศาจเข้าร่วมอีก ถ้าคุณบังเอิญเจอสมาชิกตัวเป้งของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ เข้าละก็ ต้องระวังว่าอีกฝ่ายอาจเป็นผู้วิเศษที่มีทั้งโอสถและพร อย่างพวก ‘ซอมบี้ผู้ถือเกียรติ’ ‘มารพฤกษาวิญญาณอาฆาต’ หรือ ‘อัครสาวกแห่งตัณหาผู้เสพติดสังวาส’ ก็พอๆ กับคุณที่เป็น ‘พระนักล่า’ นั่นแหละ”
ในเรื่องการตั้งฉายาและการคิดแตกแขนง ฟรังก้าเหนือชั้นกว่าลูเมี่ยนเสมอ เธอเรียกผู้วิเศษที่เป็นทั้ง ‘ซอมบี้’ และ ‘ผู้ถือเกียรติ’ อย่างล้อเลียนว่า ‘ซอมบี้ผู้ถือเกียรติ’
แน่นอนว่า จุดประสงค์หลักของเธอคือการเตือนลูเมี่ยน เพราะคิดว่าสมาชิกบางคนของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ อาจใช้พลังจากลำดับอย่าง ‘ผู้เสพติดสังวาส’ ปลุกเร้าตัณหาของลูเมี่ยนก่อน แล้วจึงใช้สภาวะ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ จุดระเบิดตัณหาเหล่านั้น เป็นบริการครบวงจรแบบจบในที่เดียว
นี่จะเป็นเรื่องที่รับมือได้ยากมาก ด้วยสภาพในปัจจุบันของลูเมี่ยน การเผชิญหน้ากับผู้วิเศษประเภทนี้จะอันตรายอย่างยิ่ง
ลูเมี่ยนยิ้มเยาะตัวเองพลางเอ่ย
“แต่ว่า เรื่องของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ น่ะ ผมไม่คิดจะยุ่งหรอก อีกเดี๋ยวจะเขียนจดหมายถึงมาดามเมจิกเชี่ยน รายงานแค่ว่าพบร่องรอยของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ที่เมืองท่าไพลอสก็พอ แล้วก็คงมีคนมาสืบสวนต่อเอง ในบรรดาอาร์คาน่าใหญ่ก็มีมิสเตอร์สตาร์กับมิสเตอร์มูนที่รับผิดชอบเรื่องของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ โดยตรงอยู่แล้วนี่?”
“เป้าหมายเดียวของผมคือ ‘ฮิโซกะ’ สิ่งที่พอจะยืนยันได้ในตอนนี้คือ ถึงแม้เขาจะอยู่ในเส้นทาง ‘ปีศาจ’ แต่ก็คงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลอันเดอราธ ไม่เช่นนั้น ‘โรงเรียนกุหลาบ’ คงไม่ต้องส่งพวกบราห์มมาเก็บข้อมูล แล้วบราห์มก็คงไม่มีทางไม่ทราบว่า เมืองนี้เคยมีสมาชิกตระกูลตัวเองปรากฏตัว”
“อา…ยังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ” ฟรังก้าอ้าปากค้าง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พูดออกมาแค่ประโยคนี้
…………
หลังจากส่งฟรังก้ากลับทรีอาร์แล้ว ลูเมี่ยนก็เก็บตะกอนพลังของ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ที่สกัดได้จากบราห์มเอาไว้
ลักษณะของมันเหมือนกับก้อนน้ำแข็งทรงเหลี่ยมที่มีขอบคมกริบ ภายในมีควันดำบางๆ ถูกแช่แข็งอยู่เป็นสาย
เมื่อกลับมาถึงโรงแรมหรูออเรลา ลูเมี่ยนเดินมาที่หน้าลิฟต์กลไกทั้งสามตัว ดึงคันโยก รอคอยอย่างใจเย็นให้ลิฟต์ตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมา
เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่น ประตูห้องโถงและประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกัน
ร่างของลูเมี่ยนถูกโคมไฟระย้าคริสตัลที่อยู่เยื้องๆ ด้านหลัง ส่องสะท้อนเข้าไปในลิฟต์กลไก ทอดยาวออกไปไม่น้อย
และข้างเงาของเขา ยังมีเงาดำของมนุษย์ร่างผอมสูงอีกหนึ่งเงา
……………………………………………………..