ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 641 ข้อมูลที่กินมาได้
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 641 ข้อมูลที่กินมาได้
ตอนที่ 641 ข้อมูลที่กินมาได้
กิน…กินกระดาษดีบุก? ลูกาโนที่นั่งอยู่ข้างๆ สะดุ้งตกใจเมื่อเห็นลูเมี่ยนยื่นกระดาษดีบุกบางๆ ให้ลุดวิก พร้อมบอกให้ลองกินดู
แม้ว่าลุดวิกจะแสดงให้เห็นถึงความผิดมนุษย์มนาในเรื่องการกินมาแล้ว อีกทั้งยังเคยดื่มเลือดมนุษย์หนึ่งหลอดต่อหน้าต่อตาลูกาโน พร้อมสาธยายข้อมูลที่รับได้จากการดื่ม แต่ลูกาโนก็ยังเชื่อว่าลุดวิกไม่ใช่เด็กที่กินได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะของที่กินไม่ได้แบบนี้
เขายังเป็นเด็กน้อยอยู่เลยนะ!
ในวินาทีถัดมา ลูกาโนเห็นลุดวิกรับกระดาษดีบุกแผ่นบางไปโดยไม่พูดไม่จา ยัดเข้าปาก เคี้ยว แล้วกลืนลงไป
“…” ลูกาโนตกอยู่ในภวังค์งงงันทันที
หลังจากกินกระดาษดีบุกหมดแล้ว ลุดวิกถามลูเมี่ยนด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ต้องการทราบไหมว่าใช้โกโก้พันธุ์อะไร ปริมาณเท่าไร วัตถุดิบเสริมอะไรบ้าง แหล่งผลิตกระดาษดีบุก โรงงานที่ผลิต และใครที่สัมผัสมันมากที่สุด?”
ลูเมี่ยนค่อยๆ ส่ายหน้า
“ไม่จำเป็น”
นั่นล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่อาจช่วยในการตามหา ‘ฮิโซกะ’ ได้ — ‘ฮิโซกะ’ สวมถุงมือตอนสัมผัสกระดาษดีบุกแผ่นนี้ จึงไม่ทิ้งร่องรอยส่วนตัวไว้ อีกทั้งหน่วยลาดตระเวนก็ยืนยันแล้วว่า ช็อกโกแลตที่มีบรรจุภัณฑ์แบบนี้พบได้ทั่วไปในเมืองท่าไพลอส รสชาติก็ไม่มีอะไรโดดเด่น
ขณะตอบ ในใจของลูเมี่ยนก็เกิดความรู้สึกขบขันระคนประหลาดใจ
แค่กินก็รู้ข้อมูลพวกนี้ได้ทั้งหมด?
สมแล้วที่เป็นสัตว์ประหลาดที่แค่กินก็สามารถฟื้นฟูตัวเองในเบื้องต้น และค่อยๆ หลุดพ้นจากข้อจำกัดของตราผนึก!
ลุดวิกทำท่าราวกับกำลังลิ้มลองอาหารเลิศรส ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า
“ช็อกโกแลตที่เหลือติดอยู่ มีกลิ่นอายของความเสื่อมทรามอยู่บ้าง”
กลิ่นอายความเสื่อมทราม? เพราะสิ่งนี้ติดตัว ‘ฮิโซกะ’ มานาน จึงถูกกลิ่นอายของเขาปนเปื้อน? ไม่สิ เว้นแต่จะก้าวไปถึงระดับครึ่งเทพ ไม่อย่างนั้น กลิ่นอายของผู้วิเศษทั่วไปคงไม่รุนแรงถึงระดับนี้ เป็นไปได้อย่างเดียวคือ เขาใกล้จะคลุ้มคลั่งและอยู่ในสภาวะเสื่อมทรามอย่างหนัก แต่ผู้วิเศษในสภาพแบบนั้น ร่างกายย่อมแสดงความผิดปกติหลายอย่าง ไม่มีทางออกจากบ้านได้แน่นอน เพียงก้าวออกไปก็จะถูกผู้คนสังเกตเห็นความผิดปกติ และถูกผู้พิทักษ์กฎหมายจับตา…หรือในยามปกติ เขาพรางตัวด้วยการสวมหนังมนุษย์ตามที่บราห์มเคยพูดถึง? ลูเมี่ยนครุ่นคิดอย่างสงสัย ก่อนจะถามด้วยความคาดหวัง
“กลิ่นอายความเสื่อมทรามจากเส้นทาง ‘ปีศาจ’ หรือ?”
ลุดวิกเลียริมฝีปาก ราวกับกำลังลิ้มรสช็อกโกแลตที่ติดค้างอยู่
“ใช่ อย่างน้อยก็เป็นของ ‘มาร’”
ของ ‘มาร’ ? ลูเมี่ยนตกใจ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
หลังจากที่อ่าน ‘ปีศาจวิทยา’ มาอย่างหนัก เด็กหนุ่มได้ทราบแล้วว่าลำดับ 4 ของเส้นทางแห่ง ‘ปีศาจ’ เรียกว่า ‘มาร’ ซึ่งหมายถึงตัวตนในลำดับครึ่งเทพ
และถ้ากลิ่นอายความเสื่อมทรามที่ปนเปื้อนช็อกโกแลตมาจาก ‘มาร’ นั่นก็ชัดเจนว่าไม่ใช่ของ ‘ฮิโซกะ’
นี่ไม่ใช่เพราะลูเมี่ยนหยิ่งยโส ดูแคลน ‘ฮิโซกะ’ หรือคิดว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเลื่อนเป็น ‘มาร’ ลำดับ 4 ได้ แต่เป็นเพราะกระดาษดีบุกกับคราบช็อกโกแลตบนนั้น คือภาพสะท้อนของเมื่อสี่ปีก่อน และ ‘ฮิโซกะ’ เมื่อสี่ปีก่อนไม่มีทางเป็น ‘มาร’ ได้เลย เว้นแต่ว่าเขาจะข้ามโลกมาในฐานะ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหยื่อที่เลือกฆ่าก็ควรเป็นผู้วิเศษลำดับ 6 หรือ 5 มากกว่า
แม้ว่าผู้วิเศษระดับนี้ในรัฐมาตานีจะมีไม่มาก หรือจะเรียกว่าหายากก็ได้ แต่ ‘ปีศาจวิทยา’ ก็ไม่ได้ระบุว่าการลงมือสังหารต่อเนื่องจะต้องจำกัดอยู่ในพื้นที่เดียวเท่านั้น
“แน่ใจหรือ?” ลูเมี่ยนมองหน้าลุดวิก เพื่อขอคำยืนยัน
ลุดวิกตอบอย่างจริงจัง
“กลิ่นอายความเสื่อมทรามของ ‘มาร’ กับของปีศาจระดับกลางถึงต่ำนั้น รสชาติต่างกันโดยสิ้นเชิง”
เมื่อได้ฟังคำตอบจากลูกบุญธรรม ภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นในห้วงความคิดของลูเมี่ยนอย่างกะทันหัน
‘ฮิโซกะ’ ยืนอยู่ภายในกำแพงวิญญาณ กำลังประกอบพิธีกรรมพิเศษเพื่อสร้างการเชื่อมต่อกับ ‘มาร’ บางตน ระหว่างนั้น ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อของเขา มีช็อกโกแลตห่อด้วยกระดาษดีบุกอยู่หลายชิ้น พวกมันล้วนได้รับการปนเปื้อนจากกลิ่นอายความเสื่อมทรามที่แผ่ซ่านไปทั่วแท่นบูชา จนเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอย่างเงียบเชียบและแนบเนียน…
อา…ตอนที่เราประกอบพิธีกรรม ก็ไม่ได้นำของทุกชิ้นในตัวออกไปวางไว้นอกแท่นบูชาเหมือนกัน นอกเสียจากจะมีข้อกำหนดพิเศษในพิธี ที่ระบุว่าต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด…‘นักวางแผน’ ลูเมี่ยนเร่งตกผลึกข้อสรุป แล้วหันไปถามลุดวิกต่อ
“นายพอบอกได้ไหม ว่าเป็นกลิ่นอายความเสื่อมทรามของ ‘มาร’ ตนใด?”
ตอนนี้ลูเมี่ยนคิดว่า หากต่อไปหา ‘ฮิโซกะ’ ไม่เจอจริงๆ ก็จะทุ่มสุดตัวจ้างผู้เชี่ยวชาญการล่าปีศาจจากเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ เพื่อจัดพิธีอัญเชิญ ‘มาร’ ที่เคยติดต่อกับ ‘ฮิโซกะ’ ออกมา แล้ว ‘จัดหนัก’ เพื่อเค้นข้อมูลของ ‘ฮิโซกะ’ มาจากมัน
ลุดวิกส่ายหน้า
“ตอนนี้ผมยังดูดซับข้อมูลที่ละเอียดขนาดนั้นไม่ได้ รู้เพียงว่า กลิ่นอายความเสื่อมทรามเป็นของตระกูลที่ชื่อนอร์ธ”
นอร์ธ หนึ่งในสามตระกูลปีศาจ…‘มาร’ จากตระกูลนอร์ธคือผู้ตอบรับพิธีกรรมของ ‘ฮิโซกะ’ หรือ? ไม่สิ ‘มาร’ จะตอบรับพิธีกรรมทางไกลได้ยังไง? อย่างน้อยก็ต้องเป็นลำดับ 3 หรืออาจต้องมีศักดิ์ระดับเทวทูตด้วยซ้ำ…อ้างอิงจากหนังสือ ‘ปีศาจวิทยา’ การที่ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ สามารถอัญเชิญภาพฉายของปีศาจจากนรกได้ ก็เพราะปีศาจเหล่านั้นตอบสนองผ่านคุณสมบัติพิเศษของนรก ไม่ใช่เพราะพวกมันมีศักดิ์เพียงพอ แต่ตระกูลนอร์ธเป็นตระกูลปีศาจที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่บนโลกความจริง ไม่ได้เข้าสู่นรกสักหน่อย…ลูเมี่ยนคิดเชื่อมโยงหลายสิ่งจากนามสกุลนอร์ธนี้
สุดท้าย เด็กหนุ่มสรุปความเป็นไปได้ออกมาสามประการ
หนึ่ง มารที่ตอบรับพิธีกรรมของฮิโซกะคือเทวทูตจากตระกูลนอร์ธ
สอง มันศักดิ์ถึงลำดับ 3 และอยู่ในเมืองท่าไพลอส ใกล้กับฮิโซกะ
สาม ตระกูลนอร์ธมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับนรก สามารถอาศัยคุณสมบัติของนรกได้ในระดับหนึ่ง แม้แต่มารก็ยังสามารถตอบสนองการวิงวอนจากสถานที่ห่างไกลได้
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนถามลุดวิก
“มีข้อมูลอื่นอีกไหม?”
“ไม่มีแล้ว” ลุดวิกตอบในสิ่งที่ลูเมี่ยนต้องผิดหวัง
ลูเมี่ยนส่งกระดาษดีบุกบางๆ ที่เหลือให้
“ลองชิมแผ่นนี้ด้วย”
ลุดวิกไม่ปฏิเสธ เพียงนำกระดาษดีบุกบางๆ ที่มีคราบช็อกโกแลตติดอยู่เล็กน้อยใส่ปาก เคี้ยวกรุบกรับ ราวกับเด็กน้อยที่ชอบเลียกระดาษห่อลูกอม เพื่อเก็บกวาดเศษความหวานที่หลงเหลือ
ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อลูกาโนฟื้นจากภวังค์ ลุดวิกก็หันไปบอกลูเมี่ยน
“มีข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่าแผ่นก่อนหน้านี้”
“ข้อมูลอะไร?” ลูเมี่ยนทราบดี สิ่งที่ลุดวิกตั้งใจเอ่ยขึ้นมาเอง จะต้องมีคุณค่าไม่น้อยแน่
ลุดวิกตอบด้วยน้ำเสียงราวกับนักชิม
“กระดาษดีบุกแผ่นนี้ เคยวางอยู่บนโต๊ะที่มีคราบเลือดเก่าและรอยกาแฟเปื้อนอยู่สักพัก คราบเลือดเก่าเป็นของคนตาย เพศชาย แต่เดิมมีพลังวิญญาณค่อนข้างแกร่งกล้า ส่วนรอยกาแฟเป็นกาแฟเฟอร์โม่ ไม่ใส่น้ำตาล ขมมาก หอมมาก”
เมื่อได้ฟังคำบรรยายของลุดวิก ภาพเหตุการณ์ก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของลูเมี่ยนอีกครั้ง
ช็อกโกแลตหลายก้อนห่อด้วยกระดาษดีบุกแผ่นบาง วางอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบบนโต๊ะที่มีคราบเลือดเก่าและคราบกาแฟหก กระดาษสัมผัสใกล้ชิดกับผิวโต๊ะเป็นเวลานาน กระทั่งมีมือข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าช็อกโกแลตเหล่านั้น ยัดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินออกจากห้องไป
เมื่อนำมาประกอบกับรายละเอียดที่ว่า กระดาษดีบุกทั้งเจ็ดแผ่นถูกพบบนพื้นในจุดเกิดเหตุ ลูเมี่ยนก็ค่อนข้างเชื่อว่า โต๊ะตัวดังกล่าวคงเป็นโต๊ะที่ฮิโซกะเคยใช้ ในบ้านหลังใดหลังหนึ่งที่เขาเคยพักอาศัย
“มีข้อมูลของคนตายแบบละเอียดไหม?” ลูเมี่ยนถามลุดวิกอีกครั้ง
ลุดวิกส่ายหน้าอีกหน
“ไม่มี เว้นแต่จะได้ชิมคราบเลือดนั่นโดยตรง”
คราบเลือดเหล่านั้นคงเป็นของเหยื่อรายหนึ่ง อาจจะมีบันทึกอยู่ในสำนวนคดี หรืออาจจะเป็นคดีอื่น…ที่คราบเลือดยังคงอยู่ เป็นเพราะฮิโซกะใช้โต๊ะตัวนั้นเพื่อผ่าศพ หรือไม่ก็ใช้เป็นแท่นบูชาสินะ? ลูเมี่ยนวิเคราะห์ในใจอย่างผิดหวัง ก่อนจะหันเหความสนใจไปยังกาแฟเฟอร์โม่
เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเอง
“นี่แสดงว่าฮิโซกะมีนิสัยดื่มกาแฟ และชอบดื่มกาแฟเฟอร์โม่จากหุบเขาเพิร์ธ…”
หุบเขาเพิร์ธตั้งอยู่ในทวีปใต้ กาแฟเฟอร์โม่จากที่นั่นมีชื่อเสียงโด่งดัง จัดอยู่ในระดับเดียวกับกาแฟที่ราบสูงเฟเนพ็อตและกาแฟที่ราบสูงจากทวีปใต้ หากต้องการดื่มกาแฟชนิดนี้เป็นประจำ อย่างน้อยก็ต้องเป็นชนชั้นกลางขึ้นไป
ในรัฐมาตานีมีกาแฟเฟอร์โม่ไม่มากนัก เพราะทั่วทั้งไบลัมตะวันตกเต็มไปด้วยแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพสูง รวมถึงในภูมิภาคแถบนี้ด้วย ด้วยเหตุนี้ บรรดากาแฟที่คุณภาพไม่ถึงเกรดส่งออก ก็จะถูกคัดออกมาขายในราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นชาวอาณานิคมหรือคนพื้นเมืองต่างก็นิยมเลือกกาแฟประเภทนี้มากกว่า
ลูกาโนที่เพิ่งได้สติกลับมา สอดแทรกอย่างระวังคำพูด
“ผมได้ยินมาว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟเฟอร์โม่เป็นประจำ มักชื่นชอบรสขมและกลิ่นหอมของมัน แต่คนที่ไม่ใส่น้ำตาลเลยถือว่าหาได้ยากมาก”
“ทำดีมาก ไว้ฉันจับมันได้เมื่อไร จะส่งให้นายแน่นอน”
ถึงตอนนั้น ลูเมี่ยนคงจะกลายเป็นลำดับ 5 แล้ว และไม่คิดจะให้ตะกอนพลังของ ‘ฮิโซกะ’ แก่ลุดวิกด้วย จึงจะพอเริ่มผ่อนปรนการควบคุมเด็กชายคนนี้ได้บ้าง
ส่งให้…ลูกาโนรู้สึกหนาวสะท้าน คิดว่าบางทีจินตนาการของตัวเองอาจจะล้ำลึกเกินไป
สำหรับคนอื่น การส่งผู้วิเศษในเส้นทางปีศาจไปให้ อาจหมายถึงการส่งไปเป็นทาส หรือส่งไปเป็นวัตถุดิบ
แต่ในกรณีของลุดวิก…
ลูกาโนสั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณ
ไม่กล้าคิด ไม่กล้าคิดเลย!
ลุดวิกพยักหน้ารับ ดวงตาเปล่งประกายวาววับ ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ลูเมี่ยนหันไปพูดกับลูกาโน
“นายพูดภาษาตูทานได้ดีแล้วนี่? บ่ายนี้ลองไปเดินแถวท่าเรือไพลอสดู สอบถามว่ามีร้านไหนบ้างที่ขายกาแฟเฟอร์โม่ จะดีที่สุดถ้าเป็นร้านที่ขายมาไม่ต่ำกว่าสี่ห้าปี”
“ได้ครับ” ลูกาโนพลันรู้สึกปลาบปลื้มที่ในที่สุดตนก็ได้มีประโยชน์เสียที
ตกเย็น เขากลับมายังห้องชุดหมายเลข 7 ชั้นใต้ดิน 3 แล้วรายงานกับลูเมี่ยนว่า
“มีร้านที่ขายกาแฟเฟอร์โม่แค่สามร้าน ร้านหนึ่งอยู่ที่ถนนคานยา จัตุรัสคืนชีพ…”
“นายพูดว่าถนนคานยา จัตุรัสคืนชีพหรือ?” ลูเมี่ยนขัดจังหวะรายงานของลูกาโน
“ครับ บ้านเลขที่ 21 ชื่อร้านมาตานีนำเข้าส่งออก” ลูกาโนตอบยืนยัน
ลูเมี่ยนเงียบลง
แถวนั้นมันใกล้หน่วยลาดตระเวนเมืองท่าไพลอสเลยไม่ใช่หรือ?
…………
เมืองท่าไพลอส ชั้น 3 ของอาคารหน่วยลาดตระเวน
กามูส์รับเงินรางวัล แบ่งให้เพื่อนร่วมงานสองคนคนละหนึ่งในห้า
เขารีบเดินเข้าห้องโทรเลข แล้วเอ่ยถามพนักงานว่า
“มีโทรเลขถึงผมไหม?”
ก่อนหน้านี้เขาได้ส่งโทรเลขถามเพื่อนบางคน ดูว่าพวกเขารู้จักนักผจญภัยที่ชื่อหลุยส์·แบรีหรือไม่
เมื่อจะต้องร่วมมือกัน ก็จำเป็นต้องรู้ข้อมูลเบื้องต้นของอีกฝ่ายก่อน!
พนักงานโทรเลขสาวที่มีรอยยิ้มอ่อนหวาน ยืดตัวขึ้นพลางเอ่ยปาก
“มีค่ะ!”
“มาจากฟาริม”
……………………………………………………..