ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 645 ‘ของขวัญ’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 645 ‘ของขวัญ’
ตอนที่ 645 ‘ของขวัญ’
เมื่อหลุยส์·แบรีออกห่างจากบริเวณร้านกาแฟ โคโลโบก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถอดแว่นตาดำออก แล้วหยิบเงินห้าพันเฟลคินขึ้นมานับใหม่อีกครั้ง
สัญชาตญาณบอกเขาว่า ตนสามารถทำการค้าครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย จึงยอมเสี่ยงอันตรายมายังร้านค้านำเข้าส่งออกมาตานี แต่ตลอดทั้งกระบวนการ เขากลับหวาดหวั่นจนตัวสั่น หลายครั้งถึงกับไม่กล้าลืมตา ในยามเขียนข้อมูลที่อีกฝ่ายเรียกร้อง สองมือก็ยังสั่นระริกอย่างรุนแรง
“อย่างที่คิด ปัญหาคงสะสมจนระเบิดออกมาพร้อมกัน…” โคโลโบถือแว่นตาดำไว้ พึมพำเบาๆ จนแทบไร้เสียง
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปทางประตูใหญ่ของร้านค้านำเข้าส่งออกมาตานี
ขณะย่างกราย ร่างของโคโลโบพลันเกร็งกระตุก ราวกับมีลางสังหรณ์ประหลาดว่า รอบด้านเต็มไปด้วยอันตราย
หัวใจของเขาแขวนค้างในอก ด้วยความเป็นมืออาชีพ เขาพินิจพิเคราะห์สี่ทิศโดยรอบ พลางก้าวเท้าไปตามสัญชาตญาณ บางครั้งก็เร่งรีบ บางคราวก็ช้าลง บางจังหวะเปลี่ยนทิศทาง บางคราวหยุดชะงัก
สิ่งที่โคโลโบมองเห็นคือแสงแดดยามสาย ร้านรวงต่างๆ เพิ่งเปิดทำการไม่นาน จึงยังค่อนข้างโล่ง มีลูกค้าหร็อมแหร็ม
เขาไม่พบว่ามีผู้ใดจ้องมองตน ทั้งยังไม่รู้สึกถึงสายตาใดแอบซุ่มอยู่ในเงามืด
เดินตามสัญชาตญาณไปครู่หนึ่ง เขาพบว่าตัวเองย้อนกลับมายังโซนขายเมล็ดกาแฟและกาแฟ หยุดอยู่หน้าประตูห้องสุขา
โคโลโบก้าวเข้าสู่โลกของผู้วิเศษมาสองปีแล้ว บทเรียนสำคัญที่สุดคือการเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นในสัญชาตญาณ ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเล เร่งผลักบานประตูไม้สีดำที่ค่อนข้างหนักเข้าไป
ร้านค้านำเข้าส่งออกมาตานีนับเป็นร้านรวงระดับไม่ธรรมดาในเมืองท่าไพลอส แม้แต่ห้องสุขาชายเพียงห้องเดียว ยังมีโถปัสสาวะสามจุดและห้องส้วมสามห้อง บนผนังมีตะเกียงแก๊สสองดวงส่องแสงนวลนิ่ง อาบไล้พื้นที่ถูกทำความสะอาดจนเอี่ยม
โคโลโบเดินไปยังอ่างล้างมือ หมุนก๊อกน้ำ ตั้งใจจะล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปัดเป่าความรู้สึกที่ว่า อันตรายกำลังติดตามดั่งเงา
เพียงแค่เงยหน้าขึ้น เขาก็พบใบหน้าหนึ่งลอยปรากฏบนผิวกระจก
แต่นั่นไม่ใช่ใบหน้าของเขา!
ใบหน้าดังกล่าวซีดขาวผิดวิสัย อายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด บนผิวสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีเหลืองอ่อนแฝงประกายเขียวหม่นกำลังจ้องมองโคโลโบด้วยสายตาเยียบเย็น
เขาคือผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักโทษ’ เพียงผู้เดียวในหน่วยลาดตระเวน เทวานาโค·ทูเปียน ผู้ไต่ไปถึงลำดับ 6 ‘ซอมบี้’ เมื่อปีก่อน
เขายังเป็นคนแรกที่ทำให้โคโลโบรู้สึกอันตรายโดยสัญชาตญาณ และเชื่อว่าหากตนเอ่ยความรู้สึกนี้ออกไป จะต้องตายในเร็ววันแน่นอน!
เมื่อครู่ ตอนที่ลูเมี่ยนขอให้โคโลโบเขียนชื่อและรายละเอียดของผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักโทษ’ ในหน่วยลาดตระเวน จิตใจของโคโลโบก็กระสับกระส่ายอย่างยิ่ง ถึงขั้นคิดจะปฏิเสธการค้าครั้งนี้ เหตุที่เขานับเงินต่อหน้า มิใช่เพราะไม่ไว้ใจนักผจญภัยผู้กล้ามอบเงินรางวัลห้าหมื่นเฟลคินให้ผู้อื่นได้ทันที แต่เป็นการอาศัยจังหวะดังกล่าวเพื่อครุ่นคิด ลังเล และตัดสินใจ
ท้ายที่สุด เขาเลือกเชื่อในตนเอง เชื่อในสัญชาตญาณที่ทำให้ตนกล้าเสี่ยงอันตรายมาทำการค้า โดยที่ไม่ได้เขียนเล่าเกี่ยวกับลางสังหรณ์อันตรายที่ตนมีต่อเทวานาโค·ทูเปียน
และบัดนี้ ใบหน้าของเทวานาโค·ทูเปียนได้ปรากฏบนผิวกระจกเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน
น…นี่มันพลังของลำดับ 5 ‘วิญญาณอาฆาต’ เส้นทาง ‘นักโทษ’…เขาเลื่อนลำดับอีกครั้งตอนไหน? ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริด โคโลโบรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเย็นเฉียบ ราวกับจมดิ่งสู่ก้นทะเลสาบน้ำแข็งบนที่ราบสูง ชั่วพริบตาก็แข็งค้างไปทั้งตัว
ในขณะเดียวกัน ใบหน้าของเทวานาโค·ทูเปียนบนกระจกเหนืออ่างล้างมือ ก็พลันอันตรธานหาย
ในร่างของโคโลโบคล้ายกับมีน้ำแข็งอันเยือกเย็นที่ไม่มีวันละลายถูกยัดเยียดเข้ามา แผ่ซ่านความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งดวงวิญญาณจากภายในสู่ภายนอก
สองมือของเขายกขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับเจตนาของเจ้าของร่าง ขณะที่ข้างหูได้ยินเสียงเยียบเย็นปราศจากความรู้สึก
“ดูเหมือนว่าทางนี้จะถูกเปิดโปงแล้วสินะ ถึงกับทำให้คุณแพร่งพรายข้อมูลของผมได้”
“ผมจะออกจากเมืองท่าไพลอสทันที แต่ก่อนจากไป ก็ขอทิ้งของขวัญให้ลูเมี่ยน·ลีสักสองชิ้นก็แล้วกัน”
หมายความว่ายังไง? ของขวัญอะไร? แล้วลูเมี่ยน·ลีเป็นใคร? ขณะที่ความรู้สึกสับสนงุนงงถาโถมเข้ามา โคโลโบก็ต้องหวาดผวาเมื่อเห็นสองมือของตน เริ่มบีบลำคอของตัวเอง โดยที่แรงบีบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้าสู่สมอง เขาเริ่มเข้าใจอย่างคลุมเครือแล้วว่า ‘ของขวัญ’ หมายถึงสิ่งใด
เทวานาโค·ทูเปียน ต้องการสังหารเขา แล้วห่อหุ้มความตายของเขาให้เป็นของขวัญชิ้นหนึ่ง!
แต่อีกฝ่ายบอกว่ามีของขวัญสองอย่าง อีกชิ้นคืออะไร?
…………
ภายในอาคารสีขาวครีมสี่ชั้นของหน่วยลาดตระเวน
กามูส์นั่งจิบกาแฟจากที่ราบสูง อ่านหนังสือพิมพ์ ‘ไบลัมตะวันตกเทเลกราฟ’ ฉบับวันนี้ พลางคิดถึงการค้าระหว่างโคโลโบกับหลุยส์·แบรี
หากการค้าสำเร็จ ในฐานะคนกลาง เขาจะได้ค่าตอบแทนยี่สิบเปอร์เซ็นต์
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องทำงานของกามูส์ดังขึ้น
“เชิญ” แม้กามูส์จะอายุไม่มากนัก แต่นับว่ามีอาวุโส เป็นหนึ่งในหัวหน้าทีมปฏิบัติการของหน่วยลาดตระเวน หากมีตำแหน่ง ‘รองหัวหน้าหน่วย’ ว่างลง บุคคลเดียวที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเขาคือ ‘นักโทษ’ เทวานาโค·ทูเปียน
ทวีปใต้นั้นวุ่นวายยิ่งนัก โดยเฉพาะในพื้นที่พิพาทระหว่างหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ผู้คลั่งไคล้การนองเลือด นิกายวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัว หรือเหล่านักผจญภัยผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน ยังรวมถึงไปสายลับและนักเผยแผ่ศาสนาสารพัดประเทศ บางฝ่ายก็จงใจลอบสังหารสมาชิกหน่วยลาดตระเวน บางฝ่ายไม่ยอมอยู่ใต้การปกครอง ระเบิดโทสะสังหารใครสักคนแล้วหลบหนีไป บ้างฝ่ายก็วางแผนมาอย่างแยบยล โดยมีสมาชิกหน่วยลาดตระเวนเป็นหนึ่งในเป้าหมาย ด้วยเหตุนี้ ในช่วงหลายปีหลัง หน่วยลาดตระเวนจึงสูญเสียกำลังพลไปทุกปี และต้องรับสมาชิกใหม่อยู่เสมอ
การถูกโจมตีบ่อยครั้งยังพอมีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือหากได้รับชัยชนะ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะได้รับของมีค่า รวมถึงวัตถุดิบเกี่ยวกับผู้วิเศษอย่างเป็นกอบเป็นกำ อาทิ สูตรโอสถที่สมาชิกหน่วยลาดตระเวนใช้เลื่อนลำดับ ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากสถานการณ์ข้างต้น ซึ่งนำมาสู่ปรากฏการณ์หนึ่ง
เมื่อเทียบกับเมืองขนาดเดียวกันบนทวีปเหนือ เมืองท่าไพลอสจะมีจำนวนผู้วิเศษทางการมากกว่า โดยเฉพาะผู้วิเศษในลำดับกลาง เพียงแต่ขาดแคลนพลังในลำดับสูงหรือสมบัติปิดผนึกที่เหมาะสม
ที่กามูส์ตกอยู่ในภาวะขัดสนเงินทอง ก็เพราะเขาเลื่อนลำดับได้เร็วกว่าพี่น้องทั้งหลายนั่นเอง
ย้อนกลับไปตอนที่เขาเพิ่งมาถึงรัฐมาตานี เพิ่งมาถึงเมืองท่าไพลอส เขายังเป็นเพียงลำดับ 9 ‘ผู้ตัดสิน’ แต่ปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นลำดับ 7 ‘นักสอบสวน’ แล้ว เลื่อนลำดับถึงสองครั้งภายในห้าปี และล่าสุดกำลังเก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อวัตถุดิบ หวังจะเลื่อนเป็นลำดับ 6 ‘ผู้พิพากษา’ แน่นอนว่าหากมีโอกาสได้เป็นรองหัวหน้าหน่วย หน่วยลาดตระเวนย่อมจะสนับสนุนทรัพยากรส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้เขาเลื่อนลำดับ
ของรางวัลที่เขาได้มา ไม่ได้เหมาะกับตัวเองเสมอไป บางครั้งต้องแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมหน่วย บางครั้งต้องขายให้หน่วยลาดตระเวน เพื่อแลกเป็นเงินทอง รอคอยให้สูตรโอสถและวัตถุดิบของเส้นทางตนปรากฏ
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากหน่วยลาดตระเวนเพิ่งก่อตั้งมาไม่กี่ปี ปราศจากการกักตุนสมบัติวิเศษ เขาจึงต้องจัดหาสมบัติวิเศษที่พอใช้การได้เข้ามาเอง ทั้งยังต้องคอยเติมยันต์กับยาเป็นประจำ เพื่อมิให้มีข้อบกพร่องด้านการเตรียมตัว จนพลาดท่าเสียทีถูกลอบสังหารหรือลอบโจมตี
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เงินทองย่อมขัดสนเป็นธรรมดา
ความวุ่นวายคือเส้นทางสู่นรก แต่ก็เป็นบันไดสู่ความสูงส่ง!
ผู้ที่เปิดประตูเข้ามาคือ ‘กลาดิเอเตอร์’ โซว
เปียถักเล็กๆ สีน้ำตาลแกว่งไกวแผ่วเบา โซวผู้สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงขายาวสีเบจ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า เดินตรงไปหากามูส์ พลางถามด้วยรอยยิ้มว่า
“คุณเห็นโคโลโบบ้างไหม?”
“ผมมีธุระอยากเจอเขา”
กามูส์เตรียมข้ออ้างไว้นานแล้ว
“เขาไปร้านค้านำเข้าส่งออกเพื่อซื้อเมล็ดกาแฟ”
โซวเปล่งเสียง ‘อ้อ’
“งั้นผมจะรอจนเขากลับมา”
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณหรือ?” กามูส์ถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
โซวเดินไปสองก้าว ยิ้มพลางกล่าวว่า
“ผมมีภารกิจสืบสวน อยากชวนเขาไปด้วย บางทีเขาอาจเห็นร่องรอยที่คนอื่นมองไม่เห็น”
“นิสัยไม่ดีเลยนะ ไม่เป็นห่วงบ้างหรือว่าโคโลโบจะได้รับอันตราย?” กามูส์ตอบอย่างขบขัน แล้วยกถ้วยกาแฟขึ้น แนบริมฝีปาก จิบอึกหนึ่ง
ในจังหวะนั้นเอง มือขวาของโซวพลันชักออกจากกระเป๋ากางเกง นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คีบไพ่ป๊อกใบหนึ่งที่เปล่งประกายวาววับดั่งโลหะ
บนหน้าไพ่คือรูปตัวตลกสองสี เทาและขาว
ฟิ้ว! โซวดีดไพ่ใบนั้น พุ่งตรงไปยังศีรษะของกามูส์
…………
ภายในห้องน้ำชาย ร้านค้านำเข้ารัฐมาตานี
ในที่สุดโคโลโบก็มองเห็นตัวเองในกระจก
ใบหน้าของเขาเริ่มกลายเป็นสีเขียวหม่น มือทั้งสองบีบคอตัวเองแน่นจนกระดูกส่งเสียงดังราวกับจะหัก บนกระจกตาสีน้ำเงินเข้มสะท้อนร่างของเทวานาโค·ทูเปียน
โคโลโบพยายามร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง แต่กลับไม่อาจเปล่งคำใดออกมาได้ จึงพยายามขยับขา เพื่อวิ่งออกไปนอกห้องน้ำ แต่กลับก้าวเท้าไม่ออก
ร่างกายของเขาราวกับไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป กำลังลงมือสังหารตัวเองอยู่
ฮ่อก ฮ่อก ฮ่อก…ในที่สุดลำคอของโคโลโบก็เปล่งเสียงออกมาได้ แต่อ่อนระโหยจนไม่มีผู้ใดได้ยิน
เขาตระหนักว่าความตายได้คืบคลานเข้ามากระชั้นชิดแล้ว ความสิ้นหวังปนหวาดกลัวกำลังครอบงำจิตใจ
ทันใดนั้น มือสองข้างของโคโลโบที่บีบคอตัวเอง ก็พลันชะงักงัน
ในเวลาเดียวกัน ณ ช่องระบายอากาศของห้องน้ำ เงาหนึ่งค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นจากความมืด
นั่นคือลูเมี่ยน เจ้าของเรือนผมสีดำ นัยน์ตาสีเขียว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว เสื้อกั๊กสีดำเปิดอก และหมวกสานสีทองนั่นเอง
ใบหน้าของลูเมี่ยนเปี่ยมไปด้วยสองอารมณ์ ยินดีและรู้แจ้ง ใกล้กับริมฝีปากมีขลุ่ยกระดูกสีดำวางอยู่
เสียงคร่ำครวญดังขึ้นตามมา บทเพลงอันโศกเศร้าแผ่ออกมาจากรูสีแดงเข้ม
กลอนดนตรีเคืองแค้น!
ทำไมเราเพิ่งจะตระหนักถึงจิตสังหารและอันตรายเอาป่านนี้? เทวานาโคเพิ่งจะผุดความคิดดังกล่าว แรงกระหายในการฆ่าฟันอันพลุ่งพล่าน ก็ถูกท่วงทำนองจากขลุ่ยกระดูกปลุกเร้าขึ้นมา
ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างหนึ่งแยกตัวออกจากร่างของโคโลโบ ไม่ใช่ใครนอกจากเทวานาโค·ทูเปียน เจ้าของผิวสีน้ำตาลอ่อนและใบหน้าซีดขาว!
ในดวงตาสีเชือกป่านของ ‘วิญญาณอาฆาต’ รายนี้ เส้นเลือดฝอยนับร้อยปูดโปนขึ้นมา แสดงอาการใกล้จะระเบิดเต็มที
ส่วนโคโลโบที่จิตใจถูกความหวาดกลัวและความสิ้นหวังครอบงำอยู่ก่อนแล้ว ก็ถูก ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ปลุกเร้าเช่นกัน
หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นในทันที ถึงกับ ‘ผวา’ จนสลบไป ล้มพับลงกับพื้น เหลือลมหายใจเพียงครึ่งเดียว
ลูเมี่ยนไม่ได้เป่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ นานนัก หลังจากลดขลุ่ยกระดูกสีดำลงมา เด็กหนุ่มก็อันตรธานหายไปในเงามืด หายไปใต้ช่องระบายอากาศของห้องน้ำ
ร่างของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง ณ ด้านหลังเทวานาโค·ทูเปียน ผู้กำลังถูกแรงกระหายในการฆ่าฟันโถมทับ
เด็กหนุ่มยกขลุ่ยกระดูกสีดำที่เต็มไปด้วยรูสีเลือดขึ้น ปากเตรียมเปล่งเสียง ‘ฮ่า’ ออกไป
……………………………………………………..