ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 646 ศึกในห้อง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 646 ศึกในห้อง
ตอนที่ 646 ศึกในห้อง
เทวานาโค·ทูเปียนรู้สึกราวกับมีเสียงอื้ออึงดังก้องในโสตประสาท ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน สมองประดุจถูกเปลวเพลิงแผดเผา ความคิดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
เขาไร้ความสามารถที่จะประเมินสถานการณ์เบื้องหน้าหรือศัตรูเบื้องหลังไปชั่วขณะ
สายโลหิตที่มีกลิ่นแปลกประหลาดเริ่มไหลริน ทั้งจากหางตาและจมูก ผิวกายที่เดิมขาวซีดบนพื้นผิวสีน้ำตาลอ่อน แปรเปลี่ยนเป็นสีเข้มคล้ำอย่างรวดเร็ว
“ฮ่า!”
ลูเมี่ยนพ่นแสงสีเหลืองอ่อนออกจากปาก พุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่คาดว่าเป็น ‘ฮิโซกะ’ จากระยะห่างไม่ถึงสองเมตร
เทวานาโคหลับตาลง ร่างทรุดฮวบสิ้นสติ ขณะที่ ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ในรูปขลุ่ยกระดูกสีดำในมือลูเมี่ยนได้พุ่งแทงเข้าหาลำคอของเขา
ทันใดนั้น พื้นห้องน้ำที่ปูด้วยกระเบื้องหินพลันเลือนรางกลายเป็นดินโคลนดำมืด แขนมนุษย์นับสิบต่างโผล่ทะลุขึ้นมา
บางแขนไร้ผิวหนัง เผยให้เห็นมัดเนื้อสีแดงสด ไขมันเหลืองอ๋อย และเส้นเอ็นขาวโพลน บางแขนโปร่งแสงไร้ตัวตน ทั้งน่าสยดสยองและซีดขาว ส่วนบางแขนบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ บ้างก็มีดวงตาหมุนวนรวดเร็ว บ้างก็เต็มไปด้วยตุ่มเนื้อสีเขียวคล้ำที่ผุดขึ้นหนาแน่น…
มือเหล่านั้นพร้อมใจกันคว้าจับทั้งลูเมี่ยนและเทวานาโค
แต่เดิมนี่คือคาถาประเภทความตายของ ‘วิญญาณอาฆาต’ ซึ่งมีชื่อว่า ‘วิญญาณอาฆาตรัดรึง’ สามารถอัญเชิญอันเดดชนิดพิเศษจำนวนมากมาตรึงเป้าหมายให้อยู่กับตำแหน่ง ทำให้ตัวชา แข็งทื่อ ยากจะขยับเขยื้อน
สืบเนื่องจากเทวานาโคเป็นผู้วิเศษลำดับกลางแห่งเส้นทาง ‘ปีศาจ’ ด้วย เวทมนตร์นี้จึงแปรเปลี่ยนเป็น ‘สู่ห้วงนรก’!
เวทมนตร์นี้สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ ด้วยการแปรสภาพพื้นที่หนึ่งให้กลายเป็นที่ซ่อนของเหล่าอันเดดและสัตว์ร้ายประเภทเสื่อมทราม เมื่อมีผู้บุกรุกย่างกรายเข้ามา พวกมันจะโผล่แขนขึ้นมาฉุดกระชากเป้าหมายลงสู่ห้วงนรกอันดำมืดและโสมม นอกจากจะช่วยพันธนาการการเคลื่อนไหวของศัตรูแล้ว เมื่อสัมผัสกับอันเดดหรือสัตว์ร้ายเหล่านั้น เป้าหมายจะเกิดอาการแข็งทื่อ ตัวชา วิงเวียน หนาวสั่น เจ็บปวด หรือพลังชีวิตรั่วไหลอย่างกะทันหัน อาจเกิดขึ้นหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างพร้อมกัน และหากถูกลากลงสู่ห้วงนรกลวงตาอย่างสมบูรณ์ ก็จะได้รับมลทินจนเริ่มเสื่อมทราม
ก่อนจะโจมตีโคโลโบ เทวานาโคได้ใช้เวทมนตร์ดังกล่าวกับพื้นห้องน้ำเอาไว้แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันพนักงานหรือลูกค้าของร้านที่อาจจะเดินเข้ามา และบังเอิญพบเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนกำลังฆ่าตัวตาย แล้วแหกปากตะโกนเรียกตำรวจด้านนอก ไม่นึกว่าจะมีประโยชน์ในเวลาแบบนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้เผยตัวต่อหน้าโคโลโบ แต่เลือกปรากฏในกระจกแทน
การพุ่งแทง ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ของลูเมี่ยนชะงักค้างกลางอากาศทันที
เขาถูกแขนนับไม่ถ้วนจับกุมไว้ทั้งข้อเท้า น่อง สะโพก และลำตัว ทั้งร่างกายและดวงวิญญาณจมดิ่งสู่ภาวะเย็นเยียบและแข็งทื่อ ทำได้เพียงเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า
เทวานาโคก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน ในสภาพหมดสติ ‘วิญญาณอาฆาต’ และ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ไม่อาจควบคุม ‘สู่ห้วงนรก’ ให้แขนประหลาดเหล่านั้นเลี่ยงผ่านตนเองได้ จึงถูกจับกุมร่างกายเช่นกัน ถูกฉุดลากลงพื้นตามแรงล้มของการสลบ
ส่วนโคโลโบที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นไม่ไกล ก็ยิ่งถูกท่อนแขนเหล่านั้นลากลงสู่ห้วงนรกลวงตาอันโสมมและดำมืดทีละน้อย
บึ้ม! เปลวไฟสีแดงเพลิงพลันปะทุขึ้นรอบกายลูเมี่ยน
เปลวไฟลุกโชนราวกับกำลังคลุมร่างของเด็กหนุ่มด้วยอาภรณ์แดงฉานอันเจิดจ้า
แขนที่เกาะกุมส่วนต่างๆ ของร่างกายลูเมี่ยน ถูกแผดเผาจนต้องหดกลับไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่หวั่นไหวต่อเปลวไฟ ยังคงฉุดดึงเด็กหนุ่มต่อไป ส่งผลให้ร่างกายเย็นชาและแข็งทื่อ แม้จะฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหวได้บ้างแต่ก็ยังไม่เพียงพอ
หากเป็นเมื่อครู่ ลูเมี่ยนคงสามารถแทงขลุ่ยกระดูกสีดำไปข้างหน้าจนถูกลำคอศัตรูได้แล้ว แต่สำหรับตอนนี้ เป้าหมายที่คาดว่าเป็น ‘ฮิโซกะ’ กำลังจะแตะพื้น
ตุบ!
เทวานาโคล้มลงอย่างแรง
เขาได้รับแรงกระแทกและความเจ็บปวด จนในที่สุดก็หลุดพ้นจากอิทธิพลของ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ และฟื้นคืนสติ
และในเวลานี้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดหลังจากตัณหาของเขาถูกปลุกเร้าได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ลูเมี่ยนเห็นภาพนั้น ก้มศีรษะลงเล็กน้อยพลางเปล่งเสียง
“ฮึ่ม!”
พร้อมกับแสงสีขาวสองสายที่พุ่งออกมา สองมือของลูเมี่ยนหดกลับ แม้จะยังเชื่องช้าอยู่บ้างแต่ก็สอดเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ได้สำเร็จ
แสงสีขาวทั้งสองสายพลาดเป้าเทวานาโคที่นอนอยู่บนพื้น เนื่องจากถูกสกัดด้วย ‘ป่า’ ที่ก่อตัวจากการพันเกี่ยวของท่อนแขนพิสดาร น่าสยดสยอง นองเลือด และลวงตานับไม่ถ้วน
แขนที่ถูก ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ กวาดผ่านต่างอ่อนยวบ พร้อมทั้งหดกลับเข้าสู่พื้นอันดำมืดและโสมม ราวกับสูญเสียแรงค้ำจุน
เทวานาโคฉวยโอกาสนี้ ร่างของเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีดำชั่วร้าย ประหนึ่งประกอบจากอารมณ์และตัณหาอันมืดมิดที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจ
ท่ามกลางความเงียบ เทวานาโคแปรสภาพเป็นของเหลวสีดำลวงตา เหนียวหนืด และสกปรก หลอมรวมเข้ากับห้วงนรกอันโสมม แล้วหายวับไป
ลูเมี่ยนยังคงถูกแขนชั่วร้ายที่ไม่เกรงกลัวเปลวไฟฉุดกระชาก จำกัดอิสระการเคลื่อนไหวไว้ในระดับหนึ่ง
สองมือของลูเมี่ยนเลื่อนออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ พร้อมกับลากชุดเกราะคลุมร่างสีเงินขาวออกมา
เด็กหนุ่มวางชุดเกราะดังกล่าวไว้ข้างกาย ปักมันลงในโคลนดำอย่างหนักมือ
ชุดเกราะอหังการ!
แขนที่งอกออกจากห้วงนรกลวงตาและโลกวิญญาณ ทั้งชั่วร้ายและน่าขยะแขยง ต่างทำตามสัญชาตญาณและอำนาจของคาถา ต่างก็ยื่นขึ้นไปคว้าจับ ‘ชุดเกราะอหังการ’ อย่างไม่ลังเลทั้งตรงข้อเท้า สนับขา สะโพก ท้องน้อย หน้าอก และแผ่นหลัง
‘ชุดเกราะอหังการ’ เริ่มเคลื่อนไหวทันที ในมือของมันเสกดาบยักษ์ที่หลอมจากแสงบริสุทธิ์ รอบกายของมัน แสงรุ่งอรุณอันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ ปรากฏชัด แล้วแผ่ขยายจนเต็มห้องน้ำทั้งห้อง
ท่อนแขนเหล่านั้น ทั้งที่เป็นภาพลวงตาและเปื้อนเลือด พลันมีควันดำลอยโชย
ท่ามกลางแสงที่สาดส่องราวกับรุ่งอรุณ พวกมันต่างหดกลับลงสู่ใต้พื้นดินอย่างรวดเร็ว
โคลนดำเริ่มจางหาย กระเบื้องหินในห้องน้ำปรากฏให้เห็นทีละแผ่น
โคโลโบที่กำลังจะจมดิ่งสู่ห้วงนรกแห่งภาพลวง ในที่สุดก็หยุดจมลง ยังคงนอนสลบไม่ไหวติงอยู่บนพื้น
ร่างที่ราวกับประกอบขึ้นจากของเหลวสีดำข้นหนืด ชั่วร้ายและเสื่อมทรามถึงขีดสุด ปรากฏขึ้นตรงประตูห้องน้ำห่างออกไปหลายเมตร เตรียมตัวหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ
หลังหลุดพ้นจากสถานการณ์คับขัน เทวานาโคตัดสินใจอย่างใจเย็นได้ว่า
ต้องละทิ้งโอกาสที่จะใช้พลัง ‘วิญญาณอาฆาต’ เข้าสิงร่างลูเมี่ยน·ลี อย่าไปพัวพันกับเขาอีก รีบหนีออกจากร้านค้านำเข้าส่งออกมาตานี หนีออกจากเมืองท่าไพลอสโดยเร็ว!
เขาประเมินว่าตนติดกับอีกฝ่ายเข้าแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จำเป็นต้องกระโดดออกมาก่อนที่กับดักจะทำงานเต็มรูปแบบ ไม่อาจปล่อยให้ความโกรธและแรงกระหายฆ่าฟันครอบงำชั่วขณะ จนถูกตรึงอยู่กับที่ หรือพยายามโต้กลับลูเมี่ยน·ลี รอให้สังหารอีกฝ่ายได้แล้วค่อยหนี
นั่นจะอันตรายเกินไป!
เทวานาโครู้สึกโชคดีที่เลือกส่ง ‘ของขวัญ’ ให้ลูเมี่ยน·ลีสองชิ้น ถึงขั้นยอมแบ่งสมบัติวิเศษที่ตนโปรดปรานที่สุดออกไป
บัดนี้ ภายในสำนักงานหน่วยลาดตระเวนคงเกิดความผิดปกติขึ้นแล้ว และจะยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อเวลาผ่านไป จนสามารถดึงดูดศัตรูซ่อนเร้นให้ไปรวมกันที่นั่น ทำให้ดูเหมือนว่าทางนั้นคือเป้าหมายที่แท้จริง
นี่คือโอกาสหลบหนีของเขา!
เทวานาโคไม่จำเป็นต้องฆ่ากามูส์ก่อนมาลงมือกับโคโลโบ เพียงแต่คิดว่า หากการ ‘ปิดปาก’ โคโลโบก่อนหลบหนีเป็นไปอย่างราบรื่น เหตุการณ์ทั้งสองฝั่งก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นเช่นกัน แต่ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับอีกฝั่ง ความวุ่นวายทางฝั่งกามูส์ก็จะช่วยแบ่งเบาแรงกดดันจากตรงนี้ไปได้ ช่วยดึงดูดความสนใจของลูเมี่ยน·ลี ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ทางนั้น
เขาเลือกที่จะส่งของขวัญเพิ่มอีกชิ้นเพราะความรอบคอบ ไม่ใช่เพื่อสนองแรงกระหายในการฆ่าฟันของตน!
…………
ภายในอาคารสีขาวครีมสี่ชั้นของหน่วยลาดตระเวน ในห้องทำงานของกามูส์
เมื่อเห็นไพ่ป๊อกใบหนึ่งที่เปล่งประกายวาววับคล้ายโลหะพุ่งมา กามูส์ไม่สนใจว่ากาแฟในมือจะหกหรือไม่ สัญชาตญาณพาให้เขาย่อตัวลงต่ำ หลบไปด้านหลังโต๊ะทำงาน พร้อมจะพลิกโต๊ะขึ้นปัดใส่โซวที่โจมตีตน แล้วตามด้วย ‘ทะลวงจิต’ อีกหนึ่งท่า
ไพ่ป๊อกที่มีหน้าไพ่เป็น ‘โจ๊กเกอร์’ พุ่งผ่านเหนือศีรษะกามูส์ไป พลาดการปะทะกับเป้าหมาย
แต่มันกลับปรับทิศทางเอง เปลี่ยนเส้นทางการเคลื่อนที่ ราวกับมีความคิดจิตใจ พุ่งดิ่งลงทำมุมหักศอก ตรงเข้าใส่แผ่นหลังของกามูส์
เมื่อไพ่ป๊อกใบนั้นสัมผัสกับกามูส์ ก็กลายเป็นภาพลวงตาอย่างประหลาด หลอมรวมเข้าไปในร่างของกามูส์
เมื่อโซวเห็นภาพนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งฉีกกว้าง เร่งก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ก็พุ่งไปถึงด้านข้างโต๊ะทำงาน พลางชักดาบเล่มใหญ่ที่สะพายหลังออกมา
…………
ในห้องน้ำชาย ร้านค้านำเข้าส่งออกมาตานี
ร่างที่ประกอบจากของเหลวสีดำข้นหนืด มุดเข้าไปในช่องว่างใต้ประตู แต่แล้วก็ถูกส่งกลับมายังจุดเดิมอย่างประหลาด
ก่อนที่ลูเมี่ยนจะปล่อยจิตสังหาร ขณะชัก ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เด็กหนุ่มก็ใช้ ‘ขวดเสกสรร’ โดยอาศัยช่องระบายอากาศของห้องน้ำเป็นจุดอ้างอิง
เงื่อนไขการเข้าออกคือต้องเป็นสตรี!
ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าที่ต้องการเข้าห้องน้ำชายจะไม่ถูกลากเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้อันตรายเหนือธรรมชาติ และ ‘ฮิโซกะ’ ก็ไม่อาจหนีออกไปได้จนกว่าจะทำลาย ‘ขวดเสกสรร’!
ร่างที่ประกอบจากของเหลวสีดำข้นหนืด แผ่ขยายไปยังบริเวณที่ตรงกับช่องระบายอากาศในทันที หลบหลีกลำแสงขาวสองสายที่ลูเมี่ยน ‘ฮึ่ม’ ออกมาอีกรอบ
เทวานาโคไม่หนีอีกต่อไป ร่างพลันพองขยาย กลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาสูงเกือบสามเมตร
ผิวหนังของสัตว์ประหลาดตนนี้เป็นสีดำสลัว บนศีรษะมีเขาแพะโค้งคู่หนึ่ง สลักลวดลายลึกลับเอาไว้จนเต็ม ด้านหลังกางปีกค้างคาวมหึมาคู่หนึ่ง ซึ่งพันพัวด้วยเปลวไฟสีแดงสดแซมน้ำเงิน ส่งกลิ่นกำมะถันรุนแรง
จำแลงปีศาจ!
นี่คือพลังที่ทรงอานุภาพที่สุดของลำดับ 6 ‘ปีศาจ’ แห่งเส้นทาง ‘อาชญากร’ สามารถเพิ่มพูนประสิทธิภาพในทุกด้านได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ความเร็ว และการป้องกัน
ลูเมี่ยนรู้ว่าเป้าหมายที่สงสัยว่าเป็น ‘ฮิโซกะ’ กำลังระวัง ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ พร้อมหลบหลีกตลอดเวลา จึงยังไม่ใช้พลังนี้อีก
เด็กหนุ่มตัดสินใจไม่เป่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ด้วยเช่นกัน เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
เมื่อครู่ ศัตรูกำลังพยายามสังหารโคโลโบ แรงกระหายในการฆ่าฟันกำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด จึงง่ายต่อการถูกจุดระเบิดอย่างแม่นยำ แต่บัดนี้อีกฝ่ายใจเย็นลงมากแล้ว ไม่มีความแปรปรวนทางอารมณ์หรือแรงกระหายเลย
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าการเป่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ จะส่งผลอย่างไร ไม่รู้ว่าจะดีหรือร้าย ลูเมี่ยนไม่อยากเสี่ยงโชค
ในมือของเด็กหนุ่มเสกหอกยาวสีแดงเพลิงจนเกือบขาว จากระยะห่างเพียงไม่กี่เมตร เขาซัดมันใส่เป้าหมายที่ต้องสงสัยว่าเป็น ‘ฮิโซกะ’
ในขณะเดียวกับที่หอกเพลิงถูกขว้างออกไป ร่างของลูเมี่ยนก็อันตรธานหาย
เด็กหนุ่มไม่อาจอยู่กับที่ ไม่เช่นนั้นจะถูก ‘วิญญาณอาฆาต’ เข้าสิงร่าง หรือไม่ก็ถูก ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ โจมตีจิตใจ หรือไม่ก็ถูกพลังอื่นๆ ปลุกเร้าแรงกระหายหรืออารมณ์!