ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 647 ‘การกระทำที่ไร้เหตุผล’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 647 ‘การกระทำที่ไร้เหตุผล’
ตอนที่ 647 ‘การกระทำที่ไร้เหตุผล’
หอกเพลิงพุ่งตรงเข้ามา สะท้อนประกายเพลิงสีแดงจนเกือบขาวบนกระจกตาสีเลือดของเทวานาโค ผู้กำลังอยู่ในสภาพ ‘จำแลงปีศาจ’
เขาไม่ตอบสนองต่อการโจมตีนั้นแต่อย่างใด เพียงมุ่งสมาธิปั้นดาบยักษ์ประหลาดขึ้นจากลาวาสีแดงเพลิง ซึ่งมีเปลวไฟสีฟ้าอ่อนพันเป็นเกลียว
เขาพลันหมุนตัว เผยแผ่นหลังให้กับหอกเพลิงนั่นโต้งๆ พลางเหวี่ยงดาบลาวายักษ์ฟันเฉียงไปยังศัตรูที่จะต้อง ‘เทเลพอร์ต’ มาโจมตีทางด้านหลังตนดังเช่นที่ผ่านมา
ดาบยักษ์ที่หลั่งไหลด้วยลาวาสีแดงเพลิงกับเปลวไฟสีฟ้าอ่อน ฟาดฟันผ่านอากาศ แต่กลับไม่อาจสัมผัสถูกลูเมี่ยน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยการหลอมละลายและแตกร้าวอันน่าตื่นตะลึงบนผนังด้านหลัง
หากไม่ได้รับการปกป้องจาก ‘ขวดเสกสรร’ ผนังห้องน้ำคงถูกฟันขาดเป็นสองท่อนไปแล้ว กระนั้นแม้จะมีการป้องกัน ‘ขวดเสกสรร’ ก็ยังแสดงอาการสั่นไหวอย่างชัดเจน บ่งบอกว่าได้รับความเสียหายไม่น้อย
หอกเพลิงสีแดงจนเกือบขาวปักเข้ากลางแผ่นหลังของเทวานาโค แต่กลับแทงได้ไม่ลึกมากนัก เพราะถูกขัดขวางไว้โดยผิวหนังสีเข้มที่ยืดหยุ่นอย่างยิ่ง กับเนื้อหนังอันแข็งแกร่งที่บีบรัดตัว จนไม่อาจทะลวงเข้าสู่ร่างของปีศาจผู้นี้ แม้แต่อำนาจการเผาไหม้ก็ยังทิ้งไว้เพียงรอยดำจากควัน
‘ปีศาจ’ ย่อมต้องมี ‘เกราะธรรมชาติ’ ที่หนาและแข็งแกร่งห่อหุ้มร่างอยู่แล้ว ทั้งยังทนทานต่อเปลวไฟ พิษ และคำสาปได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เทวานาโคยังมีร่างกายแข็งราวเหล็กกล้าของ ‘ซอมบี้’ ที่สามารถต้านกระสุนปืนและลูกปืนใหญ่ได้ด้วย จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่หวั่นเกรงต่อหอกเพลิง ลูกไฟ และการล็อกเป้าของอีกาไฟของลูเมี่ยน สำหรับเขาแล้ว ต่อให้ยืนนิ่งไม่หลบหลีกเลย ก็ต้องถูกโจมตีในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง จึงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแท้จริง
อีกทั้ง หากถึงเวลาคับขัน เทวานาโคก็ยังสามารถแปลงเป็น ‘วิญญาณอาฆาต’ เพื่อหลบเลี่ยงแรงระเบิดได้ด้วย
หากลูเมี่ยน·ลีไม่ได้มี ‘ชุมนุมทาโรต์’ กับ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ คอยหนุนหลัง อีกทั้งไม่มีครึ่งเทพผู้ทรงพลังช่วยจัดการกับตน ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคเชื่อว่าตนสามารถสังหารเด็กหนุ่มได้อย่างทารุณ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีพลังเทเลพอร์ต มีเวทมนตร์ประหลาดที่ทำให้ตนสลบได้ชั่วครู่ และมีสมบัติวิเศษที่อันตราย ผลลัพธ์ก็ยังคงไม่เปลี่ยน เพราะการโจมตีส่วนใหญ่ของลูเมี่ยนล้วนไร้ผลต่อผู้วิเศษที่เป็นทั้ง ‘วิญญาณอาฆาต’ และ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ในขณะที่ตัวเขาเองถูก ‘การโจมตีทางจิต’ และ ‘จุดระเบิดแรงกระหาย’ คุมเชิงไว้อย่างเบ็ดเสร็จ อีกทั้งยังขาดวิธีรับมือกับ ‘วิญญาณอาฆาต’ และรับมือกับอันเดดอีกด้วย
เทวานาโคที่เพิ่งฟันดาบพลาด เห็นร่างของลูเมี่ยนปรากฏลอยอยู่กลางอากาศ
เขาปรากฏตัวในตำแหน่งใกล้กับเพดาน ใกล้กับช่องระบายอากาศ หลบเลี่ยงการฟันฉับของเทวานาโค พลางอ้าปากส่งเสียง ‘ฮ่า’ ในท่าทางที่ทอดมองลงมาจากเบื้องบน
ในชั่วขณะที่แสงสีเหลืองอ่อนพุ่งออกมา ร่างของ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคก็จางหายไป
บนกระจกตาทั้งสองข้างของลูเมี่ยน ปรากฏร่างปีศาจผิวสีดำสนิท มีเขาแพะงอกจากหัว ปีกค้างคาวงอกจากแผ่นหลัง แต่ไม่ได้ถือดาบลาวาอีกต่อไป
เทวานาโคแปลงร่างเป็น ‘วิญญาณอาฆาต’ ได้ทันท่วงที กระโจนเข้าไปในดวงตาของลูเมี่ยน หลบหลีกการโจมตีของ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’
การ ‘จำแลงปีศาจ’ ไม่ได้กระทบต่อการใช้พลัง ‘วิญญาณอาฆาต’ ของเขาแต่อย่างใด!
สีหน้าของลูเมี่ยนพลันซีดขาว แต้มด้วยสีเขียวอมเทา สองมือยกขึ้นจับคอตัวเองอย่างไม่อาจควบคุม
ร่างของเด็กหนุ่มร่วงหล่นโดยไว กระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ลูเมี่ยนเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว ขณะที่ยังสามารถต่อต้านและดิ้นรนได้บ้าง เขาไม่พยายามหยุดยั้งมือทั้งสองข้าง ไม่ต่อต้านการควบคุมของ ‘วิญญาณอาฆาต’ เพียงแต่ปล่อยจิตดำดิ่งลงสู่แขนขวาโดยตรง
กระแสของความบ้าคลั่งโหดเหี้ยม ความน่าพรั่นพรึง ความกระหายเลือด และความรู้สึกเหนือกว่าที่มองลงมายังทุกสิ่ง แผ่ซ่านออกมาอย่างเจือจาง ทำให้เทวานาโคที่พอจะรู้เรื่องราวบ้าง ถึงกับสั่นสะท้านทั้งกายใจโดยสัญชาตญาณ ได้รับการกระทบกระเทือนอยู่ไม่น้อย
จิตใต้สำนึกของเขาสั่งให้รีบออกจากร่างของลูเมี่ยน กระโดดไปอยู่บนกระจกล้างหน้า
ลูเมี่ยนกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาอีกครั้ง แล้วหายวับไปก่อนที่จะร่วงกระแทกพื้น
คราวนี้ เด็กหนุ่มมิได้ปรากฏตัวที่หน้าอ่างล้างหน้า แต่อยู่ด้านหลังชุดเกราะเต็มตัวสีเงินวาวที่กำลังยืนนิ่ง
ด้านหลัง!
‘ชุดเกราะอหังการ’ พลันหมุนตัว ในห้องน้ำที่ไม่ได้เล็กเกินไปแต่ก็ไม่ได้กว้างขวางนัก มันยกดาบแสงเล่มยักษ์ขึ้นมา ฟันสับใส่ลูเมี่ยนสุดแรงเกิด ส่วนฝ่ายหลังก็ใช้พลัง ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ อีกครั้ง หายวับไปจากด้านหน้าของชุดเกราะสีเงินขาว
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่อยู่ในกระจก ถึงกับมึนงงเล็กน้อยกับฉากตรงหน้า
ทำไมลูเมี่ยน·ลีถึงได้ไปยั่วโมโหสมบัติปิดผนึกของตัวเอง? ทำไมถึงต้องต่อสู้กับสมบัติปิดผนึกของตัวเองด้วย?
ศัตรูของเขา เป้าหมายของเขา ไม่ใช่เราหรอกหรือ?
แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เทวานาโคก็รู้สึกถึงอันตรายได้โดยสัญชาตญาณ
ความรู้สึกนี้มาจากทั้งการตอบสนองของลางสังหรณ์อันตราย และอาจมาจากคำกล่าวของจักรพรรดิโรซายล์ที่ว่า ‘หากสิ่งใดแสดงอาการผิดปกติไป ย่อมต้องมีปัจจัยที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ และปัจจัยเช่นนั้นมักหมายถึงอันตราย’
เทวานาโครีบออกจากกระจกล้างหน้าโดยไม่ลังเล กระโดดไปทางประตูห้องน้ำในร่างปีศาจตัวใหญ่
เขารวบรวมพลังสร้างลูกไฟกำมะถันสีฟ้าอ่อนขึ้นสิบกว่าลูก แล้วยิงถล่มใส่ประตูไม้บานนั้นพร้อมกัน
เทวานาโคที่เพิ่งฟันดาบจนขวดเสกสรรสั่นไหวไปเมื่อสักครู่ เริ่มเข้าใจแล้วว่า ‘ผนึก’ โดยรอบสามารถทำลายได้ด้วยพละกำลัง ไม่จำเป็นต้องหาทางออกที่แท้จริง หรือสังหารศัตรูที่สร้างผนึกขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงละทิ้งโอกาสที่จะร่วมมือกับชุดเกราะเต็มตัวนั่นโจมตีลูเมี่ยน
เทวานาโคเชื่อว่า หากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป แม้จะสังหารลูเมี่ยน ·ลีสำเร็จตรงนี้ ตัวเขาก็คงถูกล้อมกรอบจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่อาจรอดชีวิตกลับไปได้
หากเป็นเช่นนั้น การสังหารลูเมี่ยน·ลีก็ไร้ความหมาย!
แน่นอน เทวานาโคไม่คิดจะปล่อยให้ลูเมี่ยนได้สบายเช่นกัน หลังจากยิงลูกไฟกำมะถันออกไป เขาก็กำหมัดแน่นแล้วเอ่ยคำในภาษาปีศาจ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเสื่อมทรามและมลทิน ดังก้องกังวานไปทั่วห้องน้ำ
“เชื่องช้า!”
นี่คือหนึ่งใน ‘ถ้อยคำกัดกร่อน’ ที่สามารถทำให้เป้าหมายทั้งหมดในรัศมีเจ็ดถึงแปดเมตร เคลื่อนไหวเชื่องช้าลง หรือแม้กระทั่งชะงักงัน โดยมีผลประมาณสองวินาที
และด้วยขนาดของห้องน้ำแห่งนี้ รัศมีเจ็ดถึงแปดเมตรก็เพียงพอที่จะครอบคลุมทุกซอกทุกมุมแล้ว
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นมาทันใด
เด็กหนุ่มเทเลพอร์ตไปอยู่ด้านหลังชุดเกราะอหังการอีกครั้ง พร้อมกับรวบรวมลูกไฟสีแดงจัดจนเกือบขาวขึ้นในมือ
ภายใต้อิทธิพลของ ‘ถ้อยคำกัดกร่อน’ การเคลื่อนไหวของเขาและชุดเกราะอหังการต่างก็ช้าลง คนหนึ่งปล่อยลูกไฟออกมาอย่างเชื่องช้า อีกคนพยายามหมุนตัวราวกับข้อต่อเป็นสนิม
บึ้ม!
ลูกไฟกำมะถันทั้งสิบกว่ายี่สิบลูกระเบิดกระหน่ำใส่ประตูห้องน้ำ
ทั่วห้องน้ำปรากฏแผ่นฟิล์มบางใส ดูคล้ายกับภาพลวงตา เหมือนกระจกที่แตกร้าวเป็นรอยประสานไปทั่ว พร้อมจะร่วงกราวลงมาทุกเมื่อ
ส่วนประตูไม้บานนั้น ผิวกลายเป็นสีดำไหม้ มีสภาพเหมือนเศษชิ้นส่วนประกอบเข้าด้วยกัน ประหนึ่งมีใครเอากาวมาแปะของเล่นที่เด็กถูกทำพัง
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่เห็นภาพดังกล่าว พลันเข้าใจว่าเพียงอีกหนึ่งการโจมตี ก็จะทำลายผนึกนี้ลงได้สำเร็จ
ครั้งนี้ เขารวมพลังสร้างลูกไฟกำมะถันสีฟ้าอ่อนขึ้นเจ็ดแปดลูก
ในอีกด้านหนึ่ง ลูกไฟของลูเมี่ยนได้รับแรงส่งจากคลื่นลมระเบิด จนในที่สุดก็ซัดเข้าใส่ด้านหลังชุดเกราะอหังการ
ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงกังวานที่ดังปะปนกัน ชุดเกราะเต็มตัวสีเงินวาวก็แข็งค้างในทันใด
ลูเมี่ยนกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาอีกครั้ง เพื่อเทเลพอร์ตออกจากตำแหน่งปัจจุบัน
แทบจะในเวลาเดียวกัน ชุดเกราะอหังการก็เอาชนะผลของ ‘เชื่องช้า’ ด้วยท่วงท่าที่รวดเร็วผิดวิสัย พลิกตัวกลับหลังว่องไว
ทว่ามันก็ยังไม่อาจล็อกเป้าหมาย
เหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาเทวานาโคทั้งขำขันทั้งหวาดระแวง ได้แต่หวังว่าการโจมตีระลอกนี้จะทำลายผนึกสำเร็จ เปิดทางให้ตนหนีออกไปได้
วินาทีถัดมา ลูกไฟกำมะถันฝูงใหญ่ก็พุ่งชนประตูไม้ทางเข้าห้องน้ำอีกครั้ง พร้อมกันนั้น เทวานาโคเห็นชุดเกราะเต็มตัวสีเงินวาวคุกเข่าลงไปกะทันหัน แล้วปักดาบแสงเล่มยักษ์ในมือลงพื้น
นี่มัน…ม่านตาของเทวานาโคเบิกกว้างขึ้นฉับพลัน สัญชาตญาณบอกให้แปลงกายเป็นวิญญาณอาฆาต
แต่เขาควบคุมตัวเองไว้ได้ ด้วยความเข้าใจในเส้นทางนักรบ เขาทราบดีว่านั่นอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักกว่าเดิม
บึ้ม!
พร้อมกันกับการระเบิดของลูกไฟกำมะถัน ดาบแสงแรกที่ชุดเกราะอหังการปักลงในร่องกระเบื้องหิน ก็พลันแตกสลายเป็นอนุภาคแสงนับไม่ถ้วน ประกายเหล่านั้นเกาะกลุ่มกันเป็นพายุระยิบระยับ เกรี้ยวกราด และคมกริบ กวาดซัดออกไปทุกทิศทาง ราวกับจะทำลายทุกสิ่งให้พินาศ
พายุแสง!
เมื่อล็อกเป้าผู้โจมตีจากด้านหลังไม่ได้ ก็ต้องใช้การโจมตีวงกว้างแทน!
ทันใดนั้นเอง ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าโคโลโบ พลางย่อตัวลงบังจุดสำคัญของอีกฝ่ายไว้ เผชิญหน้ากับ ‘พายุ’ อันน่าพรั่นพรึงด้วยตัวเอง
โถปัสสาวะในห้องน้ำถูกฉีกทำลายจนหมดสิ้น ห้องกั้นถล่มลงอย่างไร้เสียง กระเบื้องหินหายไปหนึ่งชั้นราวกับมีใครมาขโมย
เทวานาโคซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเสื่อมทราม ไม่เหลือสถานที่ให้หลบซ่อนในสภาพแวดล้อมอันคับแคบอย่างห้องน้ำ ได้แต่ทนรับความเสียหายเข้าไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดวงตาเปี่ยมไปด้วยประกายแสงวูบวาบคมกริบ
ท่ามกลางพายุที่ประกอบด้วยคมแสง ร่างของลูเมี่ยนแตกออกทีละนิ้ว กลายเป็นเศษกระจกนับไม่ถ้วน
กระจกตัวแทน!
ด้วยการป้องกันของเด็กหนุ่ม โคโลโบจึงไม่ได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต เพียงแต่มีแผลสดหลายแห่งอย่างไม่อาจเลี่ยง
…………
ภายในตึกสีขาวครีมสี่ชั้นของหน่วยลาดตระเวน ในห้องทำงานของกามูส์
กามูส์ที่ย่อตัวอยู่หลังโต๊ะ ใบหน้าซีดขาวลงฉับพลัน แต้มด้วยสีเขียวหม่นเล็กน้อย ในดวงตาราวกับมีตัวตลกสีเทาขาวกำลังหัวเราะอย่างเกินจริง
เขาพยายามสุดกำลัง เพื่อให้สายฟ้าสองเส้นวาบขึ้นในห้วงลึกของดวงตา แทงทะลวงจิตใจของโซวในทันที ทำให้เพื่อนร่วมหน่วยลาดตระเวนที่ทรยศผู้นี้ แสดงสีหน้าทุกข์ระทม
ดาบยักษ์โซวฟันสับลงมา สูญเสียทั้งพลังและทิศทาง ฟาดลงบนโต๊ะทำงาน ไม่อาจสัมผัสร่างของกามูส์
ขณะเดียวกัน มือขวาของกามูส์ชักปืนลูกโม่สีเงินออกมาแล้ว แต่กลับไม่ได้เล็งไปที่โซว หากแต่เล็งเข้าหาตัวเขาเอง
ภายในห้องแห่งหนึ่งของอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามหน่วยลาดตระเวน ซึ่งตรงกับห้องทำงานของกามูส์
จินนากำลังถือกล้องส่องทางไกล หลบอยู่ริมผ้าม่าน คอยเฝ้าดูสถานการณ์ของกามูส์
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถูกโจมตีและกำลังต่อสู้ดิ้นรน เธอก็รีบคว้าเครื่องขยายเสียงที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามาจ่อปากพูดทันที
“กามูส์ถูกโจมตีแล้ว!”
“กามูส์ถูกโรงเรียนกุหลาบโจมตีแล้ว!”
“กามูส์ถูกโจมตีในห้องทำงานของเขาแล้ว!”
เสียงจากเครื่องขยายเสียงสะท้อนก้องทันที ดังเข้าไปในทุกห้องของหน่วยลาดตระเวน
……………………………………………………..