ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 650 ยมทูต
ตอนที่ 650 ยมทูต
ภายในอาณาจักรราตรี
ณ พระราชวังโอ่อ่าอันทรุดโทรม เวิ้งว้าง และแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
ลูเมี่ยนรินเลือดของการ์ดเนอร์·มาร์ตินลงในกระบอกตวง จากนั้นก็โยนมีดกระดูกขาวเล่มเล็กที่เปล่งประกายเย็นๆ คมๆ ตามลงไป
ระหว่างขั้นตอน เด็กหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างไร้ความกังวล ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่านิ้วมือของตนจะถูกตะกอนพลังในรูปมีดกระดูกบาดเป็นแผลจนเลือดไหล เพียงตั้งใจจุดเปลวไฟสีแดงฉาน อาศัยความร้อนแผดเผาบาดแผลเหล่านั้นจนสมานตัว เพื่อมิให้เลือดของตนละลายปนเปื้อนลงในโอสถไปพร้อมกับมีดกระดูกขาว
ความเจ็บปวดทางกายภาพทำให้ลูเมี่ยนยิ่งตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า เขาใส่ฟันสองซี่ของการ์ดเนอร์·มาร์ติน พิษของกิ้งก่าเครารุ้ง และน้ำมันต้นฮอร์นบีม ลงในเลือดสีแดงฉานนั้นตามลำดับ
ปุดๆ ฟองอากาศจำนวนมากผุดเดือดภายในเลือด วัตถุดิบทั้งหมดที่ใส่ลงไปเมื่อครู่ละลายหายไปอย่างน่าประหลาด
ไม่นานนัก จุดดำเล็กๆ คล้ายตะกรันเหล็กก็ลอยขึ้นมาในเลือดสีแดง ราวกับมีอาวุธโลหะสักชิ้นแตกละเอียดอยู่ในนั้น
ลูเมี่ยนเหลือบมอง ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่ยังคงหลับใหล ก่อนจะยกกระบอกตวงขึ้น กรอกของเหลวในนั้นใส่ปากตัวเอง
กลิ่นคาวเลือดรุนแรง รสสนิมเหล็กฝาด และความรู้สึกราวกับเปลวไฟแผดเผา พลันท่วมท้นช่องปากของลูเมี่ยน แทงทะลุเข้าสู่สมอง
ราวกับเด็กหนุ่มได้ย่างกรายเข้าสู่สมรภูมิอันโกลาหล ถูกดาบกระหน่ำฟัน กระสุนปืนยิงใส่ และศัตรูโจมตีไม่หยุดหย่อน บาดแผลผุดขึ้นทั่วร่าง ส่งความเจ็บปวดแล่นริ้ว
‘บัดซบ นี่เป็นการโจมตีจากโอสถหรือ?’ ในห้วงภวังค์ ลูเมี่ยนต่อสู้กับศัตรูมากมายที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งกลุ่มก้อนลูกไฟ ฝูงอีกากระพือปีกเพลิง รวมถึงหอกยาวเปล่งประกายขาวโพลนนับไม่ถ้วน ไล่ระเบิดร่างศัตรูไปทีละคนสองคน เปลี่ยนให้เป็นเศษเลือดเนื้อ บางคนถูกตรึงไว้กับพื้น และลุกไหม้ดุจดังคบเพลิง
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ลูเมี่ยนรู้สึกอ่อนล้าอย่างที่สุด พลังวิญญาณเกือบจะเหือดแห้ง ส่วนพลังที่ ‘นักพรต’ สั่งสมไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้นแล้ว
ในยามนั้น ร่างมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม กระแสพลังมหาศาล น่าประหวั่นพรั่นพรึง
ลูเมี่ยนเพิ่งจะรู้สึกอ่อนแอ ก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว ความแค้นเคือง และความกลัดกลุ้มที่แผ่ซ่านจากร่างมหึมานั่น
‘มันกลัวเรา…’ ลูเมี่ยนพลันเกิดความเข้าใจ จึงรวบรวมความกล้าที่หลงเหลืออยู่ เสกหอกเพลิงสีขาวโพลน แล้วพุ่งทะยานไปหาร่างมหึมานั่นพร้อมกันทั้งคนทั้งหอก
เพียงพริบตาเดียว แสงเพลิงสีขาวโพลนก็ระเบิดจ้า ทะลุทะลวงเศียรของร่างมหึมานั่น
บึ้มบึ้ม! ร่างมหึมาระเบิดจากภายใน แตกออกเป็นเสี่ยงย่อยนับพันนับหมื่น
บึ้มบึ้ม! สนามรบทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
ลูเมี่ยนได้สติกลับมาในทันที เห็นพระราชวังโบราณที่กระเบื้องหินแตกร้าว เห็น ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่ยังคงหลับใหล เห็น ‘เฮล่า’ ที่ยืนนิ่งอยู่เคียงข้าง
เหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลรินจากร่างของเด็กหนุ่ม ทุกหยดเหงื่อลุกไหม้กลางอากาศ กลายเป็นประกายไฟสีแดงฉาน
จวบจนหยดสุดท้าย เหงื่อค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ และไหลรินน้อยลงทุกขณะ
ฟู่ว…ลูเมี่ยนถอนหายใจ พลังวิญญาณเริ่มฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
เขาเลื่อนลำดับเป็น ‘ยมทูต’ แล้ว
เด็กหนุ่มจับศัตรูที่มีลำดับสูงกว่ามาได้ทั้งเป็น แล้วเฉลยกลอุบายต่อหน้าอีกฝ่าย ดื่มโอสถ และเลื่อนลำดับเป็น ‘ยมทูต’ ลำดับ 5 แห่งเส้นทาง ‘นักล่า’!
เมื่อเทียบกับลำดับก่อนหน้า ‘ยมทูต’ มีพลังเพิ่มขึ้นสามอย่าง
หนึ่งคือ ‘สอดส่องจุดอ่อน’ ช่วยให้ลูเมี่ยนสามารถค้นพบจุดอ่อนและช่องโหว่ในการป้องกันของเป้าหมายในเชิงศาสตร์เร้นลับ
สองคือ ‘เก็บเกี่ยว’ ซึ่งสามารถผนวกเข้ากับการโจมตีใดๆ เพื่อเก็บเกี่ยวชีวิตของเป้าหมาย ส่วนใดก็ตามที่ถูก ‘เก็บเกี่ยว’ จะเสมือนจุดตาย ได้รับความเสียหายมหาศาล
หาก ‘เก็บเกี่ยว’ เล็งเข้าจุดตายหรือจุดอ่อนที่แท้จริง อาจส่งผลถึงชีวิตได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แม้เป้าหมายจะมีการป้องกันแกร่งกล้า แต่ก็ยากจะทนรับการโจมตีเช่นนี้ได้ถึงสามครั้ง
จริงอยู่ มันอาจทำให้สิ่งมีชีวิตระดับครึ่งเทพบาดเจ็บได้ด้วย แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า อีกฝ่ายต้องไม่พยายามป้องกัน หลบหลีกไม่พ้น และมิได้ใช้วิธีการใดๆ ทางศาสตร์เร้นลับเพื่อปกป้องตัวเอง
สามคือ ‘แม่นยำ’ ลูเมี่ยนสามารถทำให้การโจมตีทุกครั้งเล็งเข้าตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และควบคุมเวทมนตร์อย่างลูกไฟหรืออีกาเพลิงที่แยกจากร่างได้อย่างแม่นยำ
ซึ่งจะแตกต่างอย่างมากกับ ‘การระเบิดปูพรม’ ทั้งในแง่ประสิทธิภาพและผลลัพธ์
แต่ไม่ว่าจะเป็น ‘เก็บเกี่ยว’ หรือ ‘แม่นยำ’ ก็ล้วนสิ้นเปลืองพลังวิญญาณอย่างยิ่ง ไม่ด้อยไปกว่าการใช้ ‘เทเลพอร์ต’ ของลูเมี่ยนในตอนนี้เลย
มีข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือการใช้ ‘แม่นยำ’ ร่วมกับอีกาเพลิง เพราะจุดเด่นของอีกาเพลิงคือ อัตราการสิ้นเปลืองพลังวิญญาณค่อนข้างต่ำ โดยยังคงรักษาความแม่นยำได้อยู่ ดังนั้น แม้จะเพิ่ม ‘แม่นยำ’ เข้าไป ก็ยังถือว่าสิ้นเปลืองพลังวิญญาณไม่มากนัก
นอกจากนี้ ลูเมี่ยนรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จิตใจแจ่มชัดยิ่งขึ้น พลังชีวิตเปี่ยมล้นกว่าเดิม และสามารถบีบอัดเปลวไฟให้กลายเป็นสีขาวโพลนได้ในชั่วพริบตา
เด็กหนุ่มยังสามารถผสานร่างกับหอกเพลิง พุ่งทะยานข้ามระยะทางหลายสิบถึงร้อยเมตรได้อย่างว่องไว หากไม่คำนึงถึงการสิ้นเปลืองพลังวิญญาณ ก็สามารถใช้วิธีนี้เดินทางได้เรื่อยๆ
ทั้งพละกำลัง ความเร็ว และสภาพร่างกายของลูเมี่ยนก็พัฒนาขึ้นด้วย แต่ยังไม่ถึงขั้นใช้ร่างกายรับกระสุนตรงๆ ได้
…………
ณ ประตูห้องน้ำชายซึ่งพังทลายเกือบครึ่ง ของร้านนำเข้าส่งออกมาตานี
ชุดเกราะเต็มตัวสีเงินวาววิ่งออกมาด้านนอก สองมือถือค้อนยักษ์ที่ผสานขึ้นจากแสง
มันหมุนกลับซ้ายขวาคนละครึ่งรอบ ไม่พบเป้าหมายที่ต้องการ จึงค่อยๆ ‘สงบ’ ลง
ฟรังก้าผุดร่างออกจากเงามืดในตำแหน่งไม่ไกลนัก เหลือบมองโคโลโบที่นอนอยู่ท่ามกลางซากห้องน้ำ พบว่าอีกฝ่ายยังห่างไกลจากความตาย แต่ก็บาดเจ็บไม่เบา ดูอ่อนแรงอย่างยิ่ง
นี่จะกลายเป็นเป้าหมายของ ‘ชุดเกราะอหังการ’…ฟรังก้าฉวยจังหวะที่ ‘ชุดเกราะอหังการ’ ยังคงค้นหาผู้ลอบโจมตี ยังมิได้เลือกเป้าหมายโจมตีใหม่ เธอรีบเข้าประชิดจากด้านหน้า แล้วยกชุดเกราะสีเงินวาวที่เพิ่งหยุดนิ่งขึ้นมา ยัดเข้าไปในกระเป๋านักเดินทางของตน
“ไปรวมกลุ่มกับจินนา!” ฟรังก้าตะโกนเรียกอ็องโตนีที่อยู่นอกโถงทางเดิน
ทันใดนั้น เธอซ่อนร่างเข้าสู่เงามืด หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
…………
นี่น่ะหรือ พลังของ ‘ยมทูต’… หากต้องปะทะกับ ‘ฮิโซกะ’ ตอนนี้ เราคงไม่ต้องกลัวว่าจะทะลวงการป้องกันของเขาไม่ได้…แรงกระหายในการต่อสู้และเข่นฆ่าของเรา ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย…ลูเมี่ยนวิเคราะห์สภาพของตนด้วยความรู้สึกยินดีอยู่บ้าง
เมื่อปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายแล้ว เขาหันไปมองเฮล่าที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางเอ่ยปาก
“ขอบคุณ”
เฮล่าไม่เห็นว่าเรื่องนี้มีอะไรต้องขอบคุณ จึงเอ่ยด้วยความรู้สึกพิศวง
“การประสานงานของพวกคุณนับว่าไม่เลวทีเดียว”
“มาดามเฮล่า พิธีกรรมสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่ผมอยากเข้าไปในความฝันของ ‘ฮิโซกะ’ อีกครั้ง มีเรื่องอื่นที่ต้องการไถ่ถาม” ลูเมี่ยนเอ่ยคำขออีกประการ
เฮล่าพยักหน้ารับ
“พิธีกรรมต้องการให้เขามีสติสัมปชัญญะ อาจโกหกได้ แต่การสอบถามไม่จำเป็น”
เมื่อน้ำเสียงของเธอขาดหายไป ลูเมี่ยนก็หลับตาลงฉับพลัน ร่างอ่อนระทวยทรุดลง พิงกับซากเสาหินด้านหลัง
มุมปากของเด็กหนุ่มยังคงยกยิ้ม สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง
ณ ห้องสอบสวนแห่งดินแดนความฝัน
ลูเมี่ยนนั่งลงตรงข้ามฮิโซกะอีกครั้ง เผชิญหน้ากับเชลยที่บัดนี้ไม่ปิดบังความอาฆาตและกระหายเลือดอีกต่อไป
“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ ตอนนี้ฉันกลายเป็น ‘ยมทูต’ แล้ว”
ฮิโซกะพลันโน้มกายมาข้างหน้า โดยที่ลืมไปว่าตนสามารถโจมตีได้
“ยมทูตแล้วยังไง? ถ้าประลองกันตอนนี้ ฉันก็สามารถฆ่าแกได้อยู่ดี!”
“หากไม่เพราะร่วมมือกับ ‘ดาบซ่อนแขน’ อาศัยพวกมากเข้าว่า แกคงได้ตายไปแล้ว!”
เมื่อไม่ต้องคงสติอีกต่อไป สุดท้ายก็เผยความในใจออกมาจนได้สินะ…ลูเมี่ยนหัวเราะร่าพลางเอ่ยปาก
“ในเมื่อสร้างโอกาสให้ฝ่ายตัวเองรุมได้ แล้วทำไมต้องเสียเวลาประลองตัวต่อตัวด้วยล่ะ?”
“พวกพ้องของฉัน ก็คือส่วนหนึ่งของพลังฉันเหมือนกัน”
ฮิโซกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความอาฆาต
“แกไว้ใจนักสะกดจิตคนนั้นมากไปไหม?”
“การเปิดกายใจให้นักสะกดจิต ถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง แกไม่กลัวหรือว่าอีกฝ่ายจะฉวยโอกาสฝังการชี้นำลับๆ เอาไว้ จนสุดท้ายก็ถูกมันควบคุม?”
ลูเมี่ยนจ้องหน้าฮิโซกะอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“บางที นี่คงเป็นเหตุผลที่ฉันเอาชนะแกได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ ‘นังบ้า’ บอกว่าแกยังไม่บริสุทธิ์พอ”
“หนึ่ง ฉันไว้ใจเขาอย่างแท้จริง พวกเราเป็นสหายที่ผ่านเป็นผ่านตายมาด้วยกัน”
“สอง เพื่อสังหารพวกแก ฉันเต็มใจยอมเสี่ยง!”
กล่าวถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนยืดกายตรง จ้องหน้าฮิโซกะ เปล่งวาจาทีละคำอย่างเชื่องช้า
“ถึงต้องตกสู่ห้วงนรก ถึงต้องจมดิ่งสู่แดนอเวจี ฉันก็ต้องเห็นพวกแกตายทั้งน้ำตาให้ได้!”
ฮิโซกะพลันเงียบงันไป
ลูเมี่ยนนั่งลงอีกครั้ง ข่มอารมณ์ลง แล้วเอ่ยถามราวกับสนทนายามว่าง
“ฉันได้รู้มาจากตำราปีศาจวิทยาว่า หาก ‘ปีศาจ’ ต้องการเลื่อนลำดับเป็น ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ก็ย่อมต้องผ่านพิธีกรรมอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะพิธีฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่ที่เมืองท่าไพลอสนอกจากคดีเมื่อสี่ปีก่อน ก็เพิ่งมีอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งฆาตกรก็ถูกฉันเชือดทิ้งไปกับมือ แล้วแกเลื่อนลำดับได้ยังไง?”
“อาศัยพรหรือ? หรือว่าแกเป็นอัครสาวกแห่งตัณหามาตั้งแต่สี่ปีก่อน?”
ฮิโซกะเผยรอยยิ้ม
“เพียงเพราะแกไม่รู้ ไม่ได้แปลว่ามันไม่มี”
หัวใจของลูเมี่ยนเริ่มสั่นไหว
“หนึ่งในการเล่นพิเรนทร์สองครั้งของแก คือการอำพรางพิธีเลื่อนลำดับ?”
เด็กหนุ่มได้ฟังข้อมูลการเล่นพิเรนทร์ทั้งสองครั้งจากสมาชิกปลายแถวของกลุ่มวันเอพริลฟูลแล้ว แต่พวกเขารู้เรื่องไม่มากนัก เพียงทำหน้าที่ส่วนของตน ขาดความเข้าใจในภาพรวม
สำหรับผลลัพธ์สุดท้าย พวกเขาเพียงทราบว่า การเล่นพิเรนทร์ที่นครเหมืองทองเดวิส นำไปสู่การสูญหายของทองคำจำนวนมหาศาล ส่วนการเล่นพิเรนทร์ที่เมืองทิซาโม ทำให้ชาวเมืองและชนเผ่าโบราณบางเผ่าเกิดปะทะกัน จนกลายเป็นโศกนาฏกรรม
“หลักแหลมจริงๆ”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“เล่าเรื่องมารตระกูลนอร์ธให้ฟังหน่อยสิ”
เด็กหนุ่มไม่ประมาท จงใจหลีกเลี่ยงเรื่องราชันสวรรค์และมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหายไปก่อน
สีหน้าของฮิโซกะเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น
“ฉันคิดจะอาศัยเขาเพื่อให้ได้ครอบครองบางสิ่ง จึงประกอบพิธีกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คอยเอาอกเอาใจเขา แต่สิ่งเดียวที่ได้รับกลับมาคือพันธสัญญา เพิ่งจะเริ่มได้โอกาสก็เมื่อสองปีก่อนนี้เอง”
บางสิ่ง…เมื่อสองปีก่อน…การเล่นพิเรนทร์ที่นครเหมืองทองและเมืองทิซาโม ล้วนเกิดในภายหลัง ครั้งแรกเกิดปลายปีของเมื่อสองปีก่อน อีกครั้งเกิดปลายปีที่แล้ว…ลูเมี่ยนเริ่มพบว่าการเล่นพิเรนทร์ทั้งสองครั้ง นอกจากอำพรางพิธีเลื่อนลำดับแล้ว อาจมีจุดประสงค์อื่นแฝงอยู่ด้วย
โดยไม่รอให้เด็กหนุ่มถามต่อ ฮิโซกะชิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแฝงความไม่ยอมรับและความคลั่งไคล้
“ทำไมในครั้งนี้ แกถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากชุมนุมทาโรต์ล่ะ?”
“จะสนใจไปทำไม? ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากชุมนุมทาโรต์ ฉันก็จัดการแกได้เองอยู่แล้ว” ลูเมี่ยนเลิกคิ้วขึ้น ย้อนถามด้วยความสงสัย
……………………………………………………..