ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 652 ‘รักสนุกทุกข์ถนัด’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 652 ‘รักสนุกทุกข์ถนัด’
ตอนที่ 652 ‘รักสนุกทุกข์ถนัด’
เมื่อได้ยินคำถามของลูเมี่ยน มุมปากของ ‘ฮิโซกะ’ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอีกครั้ง
“เหล่าผู้เสื่อมทรามน่ะ อยู่ภายใต้การควบคุมของฉันเอง”
“ผู้เสื่อมทราม?” ลูเมี่ยนพอจะเข้าใจความหมายจากตัวอักษร แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องราวเช่นไร
ในขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มก็รำพันจิกกัด ‘ฮิโซกะ’
สมแล้วที่เป็นแดนฝัน อารมณ์แปรปรวนง่ายจริงๆ
‘ฮิโซกะ’ เอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังหวนรำลึก
“เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแสดงความปรวนแปรทางอารมณ์และตัณหาออกมาอย่างชัดเจน อัครสาวกแห่งตัณหาสามารถฝังเมล็ดพันธุ์ลงในจิตใจผู้อื่นได้ จนปัญหาเหล่านั้นทวีความรุนแรงขึ้น สุดท้ายพวกเขาก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้ และเสื่อมทรามในที่สุด”
“เมื่อผสานกับพลังพิเศษของฉัน ผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ผ่านการตกต่ำครั้งแล้วครั้งเล่า มนุษย์เหล่านั้นจะไม่มีวันหลุดพ้นจากการควบคุมของฉันได้ ต้องยอมจำนนต่อคำสั่งสถานเดียว”
คล้ายกับการฉีดสารเสพติดประเภทที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่เป็นไปในทางศาสตร์เร้นลับมากกว่า? ลูเมี่ยนพยายามหาตัวอย่างที่เทียบเคียงได้จากมุมมองที่ตนเองเข้าใจ
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงนิยามของ ‘มาร’ ที่นาโปริดิสลีบรรยายไว้
“มารทางกาย มารทางใจ…”
นี่คือมารทางใจในรูปแบบหนึ่ง? เป็นความพิเศษของ ‘ปีศาจ’ ฮิโซกะหรือ? หากมองในมุมนี้ อาจเป็นไปได้ว่า คนของฝ่ายระงับตัณหาติดต่อกับฮิโซกะโดยตรง จะถูกเขาทำให้เสื่อมทรามไปแล้ว จึงไม่ได้รายงานความผิดปกติของเขาขึ้นไป? ลูเมี่ยนจ้องหน้า ‘ฮิโซกะ’ อย่างครุ่นคิดพลางเอ่ยปาก
“สมแล้วที่เป็นอัครสาวกแห่งตัณหา มารทางใจผู้คอยล่อลวงและทำให้ตกต่ำ นี่คือพิธีเลื่อนลำดับเป็น ‘มาร’ สินะ?”
“เพียงฝึกฝนให้ชำนาญก่อนเท่านั้น” ฮิโซกะไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่เห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังห่างไกลนัก คล้ายการซ้อมรบมากกว่า
“มั่นใจขนาดนั้นเชียว? เมื่อปลายปีก่อน หลังจากการเล่นพิเรนทร์ที่เมืองทิซาโม แกน่าจะเพิ่งเลื่อนลำดับเป็น ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ได้แค่เพียงปีเดียว ก็คิดจะไต่เต้าไปเป็นครึ่งเทพแล้วหรือ?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยปาก “หรือว่าแกทำให้มารแห่งตระกูลนอร์ธพึงพอใจได้แล้ว จึงได้รับสิ่งนั้นมาแล้ว?”
แม้อยู่ในความฝัน ‘ฮิโซกะ’ ก็ดูไม่ค่อยเต็มใจที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ แต่ก็ยังตอบด้วยท่าทีขัดขืนเล็กๆ
“ใช่”
ตอนนี้ลูเมี่ยนยังไม่อยากกระตุ้น ‘ฮิโซกะ’ มากนัก ด้วยเกรงว่าความฝันจะจบลงก่อนกำหนด เขาจึงเปลี่ยนคำถาม
“แล้วสิ่งนั้นอยู่ไหน?”
ตอนที่ ‘ฮิโซกะ’ จำแลงปีศาจ อาภรณ์บนร่างของเขาฉีกขาดไปหมด แต่ก็ไม่มีวัตถุแปลกปลอมใดร่วงหล่นลงมา
สีหน้าของฮิโซกะบิดเบี้ยวเล็กน้อยก่อนตอบ
“อยู่ที่…เมืองทิซาโม”
ซ่อนไว้ที่บ้านเกิดเมืองทิซาโม…ถ้ามันสำคัญนัก ทำไมถึงไม่พกติดตัวไว้ล่ะ? ลูเมี่ยนยิ่งรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับการเล่นพิเรนทร์สองครั้งที่เมืองทิซาโมและนครเหมืองทองเดวิส ซึ่ง ‘ฮิโซกะ’ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
เด็กหนุ่มครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยปาก
“แกวางแผนเล่นพิเรนทร์ที่เมืองเดวิส เพียงเพื่อขโมยทองคำกองหนึ่งจริงหรือ?”
“ใช่” ฮิโซกะตอบรับอย่างแน่วแน่
อ่านนิยายปล้นทองแล้วเกิดคึกขึ้นมาหรือไง? หรือว่าตอนนั้นต้องการเงินก้อนโตอย่างเร่งด่วน? อา…สำหรับ ‘อาชญากร’ แล้ว เมื่อต้องการทองคำ ก็สามารถลงมือปล้นทันที ไม่เหมือนกับเราที่ต้องพึ่งพาการล่า ต้องคอยเก็บเกี่ยวเอาจากพวกอันธพาล…ลูเมี่ยนเพิ่งจะคิดว่าไม่มีอะไรแปลก ก็พลันเชื่อมโยงเข้ากับบางสิ่ง
ฟรังก้ากำลังสะสมทองคำในช่วงนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อบูชายัญแก่ ‘เกราะซ่อนเงา’ เฉินถู…
หรือว่าที่ ‘ฮิโซกะ’ วางแผนเล่นพิเรนทร์ ก็เพื่อรวบรวมทองคำจำนวนมากมาไว้บูชายัญบางสิ่งที่คล้ายๆ กัน? ลูเมี่ยนจ้องหน้า ‘ฮิโซกะ’ พลางถามอย่างหยั่งเชิง
“ทองคำพวกนั้น ถูกนำไปบูชายัญแก่มารแห่งตระกูลนอร์ธแล้วหรือ?”
ฮิโซกะตอบอย่างเย็นชา
“อยู่ในเมืองทิซาโม”
“ในเมืองทิซาโมมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?” ลูเมี่ยนฉวยโอกาสถาม
“เทศกาลฝัน…เทศกาลฝัน!”
เงาของเขาพลันมีชีวิตขึ้นมา กระโจนเข้าปกคลุมร่างของฮิโซกะในพริบตา
‘ฮิโซกะ’ กลายเป็นสีดำสนิท แปรเปลี่ยนเป็นของเหลวเหนียวหนืด สกปรก และชั่วร้าย แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วในทุกทิศทาง ราวกับจะแพร่มลทินไปทั่วห้องสอบสวน เปรอะเปื้อนลูเมี่ยน และทำให้แดนฝันทั้งหมดต้องมัวหมอง
ลูเมี่ยนหลุดพ้นจากแดนฝันในทันที เห็น ‘ฮิโซกะ’ ที่นอนอยู่บนพื้นแสดงร่องรอยการจำแลงปีศาจอีกครั้ง แถมร่างกายก็ยังดูค่อนข้างโปร่งใส
สมาชิกหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ผู้นี้กำลังจะคลุ้มคลั่ง!
ลูเมี่ยนไม่รีรอ รวบรวมพลังในมือจนกลายเป็นดาบยาวที่ถักทอจากเปลวไฟสีขาวโชติช่วง
ร่างของ ‘ฮิโซกะ’ ในสายตาเด็กหนุ่มพลันปรากฏสารพัดสีสัน โดยสีขาวซีดที่มองเห็นได้ยากที่สุด อยู่ตรงด้านข้างสันจมูก
สอดส่องจุดอ่อน!
สีขาวซีดบ่งบอกถึงตำแหน่งจุดอ่อน
ลูเมี่ยนยกดาบเพลิงขึ้น กำด้วยสองมือ แล้วแทงลงไป ฉึก! คมดาบจมหายเข้าไปในบริเวณที่มีสีขาวซีด
ทั้งเกราะปีศาจชั้นนอก เนื้อหนังอันยืดหยุ่น และกระดูกแข็งดั่งเหล็กกล้าที่ได้มาจาก ‘ซอมบี้’ กลับต้านทานได้เพียงวินาทีเดียวก็ถูกทะลวงทะลุ
ลูเมี่ยนชักดาบเพลิงสีขาวโชติช่วงกลับมา แล้วแทงลงไปอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง
ฉึก!
ครั้งนี้มันจมลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม
ลูเมี่ยนชักดาบเพลิงสีขาวโชติช่วงออกอีกครั้ง กระโดดขึ้น ใช้น้ำหนักตัวเพิ่มแรงในการแทงลง
ฉึก!
ลูเมี่ยนย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง ส่งดาบเพลิงจมหายเข้าไปในสมองของ ‘ฮิโซกะ’ อย่างสมบูรณ์ แล้วแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแผ่ซ่าน กวาดทำลายจุดอ่อนทั้งหมด
ร่างของ ‘ฮิโซกะ’ ที่แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจ บางส่วนกระตุกเฮือกสองสามที แล้วก็สงบนิ่ง
แผลกว้างสองนิ้วข้างสันจมูกของเขาดูน่าสยดสยอง ผิวหนังไหม้เกรียมหดเข้า เปลวเพลิงยังคุกรุ่นอยู่ภายใน
ปีศาจตนนี้สิ้นชีพแล้ว
“ทนทายาดจริงๆ ขนาดเราใส่สุดแล้วยังต้านทานได้ถึงสามดาบ…” ลูเมี่ยนเหม่อมองร่างไร้วิญญาณของ ‘ฮิโซกะ’ พลางรำพึง
ในขณะเดียวกัน ร่างของ ‘ฮิโซกะ’ เริ่มจางลงอย่างรวดเร็ว ผิวสีน้ำตาลอ่อนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว
“วิญญาณอาฆาต…พอเสียชีวิตก็กลายเป็นวิญญาณอาฆาตจริงๆ เลย?” ลูเมี่ยนเพิ่งจะคิดมาถึงตรงนี้ ความมืดก็โอบล้อมบริเวณโดยรอบในบัดดล
ณ ห้วงลึกแห่งความมืด บทขับขานอันแผ่วพลิ้วดังกังวานขึ้น ชักนำให้ทั้งกายและใจผ่อนคลาย ไม่อยากกระทำสิ่งใดเลย ปรารถนาเพียงการนอนนิ่งเท่านั้น
ปลายทางของทุกสรรพสิ่งคือความสงบ
ร่างของ ‘ฮิโซกะ’ ที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณอาฆาต เริ่มหยุดการเปลี่ยนแปลง แล้วค่อยๆ กลับมาเป็นรูปเป็นร่างอีกครั้ง
ในที่สุด เขาก็สิ้นลมหายใจอย่างสมบูรณ์
“ตายยากตายเย็นจริงๆ…ถ้าไม่ขัดขวางการกลายเป็นวิญญาณอาฆาตเอาไว้ บางที เขาคงอยู่ในสภาพวิญญาณอาฆาตแท้ต่อไป วันข้างหน้าก็ยังกลายเป็นวิญญาณมารได้ด้วยสินะ?” ลูเมี่ยนเหลือบมองไปทาง ‘เฮล่า’ ที่อยู่เคียงข้าง แล้วเอ่ยปากอีกครั้ง
“ขอบคุณครับ”
เด็กหนุ่มมิได้เอ่ยถึงบทสนทนาระหว่างตนกับ ‘ฮิโซกะ’ เพราะการสื่อสารทั้งหมดเกิดขึ้นในแดนฝันที่ ‘เฮล่า’ สร้างขึ้น เธอย่อมต้องล่วงรู้ทุกสิ่งอยู่แล้ว
“เหลือแค่ ‘โลกิ’ แล้ว” เฮล่าจ้องร่างไร้วิญญาณของ ‘ฮิโซกะ’ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ลูเมี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปาก
“หมอนั่นคงคืนชีพได้อีกไม่กี่ครั้งแล้ว”
“อย่างมากก็อีกหนเดียว” เฮล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงค่อนข้างมั่นใจ
อีกหนึ่งครั้งสินะ…ลูเมี่ยนครางรับในลำคอ
ไม่นานนัก ตะกอนพลังของ ‘ฮิโซกะ’ ก็แยกตัวออกมา ผสานรวมกับเขาแพะที่เหลืออยู่บนศีรษะ แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มผลึกสีดำที่แตกกิ่งก้านอย่างพลิ้วไหว
พวกมันแตกแขนงแยกย่อยไปทุกสารทิศ ดุจดังอสุรกายกางเขี้ยวเล็บ ภายในผลึกสีดำแต่ละแท่งปรากฏใบหน้าโปร่งแสงหลายใบ บ้างบิดเบี้ยวน่าสยดสยอง บ้างทุกข์ทรมาน บ้างคลุ้มคลั่ง บ้างงุนงงสับสน
ตะกอนพลังของ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ที่ถูกมลทินจาก ‘วิญญาณอาฆาต’ ปนเปื้อน? ลูเมี่ยนรู้สึกว่าการปนเปื้อนครั้งนี้หนักหนากว่าตะกอนพลังของ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ คนก่อน ทั้งยังอันตรายยิ่งกว่า
เด็กหนุ่มชี้ไปทางตะกอนพลังและร่างไร้วิญญาณของฮิโซกะ แล้วกล่าวกับเฮล่า
“ผมขอเก็บไปหมดนี่เลยได้ไหม?”
“ได้” เฮล่ามิได้ทัดทาน
…………
ณ ท่าเรือไพลอส ภายในโกดังเก่าบนท่าเทียบเรือร้าง
ฟรังก้า อ็องโตนี และจินนาได้มารวมตัวกัน รอคอยการกลับมาของลูเมี่ยน
ขณะที่พวกเขาสนทนากันตามอัธยาศัย ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูง
ไม่ใช่ใครนอกจากลูเมี่ยนผู้สวมหมวกสานสีเหลืองทอง แต่งกายในคราบของหลุยส์·แบรี
ตุ้บ!
ลูเมี่ยนโยนร่างไร้วิญญาณของ ‘ฮิโซกะ’ ลงบนพื้น
จากนั้นก็นำตะกอนพลังออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ มาวางไว้ใกล้ศพ แต่มิให้สัมผัสกัน
จัดการสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้น เด็กหนุ่มจึงยิ้มให้ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี
“เรียบร้อยแล้ว”
“นี่คือ ‘ฮิโซกะ’ จริงหรือ?” ฟรังก้าไม่อยากเชื่อว่าเรื่องราวจะง่ายดายถึงเพียงนี้
“ไม่ผิดตัว” ลูเมี่ยนอธิบายสถานการณ์อย่างกระชับ “เขามั่นใจในตัวเองเกินไป เชื่อว่าจะลงมือฆ่าผมสำเร็จ จึงเลือกที่จะรอคอยโอกาส”
“ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน?” ฟรังก้าเบิกตากว้าง
เนื่องจากทุกคนตรงนี้ล้วนเป็นผู้ถือไพ่อาร์คาน่าเล็ก ลูเมี่ยนจึงมิได้ปิดบัง เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างรวบรัด เพียงแต่ละเว้นความรู้ที่อันตรายที่สุดเอาไว้
“ยังมีวิธีแบบนี้ด้วยหรือ…โชคดีที่คุณไม่ได้ขอไกด์จากชุมนุมทาโรต์” จินนาฟังแล้วรู้สึกหวาดหวั่นย้อนหลัง
ส่วนฟรังก้าเอ่ยอย่างรู้สึกทึ่ง
“นึกไม่ถึงเลยว่า ลำพังพวกเราแค่ไม่กี่คนร่วมมือกัน ก็เพียงพอให้ประสบความสำเร็จได้แล้ว”
ลูเมี่ยนถือโอกาสชี้ไปทางตะกอนพลัง
“สิ่งนี้มีมลทินมากเกินไป อันตรายอย่างยิ่ง ผมตั้งใจจะขอความช่วยเหลือจากมาดามเมจิกเชี่ยน หาช่างฝีมือเก่งๆ มาเปลี่ยนมันให้เป็นสมบัติปิดผนึก ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ใช้ได้”
ลูเมี่ยนมองว่ามันปนเปื้อนความชั่วร้ายมากเกินไป มีมลทินหนักหนาเกินกว่าจะใช้เป็นสมบัติวิเศษที่มีผลข้างเคียงต่ำ ต้องคอยเก็บรักษาเหมือนกับสมบัติปิดผนึก แล้วค่อยนำออกมาใช้ในกรณีพิเศษเท่านั้น
“ตกลง” ฟรังก้าจินตนาการถึงพลังที่เป็นไปได้ของสมบัติปิดผนึกชิ้นนี้ ด้วยความรู้สึกคาดหวังอยู่บ้าง
เธอนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้กะทันหัน จึงรีบเอ่ยปาก
“ชุดเกราะอหังการของคุณยังอยู่กับฉัน เฮ้อ…คุณนี่นะ ดึงศักยภาพของมันออกมาได้ถึงขีดสุดจริงๆ”
ลูเมี่ยนตอบยิ้มๆ
“การเผชิญหน้ากับปีศาจ จะขาด ‘นักรบ’ ได้อย่างไร? ผมตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากชุดเกราะอหังการตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่คิดว่าฮิโซกะจะเลือกลงมือในห้องน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุด”
สภาพแวดล้อมที่ปิดทึบ คับแคบ แต่ยังพอมีที่ว่างให้เคลื่อนไหวได้
ฟรังก้าหยิบ ‘ชุดเกราะอหังการ’ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้ววางลงบนพื้น
ทันใดนั้น อากาศภายในโกดังเก่าก็แน่นิ่งไป
ชุดเกราะเต็มตัวสีเงินวาวหันหน้าไปทางลูเมี่ยน รวบรวมพลังสร้างดาบแสงเล่มใหญ่ แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ปักดาบลงบนพื้นอย่างหนักแน่น
บัดซบ…ม่านตาของลูเมี่ยนพลันขยายกว้าง ร่างกายเลือนหายไปในพริบตา
ดาบแสงเล่มยักษ์แตกสลายในทันที แปรเปลี่ยนเป็นพายุแสงที่ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง กวาดกระหน่ำไปทั่วบริเวณ ทำลายลังไม้จำนวนมากจนย่อยยับ
ฉิบหาย…ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีไม่ทันได้หลบให้ห่าง ต่างถูก ‘พายุแสง’ ฉีกร่างเป็นเสี่ยงๆ สะท้อนประกายแสง
“บัดซบ! ความแค้นยังไม่หมดลงอีกหรือ? ผ่านมาตั้งนานแล้วนะ!” เสียงสบถของฟรังก้าดังขึ้นจากมุมโกดัง
……………………………………………………..