ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 654 ‘เงินรางวัล’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 654 ‘เงินรางวัล’
ตอนที่ 654 ‘เงินรางวัล’
หลุยส์·แบรีมาอีกแล้ว? กามูส์พลันสะดุ้งเมื่อได้ยินคำบรรยายถึง ‘คนสวมหมวกสาน’
นับแต่ได้รู้จักกับนักผจญภัยผู้นี้ เขาก็รู้สึกเหมือนชีวิตเริ่มปั่นป่วน เริ่มจากการ ‘จับตัว’ ฆาตกรต่อเนื่องได้ ตามด้วยการพบเบาะแสคดีเก่าเมื่อสี่ปีก่อน จากนั้นผู้ต้องสงสัยก็โผล่ออกมาเอง พยายามสังหารเขาและโคโลโบ จนทำให้หน่วยลาดตระเวนป่วนไปหมด
บัดนี้ หลุยส์·แบรีก็มาอีกแล้ว?
หัวใจของกามูส์หล่นวูบทันที ความกดดันเพิ่มเป็นทวีคูณ
“ตอนนี้หลุยส์·แบรีอยู่ไหน?” เลอาซาเคยฟังเรื่องราวของอีกฝ่ายจากกามูส์มาบ้างแล้ว
สมาชิกหน่วยลาดตระเวนผู้มารายงาน รีบเอ่ยตอบทันที
“นั่งรออยู่ในห้องโถงครับ”
เลอาซาพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานพร้อมกับกามูส์ มุ่งลงบันได
ท่ามกลางเสียงฝีเท้า กามูส์เริ่มได้สติกลับคืนมาทีละนิด
เขานึกถึงความสงสัยที่หลุยส์·แบรีมีต่อเทวานาโคเมื่อวาน นึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายเพียงถามไปไม่กี่ข้อ โดยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ก็ตัดสินใจปัดตกข้อสันนิษฐานนั้นแล้ว เปลี่ยนไปสนใจเรื่องอื่นทันที นึกถึงเรื่องที่นักผจญภัยผู้นี้มาพบตนเมื่อเช้า เพื่อสอบถามข้อมูลด้วยวิธีอ้อมค้อม และเพียงไม่นานหลังจากที่โคโลโบมอบข้อมูลของเทวานาโคให้อีกฝ่ายไป เขาก็ถูกทำร้ายจนสลบเหมือด โดยที่จุดเกิดเหตุเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้อย่างดุเดือด
การใช้วิธีสอบถามอ้อมค้อมและระมัดระวังแบบนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงลางสังหรณ์อันตรายของปีศาจหรือ? การขอซื้อข่าวกรองจากโคโลโบเป็นกับดักที่วางไว้สำหรับเทวานาโคหรือ? ไม่สิ อย่างเทวานาโคจะสัมผัสถึงอันตรายไม่ได้เชียว? หรือว่าเขารับรู้ล่วงหน้าได้เพียงหนึ่งถึงสองนาที กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว? ในฐานะอดีต ‘เจ้าพนักงาน’ และปัจจุบันเป็น ‘นักสอบสวน’ กามูส์ผุดการเชื่อมโยงมากมาย ก่อเกิดเป็นข้อสันนิษฐานนานัปการ
กามูส์เริ่มพบว่า หลังจากหลุยส์·แบรีรู้เรื่องที่เทวานาโคชอบดื่มกาแฟเฟอร์โม่ไม่ใส่น้ำตาล ก็คงจะมั่นใจในตัวคนร้ายแล้วหลายส่วน การเบี่ยงประเด็นไปสงสัยใครสักคนในกองบัญชาการตำรวจ โดยไม่สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเลย ก็เพราะกลัวว่าเทวานาโคจะหยั่งรู้อันตรายได้!
ส่วนวิธีที่หลุยส์·แบรีวางกับดักล่อเทวานาโคในวันนี้โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวได้ กามูส์ยังคิดไม่ตก
อีกทั้ง เขายังสงสัยว่าการลงมือของหลุยส์·แบรีคงไม่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เพราะที่ร้านนำเข้าส่งออกมาตานี ทางการไม่พบร่องรอยใดๆ ที่พิสูจน์ได้ว่าเทวานาโคถูกสังหารแล้ว
อีกฝ่ายเป็นถึงลำดับ 5 ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ทั้งยังมีพลังของลำดับ 5 ‘วิญญาณอาฆาต’ อีก หากมิใช่ครึ่งเทพออกโรงเอง เกรงว่าจะต้องใช้สองถึงสามหน่วยรบที่ประกอบด้วยผู้วิเศษจากเส้นทาง ‘สุริยัน’ และ ‘นักรบ’ จึงจะจัดการได้ หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้วิเศษระดับนายพลโจรสลัดที่มีสมบัติวิเศษทรงพลัง แล้วตัวเองก็ต้องเป็นลำดับ 5 ด้วย
ผ่านไปไม่นาน กามูส์กับเลอาซาก็เห็นหลุยส์·แบรีนั่งอยู่บนโซฟาในโซนรับรองของห้องโถง หมวกสานสีทองของเขาดูเด่นสะดุดตาอย่างยิ่งภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามา
“มิสเตอร์หลุยส์·แบรี มีธุระอะไรหรือครับ?” กามูส์เอ่ยถามด้วยภาษาอินทิส น้ำเสียงหนักแน่น
ลูเมี่ยนเพ่งพินิจใบหน้าของกามูส์สักครู่ ก่อนจะอมยิ้มพลางเอ่ยกับเลอาซาด้วยภาษาตูทานที่ยังไม่คล่องนัก
“ผมมารับเงินรางวัล”
ขณะเอ่ยวาจา เด็กหนุ่มก็ล้วงศีรษะของเทวานาโคออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ศีรษะที่มีเขาหักคาอยู่ ดวงตาที่ว่างเปล่า แผลบาดอันน่าสยดสยองข้างดั้งจมูก และรอยฟันฉกรรจ์สิบกว่ายี่สิบแผล ทั้งหมดนี้ปรากฏแก่สายตาของกามูส์และเลอาซาในคราวเดียว
แม้ศีรษะนี้จะถูกทำลายจนเสียหายหนัก แต่อดีต ‘เจ้าพนักงาน’ อย่างกามูส์ก็จำได้ในแวบแรกว่าเป็นของผู้ใด
เทวานาโค·ทูเปียน!
เขาทำสำเร็จแล้วหรือ? วางกับดักและล่าสังหาร ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ได้จริงหรือ? กามูส์เงยหน้าขึ้น พินิจพิเคราะห์หลุยส์·แบรี คนหนุ่มผู้ได้รับฉายานักผจญภัยตัวเป้งแห่งทะเลหมอก
ความแข็งแกร่งระดับนี้ เพียงพอที่จะต่อกรกับนายพลโจรสลัดคนใดก็ได้แห่งห้าห้วงสมุทร!
แน่นอน นี่หมายถึงการดวลตัวต่อตัว มิได้นับรวมบรรดาสมุนของนายพลโจรสลัดเหล่านั้น
เลอาซายังคงนิ่งเงียบ พลางตรวจสอบยืนยันในด้านวิญญาณ ก่อนจะเหลียวมองกามูส์ แล้วเอ่ยถามด้วยภาษาตูทานว่า
“เทวานาโคสินะ?”
“ใช่” กามูส์ตอบรับอย่างหนักแน่น ก่อนจะถอนหายใจเงียบงัน
เทวานาโคกับหลุยส์·แบรีต่อสู้กันดุเดือดอย่างยิ่ง สภาพศพจึงน่าสยดสยองถึงเพียงนี้ ไม่เพียงดวงตาทั้งสองข้างหายไป ยังมีแผลฉกรรจ์มากมายถึงเพียงนั้น แสดงลักษณะของการจำแลงครึ่งปีศาจ
“ไม่แน่ใจว่าคุณได้เห็นประกาศจับเทวานาโคหรือยัง เงินค่าหัวของเขาก็แค่เจ็ดหมื่นเฟลคินเท่านั้น”
แรกเริ่มเดิมที พวกเขาตั้งค่าหัวตามมาตรฐานของ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ เพียงแต่เพราะ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ รายนี้จ้องสังหารแต่ผู้วิเศษ จึงกำหนดเพิ่มขึ้นอีกสองหมื่น
ลูเมี่ยนพอจะเข้าใจคำบอกเล่า จึงเปลี่ยนมาใช้ภาษาอินทิสด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าผมรออีกสองวันแล้วค่อยมารับรางวัล จะได้รับมากกว่านี้ไหม?”
เมื่อกามูส์ได้ฟังดังนั้น แล้วลองครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน ก็พบว่าเป็นตามนั้นจริงๆ
อีกสองวันข้างหน้า พวกเขาจะออกประกาศจับเทวานาโคในฐานะ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ควบ ‘วิญญาณอาฆาต’ ผู้เป็นต้นเหตุการตายของสมาชิกหน่วยลาดตระเวนหลายนาย มิใช่เพียง ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ในอดีตอีกต่อไป!
แน่นอน ด้วยกำลังทรัพย์ของรัฐมาตานี ย่อมไม่อาจตั้งค่าหัวได้สูงนัก อย่างมากก็เพียงเพิ่มเป็นสองเท่า จากนั้นก็แจ้งระดับอันตรายไปยังศาสนจักรพระแม่ธรณี ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส และองค์กรทางการอื่นๆ ของทวีปเหนือ ดูว่าพวกเขาจะช่วยสมทบค่าหัวหรือไม่
เมื่อกามูส์แปลถ้อยคำของลูเมี่ยนเป็นภาษาตูทานแล้ว เลอาซาก็นิ่งเงียบ ไม่รู้จะตอบเช่นไรดี
สำหรับหน่วยลาดตระเวน ลำพังเจ็ดแปดหมื่นเฟลคินก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว!
ยังไม่ทันที่เขาจะตอบกลับ ลูเมี่ยนก็ยิ้มพลางกล่าวเสริมว่า
“แต่พวกคุณไม่ต้องเพิ่มค่าหัวให้ผมหรอก ขอแค่ตอบรับข้อเรียกร้องของทางนี้สักสองข้อก็พอ ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย”
“ลองว่ามา” เมื่อได้ฟังคำแปลจากกามูส์ เลอาซาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“หนึ่ง ผมอยากดูสำนวนคดีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเมืองทิซาโม สอง ผมสนใจไพ่ใบนั้นของเทวานาโคมาก อยากดูสักหน่อย แน่นอนว่าจะดูอย่างเดียว”
“คุณอยากตามสืบคดีที่เมืองทิซาโมเมื่อปีก่อนด้วยหรือ? จุดประสงค์การมาเยือนเมืองท่าไพลอสของคุณ ไม่ใช่เพื่อตามล่าเทวานาโคอย่างเดียวหรอกหรือ?” กามูส์ย้อนถามด้วยความฉงน
ลูเมี่ยนเปล่งเสียง ‘หึ’ แล้วกล่าว
“ต้องให้ผมช่วยเตือนความจำคุณด้วยหรือ? บ้านเกิดของเทวานาโคก็คือเมืองทิซาโม”
ซึ่งในประเด็นนี้ หลุยส์·แบรีก็เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว
หลังจากแปลบทสนทนาของทั้งสองให้เลอาซาฟัง กามูส์ก็เริ่มรู้สึกว่า หน่วยลาดตระเวนสืบคดีที่เมืองทิซาโมแบบสุกเอาเผากินเกินไป
เลอาซา เจ้าของบรรยากาศค่อนข้างเยือกเย็น จ้องหน้าหลุยส์·แบรีผู้สามารถสังหาร ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ ควบ ‘วิญญาณอาฆาต’ ได้สำเร็จ ก่อนจะเอ่ยปากหลังจากนั่งนิ่งอยู่นาน
“ใครว่าจ้างคุณให้สืบเรื่องของเทวานาโคหรือ?”
ลูเมี่ยนไม่ตอบ กลับย้อนถาม
“เขาอ้างตัวว่าเป็นสมาชิกฝ่ายระงับตัณหา และเป็นศาสนิกของเดอะฟูลด้วยใช่ไหม?”
“มิใช่เพียงคำกล่าวอ้าง พวกเราได้ยืนยันแล้ว” เลอาซาฟังคำแปลจากกามูส์จบก็ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เป็นความจริงสินะ…ลูเมี่ยนที่เพียงต้องการยืนยันข้อเท็จจริง ตัดสินใจแก้ต่างให้ศาสนจักรเดอะฟูล
“ทุกองค์กรมีคนทรยศได้ทั้งสิ้น บางคนก็แฝงตัวเข้าไปด้วยเจตนาซ่อนเร้น”
“นี่คือช่องโหว่ของทางเรา” กามูส์สรุปบทเรียนด้วยความจริงใจ “การตัดสินว่าผู้ใดดีหรือเลว ควรรับเข้าร่วมหรือไม่ มิควรดูเพียงว่าเขามาจากองค์กรใด แต่ต้องสังเกตคำพูดและพฤติกรรมด้วย”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เลอาซาก็รับปากคำขอของลูเมี่ยน
ขณะที่เขาจัดแจงให้สมาชิกหน่วยลาดตระเวนคนอื่น ช่วยลูเมี่ยนดำเนินการรับค่าหัว ก็สั่งให้กามูส์พาลูเมี่ยนไปดูไพ่ป๊อกใบนั้น
…………
ในโถงทางเดินใต้ดินที่เย็นยะเยือกและเงียบสงัด กามูส์จ้องหน้าลูเมี่ยน แล้วถามอย่างระวังคำพูด
“แท้จริงแล้ว คุณกำลังสืบสวนเรื่องใดกันแน่?”
เรื่องนี้ถึงกับทำให้ลำดับ 5 ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ เสียชีวิตได้!
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“รู้มากเกินไปย่อมเป็นอันตราย”
กามูส์นิ่งเงียบทันที ประสบการณ์บอกเขาว่าไม่ควรซักไซ้ต่อ
“ครั้งนี้หน่วยลาดตระเวนสูญเสียไปเท่าไร?”
“สี่คน ล้วนเป็นพวกที่ถูกเทวานาโคควบคุม” กามูส์ยิ้มเยาะตัวเองพลางเอ่ย “ก่อนสิ้นปีคงต้องรับสมาชิกใหม่อีกชุดแล้ว หึๆ พวกเขาช่างโชคดีเหลือเกิน หากใครเส้นทางเหมาะสม ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องโอสถในลำดับถัดไป ส่วนใครที่ไม่เหมาะ ก็ยังมีสมบัติปิดผนึกให้ใช้งาน”
ทรัพยากรขององค์กรทางการ ต้องสั่งสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นนี้
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“แล้วโคโลโบล่ะ?”
คราวนี้กามูส์ยิ้มอย่างผ่อนคลาย
“เขาปลอดภัยดี รักษาตัวจนเกือบหายแล้ว”
ระหว่างสนทนา ทั้งสองเดินมาถึงห้องที่ประดับประดาด้วยกระดูกขาวซีดอันน่าสยดสยอง ไพ่ป๊อกที่ดูราวกับทำจากโลหะใบหนึ่ง กำลังวางอยู่บนโต๊ะตรงกลางห้อง
“ระวังด้วย มันจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างของคุณ แล้วควบคุมคุณเหมือน ‘วิญญาณอาฆาต’” กามูส์เตือนเสียงเบา
ลูเมี่ยนผงกศีรษะรับ พลางเดินเข้าไปใกล้ แล้วยื่นมือไปทางไพ่ป๊อกซึ่งมีหน้าไพ่เป็นดอก ‘สิบโพดำ’
ความรู้สึกราวกับสัมผัสกระดูก แล่นเข้าสู่สมองของเด็กหนุ่ม ตามมาด้วยความเยือกเย็นอันน่าขนพองสยองเกล้า
มือขวาของลูเมี่ยนถูกน้ำแข็งปกคลุมทันที
น้ำแข็งเกาะตัวเป็นผลึก แผ่ขยายไปตามท่อนแขน
ในขณะเดียวกัน หน้าไพ่ก็เปลี่ยนแปลงไป ปรากฏเป็นรูป ‘โจ๊กเกอร์’ สีเทาขาวนูนขึ้นมา
จากนั้น มันเริ่มจางลงทีละนิด ราวกับจะหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายลูเมี่ยน
ท่ามกลางความเงียบงัน ท่อนแขนของลูเมี่ยนลุกโชติช่วงด้วยเปลวเพลิงสีขาว
เด็กหนุ่มพลิกฝ่ามือ นิ้วหัวแม่มือกดลงบนไพ่ใบนั้น ซึ่งยังจางหายไปไม่หมด กดลงตรงใบหน้าของ ‘โจ๊กเกอร์’ พอดิบพอดี
ไพ่ใบดังกล่าวแน่นิ่งไปทันที
เศษน้ำแข็งที่เกาะบนแขนของลูเมี่ยนทยอยหลุดร่วง เกรียวกราวลงบนพื้น แล้วละลายกลายเป็นน้ำ
น้ำแข็งของ ‘ซอมบี้’ การสิงร่างของ ‘วิญญาณอาฆาต’…สมกับเป็นสมบัติวิเศษเส้นทาง ‘นักโทษ’…ลูเมี่ยนวิเคราะห์ได้ทันที
ทว่าพลังในการ ‘แปรเปลี่ยน’ ที่ไพ่ใบนี้แสดงออกมา กลับไม่สอดคล้องกับเส้นทาง ‘นักโทษ’ ที่ตนรู้จัก หากแต่คล้ายคลึงกับการประยุกต์ใช้พลังขั้นต้นของ ‘ผู้ไร้หน้า’ มากกว่า
หรือจะเป็นเพราะมลทินที่ราชันสวรรค์นำมา? อีกอย่าง เมื่อ ‘ฝ่ายระงับตัณหา’ แจกจ่ายทรัพยากร ย่อมไม่มีทางมอบ ‘วิญญาณอาฆาต’ ให้ไปตรงๆ แน่ แต่ควรเพิ่มตามลำดับจากต่ำไปสูง…ไพ่ใบนี้ถูกเสริมแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิดหรือ? ‘ฮิโซกะ’ มี ‘ช่างฝีมือ’ คนสนิทที่ติดต่อกันเป็นประจำ? ลูเมี่ยนละสายตาจากไพ่ แล้วบรรจงถอยกลับมายืนข้างกามูส์
“เสร็จแล้ว” เด็กหนุ่มครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “พวกคุณต้องระวังให้มากหากคิดจะใช้มัน”
กามูส์พยักหน้า
“พวกเราจะใช้มันแบบสมบัติปิดผนึก ไม่ใช่สมบัติวิเศษ”
เมื่อกลับถึงพื้นดิน กามูส์ก็เข้าไปนำสำนวนคดีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเมืองทิซาโมมาให้
ลูเมี่ยนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบสำนวนขึ้นมาหนึ่งฉบับ
……………………………………………………..