ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 659 ‘สัตว์ประหลาด’ ที่น่าสงสาร
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 659 ‘สัตว์ประหลาด’ ที่น่าสงสาร
ตอนที่ 659 ‘สัตว์ประหลาด’ ที่น่าสงสาร
เมื่อเห็นสีหน้าของกามูส์ที่ราวกับถูกปืนจ่อศีรษะ ถูกบีบบังคับให้ต้องทำบางสิ่ง ลูเมี่ยนก็มิได้เกรงใจแต่อย่างใด
“ตกลง”
เด็กหนุ่มคิดได้เองโดยแทบไม่ต้องเปลืองสมอง ว่านี่คงเป็นคำสั่งจากผู้บัญชาการหน่วยลาดตระเวน หรืออาจถึงขั้นนายพลไควลาริลเอง ที่ไม่วางใจปล่อยให้หลุยส์·แบรีเพ่นพ่านอยู่ในอาณาเขตของตน อีกทั้งเมืองทิซาโมที่จะไป ก็ถือว่าใกล้ป่าดั้งเดิม และมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับลำดับ 5 ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ จึงส่งกำลังเสริมสองนายที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหลุยส์·แบรีมาคอยติดตาม แม้พวกเขาอาจป้องกันเหตุไม่คาดฝันไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถส่งข่าวออกไปได้ก่อนที่เหตุไม่คาดฝันจะกลายเป็นหายนะ
ส่วนเหตุที่ไม่ขัดขวางหลุยส์·แบรีไม่ให้ไปเมืองทิซาโมเสียแต่แรกนั้น ประการแรก เพราะตอนที่ลูเมี่ยนส่งมอบศีรษะของเทวานาโค ก็ได้บ่งบอกเป็นนัยถึงกลุ่มอำนาจเบื้องหลังของตนแล้ว เมื่อไม่มีความขัดแย้งในหลักการ นายพลไควลาริลก็คงไม่ทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองใจ ประการที่สอง การสืบสวนและการเสี่ยงภัยของหลุยส์·แบรีแม้ดูเหมือนจะนำมาซึ่งภัยพิบัติ แต่ก็ทำให้ปัญหาซ่อนเร้นปะทุขึ้นก่อนกำหนด หากปล่อยให้ปัญหาซุกอยู่ใต้พรมและลุกลามต่อไป อีกหนึ่งหรือสองปีให้หลัง แม้แต่รัฐมาตานีและนายพลไควลาริลเอง ก็อาจจนปัญญาจะรับมือ เมื่อถึงเวลานั้น เลือดคงไหลนองเป็นแม่น้ำเป็นแน่
สารถีคือโคโลโบ เขาจ้องมองไปเบื้องหน้าไม่เหลียวซ้ายแลขวา ล้วงแว่นกันแดดออกมาสวมบนสันจมูก
ตามลำตัวแทบไม่เหลือร่องรอยอาการบาดเจ็บแล้ว
กามูส์ประคองประตูรถที่เปิดอยู่ พลางเห็นหลุยส์·แบรีจูงเด็กชายคนหนึ่งขึ้นรถม้า
“เขาก็จะไปทิซาโมด้วยหรือ?” กามูส์แสดงความประหลาดใจ
เขารู้ว่าหลุยส์·แบรีมายังเมืองท่าไพลอสพร้อมบ่าวรับใช้และลูกบุญธรรม แต่เดิมคิดว่านักผจญภัยตัวเป้งรายนี้ คงจะทิ้ง ‘ภาระ’ ทั้งสองไว้ที่โรงแรมหรูออเรลา รอจัดการปัญหาที่เมืองทิซาโมเสร็จแล้วค่อยกลับมารวมตัวกัน ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะพาเด็กเล็กไปเมืองทิซาโมด้วย
แต่ค่อนข้างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การไปเที่ยว ที่นั่นเต็มไปด้วยอันตราย!
ลูเมี่ยนเหยียบพื้นด้วยเท้าซ้าย วางเท้าขวาไว้ที่ขอบรถ ยิ้มพลางกล่าวว่า
“ลูกบุญธรรมของผมสนใจผลไม้ป่า สัตว์ประหลาดที่ได้จากการล่า และเครื่องเทศนานาชนิดมาก”
ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งชาวทิซาโมทั้งสามแนะนำจุดเด่นของบ้านเกิด พวกเขาต่างก็ยกย่องเนื้อย่างไม่ขาดปาก การผสมผสานเครื่องเทศนานาชนิด กับรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์ป่าบางชนิดในป่าดั้งเดิม ก่อเกิดเป็นอาหารรสเลิศที่มีกลิ่นอายเฉพาะของเมืองทิซาโม
แล้วไม่กลัวลูกบุญธรรมจะเจออันตรายเลยหรือ? มั่นใจในตัวเองถึงเพียงนี้เชียว? กามูส์ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพียงส่งสายตาให้ลูกาโนรีบขึ้นรถ
ลูกาโนเหลือบมองสารถีผู้สวมแว่นดำที่ดูราวกำลังสั่นเทิ้มแวบหนึ่ง แล้วก้าวขึ้นรถม้าในก้าวเดียว นั่งลงตรงข้ามกับลูเมี่ยนและลุดวิก
กามูส์ปิดประตูรถ เดินอ้อมไปนั่งข้างโคโลโบ ถอนหายใจพลางเอ่ยปาก
“ถอดแว่นได้แล้ว คงลำบากแย่เลยสินะ”
“กักกักกัก” โคโลโบราวกับถูกกระแสลมเย็นจัดห่อหุ้ม ฟันกระทบกันไม่หยุด ทั้งร่างสั่นเทาหนักหน่วงยิ่งขึ้น
กามูส์เอียงศีรษะ มองเขาด้วยความประหลาดใจ
“คุณก็เคยเจรจาซื้อขายกับหลุยส์·แบรีต่อหน้ามาแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยังกลัวขนาดนี้อยู่อีกล่ะ?”
ก็ไม่ได้มองหน้ากันตรงๆ สักหน่อย!
“กักกักกัก” โคโลโบถอดแว่นกันแดด ใช้เวลาเกือบสิบวินาทีกว่าจะสงบลงได้
เขากดเสียงต่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะเอ่ยตอบ
“ผมรู้สึกเหมือนนิ้วมือตัวเองกำลังถูกกัดกิน แขนถูกกัดกิน อวัยวะภายในถูกกัดกิน ศีรษะถูกกัดกิน…”
“ค…คนนั้น…”
“คนไหน?” กามูส์ไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใด ‘สัตว์ประหลาด’ จึงมีความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิม แต่รู้ว่าปัญหาคงไม่เล็กน้อย
โคโลโบกลืนน้ำลายก่อนเอ่ยปาก
“ด…เด็กคนนั้น ก็…ก็อันตรายมาก!”
“ม…แม้ผมจะยังไม่ได้มองเขา แต่มีความรู้สึกราวกับกำลังเดินไปมาอยู่ต่อหน้าสิงโต เสือ และงูยักษ์ อาจถูกกินเมื่อใดก็ได้”
“…” กามูส์ชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปล่งเสียง ‘ฮึ่ย’ ออกมา
จนถึงบัดนี้ ผู้ที่ทำให้โคโลโบไม่กล้าสบตา และรู้สึกถึงอันตรายอย่างแรงกล้ามีเพียงสามคน หนึ่งคือ ‘อัครสาวกแห่งตัณหา’ เทวานาโคผู้ควบเส้นทาง ‘วิญญาณอาฆาต’ อีกคนคือหลุยส์·แบรีผู้สามารถล่าเทวานาโคได้ กำลังจะบอกว่าเด็กชายคนนั้นก็อยู่ในระดับเดียวกัน?
น…นั่นก็เป็นผู้วิเศษ และบรรลุถึงลำดับ 5 แล้วหรือ?
ไม่สิ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลำดับ 5 หรือไม่ แม้แต่หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนของพวกเราก็อยู่ในลำดับ 5 แต่โคโลโบไม่เคยบอกว่าไม่กล้าสบตา หรือมีลางสังหรณ์อันตรายเลย
ทั้งสามคนนี้ต้องมีบางสิ่งแตกต่างออกไปแน่นอน!
แต่ไม่ว่าอย่างไร เด็กชายคนนี้ต้องมีความพิเศษอยู่ในตัวแน่นอน แถมยังอันตรายอย่างยิ่ง!
มิน่าหลุยส์·แบรีถึงกล้าพาลูกบุญธรรมไปเมืองทิซาโมโดยไม่เกรงกลัวเลย บางที ลูกบุญธรรมของเขาอาจจะอันตรายยิ่งกว่าเขาเสียอีก…กามูส์เข้าใจข้อสงสัยเมื่อครู่แล้ว จึงระงับความอยากรู้ ไม่ซักไซ้โคโลโบในประเด็นนี้อีก
ในเมื่อต้องอยู่บนรถม้าสี่ล้อสี่เบาะคันเดียวกัน แม้จะมีผนังกั้น แต่การสนทนาเสียงต่ำของพวกเขาสองคน ก็ยากที่จะรอดพ้นหูของหลุยส์·แบรีไปได้!
กามูส์ประมวลจากข่าวกรองที่ส่งมาจากทะเลหมอก สันนิษฐานอย่างมีเหตุผลว่าหลุยส์·แบรีคือผู้วิเศษลำดับ 5 ของเส้นทาง ‘นักล่า’ และผู้วิเศษเส้นทางนี้ล้วนมีชื่อเสียงในด้านสายตาเป็นเลิศ ประสาทดมกลิ่นว่องไว และการได้ยินเหนือชั้น
“ผู้วิเศษเส้นทาง ‘สัตว์ประหลาด’ ช่างน่าพิศวงจริงๆ แม้จะมองไม่เห็นลุดวิก มิได้สดับรับฟังวาจา ก็ยังรับรู้ได้ว่าเขาเป็นปีศาจร้ายที่กินทุกสิ่งสรรพ…” ลูเมี่ยนเอนกายพิงผนังรถม้า พลางเล่นหมวกสานสีเหลืองทอง สายตาเหลือบมองลุดวิกพร้อมอมยิ้ม
‘เด็กน้อย’ ผู้นี้คงมิได้เกิดความรู้สึกอยากกินโคโลโบและกามูส์จริงๆ หรอกกระมัง?
เหนือสิ่งอื่นใด นี่คือสองผู้วิเศษที่มิได้แปดเปื้อนมลทิน ย่อมมีโอกาสที่ลุดวิกจะน้ำลายไหลชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็กลับมาควบคุมตัวเองไว้ได้…หึๆ กามูส์แทบไม่รู้สึกตัวเลย ทว่าโคโลโบกลับตอบสนองได้ทันท่วงที เกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา? ลูเมี่ยนผงกศีรษะให้ลุดวิก
“ทำดีมาก การควบคุมตัวเองของนายสมควรได้รับคำชม”
หากเด็กน้อยทำสิ่งใดถูกต้อง ก็มิควรตระหนี่คำสรรเสริญ เช่นนี้เขาจึงจะบ่มเพาะจิตใจและนิสัยที่ดีงาม!
ลุดวิกมิได้ตอบสนอง สีหน้าบ่งบอกว่าอย่าได้มาสั่งสอนกันประหนึ่งเด็กน้อย
มุมปากของเด็กชายแย้มขึ้นเล็กน้อย ล้วงขนมปังกรอบออกมาจากกระเป๋านักเรียนแข็งๆ สีแดง แล้วเคี้ยวกรุบกรับ
อะไรคือควบคุมตัวเอง? อะไรคือทำได้ดี? ลูกาโนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ได้ยินแล้วก็ทำหน้างุนงง
ทิซาโมคือเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลเมืองท่าไพลอสที่สุด แทบจะอยู่ชิดติดป่าดั้งเดิม ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถม้าถึงสองชั่วโมงกว่าจะไปถึง
แน่นอน หากประสงค์จะไปให้ถึงเร็วขึ้น ก็อาจโดยสารรถไฟไอน้ำจากท่าเรือไปยังเมืองคาเฮที่อยู่ใต้สุด จากนั้นก็เช่ารถม้าหรือโลงศพมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ รวมเวลาทั้งสิ้นหนึ่งชั่วโมงก็สามารถไปถึงเมืองทิซาโม ทว่าลูเมี่ยนไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด
เมื่อออกจากเมืองท่าไพลอส เส้นทางก็ค่อยๆ แคบลง สภาพถนนก็เริ่มย่ำแย่ แต่รถม้ายังคงแล่นไปอย่างราบรื่น สารถีโคโลโบทำตัวราวกับกลไกอันเที่ยงตรง ควบคุมทั้งม้าและรถได้โดยปราศจากความคลาดเคลื่อนใดๆ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว รถม้าเริ่มเลี้ยวอ้อมแนวป่าไม้แห่งหนึ่ง
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนที่แกล้งหลับพักจิตก็ลืมตาขึ้น
ร่างของเขาพลันดำมืดจางหาย หลอมรวมเข้ากับเงาที่ทอดผ่านหน้าต่าง
แปรเงา!
วินาทีถัดมา เสียงปืนดังสนั่น ปัง ปัง ปัง แว่วมาจากส่วนลึกของป่า
กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งมาแต่ไกล บ้างก็กระทบพื้น เป่าดินฟุ้งกระจาย บ้างก็พุ่งเข้าใส่กามูส์ เข้าใส่ตัวรถ เข้าใส่ม้า
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน ม้าล้มคว่ำลงข้างทางในสภาพโชกเลือด พาให้รถม้าพลิกคว่ำลงพื้นไปด้วย
โคโลโบกลิ้งตัวออกจากเบาะสารถีแต่เนิ่นๆ จึงมิได้ถูกกระสุนแม้แต่นัดเดียว ส่วนกามูส์ก็กระโดดลงจากรถม้าล่วงหน้า ค้อมกายลงต่ำ ชักปืนออกมา สลับระหว่างการกลิ้งตัวกับการเลื้อยดั่งอสรพิษ มุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของป่า
ในระหว่างนั้น เขายกมือขวาขึ้น ปัง ปัง ยิงตอบโต้ พยายามกดดันผู้โจมตี ด้วยระยะเท่านี้ พลังหลายชนิดของเขายังไม่อาจใช้การได้
ลูกไฟสีแดงเกือบขาวหลายดวงพุ่งผ่านกามูส์ไป ทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของป่า
บึ้ม!
ท่ามกลางเสียงระเบิดดังราวกับปืนใหญ่ เสียงปืนก็หยุดลงกะทันหัน
โดยไม่ต้องรอนาน เสียงสบถด่าด้วยภาษาตูทานก็แว่วมาจากใจกลางป่า
“ตายซะเถอะ ไอ้พวกโจรจากทวีปเหนือ!”
“ตายไปพร้อมกับลูกหมาของพวกแกเลย!”
“ถ้าเป็นลูกผู้ชายก็ตามมาสิ!”
“…”
เสียงด่าทอเหล่านั้นเบาลงทีละนิด แล้วก็หายไปในส่วนลึกของป่า
ลูเมี่ยนก้าวออกมาจากเงาของรถม้า มิได้ไล่ตามไป
“พวกกองกำลังต่อต้าน! พวกมันมาทำอะไรที่รัฐมาตานี…” กามูส์ขมวดคิ้ว พึมพำด้วยความสงสัย
ในทวีปใต้มีกองกำลังต่อต้านมากมาย เขาเองก็มิอาจรู้ว่าคนเหล่านี้สังกัดกลุ่มใด มีข้อเรียกร้องอันใด แต่โดยปกติแล้ว เนื่องจากรัฐมาตานีได้แยกตัวเป็นเอกราชจากสาธารณรัฐอินทิสในนาม อยู่ภายใต้การปกครองของนายพลไควลาริลผู้เป็นชาวพื้นเมืองของทวีปใต้ พวกกองกำลังต่อต้านจึงแทบไม่เคยย่างกรายมายังแถบนี้ ด้วยข้อเรียกร้องของพวกเขาล้วนเป็นการขับไล่ผู้รุกรานอาณานิคม
หรือจะเป็นกองกำลังต่อต้านที่บูชาเทพมรณา หวังจะฟื้นฟูความเชื่อต่อเทพมรณาภายในรัฐมาตานี? ขอให้ไม่ใช่กองกำลังที่มีพวกโรงเรียนกุหลาบหนุนหลังก็แล้วกัน…กามูส์เดินกลับไปยังรถม้าด้วยความหวาดหวั่นระคนสงสัย
ทว่าลูเมี่ยนกลับครุ่นคิดถึงปัญหาอื่น
แม้เด็กหนุ่มจะอยู่ในลำดับ 5 แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าชีวิตช่างเปราะบางเหลือเกิน
เป็นประเภทที่อาจตายด้วยกระสุนซุ่มยิงได้!
พวกกองกำลังต่อต้านเมื่อครู่ หากมีใครสักคนเป็นนักแม่นปืนมือฉมัง และบังเอิญอยู่นอกขอบเขตการตรวจจับของเขา การยิงซุ่มจากระยะกว่าร้อยเมตรก็อาจสังหารเขาได้จริงๆ
ด้วย ‘ยมทูต’ นั้นแตกต่างจาก ‘ปีศาจ’ ที่มีเกราะธรรมชาติ แม้ไร้ซึ่งการหยั่งรู้เจตนาร้าย ถูกปืนยาวยิงถูกจุดสำคัญก็เพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อย อีกทั้ง เด็กหนุ่มยังขาดพลังประเภทหยั่งรู้อันตรายจากระยะไกล จึงไม่อาจหลบเลี่ยงล่วงหน้าได้
แน่นอน ด้วยคุณสมบัติของนักพรต ลูเมี่ยนจึงมีญาณในการรับรู้พลังวิญญาณที่แกร่งกล้าพอควร เมื่อครู่จึงได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านลางสังหรณ์
แต่หากศัตรูมิใช่เพียงกองกำลังต่อต้านธรรมดา และยังสามารถรบกวนการรับรู้พลังวิญญาณได้ ปืนยาวธรรมดาก็อาจสร้างอันตรายแก่ลูเมี่ยนได้จริง
อา…แปรเงาสามารถใช้ป้องกันกระสุนได้ กระสุนที่ไร้ผลพิเศษย่อมไม่อาจทำร้ายสิ่งมีชีวิตเงาได้อย่างแท้จริง…ลูเมี่ยนดึงความคิดกลับมา เอ่ยกับลูกาโนที่เพิ่งปีนออกจากรถม้า
“ไปดูม้าตัวนั้นที”
หากยังไม่ตาย ก็จงรีบรักษาให้หาย ให้ลากรถต่อไป หากตายแล้ว ก็ให้ลุดวิกบังคับซากม้าไปลากรถแทน
ลุดวิกได้รับพลังในการควบคุมอันเดดระดับต่ำได้หลายตน จากเครื่องดื่มที่ทำจากลูกตาของฮิโซกะ
……………………………………………………..