ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 668 คนในฝัน?
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 668 คนในฝัน?
ตอนที่ 668 คนในฝัน?
เรียห์จ้องมองร่างของตนที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป
ไม่สิ ก็อยู่ในฝันจริงๆ นั่นแหละ
เรียห์อีกคน ผู้มีสีหน้าเยือกเย็นและแววตาเปี่ยมด้วยความคับแค้นใจ ได้ง้างสายธนูล่าสัตว์ขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสกสายฟ้าสีเงินหุ้มลูกศรเอาไว้
ลูเมี่ยนเตรียมจะเทเลพอร์ตไปด้านหลังของเรียห์บนต้นไม้ หวังจะจับกุมเธอในแดนฝันแท้จริงนี้ เพื่อสอบถามข้อมูลที่อีกฝ่าย ‘รู้’
แต่ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็เริ่มสั่นไหว แตกออกเป็นฉากต่างๆ นับไม่ถ้วน
ฉากเหล่านั้นซ้อนทับกัน ก่อนจะแตกสลายในชั่วพริบตา
ลูเมี่ยน เรียห์ และกามูส์ลืมตาขึ้นพร้อมกัน เห็นแสงจันทร์แดงระเรื่อทอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังแว่วมาจากป่าดั้งเดิม
พวกเขายังคงอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้านฮิโซกะ
กามูส์ผุดลุกขึ้นนั่ง เหลียวมองด้านข้าง เห็นเทียนไล่ยุงเล่มนั้นมอดไหม้ไปเกือบหมด เหลือเพียงน้อยนิด เห็นซากยุงที่ไหม้เกรียมกระจายอยู่รอบๆ
“พวกเราตื่นแล้วหรือ? กลับสู่โลกแห่งความจริงแล้วหรือ?” กามูส์ถึงกับไม่แน่ใจไปพักหนึ่ง
ลูเมี่ยนพิงเสาไม้ ยิ้มพลางเอ่ยปาก
“ก็คงอย่างนั้น แต่ผมก็รับประกันให้ไม่ได้ว่า พวกเราหลุดพ้นจากแดนฝันอย่างสมบูรณ์แล้ว”13:44 22/3/2568
“คงต้องคอยสังเกตรายละเอียดต่างๆ หลังจากนี้เพื่อยืนยัน”
วิธีง่ายที่สุดคือ ไปดูว่าลุดวิกอยู่หรือไม่ และอยู่ในสภาพใด
แน่นอน การถามเทอร์มีโพลอสก็สามารถได้คำตอบที่ถูกต้อง แต่คนผู้นั้นอาจไม่ตอบ หรือแม้ตอบมาก็อาจมิใช่ความจริง
กามูส์พยักหน้ารับ มองไปทางเรียห์ผู้ยังคงเงียบงันนับแต่ได้สติกลับมา พลางเอ่ยอย่างระมัดระวัง
“พวกเราเห็นคุณอีกคนที่ชายขอบแดนฝันด้วย”
เรียห์นิ่งเงียบอยู่หลายอึดใจก่อนเอ่ยปาก
“ฉันก็เห็นเหมือนกัน”
“เธอแสดงออกคล้ายคลึง…คล้ายคลึงกับที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง ราวกับอารมณ์รุนแรงเหล่านั้นหลับใหลอยู่ในใจฉัน…”
ลูเมี่ยนกดหมวกสานสีเหลืองทองบนศีรษะ ลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขาทั้งสองข้าง พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิด
“แดนฝันนั่นจะดูดกลืนอารมณ์รุนแรงภายในเขตเมืองทิซาโม แล้วแปรเปลี่ยนเป็นคนในแดนฝันที่สอดคล้องกัน แต่จะมีอารมณ์รุนแรงและแปรปรวนยิ่งกว่าสินะ?”
“ดังนั้น หากอาศัยอยู่ในเมืองทิซาโมนานเท่าใด ก็จะยิ่งอ่อนโยนและว่านอนสอนง่ายมากเท่านั้น…” กามูส์เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของหลุยส์·แบรี ส่วนเรียห์ก็พยักหน้ารับเช่นกัน
คนในกระจก…คนในฝัน…โลกใบนี้ยังซุกซ่อนสิ่งประหลาดในเงามืดอีกมากเพียงใด? ลูเมี่ยนบีบขมับทั้งสองข้าง ก้าวเท้าไปยังบันไดที่ทอดลงสู่พื้นดิน
“การทดสอบในคืนนี้จบลงแล้ว” เด็กหนุ่มทิ้งวาจาเบาหวิวไว้เพียงเท่านั้น
กามูส์และเรียห์ติดตามไปไม่ห่าง ระหว่างทางได้สังเกตรายละเอียดรอบตัว ทั้งการกลับมาของสัตว์เลี้ยง และความเคลื่อนไหวภายในบ้านเรือน ยืนยันว่าพวกตนได้หลุดพ้นจากแดนฝันแล้ว
พวกเขารอจนกระทั่งลูเมี่ยนเข้าไปในโรงแรมบริโอ จึงหยุดฝีเท้า แล้วซ่อนตัวในเงามืดฝั่งตรงข้าม
…………
เมื่อผลักประตูห้องชุดเปิดออก ลูเมี่ยนเห็นลุดวิกนั่งอยู่ริมโต๊ะอาหารซึ่งเต็มไปด้วยสำรับ กำลังยัดกล้วยปิ้งเข้าปาก ขณะที่มืออีกข้างถือส้อมสำหรับเด็ก จิ้มไปยังสลัดสูตรพิเศษที่ทำจากยอดต้นปาล์ม
เมื่อเห็นภาพนี้ ลูเมี่ยนก็มั่นใจทันทีว่านี่มิใช่ความฝัน
เด็กหนุ่มเหลือบมองลูกาโนที่กำลังง่วงงุนอยู่ด้านข้าง แล้วถามลุดวิกอย่างชวนคุย
“เวลานอนหลับ นายได้ฝันบ้างไหม?”
“ฝัน” ลุดวิกตอบรวบรัด โดยยังคงวุ่นวายอยู่กับอาหาร
ลูเมี่ยนพยักหน้าราวกับกำลังครุ่นคิด
“ช่วงสองสามวันนี้ ได้ฝันถึงอะไรบ้างไหม?”
หลังจากแทะปลาน้ำจืดย่างทั้งก้างไปครึ่งตัว ลุดวิกจึงหาช่องว่างตอบ
“มี”
“ฝันเห็นอะไรบ้าง?” ลูเมี่ยนถอดหมวกสานสีเหลืองทอง แล้วยัดกลับเข้าไปในกระเป๋านักเดินทาง
ลุดวิกตอบอู้อี้
“กิน กิน กิน…”
ไม่น่าคาดหวังเลยแฮะ…ลูเมี่ยนยิ้มเยาะตนเอง พลางหันไปทางลูกาโน
“แล้วนายฝันเห็นอะไรบ้าง?”
ความฝันที่นี่มีปัญหาอะไรหรือ? ลูกาโนคิดจะถามเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะตอบตามตรง
“ฝันสารพัด…”
เขาหยุดชั่วครู่แล้วเสริม
“อาจเพราะไม่ได้ออกไปไหนตามลำพังมานาน ฮ่าๆ จึงไม่มีโอกาสได้ระบายเสียที บางครั้งก็ฝันถึงสตรี ฝันถึงเรื่องอย่างว่า แต่สุดท้ายก็มักพบความไม่ชอบมาพากล ในบางฝัน คู่นอนได้แปลงกายเป็นสัตว์ประหลาด บางฝันก็เป็นหญิงงามที่ชวนหลงใหล แต่ตามเนื้อตัวกลับเต็มไปด้วยปุ่มไม้ รวงข้าว และเห็ดรา…สุดท้ายก็สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ”
ในฐานะชาวอินทิส เขาไม่รู้สึกอายที่จะเล่าออกมา
ตามหลักจิตวิทยาที่อ็องโตนีแนะนำมา นี่คือผลพวงจากการกดทับแรงกระหายเอาไว้นานเกินไป ผสานเข้ากับความหวาดกลัวอันตรายในเมืองทิซาโมที่ยังไม่ถูกระบายออก…ลูเมี่ยนลองประเมินในใจ ก่อนยิ้มพลางเอ่ยปาก
“คุณจะลองไปที่บาร์งูยักษ์ตามลำพังก็ได้นะ หาสาวท้องถิ่นสักคน หรือลองจีบบรรดามิสๆ กับพวกสาวใช้จากไร่ภายนอก แค่เตรียมอาหารให้ลุดวิกไว้ให้พร้อมก็พอ เขาดูแลตัวเองได้”
ลูกาโนรู้สึกใจเต้นตึกตักในทีแรก ก่อนจะนึกถึงอันตรายที่อาจซุ่มซ่อนอยู่ภายนอก
ลูเมี่ยนหมุนกาย เดินมุ่งไปยังห้องนอนใหญ่ พลางทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง
“แน่นอน เมื่อพวกนายสนุกกันจนถึงขีดสุดแล้ว มาดามเหล่านั้นจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดหรือไม่ จะเกิดความผิดปกติใดขึ้นหรือไม่ ฉันไม่รับประกันหรอกนะ”
“…” ลูกาโนลองจินตนาการตาม จนกระทั่งสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ
เขาชายตามองลุดวิก พลางรู้สึกว่าการได้อยู่ข้างกายเด็กคนนี้ ช่วยมอบความสบายใจให้มากกว่า
ตราบใดที่อีกฝ่ายยังมิได้กินเสบียงสำรองจนหมดสิ้น ตนก็ยังคงปลอดภัยอยู่!
…………
ณ เงามืดฝั่งตรงข้ามโรงแรมบริโอ
เรียห์เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นกะทันหัน
“ในเมื่อหน่วยองครักษ์นายพลจะไม่ส่งกำลังเสริมมาแล้ว และหน่วยลาดตระเวนก็มีเพียงรองหัวหน้าหน่วยเลอาซาที่จะมาช่วย เหตุใดคุณถึงไม่รีบออกจากเมืองทิซาโมเสีย ทำไมต้องปักหลักแก้ไขปัญหา ‘เทศกาลฝัน’ ด้วยเล่า?”
เพียงแค่หนีพ้นรัฐมาตานี องครักษ์นายพลและหน่วยลาดตระเวนก็ย่อมไร้ซึ่งทรัพยากรในการติดตามและลงทัณฑ์ อย่างมากก็แค่ออกประกาศจับ ทั้งยังให้ค่าหัวสูงมิได้
กามูส์เกาผมสีน้ำตาลฟูฟ่องของตน พลางยิ้มอย่างขมขื่น
“คุณก็ทราบดี ลำดับก่อนหน้าของผมคือ ‘เจ้าพนักงาน’ มันผสานเข้ากับงานของหน่วยลาดตระเวนได้อย่างไร้ที่ติ ต่อให้กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายอยู่ แต่ผมก็ยังอดใจไม่ไหว อยากจะรักษาความสงบในรัฐมาตานี ปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน”
“โอสถมิเพียงมอบพลังให้เท่านั้น หากยังส่งผลต่อตัวเราในหลายด้าน”
เขาถอนหายใจแล้วเอ่ยปาก
“อีกอย่าง รองหัวหน้าหน่วยเลอาซาก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ผมต้องอยู่ช่วยเหลือเขา หนี้บุญคุณผู้อื่นย่อมต้องทดแทน”
อีกหนึ่งเหตุผลที่กามูส์มิได้เล่าออกไป คือเขายังคงเชื่อมั่นในนักผจญภัยคนดัง หลุยส์·แบรี รวมถึงศาสนจักรเดอะฟูลที่อยู่เบื้องหลัง โดยรู้สึกว่าหากยังมีบุคคลนี้อยู่ เรื่องราวทั้งหมดก็น่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี
เรียห์มิได้ซักไซ้ต่อ เพียงเฝ้ามองโรงแรมบริโอฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ อย่างเงียบงัน
กามูส์ชายตามองเธอ
“แล้วคุณล่ะ? เหตุใดจึงไม่พาโลบันกับเมสโลออกจากเมืองทิซาโมไปเสีย? พวกคุณสามคนรวมกันเป็นทีม ย่อมมีนายพลประจำรัฐพื้นเมืองสักคนยินดีรับเข้าทำงาน”
หลังความเงียบงันอันยาวนาน ขณะที่กามูส์คิดว่าเธอคงไม่ตอบแล้ว เรียห์ก็พลันเอ่ยปาก
“ในยามที่ฉันทุกข์ระทมและสิ้นหวังถึงขีดสุด ศาสนจักรเป็นผู้ยื่นมือช่วยเหลือ หลังจากนั้น หน่วยลาดตระเวนก็มอบจุดเริ่มต้นใหม่ ชีวิตใหม่ให้แก่ฉัน…”
นึกถึงเรียห์ในแดนฝันผู้เย็นชา ใบหน้าฉาบด้วยความคับแค้นใจ กามูส์อดมิได้ที่จะเอ่ยด้วยความรู้สึกจากก้นบึ้ง
“ชีวิตของคุณช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ”
เพิ่งจะสิ้นเสียงพูดของเขา เรียห์ก็แค่นหัวเราะใส่
“คุณคือคนที่ย้อนแย้งที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบเจอมาเลย แต่ก่อนฉันมักได้ยินคุณพูดว่า ราชอาณาจักรเฟเนพ็อตควรรุกรานรัฐใดเกาะใด ควรยึดครองเหมืองแร่ใดหุบเขาใด ควรสถาปนาอาณานิคมในทวีปใต้ให้มากขึ้น แต่บัดนี้ กลับมาเวทนาชะตากรรมของฉัน”
“คำพูดเมื่อครู่ของคุณ ฉันสัมผัสถึงความจริงใจได้ คุณคงรู้สึกเจ็บปวดแทนฉันจากส่วนลึกของหัวใจ แต่ด้วยเหตุนี้เอง ฉันจึงอดมิได้ที่จะเอ่ยบางสิ่ง”
กามูส์ถึงกับตอบสนองไม่ถูกไปพักหนึ่ง
พฤติกรรมของตนขัดแย้งในตัวเองจริงๆ
ขณะเดียวกัน เขาสังเกตเห็นว่า หลังจากที่เรียห์ได้พบกับตัวเองในความฝัน อารมณ์ความรู้สึกก็เริ่มแปรปรวนขึ้นมาบ้าง ทั้งยังเต็มใจที่จะแสดงธาตุแท้มากขึ้นด้วย
นี่เป็นผลจากการเผชิญหน้ากับอารมณ์สุดขั้วหรือ? หรือว่า ผู้ที่ยังไม่ได้พำนักในเมืองทิซาโมครบหนึ่งปี หากเข้าใจสัจธรรมเบื้องหลัง ‘ความว่านอนสอนง่าย’ แล้ว อาจหลุดพ้นจากอิทธิพลของแดนฝันได้ในระดับหนึ่ง? กามูส์นึกเชื่อมโยงถึงไร่นอกเมืองเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว นึกถึงเซอร์เปอตี มิสอมันดีน และมิสเตอร์โรเบิร์ต
ชายหญิงเหล่านั้น หาได้ว่านอนสอนง่ายไม่
และความฝันพิเศษเมื่อครู่นี้ ชัดเจนว่าครอบคลุมทั้งไร่นอกเมืองและค่ายทหารประจำการด้วย
กามูส์จึงนึกถึงสาเหตุขึ้นมาได้
ชายหญิงเหล่านั้นใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีอยู่ที่เมืองท่าไพลอส
นี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาคุ้นเคยกับอีกฝ่ายดี
“ราคานี้เป็นราคาที่ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสเสนอ หรือเธอเป็นผู้เสนอเอง?”
“สมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ จะแลกคืนด้วยของเพียงเท่านี้ได้หรือ?”
“หากมิใช่เพราะรู้ว่าเธอเป็นคนเช่นไร ฉันก็คงสงสัยว่าเธอปิดบังราคาแท้จริงที่ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสเสนอมา”
“นอกเหนือจากข่าวกรองเกี่ยวกับสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ ชิ้นนี้ เธอต้องบอกให้ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสเสนอทองคำมูลค่า 50,000 ทองปอนด์ โดยคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนสูงสุดภายในสามเดือนหลัง”
“วางใจเถิด สิ่งที่พวกเขาไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือทองคำ”
ทองคำมูลค่า 50,000 ทองปอนด์…นั่นก็คือทองคำราว 1,200,000 เฟลคินเต็มๆ มาดามเมจิกเชี่ยนต้องการทองคำมากมายเพียงนี้ไปทำไมกัน? ลูเมี่ยนนึกถึงความหมายของทองคำในศาสตร์เร้นลับ นึกถึงความต้องการในการฟื้นฟูกายทองคำของเกราะซ่อนเงา นึกถึงเรื่องที่ศาสตร์ในขอบเขตของ ‘เทพมรณา’ ก็ใช้ทองคำอย่างแพร่หลาย ก็เข้าใจได้ในทันที
เด็กหนุ่มยังสังเกตเห็นรายละเอียดหนึ่งตามมาด้วย
ครั้งนี้มาดามเมจิกเชี่ยนใช้ทองปอนด์ของราชอาณาจักรโลเอ็น ในการอธิบายมูลค่าของทองคำ
นี่อาจหมายความว่า พักนี้เธอโลดแล่นอยู่ในราชอาณาจักรโลเอ็นบ่อยครั้งหรือ? ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ พลางครุ่นคิดว่าจะอัญเชิญกระต่ายเซียโซ ผู้ส่งสารของจินนา มาเพื่อส่งต่อข้อเรียกร้องของมาดามเมจิกเชี่ยนไป หรือจะเดินทางกลับไปยังกรุงทรีอาร์ด้วยตนเอง เพื่อถือโอกาสปรึกษาหารือเรื่อง ‘เทศกาลฝัน’ กับฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีด้วย
……………………………………………………..