ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 673 ศาสตร์การ ‘ผนึก’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 673 ศาสตร์การ ‘ผนึก’
ตอนที่ 673 ศาสตร์การ ‘ผนึก’
เมื่อได้เห็นความกังวลกลายเป็นจริงขึ้นมา ลูเมี่ยนก็สอดมือล้วงกุญแจ แล้วเปิดประตูห้องชุดอย่างแทบไร้เสียง
บัดนี้เด็กหนุ่มสามารถยืนยันได้แล้วว่า ลุดวิก สัตว์ประหลาดน่าสะพรึงกลัวที่ถูกผนึกไว้ ยังคงแสดงความหิวโหยและสัญชาตญาณดิบออกมาอย่างเต็มที่แม้ในช่วงเทศกาลฝัน!
ใต้แสงจันทร์สีชาดที่ทอดผ่านหน้าต่างห้องรับแขก ลูกาโนกำลังสะบัดแขนอย่างบ้าคลั่ง ถอยกรูดไปด้านหลัง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ระทมอย่างที่สุด
ณ ปลายแขนของเขาคือลุดวิก ผู้สวมหมวกนอนเด็กและชุดนอนสีฟ้าลายดาวสีเหลือง เสียงกรอบแกรบของการแตกหักและเสียงเคี้ยวเนื้อ ดังออกมาจากจุดนั้นไม่ขาดสาย
ท่ามกลางการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ทำไปเพื่อดิ้นรน โลหิตสดๆ ได้หยดลงสู่พื้นทีละดวงสองดวง
ทันใดนั้น ลุดวิกก็กระโดดเหมือนกบ ปากแทบจะถึงข้อพับแขนของลูกาโน เสียงกรอบแกรบดังขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัวในชั่วพริบตา
“อ๊าก!”
ลูกาโนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องดังลั่นจนแทบจะพลิกหลังคาบ้าน
ในขณะที่สัญชาตญาณพยายามดึงแขนที่ถูกลุดวิกงับออกมา พลางใช้มืออีกข้างผลักเด็กชายออก ดวงตาของ ‘แพทย์’ ผู้นี้ก็เริ่มเหลือกขาว เกือบจะสลบไปด้วยความเจ็บปวดที่แทบทนรับไม่ไหว
ลูเมี่ยนกวาดตามองสถานการณ์ พลางย่างสองก้าวพุ่งไปด้านหลังของลุดวิก แล้วเปล่งเสียง ‘ฮึ่ม’ ออกมา
ลำแสงสีขาวสองสายพุ่งออกจากจมูกของเด็กหนุ่ม ตกลงบนร่างลุดวิก จนฝ่ายหลังชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับหลับตาลง
แต่ก่อนที่ลูเมี่ยนจะทันได้ลงมือต่อ ปากของเด็กชายก็ขยับขึ้นมาเองอีกครั้ง กัดกินแขนของลูกาโนต่อไป บดขยี้กระดูก ฉีกทึ้งเนื้อและเลือด
ดวงตาของเขาลืมขึ้นพร้อมกัน
วิชาฮึ่มฮ่าทำให้ลุดวิกมึนงงได้เพียงวินาทีเดียวเท่านั้น ทั้งๆ ที่เขายังอยู่ภายใต้การผนึก…ลูเมี่ยนถอนหายใจเงียบงัน ไม่พยายามลงมือส่งเดชอีก
เด็กหนุ่มมองไปทางลูกาโนผู้พบเห็นตนแล้ว เพียงแต่เจ็บปวดจนพูดไม่ออก แล้วยกมือขวาขึ้นพร้อมกับกดลง เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายอดทน
ท่ามกลางกระแสความคิด ลูเมี่ยนพยักหน้าเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
เด็กหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมาย เดินผ่านลุดวิกที่กำลังจดจ่อกับการกินลูกาโน แล้วคว้าไหล่ของลูกาโนไว้
โดยทันทีทันใด ลูเมี่ยนล้วงดาบตรงคมกริบที่ซื้อมาจากเมืองท่าซานตาออกจากกระเป๋านักเดินทาง
เขาคิดจะทำอะไร? ท่ามกลางความเจ็บปวดรวดร้าว ความคิดในสมองของลูกาโนเพิ่งจะก่อตัว ก็พลันกระจัดกระจายไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ลูเมี่ยนฟันดาบตรงลงมา ใบดาบลุกโชนด้วยเปลวไฟสีขาวโชติช่วง
ดาบตรงฟันสับใส่ท่อนแขนของลูกาโนที่ถูกลุดวิกกัดกินอยู่ ในตำแหน่งของข้อพับแขน
ด้วยเสียงฉึบ แขนท่อนปลายที่เหลือเพียงสั้นๆ ถูกตัดขาดออกจากร่างของลูกาโน ค้างอยู่ด้านนอกปากของลุดวิก ดูราวกับว่าศีรษะของเด็กชายผู้นี้มีหางสั้นๆ อาบเลือดงอกออกมาจากด้านหน้า
ในขณะเดียวกัน ร่างของลูเมี่ยนเริ่มเลือนหาย ลูกาโนที่ถูกเขาจับไว้ก็หายวับไปจากตำแหน่งเช่นกัน
เทเลพอร์ต!
แต่ลูเมี่ยนมิได้เทเลพอร์ตออกไปไกลนัก ร่างของเขากับลูกาโนปรากฏอีกครั้งด้านหน้าประตูห้องชุด
ลูกาโนผู้ยังคงเจ็บปวดรวดร้าว แม้จะทุเลาลงเล็กน้อยจากเมื่อครู่ แต่ก็เริ่มเห็นร่างของลุดวิกสะท้อนในดวงตาอีกครั้ง เห็นใบหน้าเด็กชายที่คาบท่อนแขนอันบิดเบี้ยวของตน โดยมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่รอบด้าน
เขาตกใจจนหลงลืมความเจ็บปวด ในใจมีเพียงความคิดในทำนองเดียวกันวนเวียนอยู่
ทำไมไม่เทเลพอร์ตออกจากเมืองทิซาโมไปเลยล่ะ?
ทำไมไม่เทเลพอร์ตไปเมืองท่าไพลอสล่ะ?
ทำไมยังต้องโผล่มาอยู่ต่อหน้าลุดวิกอีก?
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ลุดวิกได้หันหน้ามาทางประตูห้องชุดแล้ว ผมสั้นสีเหลืองของเขาเปื้อนเลือด นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววหิวโหยและปรารถนาจะกินโดยไม่เก็บซ่อน
เขาก้าวสองขาแบบเด็กเจ็ดแปดขวบ วิ่งไปทางลูเมี่ยนและลูกาโน ด้วยความเร็วที่พอๆ กับเด็กเจ็ดแปดขวบเช่นกัน
ระหว่างนี้ เขายังคงเคี้ยวกลืนปลายแขนสั้นๆ ที่เหลือของลูกาโนเข้าไป
ลูเมี่ยนเก็บดาบตรงกลับเข้ากระเป๋านักเดินทางอย่างใจเย็น
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของลูกาโน เด็กหนุ่มล้วงเค้กลาวาทั้งก้อนออกมา แล้วโยนลงบนพื้นด้านข้างลุดวิก
ลุดวิกชะลอการวิ่งลง ดูเหมือนกำลังลังเลว่าควรกินอะไรก่อนดี
แต่สุดท้าย เขายังคงตรึงสายตาอยู่กับลูกาโน
เลือด เนื้อ และไขกระดูกที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ ยิ่งทำให้ลูกาโนดูน่าหลงใหล!
ในระหว่างที่ลุดวิกลังเลชั่วขณะ มือขวาของลูเมี่ยนก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋านักเดินทางอีกครั้ง ลากชิ้นส่วนศพของฮิโซกะออกมาหนึ่งชิ้น แล้วโยนไปอีกด้านหนึ่ง
สายตาของลุดวิกไล่ตามไป อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนทิศทาง
ดูเหมือนเขาจะคิดว่ามันสกปรกเกินไป ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรก
ลูเมี่ยนทยอยโยนวัตถุดิบที่อุดมด้วยพลังวิญญาณออกมาทีละชิ้น รวมถึงเค้กลาวา ทาร์ตครีมผลไม้ ครีมสอดไส้ ควีนเพสตรี้ ช็อกโกแลตไส้เหล้า คุกกี้ ผลไม้เชื่อม ชูว์ครีม และเค้กชาร์ลอต
สิ่งของเหล่านี้กองอยู่รอบลุดวิก ‘ขัดขวาง’ ความพยายามที่จะวิ่งไปหาลูกาโนอย่าง ‘รุนแรง’
“ยืนเหม่ออะไรอยู่? รีบห้ามเลือดตัวเองก่อน!” ลูเมี่ยนเหลียวมองลูกาโนที่ยืนงงงวย พลางออกคำสั่งเสียงเข้ม
ลูกาโนพลันสะดุ้ง ฝ่ามือซ้ายก็เรืองแสงริบหรี่โดยสัญชาตญาณ กดลงบนรอยตัดขาดตรงแขนขวา
ลุดวิกเดินไปกินอาหารที่ลูเมี่ยนโยนไป แม้ยังคงนึกเสียดายลูกาโน แต่ก็ไม่ได้ร้อนรนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ในท้ายที่สุด ลูเมี่ยนก็โยนกล่องขนม ลูกอม และเนื้อแห้งออกมาทีละกล่องสองกล่อง ให้ล้อมรอบลุดวิกเอาไว้ ก่อตัวเป็น ‘กำแพง’ ที่ไม่สูงนักและรกระเกะระกะ
เด็กหนุ่มได้เตรียมเสบียงแห้งไว้ใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ สำหรับลุดวิกเจ็ดวัน บัดนี้เกือบทั้งหมดถูกโยนออกมาหมดสิ้น
“ท่านคิดจะทำอะไร?” ลูกาโนที่เพิ่งรักษาบาดแผลสำเร็จ ห้ามเลือดจนหยุดไหล จนแผลเริ่มสมานและไม่ปวดร้าวนัก มองดูมองพฤติกรรมของลูเมี่ยนด้วยความฉงน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายจ้างจึงยังคงพะวงกับการให้อาหารลุดวิกในเวลาแบบนี้
“ผนึกเขาไว้” ลูเมี่ยนตอบอย่างสงบนิ่ง มือยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดพัก
“ผนึก?” ลูกาโนแทบไม่เชื่อหูตนเอง
มันไม่ฟังดูไร้สาระเกินไปหน่อยหรือ?
ใครเขาใช้อาหารผนึกสัตว์ประหลาดกัน?
ไม่เพียงจะไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินเรื่องทำนองนี้มาก่อน แม้แต่ในนิยายสามัญที่แพร่หลายในท้องตลาด ก็ไม่มีนักประพันธ์ผู้ใดกล้าจินตนาการบทประหลาดๆ เช่นนี้!
การผนึกตามครรลองปรกติ มิใช่ว่าควรต้องพึ่งพาวัสดุแฝงพลังวิญญาณ วาดลวดลายและอักขระทางศาสตร์เร้นลับ แล้วอาศัยอาคมพิธีกรรมหรือสมบัติวิเศษบางชนิดหรอกหรือ?
การโยนอาหารให้สัตว์ประหลาด จะก่อให้เกิดประโยชน์อันใดมากมายนัก?
ลูเมี่ยนถอนหายใจพลางยิ้ม
“หากเขาอิ่มท้อง ก็จะหยุดกินนายไปเอง รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย”
“และอาหารในปริมาณมากมายเช่นนี้ ก็คงเพียงพอให้เขากินไปจนถึงรุ่งสาง กินไปจนถึงวันพรุ่งนี้มะรืนนี้”
สาเหตุที่ลูเมี่ยนคิดเช่นนี้ ก็เพราะเพิ่งค้นพบว่าลุดวิกเพียงต้องการกินอาหารเท่านั้น เมื่อนำไปรวมกับลักษณะเด่นที่ ‘เทศกาลฝัน’ แสดงออกมาจนถึงปัจจุบัน เด็กหนุ่มแทบจะมั่นใจได้ว่า ลุดวิกในปัจจุบันกำลังอยู่ในสถานะบริสุทธิ์ บริสุทธิ์เสียจนหลงเหลือเพียงความอยากอาหาร ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใครในเมืองทิซาโม
ด้วยเหตุนี้ เพียงแค่สามารถตอบสนองความอยากอาหารของลุดวิกได้ ก็จะทำให้เขาหมกตัวอยู่ในห้องนี้โดยไม่ไปไหน เอาแต่กินไปเรื่อยๆ กินจนกระทั่ง ‘เทศกาลฝัน’ สิ้นสุดลง โดยไม่ก่อภยันตรายใดๆ แก่ผู้อื่นตลอดทั้งกระบวนการ
แล้วมันจะไปต่างอะไรกับการ ‘ผนึก’ เขาไว้ภายในห้องชุด?
แน่นอนว่า เงื่อนไขคือ ‘เทศกาลฝัน’ จะต้องไม่ยืดเยื้อจนลุดวิกกินอาหารเจ็ดวันนี้หมดเสียก่อน
มิเช่นนั้น ความเร็วในการล่าในป่าของลูเมี่ยน อาจไม่ทันกระเพาะของเขา
เมื่อฟังจนจบ ลูกาโนก็เกิดความกระจ่างในบัดดล
นี่ช่างเป็นวิธีที่แยบยลในการจำกัดลุดวิกไว้ชั่วคราว
ใครมันบอกว่านี่ไม่ใช่ผนึก?
เพียงแค่เข้าใจเป้าหมายอย่างถ่องแท้ รู้ชัดถึงความชอบและจุดอ่อน บางครั้งแม้มิต้องใช้วิถีแห่งศาสตร์เร้นลับ ก็สามารถทำการ ‘ผนึก’ อีกฝ่ายได้!
ลูเมี่ยนเห็นลุดวิกกำลังกินอาหาร พลางพยายามเดินมาทางประตู เห็นได้ชัดว่ายังอาลัยอาวรณ์ลูกาโนอยู่บ้าง จึงคว้าไหล่ ‘แพทย์’ ส่วนตัวของตน แล้วรีบ ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังมุมบันไดชั้น 2 ของกองบัญชาการตำรวจ
ลุดวิกมองประตูที่ว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเริ่มศึกสงครามกับอาหารทั่วทั้งห้อง
…………
“จะไม่เป็นไรจริงๆ หรือ?” ลูกาโนเพิ่งหลุดพ้นจากโลกวิญญาณ ก็รีบถามด้วยความไม่สบายใจ
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“ตราบใดที่ไม่มีผู้วิเศษบังเอิญเดินผ่านประตู เขาก็จะไม่ละทิ้งอาหารตรงหน้าแน่นอน”
ลูกาโนถอนหายใจ มองแขนขวาที่เหลือเพียงครึ่งท่อนของตน คิดอย่างหม่นหมอง
“อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ แค่มีชีวิตอยู่ก็พอ…”
“หลังจากนี้ต้องลองดูว่า จะเก็บเงินไปติดตั้งแขนกลไกที่วิหารไอน้ำได้หรือไม่ บางทีมันอาจช่วยเพิ่มพูนฝีมือต่อสู้ของผมได้”
บาดแผลที่สูญเสียอวัยวะเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่ ‘แพทย์’ จะแก้ไขได้ เนื่องจากไม่อาจปลูกถ่ายแขนของผู้อื่นมาใช้
กามูส์และเรียห์ที่อยู่ในบันได ต่างจ้องมองแขนครึ่งท่อนอันชุ่มโลหิตของลูกาโน
พวกเขานึกถึงปัญหาใหญ่กว่าที่หลุยส์·แบรีเคยกล่าวไว้ก่อนหน้า ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” กามูส์เอ่ยถาม
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“เป็นฝีมือของปัญหาใหญ่ที่ผมเคยบอกไป แต่ตอนนี้ทำการผนึกไว้ชั่วคราวแล้ว อา…พวกคุณอย่าเพิ่งไปโรงแรมบริโอเป็นอันขาด ยิ่งไม่ควรเดินผ่านประตูห้องชุดบนชั้น 2”
เมื่อได้ยินว่าปัญหาใหญ่ถูกหลุยส์·แบรีผนึกไว้ชั่วคราว กามูส์ก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางกล่าวกับลูกาโนว่า
“ยังดีที่เป็นเพียงความฝัน เมื่อตื่นขึ้นมาก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“ความฝัน?” ลูกาโนทำหน้างุนงง
ลูเมี่ยนมิได้อธิบาย เพียงแต่เตือนว่า
“พวกเราจะไปที่บ้านของเทวานาโคกัน”
จุดประสงค์หลักในการสืบสวน ‘เทศกาลฝัน’ ของเด็กหนุ่มก็คือ ตามหากองทองคำของ ‘ฮิโซกะ’ รวมถึง ‘สิ่งนั้น’ ที่อีกฝ่ายได้รับจากมารตระกูลนอร์ธ จึงจำเป็นต้องไปดูว่าหลังจาก ‘เทศกาลฝัน’ เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว สถานที่ที่เกี่ยวข้องจะเกิดความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และอย่างไรบ้าง
หากไม่มีผลลัพธ์ จุดหมายถัดไปของลูเมี่ยนก็คือโบสถ์นักบุญฌอน เพื่อตามหาหลวงพ่อคาลี
ทั้งนี้เพราะหลวงพ่อในโลกความจริง มีสภาวะประหลาดอย่าง ‘จุดอ่อนหลบลึกอยู่ในร่างวิญญาณ’
มันคือสิ่งที่ผู้คนในเมืองทิซาโมล้วนไม่มี แสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อย่อมต้องไม่ธรรมดา อีกทั้งเมื่อครู่ก็ยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการประกาศจุดเริ่มต้นของ ‘เทศกาลฝัน’!
กามูส์ลังเลไม่ตอบ ราวกับว่าขณะนี้มีเรื่องเร่งด่วนอื่นที่ตนอยากไปทำ
ขณะเดียวกัน เรียห์หันมามองลูเมี่ยน พลางชี้ไปทางลูกาโนด้วยความฉงนใจ
“เหตุใดเขาถึงยังมีสติรู้ตัวอยู่ล่ะ?”
……………………………………………………..