ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 674 คฤหาสน์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 674 คฤหาสน์
ตอนที่ 674 คฤหาสน์
เมื่อได้ยินคำถามของเรียห์ ลูเมี่ยนก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ เบนสายตามองไปยังลูกาโนด้วยความตระหนก
เมื่อครู่นี้เรายุ่งอยู่กับการช่วยชีวิตผู้คน ยุ่งจัดการกับปัญหาใหญ่อย่าง ‘การผนึก’ จนตัวเองถึงกับละเลยสภาวะที่แท้จริงของลูกาโนไป!
หลังจากที่ ‘แพทย์’ ผู้นี้ควบคุมอาการบาดเจ็บได้แล้ว เขาก็สนทนาโต้ตอบอย่างมีเหตุผล ด้วยสติสัมปชัญญะที่แจ่มชัด ผิดแผกจากผู้เข้าร่วม ‘เทศกาลฝัน’ รายอื่นอย่างสิ้นเชิง
พึงรู้ไว้ว่า แม้แต่สัตว์ประหลาดอย่างลุดวิก ก็ยังไม่อาจควบคุมสัญชาตญาณความหิวโหยของตน จนถึงขั้นเริ่มกินเนื้อมนุษย์!
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกาโนก็มิได้เคยหลับใหลในบ้านของ ‘ฮิโซกะ’ และไม่เคยก้าวเข้าสู่แดนฝันพิเศษนี้มาก่อน!
เมื่อเห็นเรียห์ กามูส์ และเจ้านายต่างจับจ้องมายังตน ลูกาโนที่ยังคงทนทุกข์กับความเจ็บปวดตกค้าง ก็เผยสีหน้างุนงงทันที
“ทำไมผมจะมีสติรู้ตัวไม่ได้ล่ะ?”
“พวกคุณก็ยังมีสติกันอยู่ไม่ใช่หรือไง?”
ทุกคนต่างก็อยู่ในสภาวะเดียวกัน เหตุใดจึงมีแค่ฉันที่เป็นปัญหา?
ลูเมี่ยนสังเกตอารมณ์ของลูกาโน ก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น
“ช่วงนี้นายได้ออกไปนอกโรงแรมบ้างไหม?”
“ออกไป ช่วยลุดวิกซื้อเนื้อย่าง รวมถึงขนมที่ทำจากยอดต้นปาล์ม” ลูกาโนเอ่ยตอบพลางรำลึกความหลัง
ลูเมี่ยนแย้มยิ้ม
“แล้วนายเคยนอนหลับนอกโรงแรมบ้างไหม?”
“ไม่เคย ผมไม่กล้าหาสตรีจากในเมืองนี้” ลูกาโนส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล
เรื่องนี้เขาดูจะเสียดายอยู่บ้าง ด้วยในเมืองทิซาโมมีสาวน้อยลูกครึ่งอยู่พอสมควร ซึ่งมีเสน่ห์อันน่าหลงใหลแตกต่างจากชาวทวีปเหนือ
ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากัน กามูส์กับเรียห์ต่างพยายามสังเกตความผิดปกติบนตัวลูกาโน แต่นอกเหนือจากการมีสติรู้ตัวที่ชัดเจน ไร้ซึ่งอารมณ์และตัณหาอันแรงกล้าแล้ว ภายนอกของเขาก็ปราศจากสิ่งผิดปกติใดๆ
ลูเมี่ยนยิ้มให้ลูกาโนอย่างครุ่นคิด
“พวกเรากำลังถูกบังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมที่เรียกว่า ‘เทศกาลฝัน’ โดยสรุปก็คือ เราทุกคนกำลังอยู่ในความฝัน สามารถกระทำได้ทุกสิ่งตามอำเภอใจ แต่หากพลาดท่าตายในความฝันนี้ ก็อาจจะต้องตายในโลกความจริงด้วย”
“นอกเหนือจากพวกเราไม่กี่คนแล้ว ผู้คนทั้งหมดในเขตเมืองทิซาโม ล้วนถูกครอบงำด้วยอารมณ์และตัณหาอันแรงกล้าของตัวเอง ดั่งเช่นลุดวิกเป็นต้น”
“หากจะกล่าวให้ถูกต้อง พวกเขาก็มีสติตื่นรู้เช่นกัน เพียงแต่เลือกที่จะปลดปล่อยความมุ่งร้ายในใจออกมา ปลดปล่อยตัณหาที่กดข่มไว้นานให้ระเบิดออก หากพวกเราสามารถควบคุมตัวพวกเขาได้ ก็น่าจะพอสื่อสารกันรู้เรื่องอยู่ เพียงแต่สัญชาตญาณคงสั่งให้โกหกเป็นส่วนใหญ่”
นึกถึงเหตุการณ์ที่บูเนียเถ้าแก่ร้านกาแฟไม่อาจสมปรารถนา เมื่อถูกตนเล็งธนูชี้ ก็เปลี่ยนท่าทีไปโดยพลัน รีบเอ่ยปากขอความปรานีโดยไม่ลังเล เรียห์จึงเห็นพ้องกับการวินิจฉัยของหลุยส์·แบรี
ผู้เข้าร่วม ‘เทศกาลฝัน’ มิใช่คนโง่เขลา มิใช่คนวิกลจริต หากแต่เป็นเพราะตัณหาและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเกินควบคุม จนนำพาความชั่วร้ายออกมา!
“อย่างนี้นี่เอง…” ในที่สุดลูกาโนก็เข้าใจสถานการณ์ที่ตนกำลังเผชิญอยู่
เขาพลันตระหนักถึงคำถามเมื่อครู่ของเรียห์ จึงเอ่ยออกมาทันที
“แล้วทำไมพวกเราจึงยังรักษาสติรู้ตัวไว้ได้ล่ะ?”
ครั้นหยุดชั่วครู่ ลูกาโนก็เอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง
“ท…ทำไมผมจึงยังรักษาสติรู้ตัวไว้ได้ล่ะ?”
ลูเมี่ยนยิ้มพลางเอ่ยปาก
“ที่พวกเรายังรักษาสติและความมีเหตุผลไว้ได้ เพราะก่อนหน้านี้เคยเข้าสู่แดนฝันพิเศษด้วยความสมัครใจ และได้ทิ้งตราประทับกับกลิ่นอายเอาไว้ล่วงหน้า”
“ส่วนในกรณีของนาย ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน”
ขณะกล่าวออกไป ดวงตาของเด็กหนุ่มก็เพ่งมองใบหน้าของลูกาโน สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของบ่าวรับใช้
ลูกาโนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความงุนงงระคนหวาดกลัว
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม…”
เมื่อเห็นว่าลูกาโนมิได้ระเบิดอารมณ์หลังถูกเปิดโปง ลูเมี่ยนจึงถือโอกาสอ่านดวงชะตาของเขา
“อยู่ในช่วงดวงร้าย อีกไม่กี่วันข้างหน้าอาจเป็นโรคบางอย่าง…ส่วนแรกปกติดี สมกับที่เพิ่งถูกลุดวิกกัดแขนไปครึ่งท่อน แต่ส่วนหลังเกิดจากอะไร? ‘เทศกาลฝัน’ จะดำเนินไปอีกกี่วัน? เป็นไปไม่ได้ หาก ‘เทศกาลฝัน’ ยืดเยื้อถึงหลายวัน ปัญหาในเมืองทิซาโมคงถูกค้นพบไปนานแล้ว…หมายความว่า ลูกาโนจะติดโรคบางอย่างใน ‘เทศกาลฝัน’ และโรคนี้จะส่งผลถึงโลกความจริงเฉกเช่นความตาย แม้จะตื่นขึ้นและได้รับการปลอบประโลมด้วยพิธีมิสซา ก็ไม่อาจรักษาให้หายได้ในทันที?” ลูเมี่ยนตีความดวงชะตาของลูกาโนอยู่ในใจ
เด็กหนุ่มจึงถือโอกาสอ่านดวงชะตาของกามูส์และเรียห์ด้วย พบว่าในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ทั้งสองก็จะประสบเคราะห์กรรมเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นชะตากรรมที่หากจัดการไม่ดี ก็อาจลุกลามจนกลายเป็นเลวร้าย
ในขณะที่ความคิดแล่นปราด ลูเมี่ยนก็เอ่ยกับกามูส์และเรียห์ว่า
“ผมจะพาคนรับใช้ไปด้วย”
นี่มิใช่เพราะเด็กหนุ่มมีเมตตาหรือใจกว้าง เพียงแต่เกรงว่าหากทิ้งลูกาโน ผู้มีสติรู้ตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้อยู่ที่นี่และเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามลำพัง บางที ความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาอาจถูกจุดชนวนให้ปะทุขึ้นมา จนส่งผลกระทบต่อทิศทางของ ‘เทศกาลฝัน’ ทำเอาหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่อาจคาดเดา
เมื่อเป็นเช่นนั้น มันคงดีกว่าหากจะพาเขาติดตัวไปด้วย แล้วคอยสอดส่องอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน หากลูกาโนเกิดสร้างปัญหาขึ้นมาจริง ตนก็สามารถลงมือสังหารได้ทันท่วงที ตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ความยุ่งยากจะลุกลามบานปลาย
กามูส์และเรียห์สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“สิทธิ์การตัดสินใจอยู่กับคุณ”
“พวกเรารีบไปที่บ้านของเทวานาโคกันก่อน” ลูเมี่ยนย้ำข้อเสนอก่อนหน้า
กามูส์มองไปยังห้องเล็กที่โคโลโบซ่อนตัวอยู่ ก่อนเอ่ยถามด้วยความลังเล
“คุณทราบหรือไม่ว่า ท่านรองฯ เลอาซากับพรรคพวกอยู่ที่ใด?”
“หลังจากเทศกาลฝันเริ่มต้นขึ้น พวกเขาควรจะปรากฏตัวเคียงข้างผม แต่พอเอาเข้าจริงกลับหายตัวไป” ลูเมี่ยนบรรยายเหตุการณ์ตามความเป็นจริง
บางที อาจเป็นเพราะแดนฝันกับโลกความจริงมิได้สอดคล้องกันโดยสมบูรณ์ ตำแหน่งที่แต่ละคนเข้าสู่ห้วงฝันพิเศษนี้ อาจเกี่ยวเนื่องกับการรับรู้ของตัวเขาเอง สภาวะของแดนฝัน และสถานที่ที่เข้าสู่นิทรา
ลูเมี่ยนเชื่อว่า หากตนไม่มีสติรู้ตัวในแดนฝัน บางทีอาจตื่นขึ้นมาในห้องนอนใหญ่ของห้องชุดในโรงแรมบริโอ
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะตอบกลับไป
“เจอพวกเขาแล้วจะทำอย่างไร? ห้ำหั่นกันให้ตายไปข้างหรือ?”
ทั้งเลอาซาและเมสโลไม่เคยหลับนอนในบ้านของฮิโซกะ บัดนี้พวกเขาคงอยู่ในสภาวะที่ควบคุมตัวเองได้ลำบาก จำต้องปล่อยให้ความอาฆาตและตัณหาพลุ่งพล่านออกมา
ในยามนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้วิเศษที่มีฝีมือไม่ธรรมดา ลูเมี่ยนอาจไม่สามารถกะน้ำหนักการโจมตีได้ดีนัก จนเผลอทำให้เกิดเหตุนองเลือดขึ้นมา
กามูส์และเรียห์พลันตกอยู่ในความเงียบพร้อมกัน
พวกเขาก็ไม่ปรารถนาจะลงไม้ลงมือกับเพื่อนร่วมหน่วยจนมีใครถึงแก่ชีวิต
ขณะที่ลูเมี่ยนเตรียมจะส่งสัญญาณให้สมาชิกหน่วยลาดตระเวนทั้งสองเข้ามาใกล้ กามูส์กัดฟันแล้วเอ่ยปาก
“ผมอยากไปที่หนึ่งก่อน แล้วค่อยไปยังบ้านของเทวานาโค”
“ที่ไหน?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย
กามูส์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“คฤหาสน์ต้นปาล์ม”
ลูเมี่ยนยิ้มออกมา
“คุณคิดจะไปช่วยมิสอมันดีนหรือ?”
กามูส์ดูเขินอายอยู่บ้าง แต่ก็ยังผงกศีรษะอย่างหนักแน่น
“ถูกต้อง”
“วางใจเถอะ นี่เป็นเพียงแดนฝัน แม้จะถูกย่ำยีในห้วงนิทรา เมื่อตื่นขึ้นมาก็คงมีเพียงอาการหวาดผวาเท่านั้น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจริงๆ แน่นอน” ลูเมี่ยนมิได้กระเซ้ากามูส์ เพียงแต่กล่าวข้อเท็จจริง
กามูส์เอ่ยด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“ผมทราบดี ทางนี้ก็แค่เป็นห่วงว่าเธออาจทนรับสภาพในห้วงฝันไม่ไหว จนกระทำการรุนแรง อาจนำไปสู่ความตายได้”
“พวกคุณไปที่บ้านของเทวานาโคก่อนก็ได้ ผมจะแวะไปที่คฤหาสน์ต้นปาล์ม แล้วค่อยตามไปสมทบในภายหลัง”
“เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราอาจไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ของเทวานาโคแล้วก็ได้” เรียห์เตือนกามูส์
กามูส์พยักหน้ารับ
“นี่คือการตัดสินใจของผม จะเกิดสิ่งใดตามมาบ้าง ผมยินดีรับไว้ทั้งหมด”
ลูเมี่ยนจ้องเข้าไปในดวงตาของกามูส์ มิได้เอ่ยวาจาใดเป็นเวลานาน
กามูส์รู้สึกถึงแรงกดดันที่ยากจะพรรณนา อีกทั้งนึกถึงจุดจบอันเศร้าสลดที่อาจเกิดขึ้นกับตน แต่ก็ยังคงเม้มริมฝีปากแน่น มิได้ถอนคำประกาศที่กล่าวไปก่อนหน้า
ลูเมี่ยนนิ่งเงียบอยู่สิบกว่าอึดใจ ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน
“ดี พวกเราจะไปคฤหาสน์ต้นปาล์มกัน”
หือ? กามูส์ยังมิทันได้ตั้งตัว ก็ถูกลูเมี่ยนคว้าบ่าไว้เสียแล้ว
มืออีกข้างของลูเมี่ยนเอื้อมไปคว้าแขนของเรียห์
เรียห์มีปฏิกิริยาหลบหลีกโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ลูกาโนก็ถูกพามาด้วยวิธีเดียวกันนี้
ไหล่ที่เกร็งแน่นของเธอ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยในทันที
เมื่อลูเมี่ยนจับตัวกามูส์และเรียห์ได้มั่นคงแล้ว ก็ส่งสายตาให้ลูกาโน
ลูกาโนเคลื่อนกายเข้ามาใกล้อย่างคุ้นเคย ก่อนจับชายเสื้อกั๊กของลูเมี่ยนไว้
ไม่กี่อึดใจถัดมา ร่างของลูเมี่ยนก็เริ่มพร่าเลือน
ความพร่าเลือนแผ่ขยายออกไปโดยรอบทันที กลืนกินร่างของกามูส์ เรียห์ และลูกาโนเข้าไป
เรียห์และกามูส์มองดูกลุ่มสีที่ซ้อนทับกัน มองดูสิ่งไร้รูปที่ยากจะพรรณนารอบกาย
ความรู้สึกอันเข้มข้นพลันทะลักท่วมท้นในใจของทั้งสอง
นี่คือโลกวิญญาณหรือ?
นี่คือการเทเลพอร์ตหรือ?
เมื่อครู่ที่ได้เห็นหลุยส์·แบรีอันตรธานไปในพริบตา แล้วกลับมาพร้อมบ่าวรับใช้ ทั้งกามูส์และเรียห์ต่างคาดเดาว่านี่อาจเป็นพลังเทเลพอร์ต อันเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ตำนานของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ เลื่องลือไปทั่วห้าห้วงสมุทร
และบัดนี้ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่า มันเป็นเช่นนั้นจริง!
หน่วยลาดตระเวนของรัฐมาตานีได้รับนักผจญภัยจากทุกสารทิศเข้าร่วมหน่วย กามูส์และเรียห์จึงมิใช่คนแปลกหน้าสำหรับเรื่องเล่าลือต่างๆ ทั่วห้าห้วงสมุทร
พวกเขาเพิ่งจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การเทเลพอร์ต ร่างกายก็หลุดพ้นจากโลกวิญญาณในแดนฝัน ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคฤหาสน์สีเบจสูงสี่ชั้น
นี่คือเรือนหลักของคฤหาสน์ต้นปาล์ม
เพียงชั่วกะพริบตา ลูเมี่ยนก็พากามูส์ เรียห์ และลูกาโน มาถึงหน้าประตูจุดหมาย
ทั่วทั้งคฤหาสน์ เสียงร่ำไห้ เสียงกรีดร้อง เสียงหัวเราะอำมหิต และเสียงขับร้อง ดังสลับสับเปลี่ยนไม่ขาดสาย
ณ พุ่มไม้ในสวน ห่างจากด้านข้างเรือนหลักราวสิบกว่าเมตร สาวใช้ลูกครึ่งผู้หนึ่งถูกทาสหลายคนกดร่างลงกับพื้น อาภรณ์กึ่งหลุดลุ่ย ร่ำไห้กรีดร้อง
เธอดิ้นรนขัดขืน แต่จะต้านทานบุรุษวัยฉกรรจ์หลายคนได้อย่างไร? ย่อมมิวายถูกกดจนแน่นิ่ง
ได้เห็นภาพเบื้องหน้า กามูส์ผู้เคยเป็น ‘เจ้าพนักงาน’ มีสัญชาตญาณจะเข้าขัดขวาง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นเพียงแดนฝัน เหตุการณ์ตรงหน้าจะไม่ส่งผลกับโลกความจริง อย่างมากก็เพียงก่อให้เกิดอาการหวาดผวาที่สามารถเยียวยาได้
การขัดขวางรังจะเสียเวลาเปล่า รังแต่จะฉุดรั้งการค้นหาอมันดีน แถมยังไร้ประโยชน์บนโลกความจริง…กามูส์เตือนตนเองพลางละสายตา ก้าวขึ้นบันไดมุ่งสู่เรือนหลัก
ทันใดนั้นเอง เรียห์ที่เงียบมองอยู่สองอึดใจ หมุนกายที่หันหน้าสู่เรือนหลักของคฤหาสน์
“พวกคุณเข้าไปก่อนเลย”
หลังจากทิ้งวาจาเบาบางนั้นให้แก่ลูเมี่ยน กามูส์ และลูกาโนที่อยู่เบื้องหลัง เธอก็ย่อกายลงเล็กน้อย ก้าวเท้าออกวิ่ง มุ่งหน้าสู่พุ่มไม้ริมสวน มุ่งไปยังสาวใช้ลูกครึ่งที่กำลังถูกทาสหลายคนย่ำยี
……………………………………………………..