ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 680 ประสบการณ์รบ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 680 ประสบการณ์รบ
ตอนที่ 680 ประสบการณ์รบ
เมื่อกามูส์เพิ่งบรรจุกระสุนชำระล้างเข้าไปในโม่ปืน ก็รู้สึกว่าหูอื้อวูบหนึ่ง ในห้วงความคิดมีเสียงแหลมดังหึ่งๆ
เบื้องหน้าเขา โลกราวกับถูกดึงออกห่างไป ถูกกั้นด้วยกระจกใสแผ่นหนึ่ง และภายใต้เสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต กระจกแผ่นนั้นก็เกิดรอยร้าวขึ้นทีละสาย ราวกับจะทะลวงเข้าไปในร่างวิญญาณ
เสียงแตกร้าวแผ่วเบาก้องกังวานไปทั่ว ไม่เลือกว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู ดังไปถึงหูของลูเมี่ยน เรียห์ ลูกาโน อมันดีน โรเบิร์ตที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากใต้ดินใกล้กับแท่นบูชา และชายเปลือยกายคนอื่นๆ ที่กำลังหลบหนีอย่างจ้าละหวั่น นำมาซึ่งความเจ็บปวดตรงแก้วหู เลือดกำเดาไหล และความเจ็บปวดที่ลึกลงไปถึงดวงวิญญาณ
เกือบทุกคนต่างแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับเครื่องกระเบื้องเปราะบางที่กำลังเผชิญหน้ากับพายุเกรี้ยวกราดที่มองไม่เห็น
ในบรรดาคนเหล่านั้น ชายเปลือยกายที่เป็นสามัญชนคนธรรมดา ล้วนสลบไสลไปโดยไม่ทันได้ส่งเสียงครางสักแอะ มีเลือดซึมออกมาเป็นสายเล็กๆ ตามหางตา รูจมูก ริมฝีปาก หู และผิวหนัง ส่วนลูเมี่ยนที่เพิ่งเลื่อนเป็นลำดับ 5 ‘ยมทูต’ ผู้มีพลังวิญญาณแกร่งกล้ากว่าใคร ย่อมได้รับความเสียหายน้อยที่สุดและฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเด็กหนุ่มคือ ลูกธนูน้ำแข็งดอกเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถาโถมเข้าใส่ ปลายธนูเปล่งประกายวาววับด้วยแสงเย็นเยียบ
ในชั่วประกายฟ้าแลบ ลูเมี่ยนก็ตัดสินใจได้
เด็กหนุ่มมิได้จำแลงเงา แล้วดำดิ่งเข้าสู่เงามืดเพื่อหลบหลีกความเสียหาย ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกแต่อย่างใด
พรึ่บ! เปลวไฟสีขาวโชติช่วงได้ลุกโชนขึ้นบนร่างของเขา
เด็กหนุ่มแปลงกายเป็นหอกเพลิงสีขาวที่ลุกโชนร้อนแรง พุ่งทะยานฝ่าดงศรน้ำแข็งเล็กๆ มุ่งสู่หน้าต่างกระจกสีที่อยู่ใกล้กับประตูใหญ่
หลวงพ่อคาลี เจ้าของผิวพรรณสีน้ำตาลเข้มและใบหน้าเย็นชา ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
อมันดีนเป็นคนที่สองที่ฟื้นคืนสติจาก ‘เสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต’ จึงพอดีทันเห็นหอกเปลวไฟสีขาวโชติช่วง กำลังปะทะกับห่าฝนศรน้ำแข็ง ซึ่งกำลังพุ่งเข้าใส่ตำแหน่งที่พวกเธอยืนอยู่
ในความเงียบงัน ลูกธนูน้ำแข็งที่ปะทะกับหอกเปลวไฟสีขาวโดยตรง เกิดระเหยกลายเป็นไอสีขาวพร้อมกับเสียงซู่ซ่า ส่วนลูกธนูที่อยู่รอบๆ ก็ทยอยละลายจนกระทั่งระเหยไป
บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกขาวอันเกิดจากไอน้ำ หอกเปลวไฟสีขาวโชติช่วงแม้จะหม่นลงไม่น้อย และไม่ได้ลุกไหม้รุนแรงเหมือนในทีแรก แต่ก็ยังทะลวงผ่านออกมาได้ พุ่งตรงไปยังหน้าต่างกระจกสีที่ปรากฏร่างของหลวงพ่อคาลี
ขณะเดียวกัน ลูกธนูน้ำแข็งดอกเล็กบางส่วน ได้ทะลุผ่านหมอกสีขาวออกมา ปลายทางของพวกมันคืออมันดีน กามูส์ เรียห์ และลูกาโน ทว่าหัวธนูได้ละลายไปมากแล้ว บางดอกแทบจะไร้คม บางดอกหดเล็กลงครึ่งหนึ่ง ความเร็วก็ลดลงด้วย
อมันดีนและกามูส์ที่เพิ่งหลุดพ้นจาก ‘เสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต’ หลบหลีกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ส่วนเรียห์และลูกาโนแม้จะไม่ทันได้ขยับตัว จนถูกลูกธนูน้ำแข็งดอกเล็กพุ่งชนร่าง แต่ก็แค่รู้สึกเจ็บแปลบ คล้ายๆ กับถูกเด็กขว้างก้อนน้ำแข็งใส่สองสามที เจ็บก็เจ็บอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นความรู้สึกเย็นชื้นมากกว่า
พวกเขาถือโอกาสรวบรวมสติกลับคืนมา เช่นเดียวกันกับโรเบิร์ตที่อยู่แถวๆ แท่นบูชา
เพล้ง!
หอกเปลวไฟสีขาวโชติช่วง พุ่งชนหน้าต่างกระจกสีจนแตกกระจาย ทว่าหลวงพ่อคาลีได้ย้ายตำแหน่งหนีไปก่อนแล้ว บัดนี้กำลังโผล่ใบหน้าบนหน้าต่างกระจกสีบานหนึ่ง ซึ่งลูเมี่ยนได้งัดไว้ตั้งแต่แรกมาถึง
เมื่อแสงไฟของหอกสีขาวจางหาย ร่างของลูเมี่ยนก็กลับมาปรากฏชัดอีกครั้ง
เด็กหนุ่มไม่รอช้า จุดเปลวไฟสีขาวโชติช่วงขึ้นอีกครั้ง แปลงกายเป็นหอกเพลิงอันเจิดจ้า พุ่งเข้าใส่หน้าต่างบานที่หลวงพ่อคาลีปรากฏกาย
เขาจงใจไม่ใช้พลัง ‘เทเลพอร์ต’ แต่แปลงกายเป็นหอกเพลิงไล่ล่าศัตรูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เพื่อทำให้หลวงพ่อคาลีตายใจ มองข้ามความเป็นไปได้ด้านนี้ไป แล้วในจังหวะสำคัญจึงค่อย ‘แฟลช’ ไปโผล่ข้างกายอีกฝ่ายโดยไม่ให้ตั้งตัว พร้อมกับใช้วิชาฮึ่มฮ่า
มิเช่นนั้น คงยากนักที่จะจับ ‘วิญญาณอาฆาต’ ที่กระโดดไปมาบนพื้นผิวเงาสะท้อนได้ไม่หยุด
ยิ่งไปกว่านั้น ตามที่ลูเมี่ยนรู้มา ‘วิญญาณอาฆาต’ ถือเป็นสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณในระดับหนึ่ง จึงสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งผ่านโลกวิญญาณได้เช่นกัน แม้จะเทียบไม่ได้กับสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณที่ชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด
ขณะที่หอกลูกไฟพุ่งเข้าใส่หน้าต่างบานที่ลูเมี่ยนงัดไว้ โรเบิร์ตก็กลิ้งตัวมาถึงด้านข้างแท่นบูชาที่วางเสื้อผ้าของพวกเขา หมายจะหยิบอุปกรณ์สำหรับ ‘สื่อวิญญาณ’
ฉึก!
ลูกธนูดอกหนึ่ง พุ่งปักลงบนกระเบื้องหินตรงหน้าเขา จนต้องรีบร้อนเปลี่ยนทิศทางการกลิ้งก่อนกำหนด
เรียห์พอฟื้นคืนสติกลับมา ก็รีบเพ่งเล็งโรเบิร์ตทันที แล้วเปิดฉากโจมตี
เธอและกามูส์ต่างก็เชื่อว่า หลุยส์·แบรีสามารถรับมือกับหลวงพ่อคาลีตามลำพังได้ ดังนั้นภารกิจของพวกตนจึงเป็นการพันธนาการโรเบิร์ต จับกุมบุคคลสำคัญผู้นี้ ไม่ให้ไปช่วยเหลือหลวงพ่อคาลีและรบกวนการต่อสู้ทางฝั่งนั้น
บนกระจกตาของอมันดีนที่อยู่แถวนั้น พลันสะท้อนร่างของหลวงพ่อผู้ตกต่ำที่กำลังเปลือยกาย
อมันดีนพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายกลับเย็นเฉียบกะทันหัน เริ่มไม่เชื่อฟังความประสงค์ของเธอทีละนิด
ท่ามกลางเสียงแก้วแตก หอกเพลิงสีขาวโชติช่วงซึ่งเป็นร่างของลูเมี่ยน ทะลุผ่านหน้าต่างกระจกสีออกไปด้านนอกโบสถ์ ตกลงห่างจากอมันดีนราวสามสี่เมตร
เมื่อแสงไฟจางหาย ลูเมี่ยนในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกับเสื้อกั๊กดำ สวมหมวกสานสีเหลืองทอง ก็ปรากฏกายอีกครั้ง
ในยามนี้ สองมือของอมันดีนได้ ‘ยกขึ้นเอง’ ใบหน้าอันสะสวยของเธอมีรอยยิ้มเหยียดตรงมุมปาก เป็นรอยยิ้มอำมหิตระคนเย้ยหยัน
เข้ามาสิ!
โจมตีฉันสิ!
คนที่จะบาดเจ็บก่อน ตายก่อน จะเป็นอมันดีน และถ้าร่างนี้ไม่สามารถปกป้องฉันได้อีก ทางนี้ก็ยังสามารถกระโดดหนี เปลี่ยนตำแหน่งได้ทันเวลา!
หลวงพ่อคาลีรู้สึกหวั่นเกรงต่อพลัง ‘บังคับให้หลับ’ ของอมันดีน ครั้งนี้จึงเลือกสิงร่างของเธอแทนหลุยส์·แบรี ผู้เป็นศัตรูที่มีลำดับสูงกว่า
ขณะที่หลวงพ่อคาลีบงการร่างของอมันดีนให้แย้มยิ้มอย่างน่าขนลุก เขาก็เห็นมุมปากของหลุยส์·แบรีกระตุกยิ้มเช่นกัน ซ้ำยังแฝงไว้ด้วยเลศนัยบางประการ
ในฐานะ ‘วิญญาณอาฆาต’ หลวงพ่อคาลีย่อมมีญาณหยั่งรู้อันแกร่งกล้า จึงกำลังสัมผัสถึงภยันตรายอย่างใหญ่หลวง
“ฮ่า!”
ประกายแสงสีเหลืองอ่อนพุ่งทะยานออกจากริมฝีปากของลูเมี่ยนที่ยังไม่หุบยิ้ม ตกกระทบร่างของอมันดีน ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสามสี่เมตร ครอบคลุมดวงวิญญาณของอมันดีนและหลวงพ่อคาลีผู้ไม่ทันได้ใช้วิชา ‘แฟลชกระจกเงา’
ว่ากันตามตรง สำหรับลูเมี่ยนแล้ว นี่คือความประหลาดใจที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย
ไอ้หมอนี่รู้จักระแวงพลัง ‘ฝันร้าย’ แต่กลับไม่รู้จักป้องกัน ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ?
อา…แกไม่รู้จริงๆ สินะ…นอกจากจะไม่รู้จักพลังนี้มาก่อน ยังไม่รู้ด้วยว่าฉันมีมัน
แต่ว่านะ ในเมื่อเป็นถึง ‘วิญญาณอาฆาต’ ที่สามารถ ‘กระโดดกระจก’ ได้ไม่สิ้นสุด แต่กลับเลือกที่จะสิงร่างสหายของฉัน ไม่ยอมถอยออกห่าง ยังคงอยู่ในรัศมีไม่กี่เมตรจากฉัน แบบนี้เรียกว่าอะไร?
หรือว่าเป็นพวกอ่อนประสบการณ์รบจริง?
ต่อให้ไม่รู้จัก ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ก็ต้องระวังวิชาอย่าง ‘ทะลวงจิต’ มิใช่หรือ!
อา…แกคงคิดว่ากามูส์อยู่ไกลเกินไป ไม่ต้องกังวล ส่วนฉันเป็นเพียงลำดับ 5 เส้นทาง ‘นักล่า’ คงไม่รู้เรื่องพวกนี้ จึงคิดจะยืมมือฉันเพื่อสังหารอมันดีนโดยเร็ว?
ไม่คำนึงถึงการมีอยู่ของสมบัติวิเศษบ้างเลยหรือ?
แผนเดิมของฉันคือ รอคอยโอกาสที่เหมาะสม หากใช้ ‘เทเลพอร์ต’ ต่อด้วย ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ แล้วตามด้วย ‘เก็บเกี่ยว’ แล้วยังไม่สามารถกำจัดแกได้ ก็จะถอยเพื่อรุก แกล้งล่าถอย แล้วหาพื้นที่ไม่กว้างนักวาง ‘ขวดเสกสรร’ ดักไว้ รอให้แกไล่ตามมา จากนั้นก็ดวลกันในห้องปิดตายแคบๆ เหมือนดังที่เคยจัดการกับ ‘ฮิโซกะ’ ใครจะไปคิดว่าแกกลับเป็นฝ่ายรนหาที่ตายด้วยตัวเอง…
ขณะที่ลูเมี่ยนกำลังครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง หลวงพ่อคาลีพร้อมกับอมันดีน ก็สลบไสลล้มลงสู่พื้น
หากเป็นช่วงก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งยังต่อสู้กับ ‘ฮิโซกะ’ ลูเมี่ยนคงต้องรีบตามซ้ำเป็นการด่วน เพราะ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ไม่อาจทำให้ศัตรูลำดับ 5 สลบได้นานนัก แต่บัดนี้ เมื่อตัวเขาเองก็ได้เลื่อนสู่ลำดับ 5 เช่นกัน ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ จึงย่อมทรงพลังขึ้นไม่น้อย สามารถควบคุม ‘วิญญาณอาฆาต’ ได้นานขึ้น
แน่นอนว่า มันยังคงจำกัดอยู่เพียงไม่กี่วินาที
ลูเมี่ยนถอด ‘โทสะมหาสมุทร’ ออก ล้วงกระสุนพิเศษหลายนัดออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เป็นกระสุนของหน่วยลาดตระเวนที่ซื้อมาจากกามูส์
สองนัดสำหรับ ‘ปัดเป่า’ อีกสองนัดสำหรับ ‘ชำระล้าง’ ทั้งหมดเป็นสีทอง
ลูเมี่ยนรีบบรรจุกระสุนทั้งสี่นัดเข้าโม่ปืนตามลำดับ แล้วเล็งไปยังร่างของอมันดีนที่ล้มอยู่บนพื้น
กามูส์ที่เห็นเหตุการณ์นี้จากหางตาถึงกับตกใจ รีบร้องตะโกนขึ้นว่า
“คุณคิดจะทำอะไร?”
“ช่วยเธอไง” ลูเมี่ยนตอบอย่างสงบนิ่ง
จากนั้น เด็กหนุ่มก็ลั่นไกปืน
ปัง!
อมันดีนสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวด ในเวลาเดียวกัน ร่างของหลวงพ่อคาลีก็หลุดออกจากร่างของเธอ ใบหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวดท่ามกลาง ‘แสงอาทิตย์’
โดยปกติแล้ว พลังของกระสุนปัดเป่าไม่อาจขับไล่ ‘วิญญาณอาฆาต’ ออกจากร่างผู้ถูกสิงได้ในนัดเดียว แต่ใครใช้ให้หลวงพ่อคาลีอยู่ในสภาพสลบไสล ไม่อาจต้านทานได้อย่างมีประสิทธิภาพเล่า?
ลูเมี่ยนรีบยกปากกระบอกปืนขึ้น ดวงตาสะท้อนประกายสีต่างๆ บนร่างวิญญาณของหลวงพ่อคาลี จับจ้องไปยังสีขาวซีดที่ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น
ปัง!
กระสุนชำระล้างสีทองที่แฝงด้วยพลัง ‘เก็บเกี่ยว’ พุ่งกระทบกลางหน้าผากของ ‘วิญญาณอาฆาต’ ตนนั้น
ร่างของหลวงพ่อคาลีแข็งค้างในบัดดล พร้อมกับ ‘เห็น’ กระสุนนัดนั้นแตกสลาย กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองศักดิ์สิทธิ์ลามไปทั่วร่าง จุดประกายธุลี จุดประกายวิญญาณ
เปลวเพลิงสีทองอันบริสุทธิ์ดุจดังดวงตะวัน กลืนกินร่างหลวงพ่อคาลีในพริบตา จนเขาต้องส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมาน
แม้มิใช่ ‘เสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต’ แต่ก็ยังทำให้ทุกคนที่อยู่โดยรอบ รู้สึกวิงเวียนศีรษะ ปวดแสบในโสตประสาท
ลูเมี่ยนอดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้น กล่าวกับอมันดีนอย่างเยือกเย็นว่า
“ดึงเขาเข้าสู่ความฝัน ถามเรื่องต้นกำเนิดของ ‘เทศกาลฝัน’”
หลวงพ่อคาลีถูก ‘เก็บเกี่ยว’ แล้ว บัดนี้อ่อนแรงอย่างหนัก เฉียดใกล้ความตายอย่างแท้จริง อมันดีนย่อมสามารถควบคุมเขาได้อย่างง่ายดาย!
“แต่ว่า…” อมันดีนรู้สึกปวดตรงไหล่ ปวดศีรษะด้วย แต่เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาเรียบเฉยของหลุยส์·แบรี ก็ไม่กล้าตัดพ้อสิ่งใด
ลูเมี่ยนเอียงศีรษะเล็กน้อย กล่าวกับลูกาโนว่า
“รักษาแผลกระสุนให้เธอ”
“ครับ” ลูกาโนทำหน้าเจ็บปวดเพราะแก้วหูระบม แต่ก็ยังวิ่งเข้ามา
ณ บัดนี้ หลวงพ่อคาลีที่ถูกชำระล้างด้วย ‘เก็บเกี่ยว’ ตัดสินใจคลายสภาวะวิญญาณอาฆาต กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดอันไร้สิ้นสุด
อมันดีนเห็นดังนั้นจึงสูดลมหายใจเข้า กำมือแน่น หลุบเปลือกตาลง
……………………………………………………..