ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 681 หลุมศพ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 681 หลุมศพ
ตอนที่ 681 หลุมศพ
อีกด้านหนึ่ง โรเบิร์ตที่ถูกเสียงกรีดร้องของหลวงพ่อคาลีโจมตีจนหูอื้อไปอีกครา อดรู้สึกโล่งใจมิได้ที่สมาชิกหน่วยลาดตระเวนสองนาย ซึ่งกำลังโถมเข้าใส่ตน ต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
เขาไม่รู้ว่าคนรักของตนประสบเหตุใดกันแน่ และไม่มีทางตรวจสอบได้ จึงฝืนทนความปวดระบมในกะโหลกและแก้วหู กระโจนทะยานไปทางด้านหน้าแท่นบูชา
ปึก!
ลูกธนูของเรียห์พุ่งปักเข้ากองผ้า ทว่าโรเบิร์ตมิได้พุ่งไปตรงนั้น หากแต่เบี่ยงเบนไปอีกทาง
ครั้นถึงพื้น เขาก็กลิ้งต่อเนื่อง หลบซ่อนไปยังด้านหลังแท่นบูชา
เรียห์ง้างสายธนูอีกครา แต่มิได้ปล่อยลูกธนูในทันที
อันดับแรก เพราะร่างของโรเบิร์ตถูกแท่นบูชาบังสนิท เธอจึงไร้หนทางเล็งให้แม่นยำ อันดับสอง ด้วยเธอเป็นศาสนิกชนผู้ศรัทธาในสุริยันเจิดจรัส จึงไม่กล้าใช้ ‘ระเบิดโทสะ’ ร่วมกับคุณสมบัติพิเศษของธนูล่าสัตว์ ยิงทำลายแท่นบูชาโดยตรง
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว กามูส์ซึ่งรู้ดีว่าปืนลูกโม่ของตนไม่อาจกระทำแทนได้ จึงกระโดดผ่านกระจกสีที่แตกละเอียด ฉวยจังหวะวิ่งทะยานไปยังแท่นบูชา
หลังลังเลชั่วครู่ เรียห์ก็ยกธนูล่าสัตว์สูงขึ้น ยิงลูกศรที่เปล่งประกายไฟฟ้าสู่กลางอากาศ
ลูกธนูพุ่งทะยานสูง ก่อนดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ข้ามผ่านแท่นบูชาที่ขวางกั้น ร่วงหล่นสู่เบื้องหลัง
ในสภาวะที่ไม่อาจเล็งให้แม่นยำ ลูกธนูจึงเฉียดผ่านร่างของโรเบิร์ตไปเล็กน้อย ปักเข้าร่องระหว่างแผ่นหินสองแผ่น แล้วแผ่กระแสไฟฟ้าออกมาเป็นคลื่น ไต่ไปตามร่างกายของโรเบิร์ต จนฝ่ายหลังตัวชาไปชั่วขณะ
ครั้นหลุดพ้นจากสภาวะดังกล่าว โรเบิร์ตก็ละทิ้งความคิดที่จะอ้อมไปหยิบอุปกรณ์สื่อวิญญาณจากกองเสื้อผ้าของตน ทั้งยังเลิกล้มความตั้งใจที่จะช่วยเหลือหลวงพ่อคาลีผู้เป็นคนรัก
เขาเตรียมจะกัดลิ้นตนเองอีกครา เพื่อทำการสื่อวิญญาณ อาศัยพลังพิเศษของวิญญาณธรรมชาติเมื่อครู่ หลบหนีกลับไปยังไร่ของตน ซึ่งยังมีวัตถุที่อุดมด้วยพลังวิญญาณสำรองอยู่มิใช่น้อย
ทันใดนั้นเอง หางตาของเขาเหลือบเห็นกางเกงขายาวสีอ่อน รวมถึงรองเท้าหนังที่มีรูพรุนของกามูส์ แล้วก็พลันรู้สึกว่า ในห้วงความคิดของตนปรากฏแส้เส้นหนึ่ง ซึ่งถักทอด้วยกระแสไฟฟ้าวูบวาบ
แส้เส้นดังกล่าวฟาดใส่ดวงวิญญาณของเขาโดยตรง
อาการชาและความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นพร้อมกัน โรเบิร์ตที่กำลังย่อกายอยู่หลังแท่นบูชาถึงกับทรุดเข่าลง ล้มพับไป ร่างกายสั่นระริก
แส้แห่งความเจ็บปวด!
‘แส้แห่งความเจ็บปวด’ ของ ‘นักสอบสวน’!
กามูส์ย่างสองก้าวมาถึงเคียงข้างโรเบิร์ต โน้มกายลง ซัดหมัดซ้ายด้วยแรงที่แฝงความแค้นส่วนตัวอยู่มิใช่น้อย
เปรี้ยง!
กามูส์ผู้ชำนาญการสอบสวน ทำให้โรเบิร์ตได้ลิ้มรสความเจ็บปวดโดยไม่เกินขอบเขต จนสลบเหมือดไป แต่มิได้รับบาดเจ็บรุนแรงนัก
หลังควบคุมตัวโรเบิร์ตได้แล้ว กามูส์ทอดตามองชายผู้เปลือยกายผู้นี้ครู่หนึ่ง แล้วคัดเลือกเสื้อผ้าที่อยู่ใกล้มือ ช่วยปกปิดส่วนที่ไม่ควรเปิดเผย
จากนั้นเขาก็ประคองร่างโรเบิร์ต มุ่งหน้ากลับไปยังบริเวณที่พวกลูเมี่ยนอยู่
ในเวลาเดียวกัน ลูกาโนได้คีบกระสุนที่ปักอยู่ในไหล่ของอมันดีนออกแล้ว พร้อมกับทำให้บาดแผลหดตัวสมานกัน
…………
สิ่งที่ปรากฏในห้วงฝันของหลวงพ่อคาลี ยังคงเป็นภาพภายในโบสถ์นักบุญฌอน
เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาวปักด้ายทอง คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา สีหน้าทุกข์ทรมาน พึมพำไม่หยุด ดั่งกำลังสารภาพบาป
อมันดีนในชุดล่าสัตว์สีดำ เดินผ่านทางเดินระหว่างม้านั่งสองแถว จนมาถึงเคียงข้างหลวงพ่อคาลี แล้วเอ่ยถามทันทีโดยไม่ลืมถ้อยคำกำชับของหลุยส์·แบรี
“แดนฝันพิเศษนี้เกิดจากสิ่งใด?”
หลวงพ่อคาลีเงยหน้าขึ้น ตอบด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างยิ่ง
“หลุมศพ…หลุมศพประหลาดนั่น”
“หลุมศพ?” อมันดีนสงสัยว่า เทศกาลฝันที่ตนเข้าร่วมก่อนหน้านี้คงเป็นของปลอม
ไหนล่ะหลุมศพ?
ทันใดนั้น เธอก็เกิดความคิดวาบขึ้น
“หินยักษ์สีดำนั่นน่ะหรือ?”
นั่นคือหลุมศพจริงหรือ?
หลวงพ่อคาลีพยักหน้ารับ
“ใช่”
เป็นหลุมศพจริงๆ…ความอยากรู้อยากเห็นกำลังพลุ่งพล่านในใจอมันดีน จึงรีบถามต่อด้วยความกระตือรือร้น
“เป็นหลุมศพของผู้ใด เหตุใดจึงมีความพิเศษได้ล่ะ?”
หลวงพ่อคาลียังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา พลางส่ายศีรษะตอบ
“ฉันไม่รู้”
“แม้แต่ผู้พิทักษ์หลุมศพก็ยังไม่แน่ใจ พวกเขารู้เพียงว่า ภารกิจของตนคือปกป้องหลุมศพโบราณประหลาดนี้”
“ผู้พิทักษ์หลุมศพ? ใครคือผู้พิทักษ์หลุมศพ?” อมันดีนยิ่งถามก็ยิ่งรู้สึกว่า ตนแทบไม่เข้าใจเทศกาลฝันเลย
หลวงพ่อคาลีเงยหน้า มองไปทางอมันดีนพลางกล่าว
“บรรดาผู้อาวุโสของเผ่าในป่าดงดิบนั่น”
“อย่างนี้นี่เอง…” อมันดีนมีคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว จึงเลือกถามออกไปข้อหนึ่ง “คุณพาโรเบิร์ตไปนอนที่บ้านของเทวานาโค ทำให้เขายังมีสติรู้ตัวในแดนฝัน แล้วพาเขาไปยังหลุมศพโบราณนั่น เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังวิเศษหรือ?”
“ใช่” หลวงพ่อคาลีก้มศีรษะลง หันหน้าสู่แท่นบูชา เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุกข์ทรมาน “ฉันมันคนบาป”
อย่างที่คิดจริงๆ…อมันดีนถามต่อไป
“คุณทราบได้อย่างไรว่า การไปที่นั่นจะช่วยให้ได้รับพลังวิเศษ แล้วทำอย่างไรจึงยังมีสติรู้ตัว? คุณมาอยู่ที่เมืองทิซาโมเพียงห้าปีเศษ ในขณะที่ฉันเติบโตตั้งแต่ยังเล็ก”
เส้นเลือดที่ลำคอของหลวงพ่อคาลีเริ่มปูดโปน
“เทวานาโค…เทวานาโค ล่อลวงฉัน”
“เขาใช้ร่างกายล่อลวงคุณหรือ?” อมันดีนพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“เขาสังเกตเห็นความปรารถนาในตำแหน่ง ความปรารถนาในการถูกยอมรับของฉัน จึงค่อยๆ แสดงพลังออกมา แล้วบอกกับฉันว่า มีทางลัดให้ได้มาซึ่งพลังอย่างง่ายดาย หากมีพลังอันแกร่งกล้าเมื่อใด ฉันก็จะสามารถทำประโยชน์ให้ศาสนจักรได้มากขึ้น ได้รับรางวัลและการยอมรับมากขึ้น…”
“ไอ้มารร้ายนั่น!”
“เพียงเท่านี้คุณก็ถูกล่อลวงแล้วหรือ?” อมันดีนถามด้วยน้ำเสียงผิดหวังเล็กๆ
หลวงพ่อคาลีพยักหน้ารับ
“ใช่ เทวานาโคต้องการคนคอยสอดส่องความเปลี่ยนแปลงในแดนฝัน รวมถึงคอยช่วยดำเนินเทศกาลฝันหลังจากที่ตัวเองไปจากเมืองทิซาโมแล้ว ทางนั้นบอกให้ฉันไปนอนที่บ้านของเขาก่อนหนึ่งครั้ง รอจนถึงเทศกาลฝัน ก็พาฉันไปยังหลุมศพโบราณประหลาดนั่น”
“คุณก็ได้พลังวิเศษจากการสัมผัสหลุมศพนั่นเหมือนกันหรือ?” อมันดีนถามเหมือนถามไปอย่างนั้น
หลวงพ่อคาลีส่ายหน้าอีกครา
“เปล่า เทวานาโคเปิดหลุมศพให้เป็นช่องแคบ แล้วให้ฉันยื่นมือเข้าไป…”
“คุณได้สัมผัสกับสิ่งใด?” เห็นหลวงพ่อคาลีชะงักคำ อมันดีนอดเร่งเร้าไม่ได้
“ฉันได้สัมผัสกับมือข้างหนึ่ง มือที่เย็นเฉียบราวกับไร้ไออุ่น จากนั้นก็สิ้นสติไป พอฟื้นขึ้นมา ฉันก็ได้ครอบครองพลังวิเศษ หลังจากนั้นในเทศกาลฝันอีกสามครั้ง ฉันก็ทำแบบเดิมอีกสามหน จนในที่สุดก็กลายเป็นวิญญาณอาฆาต” หลวงพ่อคาลีหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งกระนั้น สีหน้าเผยความหวาดกลัวอย่างสุดระงับ
นั่นมิใช่เพียงความเกรงขามต่อมือเย็นเฉียบนั่น หากแต่เป็นความหวาดหวั่นที่ได้มาซึ่งพลังวิเศษอย่างง่ายดายและรวดเร็ว
“มือของศพในห้องหลุมศพหรือ?” อมันดีนทบทวนถ้อยคำที่หลวงพ่อคาลีเพิ่งเอ่ย แล้วนึกถึงข้อสงสัยบางประการ “คุณบอกว่ามีผู้พิทักษ์หลุมศพอยู่มิใช่หรือ? เหตุใดตอนที่ฉันกับโรเบิร์ตไป จึงไม่พบอุปสรรคใดๆ เลยล่ะ?”
น้ำเสียงของหลวงพ่อคาลีแผ่วต่ำลง
“ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองทิซาโมเป็นเวลานาน ล้วนมีภาพสะท้อนที่เกิดจากอารมณ์และแรงกระหายซึ่งถูกกดทับ ปรากฏอยู่ภายในแดนฝันพิเศษแห่งนี้ ร่างเหล่านั้นซุกซ่อนอยู่ในเขตอลหม่านที่ทอดยาวไปจนถึงขอบแดนฝัน อันเกิดจากหลุมศพนั่น…”
“ร่างเหล่านั้นจะประกอบพิธีบูชาหลุมศพโบราณร่วมกับผู้พิทักษ์หลุมศพ และคอยปกป้องมิให้ผู้ใดเข้าใกล้”
“ครั้นเมื่อเทศกาลฝันเริ่มขึ้น ร่างเหล่านั้นก็จะกลับคืนสู่ร่างเดิม กลายเป็นผู้ร่วมเทศกาลฝัน ไม่ต้องกดทับอารมณ์และแรงกระหายของตนอีกต่อไป ส่วนผู้พิทักษ์หลุมศพก็จะหายไปที่ใดไม่ทราบ”
ช่างพิลึกพิลั่นเสียจริง…อมันดีนรู้สึกฉงนต่อชะตากรรมของผู้พิทักษ์หลุมศพ
เธอจึงอดรู้สึกเป็นกังวลมิได้
ครุ่นคิดชั่วครู่ อมันดีนจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉันมีร่างที่กำเนิดจากอารมณ์และความปรารถนาในแดนฝันแห่งนี้หรือไม่?”
หลวงพ่อคาลีส่ายศีรษะ
“ไม่มี”
“คุณพักในเมืองทิซาโมแต่ละปีไม่นานพอ แม้แต่ผู้ที่เคยมีร่างสะท้อนในแดนฝัน หากออกจากที่นี่ไปนานพอ จนไม่ต้องกดทับตนเองเกินขีดจำกัดอีกต่อไป ร่างที่สอดคล้องกันก็จะค่อยๆ จางหายไปในที่สุด”
“ส่วนผู้ที่สามารถครองสติในแดนฝันนี้ได้ ร่างที่สอดคล้องกันก็จะค่อยๆ เลือนหายไปหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง”
“แต่ความมีสติรู้ตัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เมื่อเทศกาลฝันเริ่มขึ้น ทุกคนล้วนมีแนวโน้มที่จะแสดงอารมณ์และแรงกระหายของตัวเองออกมา ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่มีสติรู้ตัว เพียงแต่จะไม่ถึงกับสูญเสียการยับยั้งชั่งใจโดยสิ้นเชิงเหมือนกับผู้ที่หลอมรวมเข้ากับตัวตนในแดนฝัน ยังพอจะข่มใจได้ตามปกติ แต่อาจแสดงรายละเอียดที่แตกต่างออกมาบ้าง”
อมันดีนหวนรำลึกถึงพฤติกรรมของตนในเทศกาลฝันทั้งสองครา สีหน้าฉายแววเข้าใจกระจ่างแจ้ง
แต่เดิมเธอเข้าใจว่า การที่ตนแสดงออกอย่างเป็นตัวของตัวเอง และปล่อยตัวมากกว่าในความเป็นจริง ก็เพราะที่นี่เป็นแดนฝัน ตราบใดที่ไม่มีผู้ใดตาย ก็เสมือนเป็นเพียงการละเล่น หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเป็นอิทธิพลจากเทศกาลฝัน
ยังดีที่เราควบคุมตนเองได้เสมอมา…อมันดีนเห็นว่าได้ไต่ถามเรื่องที่หลุยส์·แบรีฝากมาครบถ้วนแล้ว ส่วนที่เหลือล้วนเป็นข้อมูลที่แม้แต่หลวงพ่อคาลีเองก็ยังไม่กระจ่าง เธอจึงเปลี่ยนประเด็นสนทนา
“คุณกลายเป็นวิญญาณอาฆาตเช่นนี้แล้ว ยังกล้าเทศนาสั่งสอน ยังกล้าประกอบพิธีมิสซาอีกนะ…”
“ไม่หวั่นเกรงบ้างหรือว่าพระองค์จะทรงสังเกตเห็น และจะทรงพิโรธ จนแผดเผาคุณให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี?”
เนื่องจากอาศัยอยู่ในทวีปใต้ อมันดีนจึงเข้าใจพลังอำนาจของศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสกระจ่างแจ้งยิ่งกว่าเหล่าคุณหญิงคุณชายในกรุงทรีอาร์เสียอีก จึงศรัทธามั่นในการดำรงอยู่ของพระองค์
อีกทั้งตลอดปีกว่าที่ผ่านมา เธอก็พากเพียรรวบรวมความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับจากโรเบิร์ต รวมถึงแหล่งข้อมูลอันหลากหลายที่ตัวเองพอจะเข้าถึงได้ จึงได้ทราบว่าโรงเรียนกุหลาบ ตัวละครเอกในตำนานสยองขวัญทั้งหลาย มีชื่อเสียงในด้านการมีวิญญาณอาฆาต และสิ่งที่วิญญาณอาฆาตหวาดกลัวที่สุดคือแสงสุริยันอันทรงอานุภาพชำระล้าง
หลวงพ่อคาลีถอนหายใจก่อนเอ่ยปาก
“แต่เดิมฉันก็เคยกังวล แต่เทวานาโคบอกว่า เขามีวิธีช่วยซ่อนพลังของวิญญาณอาฆาต เว้นเสียแต่พระองค์จะทรงทอดพระเนตรลงมาโดยตรง มิเช่นนั้นจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้”
“วิธีใด?” อมันดีนถามด้วยความอยากรู้
หลวงพ่อคาลีตอบตามความเป็นจริง
“หลังจากได้รับพลังวิเศษจากการสัมผัสมือของศพในหลุมศพ อย่าเพิ่งรีบร้อนจากไป ให้สัมผัสกับหลุมศพด้วย หรือก็คือหินยักษ์สีดำนั่น”
“นั่นจะช่วยให้พลังวิเศษทั้งหมดในตัวฉันถูกซ่อนเร้น ผลดำรงอยู่นานกว่าหนึ่งปี”
ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสัมผัสกับหินยักษ์สีดำก่อน แล้วค่อยแตะต้องมือของศพนั่น? อมันดีนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนถามในสิ่งที่ตนสนใจยิ่ง
“คุณล่อลวงโรเบิร์ตด้วยวิธีใด?”
“เหตุใดเขาจึงยอมเป็นคนรักของคุณ?”
อมันดีนมองขึ้นมองลง มองซ้ายมองขวา ก็มิอาจเห็นจุดใดในตัวหลวงพ่อคาลีที่จะดึงดูดโรเบิร์ตได้ นอกจากพลังอำนาจ
หรือความรักจะทำให้คนตาบอดจริงๆ?
หลวงพ่อคาลีนิ่งงันครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ฉันปลุกเร้าแรงกระหายในตัวเขา ทำลายความยับยั้งชั่งใจของเขาลง”
“แต่ฉันยังไม่เคยเห็นคุณแสดงพลังแบบนั้นเลย…” อมันดีนไม่ทันสังเกตว่า หลวงพ่อคาลีได้ปลุกเร้าความปรารถนาของผู้ใดมาก่อน
น้ำเสียงของหลวงพ่อคาลีแฝงความทุกข์ระทมอีกครา
“ฉันเป็นคนบาป ฉันสวดอ้อนวอนต่อ…ต่อมารที่เทวานาโคกล่าวถึง…”
ถ้อยคำของหลวงพ่อคาลียังไม่ทันจบครบประโยค แดนฝันทั้งหมดก็สั่นสะเทือนกะทันหัน พังทลายลงทีละส่วน
……………………………………………………..