ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 682 เก็บเกี่ยว
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 682 เก็บเกี่ยว
ตอนที่ 682 เก็บเกี่ยว
อมันดีนไม่อาจควบคุมแดนฝันได้อีกต่อไป จึงลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์
หลวงพ่อคาลีด้านข้างเธอ ก็ตื่นขึ้นอย่างฉับพลันเช่นกัน ร่างกายที่เป็นมนุษย์กลับพร่าเลือนไปอีกครา
สัญชาตญาณสั่งให้เขาแปลงกายเป็นวิญญาณอาฆาต ราวกับคลุ้มคลั่งไปแล้ว ทั่วร่างถึงกับงอกขนสีดำสั้นแข็งเป็นกระจุก
บนกระจกตาของหลวงพ่อคาลีสะท้อนร่างของลูเมี่ยน ‘หลุยส์·แบรี’ ผู้มีเรือนผมสีดำ นัยน์ตาสีเขียว สวมหมวกสานสีเหลืองทอง กำลังถือปืนลูกโม่ด้วยมือเดียว เล็งมายังหว่างคิ้วของเขา
ปัง!
ลูเมี่ยนยิ้มพลางเหนี่ยวไกปืน ปล่อยกระสุนชำระล้างสีทองอร่ามออกจากลำกล้อง พุ่งตรงไปยังจุดสีซีดเผือดบนหน้าผากวิญญาณอาฆาตตนนั้น
เก็บเกี่ยว!
ในจังหวะเดียวกัน มือซ้ายของลูเมี่ยนที่ว่างเปล่าโบกไปทางหลวงพ่อคาลี ราวกับจะกล่าวว่า
“ลาก่อน อย่าได้พบกันอีกเลย!”
กระสุนชำระล้างระเบิดออก เปลวไฟสีทองลุกท่วมร่างอันพร่าเลือนของหลวงพ่อคาลีในพริบตา
ครานี้หลวงพ่อคาลีแม้แต่เสียงร้องครวญครางก็ไม่อาจเปล่งออกมา ความทุกข์ระทมในห้วงจิตปรากฏเป็นรูปธรรม แปรเป็นสายลมพายุที่มองไม่เห็น โหมกระหน่ำพัดกระพือไปทั่วสารทิศ
ลูเมี่ยนรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานดังกล่าว ยิ้มมองอีกฝ่าย ‘มอดไหม้’ ภายใต้พลังชำระล้างที่แฝงคุณสมบัติ ‘เก็บเกี่ยว’ จนกระทั่งกลายเป็นผงธุลีละเอียด โปรยปรายลงสู่พื้น
ในวินาทีนี้ ลูเมี่ยนพบว่าโอสถ ‘ยมทูต’ ของตนได้ย่อยสำเร็จไปอีกเล็กน้อย
การใช้พลัง ‘เก็บเกี่ยว’ เพื่อเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูนั้น แท้จริงแล้วคือกฎพื้นฐานที่สุดในการสวมบทบาทเป็น ‘ยมทูต’!
ยิ่งลำดับของศัตรูสูงส่ง พลังยิ่งแกร่งกล้า ผลของการสวมบทบาทก็ยิ่งดีเยี่ยม
และเมื่อเพิ่มพลัง ‘เก็บเกี่ยว’ เข้าไป กระสุนชำระล้างที่แสนธรรมดาสามัญเพียงสองนัด ก็สามารถพรากชีวิต ‘วิญญาณอาฆาต’ ได้ไม่ยากเย็น
ไฉนเราถึงได้พบพานหลวงพ่อเสื่อมทรามของสุริยันเจิดจรัสอยู่เรื่อย แถมยังต้องชำระล้างพวกเขาอยู่เนืองนิจ?
นี่คือการชดใช้หนี้ศรัทธาในอดีตหรืออย่างไร?
ในห้วงความคิดที่วูบผ่าน ลูเมี่ยนเหลียวมองอมันดีนที่พลิกกายลุกขึ้น เอ่ยถามพลางยิ้ม
“เขาสารภาพอะไรมาบ้าง?”
ปฏิกิริยาแรกของอมันดีนคือตรวจดูบาดแผลที่ไหล่ตน แล้วจึงอุทานด้วยความประหลาดใจ
“แทบไม่หลงเหลือร่องรอยใดเลย หายสนิทแล้วหรือ?”
หากมิใช่เพราะเสื้อฉีกขาด และไหล่ยังรู้สึกเมื่อยล้าอยู่บ้าง เธอแทบไม่เชื่อว่าตนเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน
มิสอมันดีน อย่าทำตัวไร้เดียงสานักเลย แม้เธอจะเป็นศาสนิกของสุริยันเจิดจรัส หากไม่ป่วยหนักนักก็คงไม่ไปรักษากับนักบวชของพระแม่ธรณี แต่รัฐมาตานีในปัจจุบันมีชาวเฟเนพ็อตอาศัยอยู่ไม่น้อย เธอไม่เคยคลุกคลีกับพวกเขาบ้างเลยหรือ? ลูเมี่ยนครุ่นคิดในใจ ทว่าภายนอกเพียงมองอมันดีนด้วยสีหน้าเย็นชา มิได้ตอบคำ
กลับเป็นลูกาโนเสียอีก ที่เมื่อเห็นสาวงามตอบสนองเช่นนี้ ก็รีบอธิบายด้วยท่าทางภาคภูมิใจอยู่ในที
“นี่คือพลังของ ‘แพทย์’ แห่งเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ น่ะ”
อมันดีนเอ่ยคำขอบคุณด้วยความพึงพอใจ พลางนวดไหล่ตนเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้าที่ยังหลงเหลือ ก่อนจะเล่าบทสนทนาในความฝันระหว่างตนกับหลวงพ่อคาลีอย่างครบถ้วนให้ลูเมี่ยน กามูส์ และเรียห์ฟัง
เมื่อเล่าจบ อมันดีนถ่มน้ำลายไปยังบริเวณที่ธุลีของหลวงพ่อคาลีโปรยปราย
“เขากลายเป็นผู้รับใช้มารอย่างแท้จริง ใช้พลังของมารล่วงละเมิดโรเบิร์ตกับคนอื่นๆ ครอบงำทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขา”
“โชคดีที่เขาชอบผู้ชาย ไม่อย่างนั้น…”
นึกถึงตัวเองที่เคยเข้าออกโบสถ์นักบุญฌอนอยู่หลายปี ครั้งก่อนยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ไร้เดียงสา ห่างไกลจากวัยผู้ใหญ่ อมันดีนอดสั่นสะท้านมิได้ ทั้งเวทนาโรเบิร์ตกับผู้อื่น แต่ก็รู้สึกโล่งอกในเวลาเดียวกัน
ทว่าลูเมี่ยนกลับครุ่นคิดถึงปัญหาอื่น
นั่นก็คือ พลังในเส้นทาง ‘วิญญาณอาฆาต’ ของ ‘ฮิโซกะ’ อาจมาจากเทศกาลฝัน จากร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบในหลุมศพประหลาดสีดำนั่น แทนที่จะเป็นพรโดยตรงจากมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย
ข้อสันนิษฐานนี้จะช่วยไขปริศนาได้หลายเรื่องทันที
เท่าที่ลูเมี่ยนทราบมา เหล่าสาวกเทพมารต้องประกอบพิธีกรรมและถวายเครื่องบูชาเพื่อขอพร ยิ่งพรที่ขออยู่ในลำดับสูงส่งเพียงใด ก็ยิ่งต้องการเครื่องบูชาที่มีค่า และพิธีกรรมก็ยิ่งต้องยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ในฐานะสมาชิกหน่วยลาดตระเวนประจำเมืองท่าไพลอส ‘ฮิโซกะ’ อาจปิดบังการบูชายัญได้หนึ่งหรือสองครั้ง แต่ยากที่จะกดเก็บเหตุการณ์บูชายัญทั้งหมดไว้ได้ ดังเช่นที่ ‘ฮิโซกะ’ ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเมืองท่าไพลอสได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เดิมทีลูเมี่ยนเคยคิดว่า อีกฝ่ายคงอาศัยความช่วยเหลือจาก ‘นังบ้า’ เพื่อเดินทางไปยังดินแดนอันวุ่นวายในทวีปใต้ แล้วประกอบพิธีบูชายัญครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าบัดนี้เมื่อพิเคราะห์ดู กลับไม่จำเป็นต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น แค่ทุกปีในเทศกาลฝัน ไปสัมผัสร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบในสุสานประหลาดนั้นแค่ครั้งเดียว ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
‘ฮิโซกะ’ กับหลวงพ่อคาลีต่างก็เข้าร่วมเทศกาลฝันมาแล้วอย่างน้อยห้าครั้ง กลายเป็น ‘วิญญาณอาฆาต’ มาช่วงระยะหนึ่งแต่ภายหลังกลับไม่มีความก้าวหน้าใดๆ เลย…นี่เป็นเพราะร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบนั่น ให้พรได้เพียงลำดับ 5 เท่านั้นหรือ? ‘ฮิโซกะ’ รวบรวมทองคำมากมาย และได้ ‘บางสิ่ง’ มาจากมารตระกูลนอร์ธ ก็เพื่อรอเทศกาลฝันปีนี้ เตรียมกระทำการบางอย่างให้ลุล่วง เพื่อรับพรที่สูงส่งกว่าเดิม? ลูเมี่ยนเอียงศีรษะ เหลือบมองโรเบิร์ตที่ถูกลากมาไว้ใกล้ๆ แล้วถามราวกับต้องการคำยืนยัน
“เขาเป็น ‘ผู้สื่อวิญญาณ’ หรือ?”
“ถูกต้อง” อมันดีนเป็นผู้ตอบ “หลวงพ่อคาลีบอกว่า โรเบิร์ตก็ได้รับพลังวิเศษจากการสัมผัสหินยักษ์สีดำเช่นกัน แต่ทำไมฉันถึงกลายเป็น ‘ฝันร้าย’ ส่วนเขากลายเป็น ‘ผู้สื่อวิญญาณ’ ล่ะ?”
พลังในระดับที่สูงส่งกว่า…พลังที่ผสมผสาน…เฉกเช่น ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ที่สามารถประทานพรได้ทั้งสามเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ‘นักปรุงยา’ ‘นักเพาะปลูก’ หรือ ‘อันธพาล’…ลูเมี่ยนมิได้รู้สึกประหลาดใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทว่ากามูส์และเรียห์กลับงุนงงสงสัยเฉกเช่นเดียวกับอมันดีน
ลูเมี่ยนมิได้ใส่ใจที่จะอธิบายปัญหาอันซับซ้อนเหล่านี้ เพียงเบี่ยงกายครึ่งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับเรียห์ว่า
“ร่างสะท้อนในแดนฝันของคุณน่าจะยังอยู่ ตอนนี้ยังประมาทไม่ได้”
“ทีนี้คำถามก็คือ หากร่างสะท้อนในแดนฝันของคุณถูกสังหาร มันจะส่งผลกระทบต่อชีวิตจริงของคุณด้วยหรือไม่?”
เรียห์พยักหน้ารับ สีหน้าแสดงถึงการครุ่นคิด
ลูเมี่ยนหันสายตากลับไปยังโรเบิร์ต นึกถึงมารที่ให้ความช่วยเหลือแก่หลวงพ่อคาลี
“มันคงจะเป็นมารจากตระกูลนอร์ธ ตัวที่ทำพันธสัญญากับ ‘ฮิโซกะ’ นั่นแหละ…”
“มารทั้งหลายย่อมไม่ ‘ทำดี’ โดยปราศจากเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการทำพันธสัญญากับ ‘ฮิโซกะ’ หรือการตอบรับพิธีกรรมของหลวงพ่อคาลี ล้วนต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน แม้การได้เห็นอธิการโบสถ์ของสุริยันเจิดจรัสค่อยๆ เสื่อมทราม จะเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและน่าขบขันสำหรับมาร แต่ก็ยังมีน้ำหนักไม่มากพอที่มันจะเอาตัวเองเข้ามาพัวพันอย่างลึกซึ้ง…”
“มันต้องการบางสิ่งจาก ‘เทศกาลฝัน’ หรือ?”
“ร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบในหลุมศพโบราณสีดำนั่น สามารถมอบพรของเส้นทาง ‘นักโทษ’ ได้ และเส้นทาง ‘นักโทษ’ กับ ‘อาชญากร’ ที่มารสถิตอยู่ ก็คือเส้นทางใกล้ชิดกัน…”
ลูเมี่ยนจับทางเรื่องราวได้เบื้องต้นแล้ว จึงพึมพำราวพูดกับตนเองว่า
“คำถามคือ ในช่วง ‘เทศกาลฝัน’ ผู้พิทักษ์หลุมศพพวกนั้นหายไปไหน เหตุใดจึงไม่คุ้มครองหลุมศพโบราณสีดำนั่นต่อล่ะ?”
ไม่มีผู้ใดให้คำตอบแก่เด็กหนุ่มได้
เมื่อเห็นเขาเอาแต่เพ่งมองโรเบิร์ตที่สลบไสลอยู่ อมันดีนลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า
“ช่วยละเว้นเขาได้ไหม? อย่าสังหารโรเบิร์ตเลยนะ เขาก็เป็นแค่เหยื่อเช่นกัน”
ในใจของเธอ คิดว่าฉันเป็นคนคลั่งฆ่าหรือไร? ลูเมี่ยนตอบอย่างขบขัน
“ตราบใดที่โรเบิร์ตฟื้นขึ้นมาแล้วไม่แก้แค้นผม ไม่ฆ่าผมเพื่อล้างแค้นให้หลวงพ่อคาลี ทางนี้ก็จะไม่สิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปกับเขาหรอก”
ฟู่…อมันดีนถอนหายใจโล่งอกอย่างออกนอกหน้า พลางนวดไหล่ของตัวเองแล้วพึมพำ
“คุณช่างเย็นชาเหลือเกิน เมื่อครู่นึกว่าจะสังหารฉันไปพร้อมกันเสียอีก เพื่อจัดการกับหลวงพ่อคาลี”
“กระสุนนัดนั้น มันเจ็บมากเลยนะ!”
ลูเมี่ยนแค่นหัวเราะ
“หากให้คุณเลือกระหว่างการถูก ‘วิญญาณอาฆาต’ สิงร่างจนถึงแก่ความตาย กับการถูกยิงที่ไหล่หนึ่งนัด จะเลือกทางใด?”
“ผมไม่สนว่าใครจะมองอย่างไร ไม่สนด้วยว่าต้องเสียสละสิ่งใดบ้าง เพียงแค่เลือกในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น อย่างน้อยคุณก็รอดชีวิตมาได้ไม่ใช่หรือ?”
อมันดีนแต่เดิมเพียงแค่งอนตามนิสัยเท่านั้น เมื่อได้ฟังคำตอบของลูเมี่ยนแล้ว จึงย้อนถามอย่างสนอกสนใจว่า
“กล่าวคือ เพื่อช่วยเหลือคนสำคัญ คุณยินดีเสียสละมากมาย เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องสินะ?”
“สมมตินะ…แค่สมมติเท่านั้น ถ้าฉันถูกมารปลุกเร้าตัณหา จำเป็นต้องระบายออกอย่างเร่งด่วน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด คุณจะยอมเสียสละตัวเองช่วยฉันหรือไม่?”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอก่อนเอ่ยตอบ
“คุณกำลังคาดหวังเรื่องไม่เป็นเรื่องกับผมอยู่นะ”
“วางใจเถอะ ผมจะช่วยหาคนที่เต็มใจเสียสละให้คุณเอง”
ขณะเอ่ยวาจา สายตาของเด็กหนุ่มก็กวาดผ่านกามูส์ ผ่านลูกาโน และผ่านโรเบิร์ตที่ยังคงสลบไสลอยู่
“น่าเบื่อจริง…” อมันดีนพึมพำเสียงอ่อย
กามูส์เห็นฉากตรงหน้าก็ถอนหายใจแผ่วเบา รู้สึกว่าตนหลุดพ้นจากมโนภาพอันงดงามนั้นได้แล้ว
ลูเมี่ยนหันไปทางโรเบิร์ตอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวกับอมันดีนว่า
“ปลุกเขาให้ตื่นแล้วสอบปากคำ ผมอยากขอความช่วยเหลือจากเขาสักเรื่อง”
หากเธอไม่เต็มใจ ตรงนี้ก็ยังมีกามูส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวนทรมาน
“ตกลง” อมันดีนตอบรับด้วยเสียงใสกังวาน รีบปลุกโรเบิร์ตให้ได้สติกลับมา แล้วเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้คู่หมั้นของตนฟัง
เธอจงใจไม่เอ่ยถึงเรื่องที่หลวงพ่อคาลีถูกสังหาร สร้างภาพลวงว่า ‘วิญญาณอาฆาต’ ตนนั้นอาจหนีออกจากบริเวณนี้ไปแล้ว
“หากผมช่วยแล้ว คุณจะปล่อยผมไปหรือ?” โรเบิร์ตฝืนลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
ลูเมี่ยนชี้ไปทางกามูส์และเรียห์
“คุณไม่เชื่อใจผม แล้วยังไม่เชื่อใจหน่วยลาดตระเวนอีกหรือ?”
โรเบิร์ตนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยตอบ
“จะให้ช่วยในเรื่องใด?”
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“เข้าไปทำอะไรสักอย่างในบ้านของเทวานาโค”
…………
บุรุษในชุดทางการสีเทาเข้ม กับมาดามผู้สวมหมวกประดับขนนก ต่างได้ยินเสียงเคี้ยวแผ่วเบาดังมาจากส่วนลึกของโถงทางเดิน เสียงนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเสียงตะโกน เสียงกรีดร้อง และเสียงครวญครางที่ดังก้องอยู่ในโรงแรม ราวกับว่ามันไม่ควรจะมีอยู่ใน ‘เทศกาลฝัน’
ทันใดนั้น เสียงเคี้ยวดังกล่าวก็หยุดลงไป
แทบจะในเวลาเดียวกัน บุรุษในชุดทางการสีเทาเข้ม พลันสะดุ้งเฮือกราวกับมีใครนำเหล็กเผาไฟแทงเข้าที่เอว
เขาวิ่งสุดชีวิตด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหงื่อผุดซึมที่หน้าผาก วิ่งลงบันไดสู่ชั้นล่างในชั่วพริบตา
เขาวิ่งออกจากโรงแรมบริโอไปจนถึงหัวมุมถนนแล้วจึงหยุด ใบหน้าฉาบล้นไปด้วยความหวาดกลัวและโล่งใจที่รอดตายมาได้
“เกิดอะไรขึ้น?” สตรีในชุดกระโปรงยาวสีอ่อน เผยกายข้างบุรุษผู้นี้ในทันที แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งหนักใจ
บุรุษในชุดทางการสีเทาเข้มหอบหายใจ
“แฮ่ก…แฮ่ก…แฮ่ก…คุณไม่รู้สึกหรือ? ความอาฆาตพยาบาทอันน่าพรั่นพรึงนั่นน่ะ!”
“หัวใจของผมถูกควักออกมา ลิ้นของผมถูกฉีกกระชาก สมองของผมถูกคนจนเละเป็นน้ำแกง”
……………………………………………………..