ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 688 การเตรียมตัวของแต่ละฝ่าย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 688 การเตรียมตัวของแต่ละฝ่าย
ตอนที่ 688 การเตรียมตัวของแต่ละฝ่าย
ขณะที่ลูเมี่ยนได้ยินเสียงหัวใจเต้นจากประตูหลุมศพโบราณสีดำที่เปิดกว้าง ฝ่ามือข้างหนึ่งได้ยื่นออกมา
ฝ่ามือดังกล่าวมิได้เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูก ทั้งยังไม่ได้พันด้วยผ้าพันแผลสีเหลืองซีด ผิวของมันถูกปกคลุมด้วยทองคำ เปล่งประกายแสงลึกลับใต้แสงจันทร์สีแดงสลัว
เมื่อลูเมี่ยนเห็นฝ่ามือทองคำ ก็พลันรู้สึกราวกับดวงวิญญาณของตน ถูกพลังล่องหนกดทับเข้าสู่ภายใน จนขาดการเชื่อมต่อกับร่างกายในทันที
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มพบว่าร่างกายของตน ประหนึ่งได้กลายเป็นกำแพงอันเย็นชาและมั่นคง จนพลังวิญญาณไม่อาจแผ่ขยายออกไปสู่ภายนอก อีกทั้งยังไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของจิตสำนึกอีกด้วย
บัดนี้ ดวงวิญญาณของลูเมี่ยนประดุจถูกจองจำในกรงขัง ไม่ว่าจะพยายามสักเพียงใดก็ไม่อาจหลบหนีออกไป ทำได้เพียงมองเห็นภาพผ่านตาเนื้ออันจำกัด และรับฟังเสียงอึกทึกครึกโครมผ่านโสตประสาทเท่านั้น
ทุกคนตรงนี้กลายเป็นดั่งรูปสลัก ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหน
เผชิญหน้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ลูเมี่ยนพลันนึกถึงคำกล่าวหนึ่ง
ร่างกายคือเรือนจำของจิตใจ โลกคือเรือนจำของร่างกาย
ท่ามกลางภาพอันหยุดนิ่ง มีเพียงผู้เดียวที่ยังเคลื่อนไหวได้ นั่นคือ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค
หน้ากากทองคำบนใบหน้าของเขาเรืองแสงสลัวริบหรี่ พลางเคลื่อนกายเข้าใกล้หลุมศพโบราณสีดำด้วยความเร็วสูง มุ่งสู่ฝ่ามือที่เคลือบทองคำ ซึ่งยื่นออกมาจากห้องฝังศพ
ยามนี้ แม้ลูเมี่ยนจะเคลื่อนไหวมิได้ ไม่อาจใช้พลังใดๆ แต่ดวงวิญญาณของเขาเพียงถูก ‘จองจำ’ เท่านั้น มิได้กระทบต่อประสิทธิภาพในการคิดใคร่ครวญ
เมื่อเห็น ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคแทบไม่ได้รับผลกระทบจากฝ่ามือทองคำ ลูเมี่ยนก็พลันเข้าใจหลายสิ่งอย่างแจ่มแจ้ง
“ทองคำที่ ‘ฮิโซกะ’ ขโมยไปจากนครเหมืองทองเดวิสนั้น เป็นไปได้อย่างยิ่งว่า ถูกนำมาใช้กับร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบในหลุมศพสีดำทั้งหมด”
“ข้อแรกทำไปเพื่อ ให้ร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบฟื้นคืนชีพในระดับหนึ่ง ดังที่ฟรังก้ากล่าวถึงการฟื้นฟูกายทองคำ ส่วนข้อหลังช่วยให้ ‘ฮิโซกะ’ เข้าใกล้เป้าหมายได้โดยไม่ได้รับผลกระทบหลังจากร่างไร้วิญญาณ ‘คืนชีพ’ เพื่อบรรลุบางจุดประสงค์?”
“‘ฮิโซกะ’ เคยวางแผนจะใช้วิธีนี้ควบคุมร่างไร้วิญญาณ เพื่อให้ตัวเองได้ครอบครองพลังลำดับครึ่งเทพ?”
“เมื่อร่างของเขาในโลกความจริงถูกเราสังหาร ร่างของเขาในแดนฝันจึงหวังจะ ‘ฟื้นคืนชีพ’ ด้วยวิธีนี้?”
“อา…พลัง ‘วิญญาณอาฆาต’ ของ ‘ฮิโซกะ’ มีต้นกำเนิดเดียวกันกับร่างไร้วิญญาณนั่น บางทีอาจมีวิธีทำให้ร่างดังกล่าวเข้าใจว่า ตนคือดวงวิญญาณดั้งเดิม จนยอมให้เขาเข้าครอบครอง…”
“จากข้อมูลที่ได้รับก่อนหน้า รวมถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด มนุษย์ที่ได้รับพรจากหลุมศพสีดำและร่างไร้วิญญาณ จะสามารถเปิดห้องฝังศพได้โดยไม่ปลุกร่างไร้วิญญาณให้ตื่น หากต้องการปลุกร่างดังกล่าว จำเป็นต้องมีผู้บุกรุกคนหนึ่งได้รับ ‘ชีวิตอมตะ’ จากร่างที่มองไม่เห็น แปรสภาพกลายเป็นเทพ แล้วเข้าสู่หลุมศพโบราณ”
“และผู้บุกรุกจะถูกร่างล่องหนโจมตีก็ต่อเมื่อ ไม่มีผู้ได้รับพรจาก ‘เทศกาลฝัน’ คอยนำทาง…”
“อีกทั้ง ผู้บุกรุกยังควรต้องมีสติรู้ตัวด้วย?”
“ฮิโซกะทราบได้อย่างไรว่า ปีนี้จะมีผู้มาเยือนจากภายนอกเข้าร่วม ‘เทศกาลฝัน’ แล้วมายังเขตหลุมศพสีดำ?”
“หรือว่าสิ่งนี้จะอยู่นอกเหนือแผนการ? เนื่องจากในตอนนั้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะตาย หากแผนการในช่วง ‘เทศกาลฝัน’ ปีนี้ไม่สำเร็จ ร่างสะท้อนในแดนฝันก็จะสลายสิ้นในอีกไม่กี่เดือนถัดไป จนเขาหมดหวังในการฟื้นคืนชีพ…”
“การมาเยือนของผู้คนจากภายนอก จึงเป็นโชคลาภอันเหนือคาดสำหรับเขาหรือ?”
“ไม่สิ นี่มันบังเอิญเกินไป ในกรณีของเลอาซาพอเข้าใจได้ หลังจากเขาพบว่าเรากำลังสืบสวน ‘เทศกาลฝัน’ อยู่ จึงเกรงว่าหากผ่านปีนี้ไป อาจไม่มีโอกาสได้สิ่งที่ต้องการอีก จึงรีบรุดมายังเมืองทิซาโม แต่เหตุใดอิวิลิสตาจึงมาสืบสวนบางสิ่งที่ป่าดั้งเดิมแห่งนี้ในช่วงเวลานี้พอดิบพอดีนักล่ะ และเหตุใดจึงมีผู้วิเศษสองคน ซึ่งสามารถรักษาสติรู้ตัวในความฝันพิเศษได้ มาถึงพอดิบพอดีก่อน ‘เทศกาลฝัน’ จะเริ่มขึ้น?”
“ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใด ‘โรงเรียนกุหลาบ’ จึงส่งคนมารัฐมาตานีพอดีในช่วงเดือนสุดท้ายของปี เพื่อรวบรวมข้อมูลปลีกย่อยเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของผู้คน?”
“เดิมที ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคตั้งใจจะทำแผนการของตนให้สำเร็จใน ‘เทศกาลฝัน’ ปีนี้อยู่แล้ว จึงจงใจปล่อยข้อมูลและร่องรอยบางอย่างออกไป เพื่อล่อให้กลุ่มอิทธิพลต่างๆ ที่สนใจเข้ามา?”
“กลุ่มอิทธิพลเหล่านั้นได้รับข่าวกรองที่ไม่สมบูรณ์ จึงจำต้องส่งคนมาล่วงหน้าเพื่อสืบสวน หรือติดสินบนสมาชิกหน่วยลาดตระเวนของรัฐมาตานี…”
“นี่น่าจะเป็นความจริง ความจริงที่ไม่ได้พึ่งพาความบังเอิญ สิ่งเดียวที่ ‘ฮิโซกะ’ คาดไม่ถึงคือ เขาตายเสียก่อนที่ ‘เทศกาลฝัน’ จะเริ่มขึ้น”
“บัดนี้ ‘เทศกาลฝัน’ จึงกลายเป็นความหวังสุดท้ายและความหวังเดียวในการฟื้นคืนชีพของเขา”
“หากไม่อาจทำแผนการที่วางไว้ให้สำเร็จ จนผ่านพ้นวันนี้ไป เขาก็จะตายอย่างสิ้นเชิง!”
“มิน่าล่ะ เขาถึงได้เปิดเผยทุกอย่างในความฝัน แต่กลับปิดบังอำพรางเรื่องเมืองทิซาโม…”
“ฮิโซกะช่างเป็นปีศาจเจ้าเล่ห์ ผู้ชำนาญการเล่นงานจิตใจผู้คนเสียจริง หากมิใช่เพราะเขามุ่งมั่นจะสังหารเรา และสถานะของเขาเอื้อโอกาสอันดีให้เลือกพำนัก ณ เมืองท่าไพลอส ป่านนี้เกรงว่าก็คงยังไม่ถูกกำจัด อา…หากเราเล่นตามกติกาโดยปราศจากความโปรดปรานจากตัวตนลำดับสูง ฝ่ายที่ต้องตายคงเป็นเราแทน”
“มารตระกูลนอร์ธก็หมายตาร่างไร้วิญญาณในห้องฝังศพสีดำเช่นกัน และตั้งใจจะใช้ประโยชน์จาก ‘เทศกาลฝัน’ ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อ ‘ฮิโซกะ’ เอ่ยถึง ‘เทศกาลฝัน’ ในความฝัน จึงถูก ‘เงา’ โจมตีในทันที…”
“ในบรรดาผู้คนที่อยู่ตรงนี้ ใครกันเป็นสมุนของมารนั่น?”
“หรือว่า คนของมารตระกูลนอร์ธยังมาไม่ถึง รอจนกระทั่งสถานการณ์ชัดเจนแล้วจึงค่อยลงมือ เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์?”
“หากมีเพียงร่างสะท้อนในแดนฝัน ไร้ซึ่งการประสานงานกับร่างต้น แผนการของ ‘ฮิโซกะ’ ย่อมมีจุดบกพร่องใหญ่หลวง จุดบกพร่องนั้นอยู่ตรงไหนกัน?”
ลูเมี่ยนที่ถูกจองจำอยู่ในร่างของตัวเอง จนปัญญาจะขัดขวางฮิโซกะ จึงทำได้เพียงจ้องมองอีกฝ่ายวิ่งไปยังประตูใหญ่ของห้องฝังศพสีดำที่เปิดอ้า
“นี่มัน…”
“ในเมื่อห้องฝังศพสีดำให้ความรู้สึกคล้ายบ่อน้ำสตรีซามาเรีย เราก็ควรลองวิธีนั้นดู…”
ลูเมี่ยนคิดแล้วก็ลงมือทันที มิได้ลังเลแม้แต่น้อย รวบรวมจิตสำนึกมุ่งไปที่ตำแหน่งมือขวาของร่างวิญญาณตน
ออร่าตกค้างของอลิสต้า·ทูดอร์ หาได้แทรกซึมเพียงร่างกายเนื้อหนังไม่!
และจักรพรรดิโลหิตผู้นี้ ก็มีความเกี่ยวพันอันลึกซึ้งกับบ่อน้ำสตรีซามาเรีย!
ฮิโซกะผู้สวมหน้ากากทองคำ ร่างกายกึ่งโปร่งใสราวกับควบคุมไม่ได้ กำลังจะคว้ามือศพที่ยื่นออกมาจากห้องฝังศพสีดำ ทันใดนั้นก็รับรู้ถึงกระแสพลังอันน่าพรั่นพรึงถึงขีดสุด ทั้งยังบ้าคลั่งและทารุณโหดเหี้ยม ปรากฏขึ้นเบื้องหลังตน พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าดุจดังระเบิดมหึมา กวาดล้างบริเวณโดยรอบ
แสงจันทร์สีเลือดยิ่งหม่นมัวลง ร่างของ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค แข็งค้างด้วยสัญชาตญาณ สั่นสะท้านอย่างหนักหน่วง
โครม!
เสียงวารีลวงตาดังก้องจากภายในห้องฝังศพสีดำ มือที่เคลือบด้วยทองคำนั่น คล้ายกับถูกบางสิ่งลากดึง ถูกฉุดกระชากกลับเข้าไปในห้องฝังศพทันที
เมื่อความรู้สึกที่ดวงวิญญาณถูกจองจำในร่างผู้อื่นหายไป ลูเมี่ยนก็รีบระงับการแผ่ซ่านของออร่าจักรพรรดิโลหิตทันที
แม้อมันดีน กามูส์ และเดวาโฮ รวมถึงผู้อื่นจะรู้สึกหวาดกลัวด้วยสัญชาตญาณ แต่เพราะวิญญาณถูกร่างกายจองจำ อีกทั้งมุมมองสายตาก็ถูกตรึงอยู่กับที่ จึงไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ออร่าอันน่าเกรงขามราวกับจะพิชิตทุกสรรพสิ่ง มาจากที่ใดหรือกำเนิดจากแห่งหนใด
อิวิลิสตาผู้มีแววตาดุร้าย มิได้สนใจจะสืบหาต้นตอของกระแสพลังอันน่าสะพรึงกลัว เพียงทำตามความปรารถนาอันเป็นสัญชาตญาณดิบ หยิบของสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋าลับในอาภรณ์
นั่นคือตุ๊กตาผ้าขนาดเท่าฝ่ามือ สวมชุดกระโปรงยาวสีดำสไตล์กอธิก พันรัดด้วยเถาวัลย์อันชวนขนพองสยองเกล้า ผมยาวสีทองรวบเก็บ ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิต
ตุ๊กตาผ้านี้ ช่างชั่วร้ายผิดวิสัย เพียงแค่ได้เห็นด้วยตาเนื้อ ก็ทำให้ลูเมี่ยนรู้สึกราวกับใต้ผิวหนังเริ่มคันยุบยิบ
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
เสียงหัวใจเต้นในห้องฝังศพสีดำ พลันกลายเป็นอึกทึกและรุนแรง
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค ที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องฝังศพ รู้สึกหนาวเยือกไปทั้งร่าง ราวกับถูกสิ่งชั่วร้ายจ้องมอง
เขานึกย้อนถึงเรื่องหนึ่งด้วยสัญชาตญาณ
หลายปีก่อน ผู้พิทักษ์หลุมศพได้เก็บหัวใจอันชั่วร้ายผิดวิสัยที่เหี่ยวแห้งครึ่งดวง ได้จากบริเวณใกล้ห้องฝังศพสีดำ
ผู้พิทักษ์หลุมศพเชื่อว่า นี่คือหัวใจที่ร่างโบราณในห้องฝังศพสูญเสียไปเพราะความผิดปกติบางอย่าง เนื่องจากมีคุณลักษณะของพลังเหมือนกัน อีกทั้งศักดิ์ก็ยังดูคล้ายคลึง จึงนำหัวใจดวงนั้นใส่กลับเข้าไปในห้องฝังศพ
แต่เมื่อครู่นี้ หัวใจที่ดับสิ้นมานานแสนนาน ได้เริ่มเต้นขึ้นอีกครั้ง และบัดนี้ มันกลับเต้นรัวแรงและเร่งเร้ายิ่งกว่าเดิม!
ไม่ไกลจากอิวิลิสตา เลอาซาก็เริ่มขยับตัว
เขาหยิบหน้ากากขึ้นมาอันหนึ่ง
หน้ากากใบนั้นทำจากทองคำเช่นกัน ดูคล้ายคลึงกับที่ฮิโซกะสวมอยู่อย่างยิ่ง รอบดวงตาและบนใบหน้าล้วนมีสีสันขาวดำแต่งแต้มอยู่!
ความแตกต่างระหว่างหน้ากากทองคำทั้งสองคือ อันในมือเลอาซามีสีหม่นมัวกว่า ราวกับผ่านการกัดกร่อนแห่งความตาย
จากนั้น เลอาซาก็หยิบกะโหลกมนุษย์ที่ดูประหนึ่งแกะสลักจากคริสตัลขึ้นมาอีกอัน
เขาสวมหน้ากากทองคำหม่นมัวนั้น ลงบนใบหน้าของกะโหลกคริสตัล
สายลมเย็นเยียบพัดโหยหวน ม้วนตัวเป็นเกลียวมหึมา อุ้มกะโหลกคริสตัลที่สวมหน้ากากทองคำลอยขึ้น ราวกับว่ามันเติบโตกลายเป็นร่างล่องหนที่ประกอบจากสายลม
ความหนาวเหน็บอันชวนให้สั่นสะท้าน แผ่ซ่านออกไปทั่วบริเวณ จนพื้นดินจับตัวเป็นน้ำค้างแข็งขาวโพลน
ชายผู้มีนามว่าเดวาโฮ ล้วงมือไปด้านหลังศีรษะ จับคว้าบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเรือนผม
เขาออกแรงกระชาก ฉีกผิวหนังพร้อมชุดทางการสีเทาเข้มออกมาด้วยกัน
เดวาโฮแปรเปลี่ยนเป็นอีกรูปโฉม ผมดำตาสีน้ำตาล สีหน้าเยือกเย็น โหนกแก้มสูง อายุราวสามสี่สิบ สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวสีดำ
เขาพลิกหนังมนุษย์ในมือกลับด้าน เผยให้เห็นลวดลายปักด้วยโลหิตที่แน่นขนัดจนชวนให้เวียนหัวตาลาย
เดวาโฮอ้าปาก พ่นโลหิตเป็นห้วงๆ ใส่หนังมนุษย์นั่น โลหิตที่ส่งกลิ่นกำมะถันรุนแรง
โลหิตเหล่านั้นพลันพองหนังมนุษย์ขึ้น กลายเป็นบุรุษตาสีเขียวในชุดทางการสีเทาเข้ม
‘บุรุษ’ ผู้นี้ย่างกรายไปทางห้องฝังศพสีดำ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ลูเมี่ยนเร่งกวาดตามองไปรอบๆ เปลือกตากระตุกสามครั้งติดต่อกัน
เด็กหนุ่มอดรำพันอยู่ในใจไม่ได้ว่า
“พวกแกมีเทวบารมีให้ใช้กันทุกคนเลยหรือไง? ถึงจะดูเหมือนใช้ได้แค่ครั้งเดียวก็เถอะ…”
“นี่กำลังล้อกันเล่นหรือยังไง?”
ลูเมี่ยนรำพันในใจไปพลาง ปากก็รีบร่ายพระนามด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ
นั่นคือพระนามของมาดามเมจิกเชี่ยน
ทว่า มันก็ไม่อาจทะลวงผ่านแดนฝันอันพิเศษและลี้ลับแห่งนี้ได้
หลังจากรู้ชัดถึงชะตากรรมของ ‘กองทองคำ’ ของฮิโซกะแล้ว สิ่งที่เด็กหนุ่มต้องการทำในยามนี้มีเพียงอย่างเดียว
สังหารร่างสะท้อนในความฝันของฮิโซกะ แย่งชิงหน้ากากทองคำนั้นมา ให้เขาตายสนิทอย่างไม่อาจหวนคืน!
……………………………………………………..