ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 689 แม่นยำ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 689 แม่นยำ
ตอนที่ 689 แม่นยำ
แม้ลูเมี่ยนจะมีเป้าหมายชัดเจน แต่ก็ไม่รีบร้อนโจมตีร่างสะท้อนในแดนฝันของฮิโซกะ เพราะขณะนี้อีกฝ่ายยังคงอยู่ใกล้กับห้องฝังศพสีดำ ภายใต้การจับจ้องของวัตถุสามชิ้นที่เปี่ยมด้วยเทวบารมี หากเด็กหนุ่มเทเลพอร์ตเข้าไป ก็อาจถูกรุมโจมตีพร้อมกันได้
วัตถุทั้งสามชิ้นนี้ แม้จะไม่ถึงกับจ้องมองไม่ได้ และดูเหมือนจะแผลงฤทธิ์ได้เพียงไม่กี่นาที แต่ก็ยังแสดงจุดเด่นที่คล้ายคลึงมนุษย์อยู่บ้าง ราวกับสามารถคิดและตัดสินใจได้เอง หากถูกพวกมันเพ่งเล็งเข้า ก็มิต่างจากการเผชิญหน้ากับครึ่งเทพลำดับ 4 ซึ่งอ่อนแอกว่าปกติเล็กน้อย
ในสถานการณ์เช่นนี้ ลูเมี่ยนย่อมไม่คิดจะเข้าไปในใจกลางวังวน เพื่อแบ่งเบาอันตรายให้ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคแน่นอน อีกทั้งเขายังคิดว่าหากอีกฝ่ายถูกสังหารโดยผู้บุกรุกที่ตนเองนำพามา ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว เหมือนกับชะตากรรมที่ถูกลิขิต อย่างไรเสีย เขาก็เคยสังหารฮิโซกะมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงไม่ยึดติดกับการทำลายความหวังในการคืนชีพของอีกฝ่ายด้วยมือตนเอง หากมีใครช่วย ‘ลงมือแทน’ ก็จะถือว่าประหยัดพลังวิญญาณของเขาไปได้
ลูเมี่ยนจ้องมองประตูห้องฝังศพสีดำที่เปิดอ้า พลางถอยหลังสองสามก้าวไปยังขอบของเสี้ยวแดนฝัน แล้วรีบเปล่งถ้อยคำสื่อสารกับอมันดีน กามูส์ เรียห์ และลูกาโน
“ถอยไปให้ถึงสุดขอบ!”
เมื่อได้ยินคำสั่งนี้ ลูกาโนเผยสีหน้ายินดีระคนตื่นเต้น แล้วเป็นคนแรกที่หมุนกายวิ่งจากไปอย่างบ้าคลั่ง
เรียห์ยกคันศรขึ้น เล็งซ้ายขวาพลางค่อยๆ ย่ำถอยหลัง คอยระวังภัยจากการโจมตีอยู่ตลอดเวลา กามูส์ก็แสดงท่าทีคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ในมือถือปืนลูกโม่แทน
อมันดีนเหลือบมองตุ๊กตาอาถรรพ์ กะโหลกคริสตัลที่สวมหน้ากากทองคำ และชายดวงตาสีเขียวที่ร่างพองบวมด้วยหนังมนุษย์ พลางพบว่าศีรษะของตนกำลังหมุนติ้ว ราวกับเหนื่อยล้าจนแทบควบคุมร่างกายไม่อยู่
เธอพลันตระหนักได้ว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเกินเอื้อมตนไปมาก เรื่องราวที่เกิดขึ้นใกล้กับห้องฝังศพสีดำ มิใช่สิ่งที่ตัวเธอจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้เลย
หญิงสาวรีบหมุนกายกลับ หันหลังให้ห้องฝังศพสีดำ เตรียมจะวิ่งตามลูกาโนไปยังขอบของบริเวณนี้
ทันใดนั้นเอง ลูเมี่ยนที่ติดเข็มกลัดรูปสายฟ้าสีเทาขาว ใช้หางตามองผู้พิทักษ์หลุมศพที่กำลังถอยหนีอย่างร้อนรน พลางเอ่ยถามอมันดีนด้วยท่าทีครุ่นคิด
“ตอนนี้ ‘ร่างนั้น’ อยู่ตรงไหน?”
“ไม่ทราบ!”
“หายไปแล้ว!”
เพิ่งจะสิ้นเสียงของเธอ เสียงวารีอันเลือนรางที่ก้องอยู่ในห้องฝังศพสีดำ ก็เงียบลงกะทันหัน
ตุ๊กตาขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งสวมชุดกอธิกที่ดูชั่วร้ายพลันลอยขึ้น แล้วหลุดจากฝ่ามือของอิวิลิสตา
มันลอยค้างกลางอากาศ ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตสะท้อนร่างของ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค
เทวานาโคที่เตรียมจะยื่นมือเข้าไปในห้องฝังศพสีดำ พลันรู้สึกว่าหน้ากากทองคำบนใบหน้ามีชีวิตขึ้นมา เริ่มจากบีบรัดเข้าด้านใน ราวกับจะบดขยี้กะโหลกของตน จากนั้นก็กระชากออกด้านนอก ทำท่าจะแยกตัวหลุดออกไป
‘ฮิโซกะ’ ยกมือขวาขึ้นโดยสัญชาตญาณ จะกดหน้ากากทองคำให้กลับที่ แต่ดันพบว่าแขนเสื้อได้รัดแขนของตนไว้แน่นหนา จนไม่อาจขยับเขยื้อน ราวกับถูกมัดไว้
เมื่อนึกถึงชะตากรรมของผู้ไร้เทวบารมีที่สูญเสียหน้ากากทองคำหน้าประตูห้องฝังศพ เทวานาโคมิได้ลังเลเลย ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นลวงตา กลายเป็น ‘วิญญาณอาฆาต’
จากนั้น เขาก็หายวับไปจากหน้าห้องฝังศพสีดำ แล้วปรากฏบนกระจกตาของผู้พิทักษ์หลุมศพคนหนึ่ง โดยได้ถอดหน้ากากทองคำออกไปแล้ว
เนื่องจากร่างแท้สิ้นชีพก่อนเวลาอันควร ไม่ทันได้นำ ‘ผู้ช่วย’ มาคอยสนับสนุน ‘ฮิโซกะ’ จึงจำต้องเปลี่ยนแผน รอให้สามฝ่ายที่หมายปองร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบในห้องฝังศพสีดำต่อสู้กันเอง
รอจนน้ำขุ่นพอ และพลังของวัตถุต่างๆ ถูกใช้จนเกือบหมดแล้ว เขาจึงค่อยกลับเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง เพื่อแย่งชิงร่างดังกล่าว
เมื่อ ‘ฮิโซกะ’ ล่าถอยไปชั่วคราว หน้าห้องฝังศพสีดำก็ว่างเปล่าโล่งเตียน
ขณะที่ตุ๊กตาชั่วร้ายขนาดเท่าฝ่ามือ เตรียมจะล่องลอยผ่านไป กะโหลกคริสตัลที่สวมหน้ากากทองคำก็ลอยเฉียงขึ้น ท่ามกลางร่างมหึมาที่ก่อตัวจากสายลมอำมหิต
ดวงตาของมันลุกโชนด้วยเปลวไฟสีขาว ใจกลางเปลวเพลิงคือจุดมืดสลัว
ด้วยแรงดึงดูดนี้ ผนังห้องฝังศพสีดำก็เริ่มทะลักไหลกลายเป็นสายธารดำมืดอันเลือนราง รวมตัวกันเป็นแม่น้ำแห่งความตายที่ขวางกั้นทางเข้า
ร่างกายของพวกเขาค่อยๆ เย็นลง ความชรากัดเซาะอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังไม่อาจไหลย้อนกลับ
ตุ๊กตาชั่วร้ายในชุดกอธิกสีดำ หยุดนิ่งกลางอากาศ มิได้พยายามข้ามแม่น้ำแห่งความตายนั้นจากเบื้องบน
กะโหลกคริสตัลที่สวมหน้ากากทองคำร่วงลงไป ตกลงในแม่น้ำ
วังวนสายลมที่ประกอบขึ้นเป็นร่างมหึมาของมัน ร้องคำรามพลางพองตัว ราวกับแปรเปลี่ยนเป็นเรือข้ามฟากไร้รูป ลอยนิ่งบนผิวแม่น้ำแห่งความตาย
กะโหลกคริสตัลที่สวมหน้ากากทองคำบังคับ ‘เรือข้ามฟาก’ ลำนี้ แล่นทวนกระแสวารี บรรจงมุ่งหน้าไปยังประตูห้องฝังศพสีดำที่เปิดอ้า
ชายดวงตาสีเขียวที่สวมชุดทางการสีเทาเข้ม ซึ่งประกอบขึ้นจากหนังมนุษย์และโลหิตสด กำลังมองดูฉากนี้จากด้านหลังสุด
เขายิ้มพลางอ้าปาก ขยับริมฝีปากเร็วรี่ราวกับกำลังพึมพำอย่างไร้เสียง
แทบจะในเวลาเดียวกัน กะโหลกคริสตัลบน ‘เรือข้ามฟาก’ ไร้รูปก็ส่งเสียงแตกร้าว
เปลวไฟสีขาวในเบ้าตาของมันสั่นไหวรุนแรง กะโหลกใสกระจ่างปรากฏรอยแตกละเอียด ร่วงหล่นเป็นผงธุลีที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ตัว ‘เรือข้ามฟาก’ เองก็พองตัวบ้าง หดตัวบ้าง กลายเป็นไร้เสถียรภาพอย่างยิ่ง การแล่นไปบนแม่น้ำแห่งความตายยิ่งช้าลงทุกที
ลูเมี่ยนมิได้สนใจการแย่งชิงหน้าห้องฝังศพสีดำ เพียงแค่กวาดตามองครู่หนึ่ง ก็เสกเปลวไฟสีขาวโชติช่วงลุกโชนอย่างบ้าคลั่งไปทั่วร่าง
ฟ้าว!
เขาแปลงกายเป็นหอกเพลิงยาว พุ่งทะยานข้ามระยะทางยี่สิบสามสิบเมตร ตรงเข้าใส่ผู้พิทักษ์หลุมศพที่ถูก ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคเข้าสิงร่าง
‘ฮิโซกะ’ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นผิวหน้าสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งทุกส่วนเปี่ยมด้วยความงามอันป่าเถื่อน
เรียห์!
ผู้พิทักษ์หลุมศพที่ถูก ‘ฮิโซกะ’ เข้าสิงร่าง คือร่างสะท้อนในแดนฝันของเรียห์!
เมื่อเผชิญหน้ากับเปลวไฟที่ดูใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน จากประกายสีขาวเล็กๆ แปรเปลี่ยนเป็นหอกเพลิงสีขาวโชติช่วงที่ลุกโชน ‘ฮิโซกะ’ มิได้หลบหลีก กลับยิ่งปล่อยให้ลูเมี่ยนโจมตีตามใจปรารถนา
หอกเพลิงสีขาวโชติช่วงพุ่งทะยานด้วยปราดเปรียว เขาไม่ทันยกธนูล่าสัตว์ขึ้นเล็งยิง เพียงแค่งอแขนขึ้นเล็กน้อย
เขาสัมผัสถึงความแสบร้อน ประหนึ่งร่างกายและวิญญาณกำลังจะถูกแทงทะลวง
‘ฮิโซกะ’ หาได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย กลับยิ้มออกมาเสียอีก
หอกเพลิงสีขาวโชติช่วงพุ่งผ่านไหล่ของเขา ตกลงเบื้องหลัง มิได้โจมตี ‘ฮิโซกะ’ แต่อย่างใด
เมื่อแสงเพลิงจางหาย ร่างของลูเมี่ยนก็ปรากฏขึ้น
‘ฮิโซกะ’ ที่สิงสถิตอยู่บนกระจกตาทั้งสองของร่างสะท้อนในแดนฝันของเรียห์ ก็พลันอันตรธานหายไป
ร่างสะท้อนในแดนฝันของเรียห์พลันหันกาย สีหน้าเย็นชา แต่เปี่ยมด้วยความอาฆาตพยาบาท เธอยกธนูล่าสัตว์ขึ้น เล็งไปยังลูเมี่ยนพร้อมกับดึงสายธนู
เธอเป็นเพียงร่างสะท้อนในแดนฝัน ซึ่งก่อตัวจากแรงกระหายและอารมณ์อันแรงกล้า ไม่อาจควบคุมตนเองได้
“ฮึ่ม!”
ลูเมี่ยนพ่นประกายขาวสองสายจากจมูกได้ก่อนที่ร่างสะท้อนในแดนฝันของเรียห์จะยิงลูกธนูที่พันด้วยสายฟ้า ส่งผลให้เปลือกตาของเธอปิดสนิททันที สลบไสลฟุบลงไปกับพื้น
ณ ชายขอบของพื้นที่ เรียห์ผู้เพิ่งมาถึง ร่างกายสั่นสะท้านวูบหนึ่ง
บนกระจกตาทั้งสองของเธอสะท้อนภาพ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคในชุดคลุมดำ
ด้วยความแกร่งกล้าของดวงวิญญาณที่แตกต่างกันอย่างมหาศาล ‘ฮิโซกะ’ จึงเข้าสิงร่างได้ง่ายดาย ยึดครองร่างของเรียห์ไว้ในอำนาจ
เขาฉวยโอกาสในยามที่กามูส์ อมันดีน และลูกาโน ยังไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของเรียห์ แอบเปลี่ยนทิศทางธนูล่าสัตว์ในมือ แล้วเล็งไปทางกามูส์
เปรี้ยะปร๊ะ! ปลายลูกธนูพันรัดด้วยแสงสายฟ้าเจิดจ้า
เพียงแค่ธนูของเรียห์เล็งไปยังกามูส์ กามูส์ก็สัมผัสถึงความไม่ชอบมาพากล สังเกตเห็นความผิดปกติในการกระทำ
ในฐานะคนของหน่วยลาดตระเวนที่เจนสนาม กามูส์หันไปมองเรียห์โดยไม่ลังเล ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายสายฟ้าแวบวาบ
ในขณะเดียวกัน ‘ฮิโซกะ’ ผู้คาดการณ์ล่วงหน้า ได้ละทิ้งร่างของเรียห์ กระโจนเข้าสู่กระจกตาสีครามอันงดงามของอมันดีน
สายฟ้าแวบวาบสองสาย พุ่งออกจากดวงตาของกามูส์ ทะลวงเข้าสู่ศีรษะของเรียห์ทันที
ดวงตาของเรียห์เบิกโพลง ริมฝีปากอ้ากว้าง ร่างเอนไปทางด้านหลัง ราวกับถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง แต่กลับไม่อาจเปล่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดได้
‘ทะลวงจิต’ ของกามูส์พุ่งเข้าเล่นงานเธอก่อนที่ลูกธนูจะหลุดจากสาย ก่อเกิดเป็นความเจ็บปวดจากห้วงลึกของดวงวิญญาณ หัวสมองพลันขาวโพลน ยืนแข็งทื่ออยู่ในตำแหน่ง
ฟุบ! ลูกธนูที่รัดพันด้วยอสนีบาตเจิดจ้า พุ่งออกไปอย่างคดเคี้ยว ไม่อาจถูกเป้าหมายอย่างกามูส์ ปลายศรเฉไฉออกไปไกลพอสมควร แต่ตกลงในจุดที่ไม่ห่างมากนัก
อมันดีนผู้มีภาพสะท้อนของ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคบนกระจกตาสีคราม รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง ภายในกายเอ่อล้นไปด้วยความหนาวเหน็บ ราวกับดวงวิญญาณถูกน้ำแข็งเกาะกุม ไม่อาจสั่งการแขนขาได้อีกต่อไป
ด้านหลังของเธอ ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นกะทันหัน
“ฮ่า!”
ลูเมี่ยนอ้าปาก พ่นดวงแสงสีเหลืองอ่อนออกมาอย่างไม่ลังเล
ทว่า ‘ฮิโซกะ’ ไม่คิดจะแช่อยู่นาน รีบใช้วิชา ‘กระโจนกระจก’ เคลื่อนย้ายตำแหน่งอีกครั้ง
ตุ้บ!
อมันดีนล้มลงกับพื้นในสภาพไร้สติ
เมื่อเทียบกับหลวงพ่อคาลีแล้ว ‘ฮิโซกะ’ เชี่ยวชาญการต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังเปี่ยมด้วยประสบการณ์และพรสวรรค์อันโดดเด่น
คราวนี้ ‘ฮิโซกะ’ ปรากฏกายบนหยดน้ำที่เกาะอยู่บนใบไม้ ห่างออกไปสิบกว่าเมตร แล้วจึงกระโดดออกมา มองมายังลูเมี่ยนกับพรรคพวก พลางแสยะยิ้มแล้วอ้าปาก
เขาเตรียมจะใช้ ‘วิญญาณอาฆาตกรีดร้อง’ โจมตีลูเมี่ยน·ลีกับพรรคพวกเป็นวงกว้าง ทำให้บางส่วนไม่อาจต่อสู้ได้อีก หรือถึงจะยังสู้ต่อไหว แต่ก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้ไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นฉากดังกล่าว ลูเมี่ยนมิได้เลือกที่จะ ‘เทเลพอร์ต’ ออกนอกรัศมีผลกระทบของ ‘วิญญาณอาฆาตกรีดร้อง’ หากแต่ผลักฝ่ามือทั้งสองไปเบื้องหน้า
ลูกไฟสีขาวขนาดมหึมาก่อตัวขึ้น ใหญ่โตราวกับห้องฝังศพสีดำ
“อ๊า!”
ในขณะที่เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังขึ้น ลูกไฟสีขาวขนาดมหึมาก็พุ่งออกไป
พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เข็มกลัด ‘โทสะมหาสมุทร’ สีเทาขาวบนอกของลูเมี่ยน ผู้ถูกโจมตีด้วย ‘วิญญาณอาฆาตกรีดร้อง’ จนดวงตาพร่าเลือน หูอื้ออึง ก็ปลดปล่อยสายฟ้าสีเงินเจิดจ้านับไม่ถ้วนออกมา
สายฟ้าเหล่านั้นพันรอบลูกไฟสีขาว ก่อนจะแยกออกเป็นหลายสิบสาย ปกคลุมพื้นที่แห่งนี้ในลักษณะโอบล้อม
บึ้มบึ้ม!
ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่อง เรียห์ ลูกาโน อมันดีน และกามูส์ ต่างถูกคลื่นลมซัดกระเด็น ได้รับความร้อนแผดเผา และถูกตาข่ายสายฟ้าที่ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะกระหน่ำใส่ร่าง
กามูส์ชาไปทั้งร่าง สายตาเลื่อนลอย ส่วน ‘ฮิโซกะ’ ที่สิงอยู่ก็ถูกไฟฟ้าช็อตเช่นกัน อีกทั้งเพราะอยู่ในสภาพ ‘วิญญาณอาฆาต’ จึงได้รับบาดเจ็บไม่เบา ไม่อาจ ‘กระโจนกระจก’ รอบใหม่ได้ในทันที
ลูเมี่ยนที่ฟื้นตัวจากการโจมตีของ ‘วิญญาณอาฆาตกรีดร้อง’ แล้ว รีบเพ่งสายตาไปยัง ‘ฮิโซกะ’ ที่ปรากฏตัวซ้อนทับกับผิวกายของกามูส์
เด็กหนุ่มยกมุมปากแย้มยิ้ม
สิ่งที่เขาใช้คือ ‘แม่นยำ’
จุดประสงค์คือโจมตีทุกเป้าหมายในรัศมีการจู่โจมโดยไม่เลือกหน้า และกำหนดความเสียหายให้อยู่ในระดับที่พอทนไหว
เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อเด็กหนุ่มเปิดฉากโจมตี โดยไม่จำเป็นต้องแบ่งสมาธิมาควบคุม เข็มกลัดโทสะมหาสมุทรก็จะช่วยเสริมฤทธิ์ไฟฟ้าช็อตให้กับลูกไฟทุกดวง ในทุกการโจมตีของเขาไปโดยปริยาย!
……………………………………………………..