ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 690 กลอนดนตรีมรณะ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 690 กลอนดนตรีมรณะ
ตอนที่ 690 กลอนดนตรีมรณะ
ลูเมี่ยนฝืนกัดฟันทนความเจ็บปวดจากดวงวิญญาณ และจากเสียงอื้ออึงในแก้วหู พลางเร่งกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา
ร่างของเขาพลันอันตรธานหายไปจากตำแหน่ง ก่อนจะปรากฏอีกครั้งด้านข้างกามูส์และ ‘ฮิโซกะ’ ในทันที
เมื่อเห็นกระแสไฟฟ้าตกค้างสีขาวเงินไหลลงสู่พื้น และเห็น ‘ฮิโซกะ’ ในร่างวิญญาณอาฆาตกำลังจะหลุดพ้นจากอาการชา ลูเมี่ยนจึงกระตุ้นรอยประทับสีดำที่หน้าอกขวาให้เรืองแสง
นั่นคือ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’
ขณะที่เด็กหนุ่มเตรียมจะเปล่งเสียง ‘ฮึ่ม’ ลางสังหรณ์อันตรายก็พลันแจ้งเตือน จึงต้องรีบเบี่ยงกายพลางถอยหลังไปหนึ่งก้าว
หอกยาวที่ดูเหมือนหลอมรวมจากแสงอัสดง พุ่งทะยานมาแต่ไกล ข้ามผ่านระยะทางสามสี่สิบเมตร แหวกผ่านเบื้องหน้าของลูเมี่ยน ก่อนจะปักลึกลงในผืนดินอีกด้าน ทิ้งรอยหลุมลึกขนาดเท่าแขนคนไว้
ลูเมี่ยนเห็นผู้โจมตีตนแล้ว นั่นคือหนึ่งในผู้พิทักษ์หลุมศพที่กำลังจะหลบหนีไปยังชายขอบของพื้นที่
ร่างสูงใหญ่ของเขา แม้จะคลุมกายด้วยเสื้อคลุมยาวสีดำ ก็ยังเผยให้เห็นร่องรอยของพละกำลังอันแกร่งกล้า ขณะนี้ในมือกำลังควบแน่นดาบแสงเล่มยักษ์
อัศวินรุ่งอรุณ? มี ‘ผู้พิทักษ์หลุมศพ’ ได้รับพรเส้นทาง ‘นักรบ’ จากหลุมศพโบราณสีดำด้วยหรือ? ลูเมี่ยนมิได้ประหลาดใจแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่าสิ่งที่ตนคาดเดาได้รับการพิสูจน์แล้ว
สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกขนหัวลุกไม่เบาคือ นอกจากผู้พิทักษ์หลุมศพร่างสูงใหญ่นั่น ผู้พิทักษ์หลุมศพคนอื่นๆ ก็หันกายมาจ้องมองเขาเช่นกัน
ผู้ได้รับพรราวสิบกว่ายี่สิบคน ล้วนแต่กำลังตรึงสายตาอยู่กับลูเมี่ยน
‘ฮิโซกะ’ หลุดพ้นจากอาการชาอันเกิดจากไฟฟ้าช็อตแล้ว ด้วยเกรงว่าจะถูก ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ เล่นงานอีกครั้ง เขาจึงฝืนกัดฟันทนความเจ็บปวด กระโจนเข้าไปในกระจกตาของผู้พิทักษ์หลุมศพคนหนึ่ง ก่อนจะแยกตัวออกมา กลับคืนร่างมนุษย์
เขาเหลียวมองไปยังลูเมี่ยน ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งทวีความชัดเจน
บัดนี้ฉันก็เป็นผู้พิทักษ์หลุมศพคนหนึ่ง ทำร้ายฉันก็เท่ากับทำร้ายเหล่าผู้พิทักษ์หลุมศพ!
แม้พวกเขาจะไม่ช่วยฉันทำอะไรใครโดยตรง อีกทั้งยังจะพยายามหลบหนีเมื่อห้องฝังศพถูกเปิดด้วยวิธีปัจจุบัน แต่หากแกทำอันตรายกับฉัน พวกเขาย่อมต้องตอบโต้อย่างแน่นอน
นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ฉันกล้า ‘เชื้อเชิญ’ ผู้มาเยือนให้เข้าร่วม ‘เทศกาลฝัน’ และชักนำทุกคนเข้ามาถึงที่นี่
น่าเสียดาย ร่างแท้ตายไปเสียแล้ว ไม่อาจรับวัตถุแฝงเทวบารมีที่ราชันสวรรค์สัญญาไว้กับ ‘โลกิ’ เพื่อมาต่อกรกับยอดฝีมือลำดับสูงในหมู่ผู้มาเยือน ยามนี้จึงทำได้เพียงรอคอยอย่างอดทน
ตามแผนเดิม หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ฉันก็ยังเลือกที่จะสละร่างในห้องฝังศพ ช่วยให้มารตระกูลนอร์ธคอยสนับสนุนให้ผู้คนจาก ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ช่วงชิงมันไป แล้วแลกเปลี่ยนผลตอบแทนอื่นจากมือพวกเขาในภายหลัง แต่บัดนี้ ฉันจำเป็นต้องได้ร่างนั้นมาเสียเอง เพื่อกลายเป็น ‘วิญญาณ’ ของมัน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ฉันจึงจะมีชีวิตรอดหลังจบ ‘เทศกาลฝัน’ ในสภาพอันเดดครึ่งเทพที่ยังคงมีความคิดและสติรู้ตัว
ทว่าเรื่องเหล่านี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าลูเมี่ยนนั่น สิ่งที่มันต้องเผชิญคือ ‘การ์เดี้ยน’ หนึ่งนาย รวมถึงผู้วิเศษอีกหลายคน อาทิ ‘จอมอาคมวิญญาณ’ ‘ผู้เฝ้าประตู’ ‘ผู้ปลอบวิญญาณ’ ‘ผู้ชี้นำวิญญาณ’ ‘อัศวินรุ่งอรุณ’…
ไม่มีผู้วิเศษลำดับต่ำกว่า 4 คนใดสามารถรับมือกับการโจมตีของ ‘กองทัพ’ ผู้วิเศษระดับนี้ได้!
เมื่อลูเมี่ยนเห็นสายตาของผู้พิทักษ์หลุมศพทั้งหลาย ต่างจับจ้องมายังตน บางส่วนยังควบแน่นพลังเสกดาบแสงยักษ์ วิ่งห้อตะบึงตรงเข้ามา จิตใจของเด็กหนุ่มก็ตึงเครียดกะทันหัน เอื้อมมือคว้าบ่าของกามูส์ แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ อีกครั้ง หลบพ้นจากตำแหน่งปัจจุบัน
พวกเขาเพิ่งจะหายตัวไปไม่นาน พื้นดินตรงนั้นก็ยุบตัวลงอย่างไร้เสียง มือซีดขาวมากมายโผล่ทะลุขึ้นมา
ลูเมี่ยนพากามูส์ปรากฏกายข้างกายเรียห์ที่บาดเจ็บไม่เบา แล้วใช้มืออีกข้างคว้าบ่าของเธอ
จากนั้น ทั้งสามก็อันตรธานไปจากตำแหน่ง ปรากฏกายด้านข้างอมันดีนที่เพิ่งฟื้นจากอาการช็อกไฟฟ้า
ระยะห่างระหว่างพวกเขากับกลุ่มผู้พิทักษ์หลุมศพ ขยายออกเป็นเกือบร้อยเมตร
ลูเมี่ยนใช้เท้าทั้งสองหนีบแขนของอมันดีน ปลดปล่อยพลังวิญญาณและพละกำลังที่สั่งสมไว้ในร่าง
สภาวะของเขาฟื้นคืนในพริบตา จึงเร่งกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาอีกครั้ง
คราวนี้ทั้งสี่คน ‘เทเลพอร์ต’ ไปอยู่ข้างกายลูกาโนที่กำลังรักษาตนเอง
ด้วยการแฟลชอย่างต่อเนื่องของลูเมี่ยน พลังวิเศษของผู้พิทักษ์หลุมศพบางส่วนจึงพลาดเป้าไป ส่วนที่เหลือถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนทิศทางติดต่อกัน ไม่สามารถย่นระยะห่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ลูกาโนกำลังจะบอกกับนายจ้างว่า ‘พวกเราหนีกันเถอะ ใช้ ‘เทเลพอร์ต’ พาพวกเรากลับเมืองทิซาโมเถอะครับ’ เขาก็เห็นลูเมี่ยนเหวี่ยงร่างกามูส์และเรียห์มาทับร่างตน
ตุ้บ!
ทั้งสามร่วงทับกันเป็นกอง ตามด้วยอมันดีน
“ฮ่า!”
จากปากของลูเมี่ยน แสงสีเหลืองอ่อนถูกพ่นออกมา ครอบคลุมร่างของทั้งสี่ที่เกือบซ้อนทับกันสนิท
ลูกาโน อมันดีน และคนที่เหลือสลบไสลในทันที ลำพังความเข้มแข็งทางวิญญาณของพวกเขา หากไม่มีแรงกระตุ้นจากภายนอก คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งนาทีกว่าจะฟื้นขึ้นมา
เมื่อจัดการเสร็จ ลูเมี่ยนก็ ‘เทเลพอร์ต’ จากไปอีกครั้ง ไม่ให้ตนถูกล็อกเป้าจากผู้พิทักษ์หลุมศพบางส่วนที่สามารถใช้พลังได้แม้ในระยะห่างปัจจุบัน
ร่างของเด็กหนุ่มอันตรธานไป ผู้พิทักษ์หลุมศพรวมทั้ง ‘ฮิโซกะ’ ก็พลันสูญเสียร่องรอยในทันที
ลูเมี่ยนปรากฏกายอย่างไร้สุ้มเสียงที่ด้านข้างเยื้องหลังของกลุ่มผู้พิทักษ์หลุมศพ เป็นตำแหน่งหน้าต้นปาล์มต้นหนึ่ง
เด็กหนุ่มพิงกายกับลำต้นอันหยาบกร้าน หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
มันคือขลุ่ยกระดูกดำที่มีรูสีเลือด
‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’!
มุมปากของลูเมี่ยนยกยิ้ม ก่อนจะนำขลุ่ยชั่วร้ายขึ้นแนบริมฝีปาก
แทบจะในเวลาเดียวกัน ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคได้รับลางสังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้า จึงรีบหมุนกาย จนพบร่างของลูเมี่ยน จึงตรึงสายตาไว้กับเป้าหมาย พร้อมทั้งจำแลงปีศาจทันที กลายเป็นสัตว์ประหลาดสีดำสนิทสูงเกือบสามเมตร มีเขาแพะโค้งงอและปีกค้างคาว
‘ฮิโซกะ’ ละทิ้งสภาวะวิญญาณอาฆาตโดยสัญชาตญาณ ล้มเลิกแผนเข้าสิงร่างลูเมี่ยน·ลีเพื่อควบคุมอีกฝ่าย เพราะทราบดีว่าตนไม่อาจรักษาความสงบภายใต้ออร่าที่พิชิตทุกสิ่งนั่นได้ จนร่างกายเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ถูกบังคับให้ต้องแยกออกจากร่างเป้าหมาย
พร้อมกับความเคลื่อนไหวของ ‘ฮิโซกะ’ เหล่าผู้พิทักษ์หลุมศพก็พากันหันศีรษะมา
ริมฝีปากของลูเมี่ยนแตะลงบนขลุ่ยกระดูกดำที่แผ่กลิ่นคาวเลือด แล้วเป่าโน้ตแรกออกมา
รอยยิ้มบนใบหน้าเด็กหนุ่มยิ่งทวีความชัดเจน
หากเป็นในโลกความจริง เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้วิเศษลำดับ 7 ลำดับ 6 และลำดับ 5 จำนวนมากเช่นนี้ เขาจะมีเพียงทางเลือกเดียวคือ ‘เทเลพอร์ต’ พาพวกลูกาโนกลับเมืองทิซาโม แต่ที่นี่คือ ‘เทศกาลฝัน’ หากไม่นับผู้มาเยือนเพียงไม่กี่คนที่ยังรักษาสติรู้ตัวไว้ได้ ที่เหลือล้วนแต่หลอมรวมกับร่างสะท้อนในแดนฝันของตน หรือไม่ก็ปล่อยให้ร่างสะท้อนในแดนฝันของตนเคลื่อนไหวโดยอิสระ
ซึ่งร่างสะท้อนในแดนฝันนั้น ก่อตัวขึ้นจากแรงกระหายและอารมณ์อันแรงกล้า อีกทั้งยังจะสูญเสียการยับยั้งชั่งใจในช่วง ‘เทศกาลฝัน’
เมื่อได้พบว่า ร่างสะท้อนในแดนฝันของฮิโซกะ ก็สามารถเป็นผู้พิทักษ์หลุมศพได้เช่นกัน ทั้งยังรักษาสติรู้ตัวไว้ได้ในระดับหนึ่ง ลูเมี่ยนก็เชื่อว่าผู้พิทักษ์หลุมศพเหล่านี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าปราศจากร่างสะท้อนในแดนฝัน หากแต่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมันเรียบร้อยแล้ว โดยอาศัยความพิเศษของตัวเอง อาศัยความยับยั้งชั่งใจในยามมีสติ ฝืนกดข่มอารมณ์เอาไว้อย่างยากเย็น
เป้าหมายเช่นนี้นี่แล ที่กลอนดนตรีเคืองแค้นโปรดปรานที่สุด
มันสามารถทำให้ศัตรูที่ได้ยินท่วงทำนอง ถูกโจมตีจุดอ่อนทั้งทางจิตใจและร่างกาย ผู้ที่มีสภาพจิตไม่มั่นคงจะแสดงอาการของโรคประสาท ผู้ที่มีปมด้อยในใจจะระเบิดมันออกมา ผู้ที่มีตัณหาราคะเกินพอดี มีโอกาสถึงจุดสุดยอดในทันที ส่วนผู้ที่มีโรคภัยหรือบาดแผลเก่าค้างคา อาการเหล่านั้นย่อมทวีความรุนแรง และผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้ว ก็จะยิ่งโชคร้ายเป็นทวีคูณ
เมื่อเผชิญหน้ากับร่างสะท้อนในแดนฝัน รวมถึงผู้พิทักษ์หลุมศพที่อาจหลอมรวมกับร่างสะท้อนของตัวเอง ลูเมี่ยนเชื่อว่ากลอนดนตรีเคืองแค้นจะสำแดงอานุภาพสุดมหัศจรรย์ จุดชนวนตัณหาอารมณ์อันเกินพอดีของเป้าหมาย จนระเบิดปะทุออกมาอย่างแน่นอนและหนักหน่วง!
ด้วยเหตุนี้ เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะลองดูสักตั้ง หากไม่สำเร็จก็จะเทเลพอร์ตกลับไปข้างกายพวกอมันดีนที่สลบอยู่ โอบอุ้มพวกเขาแล้วพากลับเมืองทิซาโมทันที
เมื่อท่วงทำนองอันไพเราะแฝงด้วยความโศกเศร้าดังแว่ว ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่ตระหนักว่าคงขัดขวางลูเมี่ยนไม่ทันแล้ว ได้รีบจุดไฟบนเขาแพะโค้งสองเขาของตนทันที
โจมตีจิตใจ!
อารมณ์ของลูเมี่ยนพลันพลุ่งพล่าน ท่วงทำนองที่เป่าออกมาเจือปนด้วยความทุกข์ระทมและความเคียดแค้น
เด็กหนุ่มยังเห็นดวงวิญญาณมากมาย เห็นผู้พิทักษ์หลุมศพที่ถือดาบแสงเล่มเขื่อง พุ่งเข้าหาตนด้วยสารพัดวิธีการ
เขายังคงเป่ากลอนดนตรีเคืองแค้นต่อไป
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
เว้นแต่ร่างสะท้อนในแดนฝันของเรียห์ที่สลบอยู่ บรรดาผู้พิทักษ์หลุมศพทั้งหมด รวมถึงฮิโซกะ ต่างหยุดชะงักด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดลวงตา ดังก้องจากภายในร่างและในห้วงความคิดของตน ดวงตาพลันย้อมด้วยสีเลือด ร่างกายสูญเสียการควบคุม ในหูมีแต่เสียงอื้ออึงครืนโครม
พวกเขาไม่อาจมองเห็น ไม่อาจได้ยิน ไม่อาจครุ่นคิด ทั้งร่างกายและดวงวิญญาณล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคก็เช่นกัน แก่นแท้ของเขายังคงเป็นเพียงร่างสะท้อนในแดนฝัน ซึ่งก่อตัวจากแรงกระหายและอารมณ์อันแรงกล้า
ทว่า ขณะที่เขาถูกกลอนดนตรีเคืองแค้นโจมตีจุดอ่อน ก็ได้จุดระเบิดอารมณ์และตัณหาที่พลุ่งพล่านของลูเมี่ยนด้วยเช่นกัน
สมองของลูเมี่ยนมึนงงวูบหนึ่ง ในดวงตาสีเขียวปรากฏเส้นเลือดฝอยนับไม่ถ้วน จากจมูกมีของเหลวเหนียวข้นเหม็นคาวเลือดไหลซึมออกมา ราวกับอวัยวะภายในได้รับความเสียหายแตกต่างกันไป
กลอนดนตรีเคืองแค้นร่วงกระแทกพื้นดังแปะ
ห่างจากลูเมี่ยนไปกว่าร้อยเมตร ใกล้กับแนวป่า ใบหน้าของอมันดีน ลูกาโน และคนที่เหลือซึ่งสลบอยู่ ก็เริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยเช่นกัน ราวกับกำลังฝันร้ายอย่างพร้อมเพรียง
เดวาโฮที่อ่อนแรงอย่างมาก จากการคายเลือดปริมาณมากให้แก่หนังคน กำลังบรรจงย่องเข้าใกล้ชายป่า เตรียมพร้อมหลบหนีอยู่ตลอดเวลา แต่กลับได้ยินท่วงทำนองของกลอนดนตรีเคืองแค้นเสียก่อน
เขาตัวแข็งไปทันที จากนั้นก็อาเจียนเลือดสีแดงสด ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นกำมะถันออกมากองใหญ่ คนทั้งคนยิ่งอ่อนแอลงไปอีก แทบจะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งอยู่แล้ว
เมื่ออิวิลิสตาเห็นตุ๊กตาชั่วร้ายส่งเสียงกรีดร้องไร้สำเนียง ก็รีบเปลี่ยนกะโหลกคริสตัลที่สวมหน้ากากทองคำ รวมถึง ‘เรือข้ามฟาก’ ล่องหน ให้กลายเป็นแพะสีขาวซีด เพื่อเคลื่อนตัวเข้าใกล้แม่น้ำแห่งความตายเบื้องหน้าหลุมศพโบราณสีดำด้วยความปีติ แต่ทันใดนั้น ใบหน้าขาวซีดพลันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ มีเลือดสีแดงคล้ำไหลออกมาจากหางตา จมูก ริมฝีปาก และหู
อิวิลิสตาก็ถูกจุดระเบิดแรงกระหายและอารมณ์เช่นกัน แต่เขาไม่ใช่ร่างสะท้อนในแดนฝัน และไม่ได้หลอมรวมกับร่างสะท้อนของตัวเอง จึงเพียงแค่บาดเจ็บสาหัส ไม่ถึงกับเฉียดใกล้ความตายเหมือนเหล่าผู้พิทักษ์หลุมศพและเดวาโฮ
เลอาซาที่ยังมีสติรู้ตัว และไม่มีร่างสะท้อนในแดนฝัน หอบหายใจรุนแรง ราวกับจมอยู่ในห้วงแห่งการดิ้นรนต่อสู้กับตัวเอง แววตาอันเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นพร่าเลือน
ในบริเวณหลุมศพโบราณสีดำนี้ มีเพียงตุ๊กตาชั่วร้าย ชายหนังคน และแพะสีขาวซีดที่สวมหน้ากากทองคำเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากกลอนดนตรีเคืองแค้น
ลูเมี่ยนอาศัยความอดทนของ ‘นักพรต’ ไม่นานก็ฟื้นตัวจากสภาพอันย่ำแย่ที่เกิดจากการปะทุของตัณหาและอารมณ์
เด็กหนุ่มมองดูพวกฮิโซกะที่ยังไม่ฟื้นตัว ยิ้มพลางผลักฝ่ามือขวาออกไปเบื้องหน้า
เมื่อมันเข้าใกล้บริเวณที่ผู้พิทักษ์หลุมศพปักหลักอยู่ ก็แยกออกเป็นลูกไฟอสนีบาตดวงเล็กลง จำนวนเกือบยี่สิบลูก ถล่มใส่ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค ถล่มใส่บรรดาผู้พิทักษ์หลุมศพ
แม่นยำ!
บึ้มบึ้ม!
เมื่อเปลวเพลิงสีขาวโชติช่วง กับสายฟ้าสีเงินขาว สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน ลูเมี่ยนก็เห็นเหล่าผู้พิทักษ์หลุมศพที่จวนเจียนตายอยู่รอมร่อ ทยอยล้มลงราวกับต้นข้าวแห้ง สิ้นลมหายใจไปทีละหนึ่ง
นี่สิถึงจะเรียกว่า ‘เก็บเกี่ยว’…ลูเมี่ยนหรี่ตาลง ดื่มด่ำกับสภาวะเช่นนี้
บึ้มบึ้ม!
นอกจากร่างสะท้อนในแดนฝันของเรียห์ที่สลบอยู่ห่างออกไป และ ‘การ์เดี้ยน’ ที่พยายามประคองตัวอย่างสุดกำลัง เหล่าผู้พิทักษ์หลุมศพล้วนสิ้นชีวิตไปทั้งหมด เหลือเพียง ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่มีสายฟ้าสีเงินขาวตกค้างอยู่ตามผิวกาย
ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยเลือด ใกล้จะคลุ้มคลั่งเต็มที
ระหว่างนั้น เขาเห็นหอกเพลิงที่พันเกี่ยวด้วยอสนีบาตสีเงินขาวพุ่งตรงเข้ามา เป้าหมายคือด้านข้างสันจมูกของตน
ท่ามกลางเสียง ‘ฉึก’ หอกเพลิงสีขาวทะลุทะลวงกะโหลก จุดไฟเผาสมอง พุ่งผ่านไปทางด้านหลังของฮิโซกะ ทิ้งไว้เพียงนาคาเพลิงสีเงินขาวที่แล่นอาละวาดไปทั่ว
เมื่อแสงไฟจางหาย ร่างของลูเมี่ยนก็เผยโฉม ในท่าหันหลังให้ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค
ฮิโซกะในร่างปีศาจมีแววตาเลื่อนลอย โงนเงนไปมาสองสามที แล้วล้มลงกับพื้นดังสนั่น
สอดส่องจุดอ่อน!
เก็บเกี่ยว!
……………………………………………………..