ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 691 ‘ผู้ไล่ล่า’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 691 ‘ผู้ไล่ล่า’
ตอนที่ 691 ‘ผู้ไล่ล่า’
เมื่อแสงเพลิงสีขาวจางหายไป ลูเมี่ยนหันหลังให้ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค พลางจ้องมองร่าง ‘การ์เดี้ยน’ ที่โงนเงนอยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร แล้วหัวเราะในลำคอ
“แต่ก่อน ฉันต้องอาศัยพลังของหมู่คณะจึงจะเอาชนะแกได้ แต่บัดนี้ ลำพังฉันคนเดียวก็เกินพอ”
คำพูดนี้มุ่งเป้าไปยัง ‘ฮิโซกะ’
‘ฮิโซกะ’ ที่ล้มอยู่กับพื้นด้วยสติอันเลือนราง เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว สองมือก็พยายามจะกำหมัดด้วยสัญชาตญาณ แต่กลับไร้เรี่ยวแรงที่จะทำ
เสียงครืดคราดดังออกมาจากลำคอของเขา ม่านตาขยายกว้าง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจโฟกัสสายตาได้อีก
เขารู้สึกเสียดายที่ตอนหันกายเผชิญหน้ากับลูเมี่ยน·ลี ตนเลือกจำแลงเป็นปีศาจแทนการคงสภาพวิญญาณอาฆาตเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงได้ใช้ ‘วิญญาณอาฆาตกรีดร้อง’ ขัดจังหวะอีกฝ่ายที่พยายามเป่าขลุ่ยกระดูกดำนั่น แต่ก็ช่วยไม่ได้ เขาเพียงรับรู้ถึงเจตนาร้ายและต้นตอของมัน หาได้ทราบรายละเอียดไม่ ในสภาวะดังกล่าว เมื่อคำนึงว่าลูเมี่ยน·ลีสามารถเพิ่มพลังอสนีบาตให้กระสุนและลูกไฟ ทั้งยังโจมตีจุดอ่อนได้อย่างแม่นยำ การจำแลงปีศาจย่อมเหมาะสมกว่าวิญญาณอาฆาต ด้วยยังสามารถรับมือกับเหตุไม่คาดฝันได้หลากหลายกว่า
ส่วนเหตุที่ไม่รวบรวมลูกไฟกำมะถันจำนวนมากยิงใส่ ด้วยเจตนาตายตกไปพร้อมกัน ก็เพราะ ‘ฮิโซกะ’ เห็นว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ใช่น้อย กว่าตนจะรวบรวมลูกไฟกำมะถันได้สิบกว่ายี่สิบลูก และส่งมันบินไปถึงตัวลูเมี่ยน·ลี อีกฝ่ายคงเป่าขลุ่ยเสร็จแล้ว สามารถใช้พลัง ‘เทเลพอร์ต’ หลบหนีการถล่มจากฝูงลูกไฟกำมะถันได้ไม่ยากเย็น อีกทั้งคาถาอย่าง ‘ถ้อยคำกัดกร่อน’ ก็มีข้อจำกัดด้านระยะ
เมื่อตัดทางเลือกทั้งหมดออกไป ในสภาพการณ์ตอนนั้น ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคทำได้เพียงใช้ ‘โจมตีจิตใจ’ ต่อด้วย ‘จุดระเบิดแรงกระหาย’ โจมตีจุดอ่อนของลูเมี่ยน·ลี หวังว่าเมื่อทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ความเร็วในการฟื้นตัวจะไม่ต่างกันมาก ตนจะมีโอกาสรับมือในรูปแบบใหม่
ทว่าลูเมี่ยน·ลีแม้จะยังโงนเงนไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคราบเลือด แววตาก็ไม่ปกติ ยังคงหลงเหลือความเลื่อนลอยอยู่บ้าง แต่กลับอดทนต่อผลกระทบด้านลบทั้งปวง เร่งลงมือถล่มพื้นที่พร้อมพลังอสนีบาตอย่างแม่นยำก่อน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บเพิ่ม ตกอยู่ในสภาพอัมพาตชั่วคราว
“แฮ่ก…”
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อให้ตนคลุ้มคลั่ง หวังลากลูเมี่ยน·ลีตายตกไปตามกัน ทว่าพลังชีวิตของเขาเหือดหายถึงขีดสุดแล้ว ทัศนวิสัยถูกความมืดมิดครอบงำ จิตสำนึกที่เปี่ยมด้วยความไม่ยอมแพ้ ความแค้นเคือง และความทุกข์ระทม จมดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งความมืด หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ร่างปีศาจมหึมาสั่นกระตุกหลายครั้ง ก่อนจะนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหว
ความหวังสุดท้ายในการฟื้นคืนชีพของ ‘ฮิโซกะ’ พังทลายลง
เขาสิ้นชีวิตอย่างสมบูรณ์
ขณะที่ลูเมี่ยนเอ่ยวาจา ก็ชักปืนลูกโม่ออกมา เล็งไปยัง ‘การ์เดี้ยน’ ที่อยู่ไม่ไกล
การ์เดี้ยนที่อารมณ์สับสนวุ่นวาย ความคิดกระจัดกระจาย ใช้สัญชาตญาณรวบรวมดาบมหึมาแห่งแสง คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ปักมันลงตรงเบื้องหน้า
เมื่อรวมกับผืนดิน ราวกับได้ก่อกำเนิดกำแพงล่องหนที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้
ในฐานะผู้พิทักษ์หลุมศพที่หลอมรวมกับร่างสะท้อนในแดนฝัน การ์เดี้ยนผู้นี้ยามเผชิญ ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ไม่อาจป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสหายของเขา ทั้งพวก ‘จอมอาคมวิญญาณ’ และ ‘ผู้ปลอบวิญญาณ’ ก็มิได้คาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเผชิญการโจมตีดังกล่าว จึงไม่ทันได้ดึงเขาและสหายคนอื่นเข้าสู่ภวังค์นิทรา เพื่อหลีกเลี่ยงการได้ยินท่วงทำนองโดยตรง เขาจึงต้องรับมือกับการปะทุของแรงกระหายและอารมณ์ ด้วยความเข้มแข็งทางกายและทางวิญญาณล้วนๆ
สำหรับผู้วิเศษที่มีร่างสะท้อนในแดนฝัน นี่คือการโจมตีที่คุกคามชีวิตได้เลย
โดยหลังจากนั้น ผู้พิทักษ์หลุมศพรายนี้ยังไม่ทันได้ฟื้นตัว ก็ถูกลูกไฟสีขาวที่พันเกี่ยวด้วยสายฟ้า พุ่งเข้าจู่โจมจนต้องอาบแรงระเบิด
โชคที่เขาได้รับพรเป็น ‘การ์เดี้ยน’ มิฉะนั้นบัดนี้คงกลายเป็นฟางข้าวที่ถูกเก็บเกี่ยวไปเช่นเดียวกับสหายแล้ว คงไม่อาจใช้สัญชาตญาณล้วนๆ ป้องกันตัวไหว
ดวงตาสีเขียวของลูเมี่ยนราวกับแต่งแต้มด้วยสีดำเหล็ก มือข้างหนึ่งกำลังเหนี่ยวไกปืนในท่ายืน
ปัง! ปัง!
กระสุนสีเหลืองทองสองนัดที่พ่วงด้วยเปลวไฟสีขาวและสายฟ้าสีเงิน พุ่งกระหน่ำจุดเดียวกันบนกำแพงล่องหนซ้ำๆ
บึ้มบึ้ม!
กำแพงล่องหนที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว พังถล่มลงทันที ‘การ์เดี้ยน’ รายนี้ได้แต่จ้องมองหอกเพลิงสีขาวที่มีสายฟ้าพันเกี่ยว พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามา ทะลุทะลวงแผ่นอกของตน แล้วทะยานสู่ตำแหน่งห่างไกล
อีกครั้งแห่งการ ‘เก็บเกี่ยว’
‘การ์เดี้ยน’ ใช้สติสุดท้ายที่หลงเหลือ ทำให้ดาบแสงเล่มเขื่องในมือแตกสลายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ นับไม่ถ้วน
เศษแสงเหล่านั้นกลายเป็นลมพายุ กวาดซัดไปทั่วทุกทิศ
ภายใต้การไล่ล่าของพายุแสง หอกเพลิงสีขาวทะยานไปไกลยี่สิบสามสิบเมตร ในที่สุดก็ร่วงลงสู่พื้น
เมื่อแสงไฟจางหาย ลูเมี่ยนในชุดเสื้อเชิ้ตขาว กั๊กดำ กางเกงขายาวสีเข้ม สวมหมวกสานสีเหลืองทอง ก็ยืดกายเหยียดตรง
ด้านหลังของเด็กหนุ่ม พายุแสงอันสว่างจ้าและน่าพรั่นพรึงเริ่มสงบลง พื้นดินถูกกัดกร่อนเป็นชั้นหนา ร่างของผู้พิทักษ์หลุมศพที่ตายไป รวมถึงศพของ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโค ปรากฏร่องรอยการถูกทำลาย กระจัดกระจายไปทั่ว
เดวาโฮที่ได้รับผลกระทบจาก ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ จนบาดแผลปะทุรุนแรงผิดวิสัย มองศพที่เกลื่อนพื้นครู่หนึ่ง แล้วเหลียวมองลูเมี่ยนที่ยืนเฉียงกายอยู่แต่ไกล ใบหน้าที่ซีดขาวอยู่แล้วยิ่งเศร้าหมองลง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
นี่ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ?
เดวาโฮที่ถูกโจมตีจนนึกอยากแก้แค้นโดยสัญชาตญาณ รีบละทิ้งความคิดดังกล่าวทันที พลางแผดเผาเลือดกลิ่นกำมะถันที่ตนขับออกมา จนลุกโชนด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน แล้วรีบถอยหนีเข้าป่าดง
เขาจะหนีจากที่นี่!
อย่างไรเสีย เขาจนปัญญาจะช่วยเหลือหนังมนุษย์ ซึ่งผ่านการปรับเปลี่ยนด้วยพิธีกรรมของท่านอาร์ชดยุกได้อยู่แล้ว การปักหลักอยู่ในเขตหลุมศพโบราณสีดำนี้ต่อไป นอกจากทำให้ตนเองเผชิญอันตรายที่มากขึ้นและรุนแรงขึ้น ก็ไร้ความหมายใดๆ โดยสิ้นเชิง
ลูเมี่ยนไม่สนใจเดวาโฮที่หลบหนีไป แม้ร่างกายจะอ่อนล้าอย่างหนัก แต่พลังวิญญาณของเด็กหนุ่มยังคงเปี่ยมล้น จึงแปรกายเป็นหอกเพลิงสีขาวโชติช่วง พุ่งทะยานผ่านระยะทางเกือบร้อยเมตรในพริบตา ร่อนลงข้างกายลูกาโนและพวกอมันดีน
แม้ผู้วิเศษทั้งสี่จะอยู่ในภวังค์สลบไสล ไม่ได้สดับทำนองจากกลอนดนตรีเคืองแค้นโดยตรง จึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างมากก็แค่ฝันร้าย ทว่าเพียงความฝันก็ยังทำให้พวกเขาต้องเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยว เริ่มฟื้นคืนสติจากภวังค์ทีละนิด
เมื่อเห็นแต่ละคนลืมตาตื่น ความคิดกลับคืนสู่ปกติ ลูเมี่ยนก็ออกคำสั่งทันที
“พวกคุณรีบถอนกำลังไปก่อน กลับไปหาที่ซ่อนตัวในเมืองทิซาโม”
การชิงชัยเบื้องหน้าหลุมศพโบราณสีดำมิใช่สิ่งที่ลูกาโนและผู้อื่นจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ แม้แต่ลูเมี่ยนเองก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้ จึงตั้งใจให้สหายร่วมทางทั้งสี่ออกห่างจากที่นี่ไปก่อน
ที่เขายอมให้กามูส์และเรียห์ติดตามมาด้วยนั้น เพราะเห็นว่าพลังทะลวงจิตและอื่นๆ ของรายแรก กับธนูสายฟ้าของรายหลัง จะเกื้อกูลตนในการรับมือร่างสะท้อนในแดนฝันของฮิโซกะ ส่วนการเผชิญหน้ากับเลอาซาและพรรคพวกนั้น พลังในการดึงเข้าสู่ความฝันของอมันดีน ก็นับว่ามีประโยชน์ไม่น้อย อีกทั้งจำเป็นต้องอยู่ใกล้เธอ จึงจะเข้าใกล้หลุมศพโบราณสีดำโดยไม่ถูกร่างล่องหนนั่นโจมตี โดยหารู้ไม่ว่า ฮิโซกะจะแสดงฝีมือได้แพรวพราวกว่าหลวงพ่อคาลีมากนัก อีกทั้ง สนามรบก็มิได้ปิดล้อม ไม่มีกับดักวางไว้ล่วงหน้า จนกามูส์ อมันดีน และผู้อื่นไม่เพียงช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แต่ยังจะสร้าง ‘บาดแผล’ ให้กันและกัน กลายเป็นภาระถ่วงแข้งถ่วงขาไปเสียอีก
หวนคิดถึงการจับกุมฮิโซกะในโลกความจริง รวมถึงการต่อกรกับหลวงพ่อคาลี ลูเมี่ยนเริ่มตระหนักถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง
บางคราว การพึ่งพาหมู่คณะย่อมเข้มแข็งกว่า บางคราวการลุยเดี่ยวกลับเหมาะสมกว่า สถานการณ์ต่างกัน ศัตรูต่างกัน มิอาจใช้มาตรฐานเดียวกันในการรับมือและจัดการ มิเช่นนั้นย่อมเสียเปรียบได้โดยง่าย
ในยามนี้ ลูเมี่ยนนึกถึงคำพูดที่จักรพรรดิโรซายล์เคยกล่าวไว้ ซึ่งพี่สาวโอลัวร์เคยอธิบายให้ตนฟัง
สายน้ำไม่แน่นอนฉันใด การทำศึกก็ไม่ตายตัวฉันนั้น
“กลับเมืองทิซาโมได้แล้วหรือ? ผมก็ไปได้หรือ?” ลูกาโนดีใจเป็นล้นพ้น และโดยสัญชาตญาณก็ยื่นมือข้างที่เหลือออกไป กดแสงระยิบระยับลงบนบาดแผลที่ผิวกายของลูเมี่ยน
ในฐานะแพทย์ ลูกาโนไม่อาจรักษาอวัยวะภายในของคนไข้ได้โดยตรง จำต้องเปิดช่องท้อง สัมผัสถึงบริเวณที่บาดเจ็บ ซึ่งก็เท่ากับเป็นการผ่าตัดนั่นเอง
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับแล้วกล่าว
“ได้ แต่นายต้องอยู่ในสายตาของทั้งกามูส์และเรียห์”
ส่วนตัวเขาตั้งใจจะอยู่ต่ออีกสักครู่ ดูว่าจะช่วยเหลืออิวิลิสตา·อายเกส สมาชิกฝ่ายระงับตัณหาของศาสนจักรเดอะฟูลได้บ้างหรือไม่
นี่คือสิ่งที่ผู้ถือไพ่อาร์คาน่าเล็กแห่งชุมนุมทาโรต์พึงกระทำ
แน่นอน ลูเมี่ยนย่อมไม่มีทางเข้าไปในบริเวณเบื้องหน้าหลุมศพโบราณสีดำ เพราะนั่นไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย ความคิดของเด็กหนุ่มก็คือ ตนจะสามารถส่งอิทธิพลกับวัตถุแฝงเทวบารมี ผ่านการยืมมือเลอาซาและพรรคพวกได้หรือไม่ หรือจะอาศัยหน้ากากทองคำบนร่างไร้วิญญาณของฮิโซกะ กระทำบางสิ่งบางอย่างได้หรือไม่
ในยามนี้ เดวาโฮที่เพิ่งมาถึงเมืองทิซาโมเมื่อค่ำ ได้หายเข้าไปในป่าดง อ้อมกลับไปตามเส้นทางที่มา
เขารวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ วิ่งจากไป
ขณะที่กำลังวิ่งอยู่นั้น เดวาโฮก็พลันหยุดชะงัก ทอดสายตาอย่างฉงนไปยังทางโค้งที่ถูกเงาไม้ปกคลุม
ภายใต้แสงจันทร์สีแดงสลัว ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งเดินออกมาจากตรงนั้น
ร่างดังกล่าวเป็นเด็กชายวัยเจ็ดแปดขวบ สวมชุดนอนสีน้ำเงินลายดาวสีเหลือง สวมหมวกนอนลายเดียวกัน ใบหน้าอวบอูม ผมสั้นสีเหลืองในส่วนที่ไม่ถูกหมวกปิดบังกำลังเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบครีม เลือดสด เศษคุกกี้ และเศษเค้ก ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววหิวโหยและปรารถนาอย่างแรงกล้า
ตรงมุมปากของเขา หางงูพิษลายพาดกลอนเย็นเฉียบและลื่นมัน กำลังกระตุกสลับแกว่งไหวไม่หยุด ถูกกลืนเข้าปากทีละข้อๆ
แก้มของเด็กชายป่องออก เคี้ยวตุ้ยไม่หยุดปาก
วินาทีถัดมา เขาก็เห็นเดวาโฮ
ห้วงความคิดของเดวาโฮ พลันท่วมท้นไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายอันแรงกล้าและน่าพรั่นพรึง
…………
ลูกาโนที่ได้รับอนุญาต กำลังจะเรียกกามูส์ เรียห์ และอมันดีนให้เดินทางกลับเมืองทิซาโม แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องแฝงความหวาดกลัว ดังมาจากในป่ารกชัฏ
พวกเขาชะงักฝีก้าวในทันที
ไม่กี่อึดใจต่อมา สัตว์ประหลาดสีดำสนิทสูงราวสามเมตร มีเขาแพะโค้งงอ ก็วิ่งห้อตะบึงออกมาจากป่าทางฝั่งเมืองทิซาโม มุ่งหน้าไปยังหลุมศพโบราณสีดำอย่างตื่นตระหนกและสิ้นสติ
ชายคนเมื่อครู่หรือ? เขาก็เป็นปีศาจเหมือนกัน? หรือจะเป็นสมุนของมารตระกูลนอร์ธ? บุรุษดวงตาสีเขียวที่เกิดจากหนังมนุษย์นั่น คือพลังที่มารตระกูลนอร์ธส่งเข้ามาในเทศกาลฝันสินะ? ลูเมี่ยนมองไปยังป่ามืดทึบเบื้องหลังปีศาจ ทันใดนั้นก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
เด็กหนุ่มตัดสินใจฉับพลัน รีบกล่าวแก่ลูกาโน อมันดีน และคนที่เหลือว่า
“จับตัวผมไว้!”
ลูกาโนซึ่งคุ้นเคยยิ่ง ทั้งพุ่งทั้งวิ่งกลับมาข้างกายลูเมี่ยน คว้าแขนเขาไว้
กามูส์ เรียห์ และอมันดีนต่างอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลียนแบบลูกาโน ทำท่าทางคล้ายคลึงกัน
ทั้งห้าหายวับไปจากตำแหน่งในพริบตา ย้ายมาโผล่ใกล้ๆ กับร่างไร้วิญญาณของฮิโซกะ
ร่างของอมันดีนเพิ่งจะปรากฏเป็นรูปเป็นร่างสมบูรณ์ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นกะทันหัน
หญิงสาวทำตาแข็งค้าง พลางเอ่ยกับลูเมี่ยนด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ
“ร…ร่างนั่น ปรากฏตัวอีกแล้ว…”
……………………………………………………..