ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 693 ร่างทองคำ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 693 ร่างทองคำ
ตอนที่ 693 ร่างทองคำ
ลูเมี่ยนมองหน้ากากทองคำในมือ ซึ่งมีลวดลายสีขาวดำถูกแต้มแต่งรอบดวงตาและผิวหน้า แล้วทำการสวมมันโดยไม่ลังเล
ความเย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่ผิวกายในทันที น้ำหนักของทองคำช่างสมจริงจนน่าเหลือเชื่อ
ศีรษะของลูเมี่ยนพร่าเลือนไปชั่วขณะ สายตาทอดผ่านหน้ากาก มองไปยังปากทางเข้าหลุมศพโบราณสีดำ มองไปจนสุดปลายแม่น้ำแห่งความตายที่เริ่มเลือนหายไปกว่าครึ่ง
คราวนี้ ในที่สุดเด็กหนุ่มก็มองเห็นร่างอันพร่ามัว
ร่างดังกล่าวสวมมงกุฎเหล็กประหลาด สนิมเขรอะ สวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท ปักลวดลายพิสดาร ผิวกายขาวดั่งหยก ดวงตาดำลึกจนมืดมิด ราวกับซ่อนราตรีกาลเอาไว้ภายใน รอบปากและคางมีเคราสีขาวพลิ้วไหว
ชายชราคนดังกล่าวกำลังนั่งขัดสมาธิ ซ่อนสองมือไว้ในแขนเสื้อ พิงกายอยู่ตรงประตูห้องฝังศพของหลุมศพโบราณสีดำซึ่งเปิดอ้าอยู่ สีหน้าเรียบเฉยเย็นชา ประดุจรูปสลักอันไร้วิญญาณ
ขณะที่ลูเมี่ยนมองไป ชายชราก็จ้องมองมาเช่นกัน บนกระจกตาสีเข้มราวกับกำลังสะท้อนภาพของเด็กหนุ่ม แต่ขณะเดียวกันก็ดูคล้ายมีเงาพร่าเลือนมากมายซ้อนทับอยู่
ซ่า!
ด้านหลังชายชรา คลื่นน้ำพร่าเลือนที่แทบไร้แสง ยังคอยกระเพื่อมอยู่ในห้วงอากาศว่างเปล่า โดยมีร่างมหึมาในชุดเกราะเปรอะเปื้อนเลือดกำลังคำรามกึกก้อง พยายามขยับเข้าใกล้ชายชรา
ฉากนี้ทำให้ฝ่ามือขวาของลูเมี่ยนร้อนผ่าวในบัดดล
ทันใดนั้น ชายชราผู้สวมมงกุฎเหล็กสนิมเขรอะและชุดคลุมประหลาด ก็ดึงสองมือออกจากแขนเสื้อ
ผิวพรรณบนสองมืออันขาวซีดอาจดูหม่นหมองไปบ้าง แต่ยังคงความวาววับดุจหยก หลังมือเต็มไปด้วยรอยแผล แต่ละรอยล้วนมีขนนกขาวเปื้อนคราบน้ำมันเหลืองซีด หรือไม่ก็มีหนองเหลืองเน่าไหลออกมา
เมื่อได้เห็นฉากนี้ ความคิดของลูเมี่ยนก็พลันขาดหาย คนทั้งคนราวกับกำลังร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดอันเย็นเยือกไร้ก้นบึ้ง
อาการแสบร้อนที่คุ้นเคยปะทุขึ้นจากอกซ้าย โดยมีความร้อนผ่าว ความคลุ้มคลั่ง และความดุดันเอ่อล้นจากฝ่ามือขวา ปลุกสติของลูเมี่ยนให้ตื่นขึ้น ช่วยให้เด็กหนุ่มได้พบจุดยึดเหนี่ยว พบเชือกที่จับยึดได้ในห้วงแห่งความมืด
ด้วยเหตุนี้ ลูเมี่ยนจึงกลับมามีสตินึกคิด จนเห็นดวงตาดำลึกที่ซ่อนราตรีกาลเอาไว้ กำลังปูดโปนด้วยเส้นเลือดดำคล้ำ ย้อมด้วยความคลุ้มคลั่งที่จะฝังกลบทุกสิ่ง จบสิ้นทุกสิ่ง
เมื่อดวงตาคู่นั้นปิดลง คลื่นน้ำอันพร่าเลือน รวมถึงร่างมหึมาเบื้องหลังเขา ก็หายวับไปพร้อมกัน
ทัศนวิสัยของลูเมี่ยนเริ่มแผ่ขยายออกไปรอบด้าน ความสามารถในการรับรู้ภายนอก ฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดอันหนักหน่วงก็แล่นถาโถมเข้ามา
ลูเมี่ยนรีบก้มมองมือขวาของตน พบว่าตั้งแต่ข้อมือจนถึงหลังมือ เต็มไปด้วยตุ่มน่าขยะแขยงที่พุพองราวกับใกล้แตกเต็มที มีขนงอกอยู่บนนั้น ดูเหมือนจะหยาบกระด้างขึ้นไม่น้อย ทั้งยังขาวขึ้น
เด็กหนุ่มพลิกฝ่ามือขึ้น แลเห็นตราประทับที่เกิดจากออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิต อลิสต้า·ทูดอร์ ปรากฏขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ แดงฉานราวกับจะหยดย้อย
และรอบตราประทับเหล่านี้คือเนื้อเน่า น้ำหนองที่ซึม และผิวหนังขาวซีด
ลูเมี่ยนขมวดคิ้วทันที
ออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตถูกปลุกเร้าอย่างสมบูรณ์แล้วแท้ๆ แต่ทั้งอมันดีน ลูกาโน และสหายรอบข้างคนอื่นๆ กลับไม่มีใครแสดงท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัว แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้สึกถึงความคิดอันบ้าคลั่งหรือหัวรุนแรงแค่อย่างใดเลย!
“นี่มัน…”
“ร่างในชุดเกราะเปื้อนเลือดเมื่อครู่ ดูเหมือนจะเป็นจักรพรรดิโลหิต อลิสต้า·ทูดอร์…”
“ความรู้สึกที่นี่ก็คล้ายคลึงกับที่บ่อน้ำสตรีซามาเรีย…ร่างที่นั่งอยู่ตรงประตูห้องฝังศพนั่น คือนักพรตโลกแห่งความตายที่เกราะซ่อนเงาพูดถึงหรือ?”
“ทำไมพระองค์กับจักรพรรดิโลหิตถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ไม่ใช่ว่าควรจะอยู่ที่ต้นกำเนิดของบ่อน้ำสตรีซามาเรียหรอกหรือ? หรือว่าสถานที่ทั้งสองแห่งเชื่อมต่อกันอยู่?”
“เมื่อครู่นักพรตโลกแห่งความตายพบออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตบนตัวเรา จึงช่วยผนึกมันไว้โดยพลัน ทำให้แม้จะถูกปลุกเร้าอย่างสมบูรณ์ เราก็จะไม่แสดงความเกรี้ยวกราดของนักบวชสีชาดผู้คลุ้มคลั่ง?”
“อา…ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตราผนึกของมิสเตอร์ฟูล หรือเพราะเราสวมหน้ากากทองคำของฮิโซกะอยู่กันแน่ นักพรตโลกแห่งความตายจึงไม่เปลี่ยนเราให้เป็นปีศาจ และไม่ได้บีบให้เราต้องคลุ้มคลั่ง…”
ลูเมี่ยนเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่ตนเผชิญอย่างคร่าวๆ แล้ว โดยขณะเดียวกัน เมื่อปีศาจย่างกรายเข้าสู่หลุมศพโบราณสีดำ สภาพภายในก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ภายในห้องฝังศพอันเงียบสงัด เสียงกรอบแกรบกลับมาดังระงมอีกครั้ง คล้ายกับเสียงโลหะกระทบหิน
วินาทีถัดมา ร่างสีทองเหลืองอร่ามก็ปรากฏขึ้นเคียงข้างนักพรตโลกแห่งความตาย ณ ประตูห้องฝังศพ
ร่างดังกล่าวปกคลุมด้วยทองคำทั่วร่าง แขนขายาวผิดวิสัย ใบหน้าสวมหน้ากากทองคำที่แต้มด้วยสีขาวและดำ
หน้ากากเดียวกับที่อยู่บนใบหน้าของลูเมี่ยน และบนหัวแพะขาวซีดนั่น!
ร่างที่สวมหน้ากากทองคำยังดูค่อนข้างแข็งทื่อ ลำตัวเหยียดตรง แขนขาดูเหมือนจะยังใช้การไม่ได้ อาศัยเพียงแรงจากเอวพลิกร่างจากท่านอนศพให้ลุกขึ้นนั่ง
มันหลับตาลง หันศีรษะไปทางแพะขาวซีดที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
เพียงพริบตา กลิ่นอายของแพะขาวซีดก็กลับกลายเป็นธรรมดาสามัญ ไม่อาจเดินบนแม่น้ำแห่งความตายได้อีก เน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วพร้อมกับจมหายไป
ร่างทองคำที่ยังคงหลับตา หันศีรษะไปทางตุ๊กตาผ้าชั่วร้ายที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
เถาวัลย์อัปมงคลบนชุดกระโปรงยาวแบบกอธิกของตุ๊กตา พลันมีชีวิตขึ้นมากะทันหัน รัดรึงรอบตุ๊กตาทบแล้วทบเล่า จนมันร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้การขัดขืน สิ้นความเคลื่อนไหว
ร่างในห้องฝังศพหันศีรษะไปทางบุรุษนัยน์ตาเขียวที่กำลังเดินอย่างเชื่องช้า
บุรุษนัยน์ตาเขียวที่กำลังจ้องมองหุ่นไม้อัปลักษณ์ เกิดแน่นิ่งไปกะทันหัน ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงพร้อมกับส่งเสียงดัง ‘โผละ’ จนกระทั่งกลายเป็นลูกสุกรที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
หุ่นไม้อันน่าเกลียดร่วงหล่นลงข้างลูกสุกร แน่นิ่งไม่ไหวติง ราวกับแปรสภาพเป็นหุ่นธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป
ลุดวิกที่วิ่งเหยาะๆ มาถึงบริเวณนั้น ดวงตาพลันเปล่งประกายวาววับ
เขากระโดดขึ้น ดุจกบยักษ์ตัวเขื่อง พุ่งเข้าหาลูกสุกรที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด คว้าศีรษะของมันแล้วกัดคำใหญ่ทันที
อมันดีนตกใจจนต้องหลับตาลง
ลูกบุญธรรมของหลุยส์·แบรี ตัวจริงคือสัตว์ประหลาดเช่นนี้เองหรือ?
เสียงร้องของสุกรดังระงม ร่างที่สวมหน้ากากทองคำยังคงหลับตาแน่น หมุนลำคอไปทางอิวิลิสตา·อายเกส
ขมับของลูเมี่ยนสั่นกระตุกทันที ใจอยากจะสลัดความรู้สึกเหมือนถูกจองจำที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน อยากจะ ‘เทเลพอร์ต’ ไปพาอิวิลิสตาออกมา แต่ก็ยังลังเลอยู่ในที
แต่ไหนแต่ไรมา เด็กหนุ่มยึดมั่นในกฎที่ตนเองตั้งไว้ว่า จะไม่เข้าใกล้หลุมศพโบราณสีดำเป็นอันขาด อย่างมากก็แค่มองดูสักครู่หนึ่ง จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่อยากละเมิด ‘กฎ’ ดังกล่าว เพราะหากฝ่าฝืนย่อมหมายถึงความเสี่ยงอันมหันต์
ทว่าอิวิลิสตาคือคนของศาสนจักรเดอะฟูล
ลูเมี่ยนเพิ่งจะตัดสินใจได้ ร่างที่ปกคลุมด้วยทองคำก็หมุนศีรษะอีกครั้ง ทว่าคราวนี้กลับไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงใดกับอิวิลิสตา ฝ่ายหลังยังคงอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสด้วยลมหายใจอ่อนระโหย
เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดร่างอันเยียบเย็นในหลุมศพโบราณจึงละเว้นอิวิลิสตา? เมื่อครู่ตอนที่นักพรตโลกแห่งความตายจ้องมองอิวิลิสตา ก็มิได้ทำสิ่งใดกับเขาเลย…ในขณะที่ลูเมี่ยนยังคงสงสัย หน้ากากทองคำบนร่างนั้นก็หันไปทางเลอาซา
หลังจากแพะขาวซีดจางหายไป เลอาซาก็เรียกวิญญาณคนตายขึ้นมาห่อหุ้มร่าง พลาง ‘แฟลช’ ไปยังขอบเขตหลุมศพโบราณ เตรียมจะหลบหนีเข้าป่าดง ทว่ายังไม่มีโอกาสได้เคลื่อนไหว ร่างกายก็แข็งค้างอยู่ตรงนั้น
โผละ โผละ โผละ! ตามใบหน้า ลำคอ และหลังมือของเลอาซา ตุ่มเนื้อขนาดมหึมาชุ่มฉ่ำทยอยปริแตกออกมาทีละก้อน พร้อมของเหลวเหนียวเหนอะอันน่าขยะแขยง
รองหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนประจำเมืองท่าไพลอสผู้นี้ล้มลง ร่างแตกสลายในพริบตา กลายเป็นตุ่มเนื้อนับไม่ถ้วนที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ตุ่มเนื้อเหล่านี้เบียดเสียดเคลื่อนไหวไม่หยุดในช่องว่างของชุดสูทตัวบาง
วิญญาณคนตายที่เลอาซาเรียกออกมา แปรเปลี่ยนเป็นหนังคนบางเฉียบ ร่วงหล่นลงพื้นเบาหวิว
ลูเมี่ยนขนหัวลุกกับฉากดังกล่าว ไม่นานก็หลุดพ้นจากความรู้สึกถูกจองจำ ซึ่งมาพร้อมกับการลุกขึ้นนั่งของ ‘ร่างนั้น’ จึงรีบเอ่ยกับลูกาโน อมันดีน และคนที่เหลือว่า
“จับตัวฉันไว้!”
เขาต้อง ‘เทเลพอร์ต’ กลับเมืองทิซาโมเดี๋ยวนี้!
ในจังหวะนั้นเอง ใบหน้าที่สวมหน้ากากทองคำของร่างนั้นก็หันมาทางเด็กหนุ่ม
ลูเมี่ยนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ไม่มีเวลาสนใจพวกกามูส์อีกต่อไป รีบร้อนกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาในทันที
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มเห็นดวงตาที่รายล้อมด้วยสีน้ำมันขาวดำบนใบหน้าอันเยือกเย็น ลืมขึ้นมาจากใต้หน้ากากทองคำ
ดวงตาสีน้ำเงินเย็นเยียบ? ลูเมี่ยนพลันชะงักงัน รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
นี่มัน…
นี่มันดวงตาของนาโปริดิสลี!
บัดซบ! นาโปริดิสลีมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? เหตุใดจึงเป็นศพในหลุมศพโบราณสีดำ?
พระองค์มีสิทธิ์อันใดที่จะประทานพลังวิเศษในเส้นทาง ‘นักโทษ’?
คงเป็นตัวปลอม ไม่ใช่นาโปริดิสลีหรอก เพียงแต่ดวงตาคล้ายคลึงกัน…
ขณะที่ความคิดกำลังสับสนวุ่นวาย ลูเมี่ยนก็เห็นแววขบขันแฝงอยู่ในดวงตาสีน้ำเงินเย็นเยียบคู่นั้น เป็นรอยยิ้มที่ผสานไปด้วยความสนุก ความเข้าใจ และความมั่นใจ
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความเจ็บปวดและเป็นทุกข์ ซึ่งเขาเคยเห็นในดวงตาสีน้ำเงินเย็นเยียบบนเกาะฮันต์
ทันใดนั้น หัวใจสีแดงคล้ำที่กำลังเต้นระรัวและเหี่ยวแห้งไปกว่าครึ่ง ได้ลอยขึ้นจากมือของร่างทองคำ พุ่งไปยังนอกแม่น้ำแห่งความตายที่แตกสลายสิ้น
ร่างเตี้ยร่างหนึ่งพุ่งตัวไปหาประดุจกบ คว้าหัวใจดวงนั้นไว้ได้
ไม่ใช่ใครนอกจากลุดวิก ที่ปากเปรอะเปื้อนด้วยเลือดสด
รอยยิ้มในดวงตาสีน้ำเงินเย็นเยียบของร่างทองคำ เจือจางลงด้วยท่าทีผ่อนคลาย
พระองค์พยักหน้าให้ลูเมี่ยนแผ่วเบา แล้วทิ้งตัวล้มไปด้านหลังแต่โดยดี กลับไปนอนในท่าเดิม โดยไม่มีความคิดจะฉวยโอกาสนี้หลุดพ้นจากหลุมศพโบราณสีดำแต่อย่างใด
เสียงวารีลวงตาดังซู่ซ่า ประตูใหญ่ที่เปิดอ้าของห้องฝังศพค่อยๆ ปิดกลับไป
ร่างที่คล้ายนักพรตโลกแห่งความตาย ซึ่งนั่งอยู่ข้างประตู ก็อันตรธานหายไปพร้อมกัน
นี่มัน…ร่างของนาโปริดิสลีดูเหมือนไม่เต็มใจจะออกจากห้องฝังศพ…แล้วพระองค์เข้าไปนอนในนั้นได้อย่างไรแต่แรก? เดินเข้าไปนอนด้วยตัวเอง? ลูเมี่ยนคิดไม่ออกถึงสาเหตุ ได้แต่มองไปทางลุดวิก โดยพบว่าเด็กชายผู้นี้กำลังยกหัวใจสีแดงคล้ำที่เหี่ยวแห้งครึ่งหนึ่ง ขึ้นแนบริมฝีปาก
ใจลูเมี่ยนอยากห้ามปราม แต่ก็จนปัญญา อีกทั้งร่างไร้วิญญาณรอบข้างก็ดูจะไม่ดึงดูดลุดวิกได้มากเท่าหัวใจเหี่ยวแห้งดวงนั้น
ลูเมี่ยนกับพรรคพวกเห็นฉากในแดนฝันทยอยปรากฏขึ้นทีละฉากอีกครั้ง เห็นทุกสิ่งรอบกายพร่าเลือนลง
หลังจากความพร่าเลือนชั่วขณะ ลูเมี่ยนพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่กลางถนนที่ไร้แสงไฟโดยรอบ พระจันทร์สีแดงสุกสว่างกำลังโปรยแสงลงมาจากด้านบน
ที่นี่คือในเมืองทิซาโม
……………………………………………………..