ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 694 ‘แลกเปลี่ยน’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 694 ‘แลกเปลี่ยน’
ตอนที่ 694 ‘แลกเปลี่ยน’
‘เทศกาลฝัน’ จบลงก่อนกำหนดหรือ? ลูเมี่ยนพลิกกายลุกพรวดขึ้นยืน พบว่าในมือตนกำลังถือหน้ากากทองคำประหลาดที่ได้มาจาก ‘ฮิโซกะ’ อยู่
ชั่วขณะหนึ่ง เด็กหนุ่มไม่อาจแน่ใจได้ว่า ตนยังคงอยู่ในห้วงความฝัน หรือว่าหน้ากากนี้ได้ติดตามออกมายังโลกความจริงด้วย
ลูเมี่ยนหมุนกายกลับ ทอดสายตาไปยังเบื้องหลังที่ตนเคยยืนอยู่
เลอาซาและเมสโล ผู้ซึ่งสิ้นชีพในระหว่าง ‘เทศกาลฝัน’ กำลังนอนอยู่กลางถนน เพิ่งฟื้นคืนสติ
ขณะที่ทั้งสองกำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า พลางบรรจงลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ลูเมี่ยนก็รวบรวมสมาธิ เพ่งอ่านดวงชะตาของพวกเขาอย่างตั้งใจ
เด็กหนุ่มเห็นลางมรณะปรากฏชัดจากคนทั้งสอง โชคชะตาจักแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลันในเวลาอันใกล้ ย้อมทาบทับด้วยสีดำสนิทอย่างไม่อาจหวนคืน
เมื่อเทียบกันแล้ว ดวงชะตาของเลอาซายิ่งผันแปรรุนแรงและรวดเร็วกว่า ประหนึ่งสายธารที่พลันพบหน้าผาชัน ทิ้งตัวดิ่งลงเบื้องล่าง ก่อเกิดเป็นน้ำตกสายใหญ่
ระหว่างนี้ เลอาซาระลึกถึงเหตุการณ์ที่เผชิญระหว่าง ‘เทศกาลฝัน’ สีหน้าเย็นเยียบไร้เลือดฝาดจึงเริ่มปรากฏความหวาดกลัวที่ไม่อาจข่มกลั้น
โผละ! โผละ! โผละ! เนื้องอกก้อนใหญ่ที่เปื้อนของเหลวชวนคลื่นเหียน ผุดขึ้นทั่วร่างทีละก้อนสองก้อน เริ่มซ้อนทับกับภาพที่ลูเมี่ยนเคยเห็นในความฝัน
เมื่อเห็นแววตาของเลอาซาพลันย้อมด้วยความบ้าคลั่ง แม้ร่างกายกำลังสลาย แต่ยังคงแผ่กระจายความคิดอาฆาตออกมาสู่รอบข้าง ลูเมี่ยนจึงยกมือขวาที่ว่างเปล่าขึ้น ทำท่าเลียนแบบปืน แล้วชี้ไปยังตำแหน่งริมฝีปากของเลอาซา
กระสุนเปลวไฟสีขาวโชติช่วงที่ถูกบีบอัดหลายชั้น พุ่งออกจากปลายนิ้วของลูเมี่ยน ทะลวงฟันของเลอาซาจนแตกกระจาย แล้วพุ่งเข้าสู่ช่องปาก
บึ้ม!
ศีรษะของเลอาซาแตกร้าวทีละนิ้ว พวยพุ่งเปลวไฟลุกโชน
รองหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนประจำเมืองท่าไพลอสผู้นี้ ทรุดร่างลงอย่างน่าสะพรึง เนื้องอกชุ่มน้ำถูกคลุมด้วยชุดสูทสีดำ บางส่วนโผล่พ้นออกมาภายนอก
ลูเมี่ยนผินสายตาไปยังเมสโล ผู้ที่ทั้งตกตะลึงกับการแปรเปลี่ยนของเลอาซา และหวาดกลัวความตายของตนในความฝัน ก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงสงบนิ่ง
“เขาทำงานให้ใครกันแน่?”
ขณะเอ่ยวาจา ลูเมี่ยนสอดหน้ากากทองคำใส่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ พลางตรวจสอบว่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ และทรัพย์สินอื่นๆ ยังอยู่ครบดีหรือไม่
ทุกสิ่งยังอยู่ครบถ้วน รวมถึงอาหารที่เตรียมไว้ให้ลุดวิกด้วย
เมสโลลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“พวกเราล้วนเป็นคนของ ‘นิกายวิญญาณ’”
คนของ ‘นิกายวิญญาณ’ สินะ…ลูเมี่ยนแค่นเสียงหัวเราะ
“พวกคุณยังศรัทธาใน ‘เทพมรณา’ อยู่หรือ?”
“เทพมรณายังไม่ร่วงหล่นหรอกหรือ?”
เมสโลครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“เลอาซาบอกผมว่า ‘เทพมรณา’ กำลังจะหวนกลับมา ระยะนี้มีร่องรอยการตอบรับคำสวดวิงวอนแล้ว”
ได้ยินถ้อยคำที่เมสโลเลือกใช้ ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“พวกคุณสังกัดฝ่ายใดใน ‘นิกายวิญญาณ’?”
ตามความรู้ของเขา ‘นิกายวิญญาณ’ มีหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายราชวงศ์ที่มีทายาทตระกูลอายเกสเป็นแกนนำ พยายามฟื้นฟูการปกครองของจักรวรรดิไบลัม, ฝ่ายเทพมรณาเทียมที่มุ่งสร้าง ‘เทพมรณา’ ขึ้นใหม่ รวมถึงฝ่ายนิทราสงบและฝ่ายโลกแห่งความตายที่อ่อนกำลังกว่า
“พวกเราสังกัดฝ่ายราชวงศ์” เมสโลตอบโดยไม่ปิดบัง
“พวกคุณจงใจแทรกซึมเข้าหน่วยลาดตระเวนหรือ?” ลูเมี่ยนถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
เมสโลส่ายหน้า
นายพลไควลาริล ผู้ปกครองตัวจริงแห่งรัฐมาตานี มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับฝ่ายราชวงศ์ของนิกายวิญญาณนี่เอง…แถมยังมีศาสนจักรพระแม่ธรณีและอำนาจที่เหลือของอินทิสคอยหนุนหลัง นี่มันคือการเต้นรำบนไข่สามใบที่ฟรังก้าเคยพูดถึงไม่ใช่หรือ? หากมองในมุมนี้ เลอาซาก็ไม่อาจนับว่าเป็นคนทรยศ…อย่างนี้นี่เอง นายพลไควลาริลถึงไม่ส่งกำลังเสริมมาช่วย ปัญหาที่ทั้งนิกายวิญญาณและศาสนจักรเดอะฟูลยังแก้ไม่ได้ ต่อให้ส่งคนมามากมายเพียงใดก็ไร้ประโยชน์…ลูเมี่ยนถามด้วยความกระจ่างแจ้ง
“การเข้าร่วม ‘เทศกาลฝัน’ ครั้งนี้ คือคำสั่งโดยตรงจากผู้นำฝ่ายราชวงศ์หรือ?”
“ถูกต้อง” เมสโลเหลือบมองเลอาซาที่บัดนี้ไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์แล้ว พลางอธิบายเสริม “ได้ยินว่าเป็นราชโองการโดยตรงจากองค์จักรพรรดินีเลย”
จักรพรรดินี… ‘จักรพรรดินีไร้สี’ แห่งฝ่ายราชวงศ์นิกายวิญญาณหรือ? ลูเมี่ยนกวาดตามองรอบกายด้วยสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น มีบางสิ่งดลใจเด็กหนุ่ม จนต้องรีบชักดาบตรงที่ซื้อมาจากท่าเรือซานตา เขี่ยเสื้อผ้าของเลอาซาขึ้น ตรวจสอบอย่างรวดเร็วว่าอีกฝ่ายทิ้งสิ่งใดไว้บ้าง
ไม่พบหน้ากากทองคำที่ถูกความตายกัดกร่อน และไม่มีกะโหลกที่ดูราวกับทำจากคริสตัล
แม้กะโหลกนั้นจะกลายร่างเป็นแพะในความฝัน และหน้ากากทองคำได้จมหายไปในแม่น้ำแห่งความตายพร้อมกัน แต่ลูเมี่ยนคิดว่านั่นเป็นเพียงความฝัน ต่อให้พิเศษเพียงใดก็ยังเป็นความฝัน คนตายในความจริงย่อมตายจริง แต่สิ่งของอาจไม่เป็นเช่นนั้น เฉกเช่นอาหารที่ลุดวิกกินไป บัดนี้ก็กลับคืนสู่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วมิใช่หรือ?
ต่อให้สิ่งเหล่านั้นจะต้องสูญหาย ก็ต้องค่อยๆ หายไปทีหลัง ในยามนี้ย่อมต้องกลับคืนสู่โลกความจริงเสียก่อน!
แต่บนร่างของเลอาซากลับไม่มีสิ่งใดเลย
ความหนาวเหน็บแล่นผ่านหัวใจลูเมี่ยน จึงรีบเอ่ยถามด้วยเสียงต่ำ
“เทอร์มีโพลอส สัมผัสถึงอะไรได้บ้างไหม?”
เสียงอันไพเราะกังวานของเทอร์มีโพลอส ก้องอยู่ในโสตประสาทของลูเมี่ยน
“เพิ่งจะรู้จักความกลัวเอาป่านนี้หรือ?”
“ชิ” แม้ในใจลูเมี่ยนจะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่มิได้แสดงออกทางภายนอก “จักรพรรดินีไร้สีกำลังจับตาดูอยู่หรือ?”
เทอร์มีโพลอสตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
พระองค์? จักรพรรดินีไร้สีคือเทวทูตหรือ? ลูเมี่ยนสงบจิตใจ หันสายตากลับไปยังเมสโลอีกครั้ง
เมสโลกำลังสงสัยว่าเหตุใดหลุยส์·แบรีจึงพึมพำรำพึงอยู่คนเดียว ทันใดนั้นก็ได้ยินอีกฝ่ายถามตน
“เหตุใดเลอาซาจึงต้องฆ่าคุณ?”
เมสโลนิ่งเงียบ ไม่ยอมตอบคำถาม
ลูเมี่ยนยิ้มพลางเอ่ยปาก
“คุณทรยศเขาหรือ?”
ริมฝีปากเมสโลขยับเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่เอ่ยวาจา
ลูเมี่ยนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ไม่เป็นไร ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ อย่างไรเสีย คุณก็มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
สีหน้าของเมสโลซีดขาวในทันที นึกถึงจุดจบที่จะเกิดขึ้นในความเป็นจริง หากตนเองต้องม้วยมรณาในเทศกาลฝัน
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับพลางกล่าวต่อไป
“จงรีบไปทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนาเถอะ อา…อย่าได้ก่อกรรมทำชั่ว ไม่อย่างนั้นความตายจะมาเยือนเร็วขึ้น”
เมื่อเอ่ยจบ ลูเมี่ยนทอดสายตามองร่างของเลอาซาที่เริ่มมีตะกอนพลังไหลออกมา ความโลภได้ก่อตัวพลุ่งพล่านขึ้นในใจ แต่ถูกข่มเอาไว้ด้วยคุณสมบัติอดกลั้นของ ‘นักพรต’
เด็กหนุ่มมองว่า ไม่ว่าเลอาซาจะเป็นคนทรยศหรือไม่ ตะกอนพลังของเขาก็สมควรมอบให้กามูส์ มอบให้หน่วยลาดตระเวนแห่งรัฐมาตานี
เพื่อมิให้ตนเองตกอยู่ภายใต้การครอบงำจากความโลภ อีกทั้งนึกถึงเรื่องร้ายแรงบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของลูเมี่ยนจึงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะเร่งกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา แล้วเทเลพอร์ตจากไป
เมสโลมองถนนที่กลับมาว่างเปล่า มองแสงไฟที่ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงระเบิดเมื่อครู่ คนทั้งคนราวกับดวงวิญญาณได้หลุดออกจากร่าง ใบหน้าของเขาฉายแววสับสนระคนหม่นหมอง ก่อนจะหมุนกายกลับหลัง เดินมุ่งหน้าไปยังป่าทึบนอกเมืองทิซาโม
…………
ในห้องชุดชั้น 2 ของโรงแรมบริโอ
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…แค่เข้ารับการบำบัดจิตสักครั้งสองครั้งก็คงดีขึ้น แม้แต่ชาวเมืองทิซาโมยังสามารถหายเป็นปกติได้เอง ด้วยพิธีมิสซาอันปราศจากอานุภาพเหนือธรรมชาติ…” ลูกาโนกล่าวปลอบประโลมตนเอง ขณะอดทนต่อความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาเป็นระลอกจากแขนขวาท่อนล่าง
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากห้องรับแขกนอกประตู
แกร๊ก!
ประตูห้องนอนของลูกาโนถูกเปิดออก อาศัยแสงจันทร์แดงเรื่อที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เขามองเห็นลุดวิกในชุดนอนสีฟ้าลายดาวสีเหลือง พร้อมหมวกนอนลายเดียวกัน ในมือกำลังถือหัวใจสีแดงคล้ำที่เหี่ยวแห้งครึ่งหนึ่งและเปื้อนคราบเลือด
ตึกตัก! ตึกตัก!
ลูกาโนได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นระรัว พร้อมกับรู้สึกเหมือนดวงวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง
ลุดวิกตื่นก่อนกำหนด ยังกินไม่อิ่มในความฝัน จึงมาหาอาหารว่างเพิ่มหรืออย่างไร?
ในวินาทีถัดมา ลูกาโนเห็นร่างหนึ่งล่องลอยผ่านประตูเข้ามา
ร่างดังกล่าวกึ่งโปร่งแสง สวมชุดกระโปรงยาวสีดำ ประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม แต่แฝงไว้ด้วยความหม่นหมองอันน่าสะพรึงกลัว บนลำคอไร้ซึ่งศีรษะ เหลือเพียงรอยตัดเรียบ ในมือถือศีรษะสี่เศียร ทุกเศียรหน้าเหมือนกันราวกับแกะ ผมสีทองนัยน์ตาสีแดง ใบหน้าสะสวยงดงาม
“ส่ง”…“มัน”…“ให้”…“ข้า”…
ศีรษะทั้งสี่เปล่งวาจาเป็นภาษาฟุซัคโบราณทีละคำ ประกอบกันเป็นประโยคหนึ่ง
ดวงตาสีเลือดทั้งแปดคู่ สะท้อนร่างของลุดวิกโดยพร้อมเพรียง
“มันเป็นของผม!” ลุดวิกวิ่งมายังข้างเตียงของลูกาโน หมุนกายแล้วทำท่าจะยกหัวใจขึ้นแนบริมฝีปาก ทว่าดูเหมือนจะยังลังเลอยู่บ้าง
เศียรทั้งสี่ที่อยู่ในมือของร่างกึ่งโปร่งแสง เปล่งวาจาสลับกันว่า
“กินสมอง”…“ตัวเอง”…“เถอะ”…“เจ้าทึ่ม”…
“นั่น”…“คือ”…“หัวใจ”…“ของข้า”…
“หาก”…“เจ้า”…“ไม่”…“คืน”…
“ข้า”…“จะ”…“เสก”…“เจ้า”…“เป็น”…“สุกร”…
ลูเมี่ยนทอดสายตามองมาดามผู้มีรูปลักษณ์ประหลาด แล้วหันไปมองลุดวิก ผู้มีสีหน้าเด็ดเดี่ยวราวกับจะปกป้องอาหารจนถึงที่สุด แล้วจึงเอ่ยอย่างระวังคำพูด
“มาดาม ท่านอาจลองใช้วัตถุแฝงพลังวิญญาณอื่นๆ มาแลกเปลี่ยนจากมือเขา”
ในสภาวะเช่นนี้ของลุดวิก แม้แต่ลูเมี่ยนก็ยังไม่กล้าแย่งชิงสิ่งของที่อยู่ในมือเด็กชาย
มาดามในชุดกระโปรงดำอันวิจิตร ผู้ถือศีรษะผมทองตาแดงทั้งสี่ จมสู่ความเงียบ
ครู่หนึ่งผ่านไป ศีรษะหนึ่งในสี่ของเธอได้คายเหรียญทองเปล่งประกายออกมา แล้วคาบมันไว้ระหว่างฟัน
เหรียญทอง? จะใช้เหรียญทองซื้อหรือ? แต่ลุดวิกไม่สนใจเงินทอง…ขณะที่ลูเมี่ยนเตรียมจะเอ่ยปากเตือนมาดาม ก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับเหรียญทองนี้
มันคือเหรียญทองโลเอ็น มูลค่าเท่ากับธนบัตร 1 ปอนด์
หืม…ลูเมี่ยนหันสายตาไปทางลุดวิก
บนใบหน้าของลุดวิกปรากฏแววลังเลชัดเจน
ผ่านไปไม่กี่วินาที ในที่สุดเขาก็ยื่นมือทั้งสองออกไป ส่งหัวใจสีแดงคล้ำไปตรงหน้าศีรษะของมาดาม
ศีรษะที่มีผมสีทองนัยน์ตาแดงบนใบหน้างดงาม อ้าปากปล่อยเหรียญทองตกสู่มือของลุดวิก แล้วจึงรีบงับหัวใจสีแดงคล้ำที่เหี่ยวแห้งครึ่งหนึ่งไป
มาดามร่างกึ่งโปร่งแสงถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วหายวับไปจากประตูห้องนอนของลูกาโน
ส่วนลุดวิกรีบยัดเหรียญทองโลเอ็นเข้าปากทันที ราวกับต้องการซ่อนมันไว้ในกระเพาะ แต่แล้วก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้องนัก จึงรีบควานออกมา เช็ดกับชุดนอน แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างทะนุถนอม
เหมือนกับเหรียญทองนำโชคของจินนาไม่มีผิด…คงเป็นเหรียญทองโลเอ็นที่มีความเกี่ยวพันลึกซึ้งกับมิสเตอร์ฟูลเหมือนกันสินะ? ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ทว่าทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็พลันรู้สึกหม่นหมองอยู่บ้าง
สหายรอบข้างได้เหรียญทองนำโชคไปสองคนแล้ว เหตุใดเราถึงยังไม่ได้สักเหรียญเลยล่ะ?
……………………………………………………..