ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 695 โคโลโบกังวลฟ้า
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 695 โคโลโบกังวลฟ้า
ตอนที่ 695 โคโลโบกังวลฟ้า
ลูเมี่ยนกลับมามีสติอีกครั้ง พลางเหลือบมองลุดวิกที่อารมณ์สงบลงแล้ว ก่อนจะเอ่ยกับลูกาโนที่กำลังขดตัวอยู่ตรงมุมเตียง
“พรุ่งนี้กลับกรุงทรีอาร์ ฉันจะพานายไปพบนักจิตบำบัด นักจิตบำบัดตัวจริง”
การตัดสินใจครั้งนี้มิใช่เพื่อช่วยเหลือลูกาโน หากแต่เป็นเรื่องที่วางแผนไว้แต่แรก ทางฝั่ง ‘007’ คงให้คำตอบมาตั้งแต่ยามดึกแล้ว ต่อจากนี้ลูเมี่ยนกับพวกฟรังก้าจะต้องหารือกันว่า จะรับมือกับ ‘คนในกระจก’ โมรัน·อาวินีอย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น ลูเมี่ยนยังตั้งใจจะฉวยโอกาสนี้หาสถานที่ปลอดภัย ดูดซับพลังของเทอร์มีโพลอส เพื่อรับพร ‘นักล่าชะตากรรม’
ผลลัพธ์อันดับหนึ่งจาก ‘เทศกาลฝัน’ ครั้งนี้ของเด็กหนุ่มก็คือ การที่โอสถ ‘ยมทูต’ ถูกย่อยไปหลายส่วนแล้ว
แต่เดิมเขารู้ดีว่า ทวีปใต้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โอกาสในการต่อสู้มีอยู่ทุกหัวระแวง ซึ่งล้วนเอื้อต่อการย่อยโอสถยมทูตในตัวเขา แต่ก็คาดไม่ถึงว่า เพียงไม่ถึงสองสัปดาห์หลังจากเลื่อนลำดับ พัฒนาการของโอสถจะพุ่งทะยานราวกับปรอทในเทอร์มอมิเตอร์ที่สัมผัสกับรักแร้คนเป็น
การ ‘เก็บเกี่ยว’ หลวงพ่อคาลี การ ‘เก็บเกี่ยว’ เงาสะท้อนในแดนฝันของ ‘ฮิโซกะ’ และการ ‘เก็บเกี่ยว’ ผู้ได้รับพรที่มีพลังเทียบเท่าลำดับ 6 และลำดับ 5 เกือบยี่สิบราย ทำให้ลูเมี่ยนรู้ซึ้งถึงความเปราะบางของชีวิต ราวกับต้นข้าวใต้คมเคียว ที่ล้มครืนลงพร้อมกับการเก็บเกี่ยว แล้วจางหายไปกับสายลม
อีกทั้ง หลังจากผ่านการสวมบทบาทในสี่ลำดับก่อนหน้า ลูเมี่ยนพบว่าเส้นทาง ‘นักล่า’ มีลักษณะเด่นที่นำมาซึ่งภัยพิบัติอย่างชัดเจน และ ‘ยมทูต’ ก็มิได้เป็นข้อยกเว้น
และด้วยการสวมบทบาทครั้งนี้ เด็กหนุ่มเชื่อว่าลักษณะการนำพาภัยพิบัติของ ‘ยมทูต’ นั้น จะแสดงออกผ่านการมอบความพินาศเสียเป็นส่วนใหญ่
ขณะเดียวกัน ความพินาศของศัตรูก็นำมาซึ่งผลประโยชน์อันมากมายแก่ลูเมี่ยนด้วย
ในระหว่างที่ความคิดแล่นปราด เขาได้สรุปกฎข้อแรกในการสวมบทบาท ‘ยมทูต’ ของตน
“การเก็บเกี่ยวคือการให้เป้าหมายพบความพินาศ และให้ตนเองได้เก็บเกี่ยวผล”
“หากมีการเก็บเกี่ยวในลักษณะนี้อีกสามสี่ครั้ง แม้ไม่ต้องเข้าใจ ไม่ต้องนำกฎการสวมบทบาทอื่นไปปฏิบัติ ก็สามารถย่อยโอสถยมทูตได้หมดจด แต่โชคดีเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก…” ลูเมี่ยนถอนหายใจเงียบงัน
การจะทำแบบนั้นได้ ต้องรวบรวมผู้วิเศษลำดับ 6 และลำดับ 5 ที่มีจุดบกพร่องชัดเจนและถูกตนข่มได้เกินสิบราย อีกทั้งต้องไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก
แต่ละเงื่อนไขล้วนยากที่จะบรรลุ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการลุ้นให้เกิดขึ้นพร้อมกัน
ประการแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ดื่มโอสถหรือได้รับพลังวิเศษผ่านพร เนื่องด้วยเส้นทางและลำดับที่ต่างกัน จุดบกพร่องย่อมแตกต่างกันไป พวกเขาไม่อาจเป็นเช่นผู้เฝ้าหลุมศพใน ‘เทศกาลฝัน’ ที่ถูกร่างสะท้อนในแดนฝันถ่วงดึง กลายเป็นลูกระเบิดแห่งอารมณ์และตัณหาที่พร้อมปะทุเมื่อถูกกระตุ้น แม้ผู้ได้รับพรจะได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากเทพมาร และมีปัญหาทางจิตใจมากบ้างน้อยบ้าง ก็มิได้หมายความว่าจะต้องมีอารมณ์และตัณหาที่รุนแรงเกินเหตุเสมอไป บางคนในหมู่พวกเขาอาจเพียงแค่มีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น
ประการที่สอง ผู้วิเศษลำดับ 6 และลำดับ 5 มิใช่มีอยู่มากมายเกินควร โดยเฉพาะลำดับ 5 ซึ่งเป็นกำลังหลักของแต่ละกลุ่มอำนาจ แม้ไม่สังกัดกลุ่มอำนาจใด ก็สามารถตั้งหน่วยของตนเองขึ้นมา ครองอำนาจในพื้นที่หนึ่งดั่งเช่นนายพลโจรสลัดทั้งหลาย จะรวบรวมให้ได้สิบกว่ายี่สิบคนนั้น ย่อมมิใช่เรื่องง่ายดาย
ประการที่สาม แม้จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ทำให้สองเงื่อนไขแรกเป็นจริง จุดบกพร่องร่วมของผู้วิเศษเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องถูกลูเมี่ยนและสมบัติวิเศษของเขาข่มได้เสมอไป
ประการสุดท้าย ในระหว่างการต่อสู้ ผู้วิเศษลำดับ 5 ซึ่งเป็นกำลังหลักของกลุ่มอำนาจต่างๆ มักมีโอกาสสูงที่จะดึงดูดความสนใจของครึ่งเทพที่สอดคล้องกัน
เหตุการณ์ทางศาสตร์เร้นลับ ซึ่งเต็มไปด้วยข้อจำกัดและปัญหาโดยธรรมชาติ แต่กลับเหมาะสมกับลูเมี่ยนอย่างยิ่งดังเช่น ‘เทศกาลฝัน’ คราวนี้ บางทีในรอบพันปีของทวีปเหนือใต้ อาจมีเพียงครั้งนี้ครั้งเดียว
เฮ้อ…ลูเมี่ยนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครา
ขณะเดียวกัน ลูกาโนดีใจจนแทบบ้าที่รู้ว่าพอฟ้าสางก็จะได้กลับทรีอาร์ จึงรีบตอบอย่างร้อนรน
“ด…ได้ครับ!”
กลับไปถึงทรีอาร์แล้ว นายท่านจะมีสหายที่ไว้ใจได้มากขึ้น คงไม่ต้องให้ตนคอยดูแลลุดวิกอีกต่อไป!
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่ง มองผ้าม่านที่มีแสงจันทร์แดงระเรื่อแทรกผ่าน ก่อนจะถามลูกาโนด้วยท่าทีราวกับชวนคุยเล่น
“นายเก็บเงินพอซื้อสูตรโอสถกับวัตถุดิบของ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ หรือยัง?”
ลูกาโนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“ยังขาดอยู่ ลำพังเงินค่าสูตรโอสถยังไม่พอเลยครับ”
‘เงินเก็บ’ ส่วนใหญ่ของเขาในตอนนี้ ล้วนได้มาจากการทำงานให้ลูเมี่ยน ปัจจุบันมีอยู่ราว 15,000 เฟลคิน และตามที่เขารู้มา สูตรโอสถลำดับ 7 ปกติมีราคาตั้งแต่ 16,000 ถึง 17,000 เฟลคิน ไปจนถึงราว 20,000 เฟลคิน
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“ฉันจะช่วยดูๆ สูตรโอสถกับวัตถุดิบของ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ ไว้ให้ เงินที่ขาดก็จะช่วยออกให้ ถือเป็นส่วนแบ่งของรางวัลจากการผจญภัยคราวนี้”
ลูกาโนอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนรู้สึกว่าเบ้าตาร้อนผ่าว สายตาพร่ามัวไปเล็กน้อย
เราไม่ได้เลือกผิด!
อนาคตของเราอยู่กับนายท่านจริงๆ!
เขาถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
“แต่การผจญภัยครั้งนี้เกิดในแดนฝัน สิ่งที่ได้รับมา จะนำออกมาสู่โลกความจริงได้หรือครับ?”
ลูเมี่ยนมิได้ตอบเขาด้วยคำพูด แต่หยิบหน้ากากทองคำของ ‘ฮิโซกะ’ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ โดยตรง
ทำได้จริงๆ…หรือจะได้เฉพาะวัตถุวิเศษบางชิ้น? ลูกาโนรู้สึกโล่งอกในทันใด
ลูเมี่ยนหันไปมองลุดวิก ซึ่งดูราวกับกำลังเห่อของเล่นใหม่ พลางพยักหน้ารับแล้วเอ่ยปาก
“นายกลับไปนอนต่อเถอะ”
ลุดวิกที่สวมหมวกนอนสีน้ำเงิน กะพริบตาเบาๆ พลางยกมือลูบท้องตัวเอง
ครืดๆ ครืดๆ ลำไส้ของเขากำลังบีบตัวอย่างรุนแรง
ลูเมี่ยนยิ้มเยาะตนเอง แล้วหยิบอาหารส่วนที่ลุดวิกกินในความฝันออกมา ทั้งเค้กอัลมอนด์พิสตาชิโอครีม ช็อกโกแลตไส้เหล้า และชูว์ครีม
ระหว่างที่ลุดวิกเริ่ม ‘สงบ’ ลงด้วยการกินอาหาร ลูเมี่ยนเดินกลับเข้าห้อง เสกลูกไฟสีขาวสว่างจ้าขึ้นมา คลี่กระดาษจดหมาย หยิบปากกาหมึกซึม แล้วเริ่มเขียนจดหมายถึงมาดามเมจิกเชี่ยน
เรื่องนี้สำคัญเร่งด่วนยิ่งกว่าประเด็นอื่นใด
ขณะกำลังเขียน ลูเมี่ยนนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง
ในเมื่อเหล่าอาวุโสในกลุ่มผู้พิทักษ์หลุมศพ ถูกเราสังหารจนสิ้นแล้ว ชนเผ่าดั้งเดิมจะยังมีขุมกำลังสำหรับลงมือโจมตี และกวาดล้างเหล่าผู้ล่วงลับอยู่อีกหรือ?
หรือว่า พวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ในโลกความจริงชั่วคราว รอวันเปิดศึกบุกโจมตีเมืองทิซาโม เพื่อลากผู้ล่วงลับคนอื่นๆ ตายตกตามกันไป?
หรือว่า เหล่าผู้ล่วงลับจะจากไปด้วยวิธีอื่น อาทิ อัคคีภัยที่ตระกูลเทวานาโคเผชิญ?
…………
เมืองทิซาโม ตึกกองบัญชาการตำรวจชั้น 3
กามูส์ผวาตื่นขึ้นกะทันหัน สัญชาตญาณพาให้เหลียวมองเตียงชั่วคราวฝั่งตรงข้าม พบว่าผ้าห่มถูกเปิดออก โคโลโบหายไปไม่รู้ชะตากรรม
เรายังอยู่ในความฝัน ยังอยู่ใน ‘เทศกาลฝัน’ หรือ? กามูส์บรรจงพลิกกายลุกขึ้นนั่งด้วยความระมัดระวัง พลางได้ยินเสียง ‘กึกๆๆ’ ดังมาจากมุมห้องใกล้ประตู
ท่ามกลางความมืด อาศัยแสงจันทร์แดงเรื่อที่ลอดผ่านม่าน เขาเห็นโคโลโบนั่งยองๆ อยู่ตรงนั้น หดตัว สั่นเทาไม่หยุด
“เป็นอะไรไป?” กามูส์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบานุ่มนวล
โคโลโบตอบด้วยเสียงสั่นเทา
“ฟ้าจะถล่ม! ฟ้าจะถล่ม!”
ฟ้าจะถล่มรึ? กามูส์รู้สึกขบขัน มองไปทางโคโลโบพลางกล่าว
“คุณตีความลางสังหรณ์ผิดหรือเปล่า?”
ฟ้าจะถล่มได้อย่างไร
…………
นอกเมืองทิซาโม ณ ชายป่าดั้งเดิม
เมสโลผู้มีใบหน้าทาสีขาว บรรจงย่างก้าวเข้าสู่ผืนป่า
ความรู้สึกที่ทราบว่า ตนกำลังจะตายแต่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ช่างเลวร้ายเหนือพรรณนา
เขาสำนึกผิดที่ทรยศต่อ ‘นิกายวิญญาณ’ แต่มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพียงไม่นานหลังจากที่เขามาถึงเมืองทิซาโม ก็ถูกเทวานาโคผู้กลับมา ‘พักผ่อน’ ควบคุมไว้อย่างลับๆ กลายเป็นผู้เสื่อมทรามที่คอยสอดส่องหลวงพ่อคาลี คอยสอดส่องสถานการณ์ในเมืองทิซาโม
หลังจากนั้น แม้เขาจะรู้ว่าเทวานาโคถูกสังหาร แต่ร่างสะท้อนในแดนฝันของอีกฝ่ายกลับปรากฏในความฝันของตน แจ้งว่าเรื่องราวยังไม่จบสิ้น
เมสโลบรรจงก้าวเดินไป ปรารถนาจะหวนคืนสู่ป่า กลายเป็นสารอาหารให้ต้นไม้ใหญ่สักต้น ดั่งเช่นบรรพบุรุษของตน
ขณะเดินไป เขาเห็นทหารราวยี่สิบนายออกมาจากค่ายทหารแถบนั้น
ดูเหมือนพวกเขาจะพบความผิดปกติบางอย่าง จึงเตรียมลาดตระเวนโดยรอบ
ทันใดนั้นเอง เมสโลรู้สึกว่าราตรีกาลพลันสว่างไสว
เขาเงยหน้าขึ้น แหงนมองท้องฟ้าโดยสัญชาตญาณ จนแลเห็นหินก้อนมหึมา ลุกโชนด้วยหางเพลิงสีแดงฉาน กำลังร่วงหล่นลงมา
เพียงชั่วพริบตา ก้อนหินที่ลุกไหม้นั้น ก็ครอบคลุมทัศนวิสัยของเมสโลทั้งหมด
มันพุ่งลงกระแทกพื้น ในตำแหน่งระหว่างชายป่ากับค่ายทหาร
บึ้มบึ้ม!
คลื่นลมและฝุ่นควันที่อุกกาบาตก่อขึ้น พลันปกคลุมไปทั่วบริเวณในพริบตา ลอยขึ้นสู่อากาศ แผ่กระจายออกไป บดบังทั้งจันทร์แดงและแสงดารา
บึ้มบึ้ม!
ทั่วทั้งเมืองทิซาโมประหนึ่งเผชิญแผ่นดินไหวอันหนักหน่วง ตึกรามบ้านช่องสั่นสะเทือนเป็นบ้าเป็นหลัง กระจกแตกกระจายดั่งสายฝน
เรือนหลายหลังที่ไม่แข็งแรงพอ พังทลายลงทันที ฝังร่างผู้อาศัยไว้ภายใต้ซากปรักหักพัง
กามูส์พยายามทรงตัวอย่างยากลำบาก รอจนอาคารนิ่งสงบลง รีบพุ่งไปที่หน้าต่างแตกละเอียด มองออกไปด้านนอก
เขาเห็น ‘ท้องฟ้า’ สีเทาทะมึน เพดานต่ำเสียจนราวกับเพียงแค่กระโดดขึ้น ก็อาจสัมผัสกับมันได้
‘ฟ้า’ ถล่มลงมาจริงๆ…ความคิดประหลาดนี้แวบผ่านในใจกามูส์
…………
โรงแรมบริโอ ภายในห้องชุดชั้น 2
ลูเมี่ยนกุมกระดาษจดหมายและปากกา มองควันฝุ่นที่ลอยขึ้นภายนอกด้วยความขบขัน รับรู้ถึง ‘แรงกระแทก’ จากสถานที่ไม่ไกลนัก
“ตรงไปตรงมาจริงๆ…” เด็กหนุ่มอุทานจากใจจริง
ถึงกับให้อุกกาบาตตกลงมาจากฟ้า!
ลูเมี่ยนเอียงกาย มองไปทางประตูห้องที่เปิดออกเพราะอาคารสั่นไหว เห็นลุดวิกยังคงจดจ่อกับการกินอาหาร
อาหารกองนั้น ไม่มีชิ้นใดตกลงพื้นเลย
หลังสั่งให้ลูกาโนออกไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ลูเมี่ยนกลับเข้าห้อง เขียนจดหมายต่อ
เมื่อเขียนจบ เด็กหนุ่มรีบจัดพิธีกรรม อัญเชิญผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ออกมา
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ เพิ่งก้าวออกจากเปลวเทียนที่พองตัว ก็พลันหดกายลงเล็กน้อย
เธอค่อยๆ มองไปทางซ้าย แล้วเหลียวไปทางขวาอย่างว่องไว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหา จึงเขย่งปลายเท้า ย่องอย่างระมัดระวังไปหน้าจดหมายของลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนไม่เคยเห็นผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ทำตัวเช่นนี้มาก่อน จึงมองเธอด้วยความสงสัยระคนขบขัน โดยระหว่างนั้น เธอทำตัวประหนึ่งหัวขโมย แอบหยิบจดหมายที่พับเป็นสี่เหลี่ยม โบกมือให้เด็กหนุ่ม แล้วรีบหดกลับเข้าไปในเปลวเทียน
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอพลางส่ายหน้า ไม่คิดใคร่ครวญถึงอากัปกิริยาของผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ อีก
อย่างน้อยก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย และตนยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ
ลูเมี่ยนเดินออกจากห้องนอน เข้าสู่โถงทางเดิน ลงมายังชั้น 1 แล้วคว้าตัวเถ้าแก่โรงแรม ผู้ที่เร่งออกมาตรวจสอบสถานการณ์ด้วยท่าทีตื่นตระหนก แล้วเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“มาดามที่เพิ่งมาถึงเมื่อค่ำนี้ กับสหายของเธอ พักอยู่ที่ห้องใด?”
……………………………………………………..