ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 706 บทบาทของอาหาร
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 706 บทบาทของอาหาร
ตอนที่ 706 บทบาทของอาหาร
ณ อพาร์ตเมนต์อีกแห่งหนึ่ง บนถนนโอโรเซ เขตหอรำลึก
ลูเมี่ยนวางปลาเฟือร์ทที่เย็นชืดครึ่งตัวลงเบื้องหน้าลุดวิก
ครั้นลุดวิกเห็นเนื้อปลาทอดในกล่องไม้อันงดงาม ดวงตาก็พลันเปล่งประกาย รีบผินหน้าไปทางลูกาโน
ลูกาโนเข้าใจความนัยนั้น จึงค้นหาช้อนส้อมสำหรับเด็กจากห้องที่เพิ่งเช่ามา แล้วส่งให้
ลูเมี่ยนเอนพิงพนักเก้าอี้ มองดูลุดวิกแบ่งปลาครึ่งตัวที่เหลือออกเป็นชิ้นๆ แล้วเคี้ยวกลืนทั้งเนื้อทั้งก้างลงท้อง
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถาม ลุดวิกก็หรี่ตาลง กล่าวราวกับกำลังลิ้มรส
“ปลาไฟเฟือร์ท เป็นปลาผ่าเหล่าที่เกิดจากมลทินที่รั่วไหลออกจากทรีอาร์ยุคที่สี่ สายพันธุ์นี้คงที่มาแล้ว 769 ปี อาศัยอยู่หลักๆ ในช่วงตานโรของแม่น้ำใต้ดินมาดาร์ เลือดเนื้อของมันสามารถนำไปผสมกับดอกทานตะวันนานาชนิด เพื่อปรุงเป็น ‘ค็อกเทลอุ่น’ เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว จะสามารถต้านทานความหนาวเย็นได้ในระดับหนึ่ง เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง”
“ปลาไฟเฟือร์ทที่มีอายุเกินสิบปี จะเป็นวัตถุดิบที่อุดมด้วยพลังวิญญาณ เมื่อนำเนื้อปลา เลือดของผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักล่า’ น้ำแข็ง และน้ำมะนาว มาปรุงเป็น ‘ปลามะนาวน้ำแข็ง’ ผู้ใดก็ตามที่ได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรก จะสามารถลดความเสียหายจากการถูกเปลวไฟแผดเผาได้อย่างถาวร หากรับประทานอีกครั้งจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพนี้ แต่จะคงอยู่เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น”
ถ้ายืมคำของฟรังก้า การกินครั้งแรกจะเพิ่ม ‘ค่าต้านทานไฟ’ อย่างถาวร ส่วนครั้งถัดไปจะเพิ่มค่าต้านทานชั่วคราว…ลูเมี่ยนพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
ส่วนลูกาโนด้านข้าง ฟังแล้วก็ตะลึงงัน
ลุดวิกรู้วิชาการปรุงอาหารด้วยหรือ?
แถมยังเป็นวิชาปรุงอาหารที่เกี่ยวข้องกับพลังวิเศษ!
เราสามารถหาวัตถุดิบที่อุดมด้วยพลังวิญญาณมาให้เขา ให้เขาปรุงอะไรที่คล้ายๆ กันให้กินได้ไหม?
เพราะดูเหมือนว่า มันจะสามารถเพิ่มพูนพลังบางอย่างของเราได้เป็นการถาวรเลยทีเดียว!
ครั้นลุดวิกกินเสร็จ ลูเมี่ยนก็พลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา
พิธีเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารทุกข์ระทม’ ของฟรังก้านั้น ต้อง ‘ถูกเผาบนตะแลงแกงเป็นเวลาสิบห้านาทีโดยไม่ใช้ตัวแทน และต้องมีชีวิตรอดโดยยังไม่เสียสติ’
“หากฟรังก้าได้ลิ้มรส ‘ปลามะนาวน้ำแข็ง’ ที่ปรุงจากปลาไฟเฟือร์ท จนเพิ่มค่าต้านทานเปลวเพลิงในระดับหนึ่ง แม้ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจะมิได้บรรเทาลง แต่โอกาสที่เธอจะมีชีวิตรอดจากการถูกเผา ก็คงเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก อีกทั้งก่อนประกอบพิธี ยังสามารถกินเพิ่มเติมเพื่อเสริมพลังชั่วคราวได้อีก” ลูเมี่ยนครุ่นคิดว่องไว ก่อนจะตัดสินใจในบัดดล
วันนี้จะต้องไปยังทรีอาร์ใต้ดิน เพื่อตามล่าหาปลาไฟเฟือร์ทที่มีอายุเกินสิบปี!
ลูเมี่ยนหยิบแผนที่ทรีอาร์ใต้ดิน ซึ่งวาดขึ้นจากความทรงจำ ออกจากกระเป๋านักเดินทาง
มันคือแผนที่ที่การ์ดเนอร์·มาร์ตินเคยนำมากางให้ดู
ถัดมา เด็กหนุ่มเริ่มค้นหาตำแหน่งของช่วงตานโรในแม่น้ำใต้ดินมาดาร์
เขาตรวจสอบแผนที่ไปพลาง ยิ้มถามลุดวิกไปพลาง
“ทำไมถึงสามารถบอกชื่อถิ่นกำเนิดได้ด้วยล่ะ? หรือว่าปลาไฟเฟือร์ทรู้จักชื่อของแม่น้ำที่พวกมันว่ายวนไปมา?”
ลุดวิกเลียริมฝีปากด้วยความเพลิดเพลิน
“พวกมันรู้จริงๆ”
“ในการจับปลาอันยาวนาน มนุษย์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเอ่ยถึงชื่อแม่น้ำและชื่อช่วงแม่น้ำ ปลาไฟเฟือร์ทได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะไม่เข้าใจความหมาย ก็จะจดจำไว้ในเซลล์โดยสัญชาตญาณ”
“อ้อ…งี้นี่เอง” ลูเมี่ยนแต่เดิมเพียงต้องการหยอกล้อ คาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบจริงจังเช่นนี้
เด็กหนุ่มชี้ที่ตัวเอง ถามด้วยความสงสัยว่า
“หากฉันกิน ‘ปลามะนาวน้ำแข็ง’ ก็จะลดความเสียหายจากการถูกเปลวไฟแผดเผาได้เหมือนกันหรือ?”
ในฐานะ ‘ยมทูต’ ความเสียหายจากเปลวเพลิงต่อลูเมี่ยนถือว่าต่ำมากอยู่แล้ว
ลุดวิกหยิบเศษเนื้อปลาขนาดเท่าเมล็ดข้าวจากกล่องไม้อันงดงาม แล้วยื่นให้ลูเมี่ยนดู
“น้อยมาก ประมาณเท่านี้”
เมื่อกล่าวจบ เด็กชายก็ยัดเศษเนื้อใส่ปากตนเอง ไม่ปล่อยให้สูญเปล่าแม้แต่น้อย
“งั้นหรือ” ลูเมี่ยนยิ้มพลางถอนหายใจ “ก็ยังดีกว่าไม่เพิ่มละนะ”
เพื่อให้บรรลุภารกิจดังกล่าว ลูเมี่ยนจึงเอ่ยถาม
“ปลาไฟเฟือร์ทที่มีอายุเกินสิบปี แตกต่างจากปลาไฟเฟือร์ทธรรมดาอย่างไร?”
ลุดวิกตอบด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังท่องตำรา
“ปลาไฟเฟือร์ทที่มีอายุเกินสิบปีนั้น จะมีความยาวลำตัวเกือบหนึ่งเมตร ซุกซ่อนอยู่ในถ้ำใต้แม่น้ำ โดยปกติจะไม่ขึ้นใกล้ผิวน้ำ แต่ไวต่อกลิ่นคาวเลือดและอาหารที่อุดมด้วยพลังวิญญาณ นิสัยดุร้ายอย่างยิ่ง เมื่ออยู่ในภาวะสัญชาตญาณ มันจะยอมเสี่ยงอันตรายทุกรูปแบบ”
“ผิวหนังของมันแข็งกว่าปกติ ไม่กลัวปืนยิงปลา ในปากมีฟันคมกริบงอกเงย สามารถแทะกินมนุษย์ที่ตกลงในแม่น้ำ เลือดของมันมีคุณสมบัติเผาไหม้ในระดับหนึ่ง”
หลังจากตั้งใจฟังจนจบ ลูเมี่ยนก็ลงความเห็นอย่างเยือกเย็น
ปลาไฟเฟือร์ทที่มีอายุเกินสิบปีนั้น จะไม่ถือว่ามีตะกอนพลัง และมิได้รับพลังวิเศษในลักษณะคล้ายพร เป็นเพียงปลาที่กลายพันธุ์เพราะมลทิน แต่มีเสถียรภาพแล้ว
หากปล่อยให้พวกมันอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้อีกหลายหมื่นปี บางทีอาจวิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสังคมสมบูรณ์แบบของตัวเอง คล้ายแมลงดำบาร์ตินส์
เก็บแผนที่เสร็จ ลูเมี่ยนก็ลุกขึ้นยืน ก่อนออกจากประตูได้หันไปมองลุดวิก แล้วถามอย่างครุ่นคิด
“การปรุงอาหารพิเศษแบบนี้ นอกจากจะมอบพลังถาวรแล้ว จะมีผลข้างเคียงเชิงลบอย่างมลทินหรือไม่?”
ลุดวิกเหลือบมองลูเมี่ยนหลายครั้ง ก่อนจะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ลูเมี่ยนสงสัยว่า ไอ้เด็กคนนี้กำลังเยาะเย้ยตน
คนที่ถูกมลทินย่ำยีอย่างหนักแล้ว คงไม่จำเป็นต้องกังวลกับมลทินเพียงเล็กน้อยเช่นนี้
ผ่านไปครู่ใหญ่ ลุดวิกจึงเอ่ยปาก
“ผมเป็นเพียงเด็กน้อย ไม่เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ทราบแต่เพียงว่า หากปรารถนาจะลิ้มรสอาหารที่ดีกว่าและรสเลิศกว่า ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน ผู้ใดไม่เต็มใจก็ไม่ต้องกิน…”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ลุดวิกก็เอ่ยเสริมด้วยสัญชาตญาณ
“หากไม่กิน ทางนี้ก็ยินดีกินแทน”
ลูเมี่ยนผงกศีรษะรับ แล้วเปิดประตูห้อง ก้าวออกจากอพาร์ตเมนต์
…………
ทรีอาร์ใต้ดิน
ณ แม่น้ำมาดาร์ที่ไหลผ่านถ้ำหินอันเงียบสงัด โล่งกว้าง และมืดมิด เสียงซ่าๆ กำลังก้องกังวานไปแสนไกล
ลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนา โผล่ออกมาจากเงามืด ผู้หนึ่งถือโคมไฟคาร์ไบด์ อีกสองคนมือว่าง
ช่วงแม่น้ำใต้ดินนี้ ถูกพ่อค้าแม่ขายที่ต้องการผูกขาดวัตถุดิบปลาไฟเฟือร์ท ส่งคนมาเฝ้าระวัง แต่ก็มิอาจขัดขวางหนึ่ง ‘นักล่า’ และสอง ‘นางมาร’ ได้ พวกเขาอาศัยเงามืดแทรกผ่านเขตลาดตระเวน จนมาถึงริมฝั่งแม่น้ำอย่างราบรื่น
ลูเมี่ยนชูโคมไฟคาร์ไบด์ขึ้น พบว่าแม่น้ำใต้ดินสายนี้ มิเพียงกว้างใหญ่ หากยังลึกล้ำ ตรงก้นบึ้งดูคล้ายกับมีถ้ำหินใต้น้ำอยู่หลายแห่ง เต็มไปด้วยปลาประหลาดรูปร่างแปลกตา คอยว่ายวนเวียนไปมา
สังเกตการณ์ครู่หนึ่ง ลูเมี่ยนวางโคมไฟคาร์ไบด์ลง พับแขนเสื้อ ย่อกายลงข้างแม่น้ำ
จากนั้น เด็กหนุ่มสอดแขนขวาลงในน้ำเย็นเฉียบ
“เอาแบบนี้เลยหรือ?” ฟรังก้าทราบดีว่าลูเมี่ยนชอบ ‘ล่อเหยื่อ’ แต่ไม่คาดคิดว่าเมื่อเหยื่อเป็นปลาจริงๆ เด็กหนุ่มก็ยังคงล่อเหยื่อเหมือนเดิม
“แล้วต้องแบบไหน?” ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ “ถอดเสื้อผ้า ดำลงไปในถ้ำใต้น้ำ แล้วจับด้วยมือเปล่าหรือ?”
“ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้” ฟรังก้ากล่าวพลางยิ้มพราย “อยากเชยชมหุ่นของคุณอยู่พอดีเลย”
ลูเมี่ยนไม่สนใจเธออีก ปลายนิ้วหัวแม่มือพ่นเปลวไฟสีขาวโชติช่วงแต่เบาบางออกมา
เปลวไฟมิได้ดับวูบในน้ำ หากแต่ภายใต้การค้ำจุนด้วยพลังวิญญาณของลูเมี่ยน มันแปรเปลี่ยนเป็นรูปมีดเล็ก กรีดลงบนนิ้วชี้อย่างแผ่วเบา
หยดโลหิตไหลริน แผ่ซ่านออกไปอย่างรวดเร็ว
ปลาไฟเฟือร์ทที่ว่ายวนในน้ำตื้น คล้ายกับสัมผัสถึงสิ่งที่น่าพรั่นพรึงได้ พวกมันต่างก็รีบว่ายหนีจากบริเวณที่มีเลือดซึม
ไม่นานนัก ปลาไฟเฟือร์ทตัวเขื่องที่มีผิวแข็งกระด้างสีเหลืองไหม้ ได้ว่ายพรวดพราดออกจากถ้ำใต้น้ำทีละตัวสองตัว
ตัวหนึ่งว่ายเร็วที่สุด เพียงชั่วกะพริบตาก็มาถึงเบื้องหน้าแขนขวาของลูเมี่ยน อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวแหลมคมอันน่าสะพรึงกลัว
ก่อนที่มันจะทันได้งับฟันกัด ลูเมี่ยนพลันกำมือแน่น แทนที่จะถอย กลับพุ่งหมัดเข้าไปในโพรงปากของมัน
ท่ามกลางความเงียบงัน กองเพลิงทมิฬอันเย็นเยียบและชั่วร้าย ได้ลุกโชนขึ้นในแม่น้ำ เผาผลาญโลหิตของลูเมี่ยนที่ละลายปนไปกับสายวารี
นี่เป็นฝีมือของจินนา
“กลับกันเถอะ” ลูเมี่ยนโยนปลาไฟเฟือร์ทยักษ์ให้ฟรังก้า
ฟรังก้าใช้น้ำแข็งถนอมวัตถุดิบ พลางยัดมันลงใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของตน ขณะเดียวกันก็เหลียวซ้ายแลขวา ราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง
“กำลังคิดอะไรอยู่?” ลูเมี่ยนถามด้วยความสนใจ
ฟรังก้าชี้ไปยังทิศทางหนึ่งพลางเอ่ยตอบ
“ฉันจำได้ว่า พวกเราเคยเข้าไปในโลกในกระจกพิเศษแห่งหนึ่งแถวนี้ จนได้กระจกเงินโบราณที่ทำให้ฉันกับอ็องโตนี สามารถเข้าสู่ทรีอาร์ยุคที่สี่มา”
“อาฮะ” ลูเมี่ยนพยักหน้าให้ฟรังก้าพูดต่อ
ฟรังก้าถอนสายตากลับพลางกล่าว
“ฉันกำลังคิดว่า หากพวกเราใช้โลกในกระจกให้เป็นประโยชน์ จะสามารถดักซุ่มโจมตีโมรัน·อาวินีได้หรือไม่”
“ฉันหมายถึงโลกในกระจกในความหมายทั่วไป โลกในกระจกที่เชื่อมต่อกับกระจกทุกบานบนโลกนี้”
โลกในกระจกในความหมายทั่วไป จะใกล้เคียงกับการเป็นแหล่งรวมของสิ่งที่เรียกว่า ‘ประตู’ มากกว่า มิใช่โลกแท้จริง หากแต่เป็นทางเชื่อมอันซับซ้อนระหว่างกระจกต่างๆ และอาณาจักรลี้ลับทั้งหลาย
กล่าวคือ หากสามารถใช้ประโยชน์จากโลกในกระจก และกำหนดตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง ฟรังก้าก็จะสามารถซุ่มซ่อนอยู่หลังกระจกที่โมรัน·อาวินีใช้เป็นประจำได้ รอให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาแล้วลงมือโจมตี
“คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้วข้างหนึ่ง
ฟรังก้าตอบอย่างกระตือรือร้น
“ในเมื่อทรีอาร์ยุคที่สี่มีมลทินรั่วไหลออกมาเล็กน้อย จนก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์อย่างปลาไฟเฟือร์ท รวมถึงก่อเกิดโลกในกระจกพิเศษที่พวกเราเคยสำรวจมาก่อน เช่นนั้นแล้ว ในใต้ดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้ จะมีมุมใดมุมหนึ่งได้รับมลทินของนางมารลำดับสูงอย่างยาวนานบ้างหรือไม่?”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนเอ่ยตอบ
“ก็เป็นไปได้”
จินนาหมุนดวงเนตรเล็กน้อย พลางเอ่ยถาม
“หรือว่าจะเป็น สถานที่ที่พวกเธอเก็บกระจกพิเศษได้?”
“บริเวณนั้นต้องมีมลทินรั่วไหลออกจากโลกในกระจกของทรีอาร์ยุคที่สี่แน่นอน”
“จะลองไปดูก็ได้” ลูเมี่ยนยิ้มพลางกล่าว “แต่ไม่ต้องกังวลเกินไปนัก ถึงทำไม่ได้ก็แค่รอไปก่อน รอจนกว่าตะกอนพลังของ ‘ฮิโซกะ’ จะถูกทำให้เป็นสมบัติปิดผนึก ซึ่งอาจช่วยให้พวกเราสามารถแปลงกายเป็น ‘วิญญาณอาฆาต’ และซ่อนตัวในกระจกได้ แต่แน่นอน ผมไม่แน่ใจว่า ‘วิญญาณอาฆาต’ จะสามารถใช้โลกในกระจกได้หรือไม่”
“จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้ลองไปดูกันก่อนเถอะ!” ฟรังก้าหยิบเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกของตนออกมา
เธอหวังว่าวัตถุชิ้นนี้จะช่วยให้ตนรับรู้ถึงบางสิ่งได้
ลูเมี่ยนเหลือบมองครู่หนึ่ง ไตร่ตรองอยู่สักพัก ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง
“การถือเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกไว้กับตัว คงไม่เกิดประโยชน์อันใดหรอก”
“นำเทวรูปนางมารต้นกำเนิดออกมาดีกว่า”
……………………………………………………..