ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 715 ‘ผู้ค้าเงา’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 715 ‘ผู้ค้าเงา’
ตอนที่ 715 ‘ผู้ค้าเงา’
เยบุสจัดระเบียบคำพูดใหม่ แล้วเอ่ยปาก
“พวกเราจะรับรู้ถึงความต้องการบางอย่างได้เร็ว สามารถค้นหาสิ่งที่เหมาะสมมาตอบสนองความต้องการนั้น และใช้วาจากับสายสัมพันธ์ เป็นสื่อกลางให้การแลกเปลี่ยนลุล่วง”
ลูเมี่ยนผู้มีสมองของ ‘นักวางแผน’ ครุ่นคิดอย่างจริงจังสองวินาที จึงเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเยบุส
เด็กหนุ่มกล่าวอย่างขบขัน
“ลองอธิบายด้วยถ้อยคำที่กระชับ และสอดคล้องกับศาสตร์เร้นลับมากกว่านี้หน่อย”
เยบุสชำเลืองมองฟรังก้ากับจินนา แล้วอธิบายอย่างกระตือรือร้น
“พลังหลักมีสองประการ อย่างแรกผมเรียกเอาเองว่า ‘รับรู้สีเทา’ สามารถสัมผัสถึง ‘สีเทา’ ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างขาวกับดำได้ไวกว่าปกติ รวมถึงเจตจำนงที่พัวพันกับขอบเขตของสีเทา และความต้องการที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตของสีเทา”
“อีกอย่างหนึ่งคือ วาทศิลป์อันเป็นเลิศ ซึ่งครอบคลุมทั้งศิลปะการพูด และการสังเกตสีหน้าเพื่อหยั่งถึงความหมายในคำพูดของคู่สนทนา”
“แค่นี้หรือ?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้วถาม
“แค่นี้” เยบุสส่ายหน้าอย่างจริงใจ
“คนกลางไม่คิดค่าธรรมเนียมหรือ?” ลูเมี่ยนยิ้มพลางซักต่อ
“ก่อนการแลกเปลี่ยนจะสำเร็จ จะมีการตกลงค่าตอบแทนกับทั้งสองฝ่าย บางครั้งถึงขั้นไม่รับค่าตอบแทน โดยมุ่งเน้นการสร้างและรักษาสายสัมพันธ์เป็นหลัก” เยบุสตอบอย่างจริงจัง “สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับพลังวิเศษ”
เราเคยเข้าใจว่า พลังวิเศษของ ‘คนกลาง’ คือการได้รับผลประโยชน์จากทุกการแลกเปลี่ยนที่ตนเป็นสะพานเชื่อม รวมถึงการยกระดับในแง่พลังเหนือธรรมชาติ แต่นั่นคงจะทรงพลังเกินไปหน่อย ชัดเจนว่าไม่ใช่พลังของลำดับ 9 …สองพลังที่เยบุสกล่าวถึง นับว่าสอดคล้องกับลำดับ 9 แล้ว เมื่อพิจารณาในมุมดังกล่าว ‘คนกลาง’ จะคล้ายคลึงกับ ‘ผู้ชม’ มาก แทบไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างผู้วิเศษได้โดยตรง จัดอยู่ในกลุ่มสนับสนุนของสนับสนุน…ลูเมี่ยนพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
ฟรังก้าถามต่อด้วยความสนใจใคร่รู้
“แล้วลำดับ 8 คืออะไร?”
ไม่ทันที่ฟรังก้าจะถามต่อ เขาก็อธิบายให้เสร็จสรรพ
“พวกเราสามารถค้นพบสิ่งมีชีวิตลึกลับ รวมถึงตัวตนแสนอันตรายที่ซ่อนอยู่ในความมืดและเงา อีกทั้งยังไม่ถูกโจมตีจากพวกมัน ช่วยให้สามารถบรรลุข้อตกลงกับพวกมันได้”
“ไม่ถูกโจมตีจากสิ่งมีชีวิตลึกลับ รวมถึงตัวตนแสนอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่หรือ?” จินนาอดถามไม่ได้
คุณสมบัตินี้จะไม่ประเสริฐไปหน่อยหรือ?
เยบุสยิ้มพลางตอบว่า
“โดยปกติแล้วเป็นเช่นนั้น แต่ห้ามโจมตีอีกฝ่ายก่อน หรือแอบก่อผลเสียต่ออีกฝ่าย อีกทั้งยังต้องไม่แฝงเจตนาร้ายขณะทำข้อตกลง จนถูกอีกฝ่ายล่วงรู้ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่ หากบังเอิญเข้าไปพัวพันในศึกระหว่างพวกมัน ก็อาจได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมายได้ อีกทั้งยังไม่สามารถยุติพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่กำลังต่อสู้อยู่”
“แล้วถ้าเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าล่ะ?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดก่อนถาม
“ก็ต้องได้รับมลทินที่สมควรได้รับ” เยบุสไม่พยายามโอ้อวด
“โดยสรุปก็คือ ‘ผู้ค้าเงา’ มีออร่าที่ทำให้สิ่งมีชีวิตรอบข้างไม่เกิดเจตนาร้ายสินะ แถมยังติดตัวตลอดเวลา?” ฟรังก้าอุทานด้วยความเข้าใจ
เยบุสกล่าวชื่นชม
“มาดาม คุณสรุปได้ดียิ่งกว่าผมเสียอีก แต่มิใช่การไม่เกิดเจตนาร้าย หากแต่เป็นการลดทอนเจตนาร้ายลงในระดับหนึ่ง ยิ่งอีกฝ่ายมีศักดิ์สูงส่ง ผลก็ยิ่งด้อยลง กล่าวคือ การจะติดต่อกับสิ่งมีชีวิตลึกลับและตัวตนอันตรายเพื่อบรรลุการแลกเปลี่ยน ย่อมมีความเสี่ยงและต้องอาศัยความกล้าหาญเช่นกัน”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เยบุสอมยิ้ม
“ความกล้าที่จะเสี่ยง คือคุณสมบัติที่พ่อค้าผู้ประสบความสำเร็จพึงมี”
“ดูเหมือนว่าแกจะมีสินะ?” ลูเมี่ยนจงใจยกยอ
“แน่นอน” เยบุสตอบอย่างภาคภูมิใจ “ผมเคยทำการแลกเปลี่ยนกับสิ่งมีชีวิตอันตรายมาไม่น้อย จนได้มาซึ่งสิ่งของมีค่าบางอย่าง จากนั้นก็ใช้การแลกเปลี่ยนครั้งใหม่ นำสิ่งเหล่านั้นไปแลกกับสิ่งที่มีประโยชน์ยิ่งกว่า จากเหล่าสาวกของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ หรือสาวกของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ อาทิ กระสุนที่ดูดซับชีวิต กระสุนที่ทำให้เป้าหมายระเบิดจากภายใน กระสุนที่ทำให้มนุษย์ตั้งครรภ์ เป็นต้น”
กระสุนที่ทำให้มนุษย์ตั้งครรภ์…ลูเมี่ยนพลันรู้สึกหวาดผวาในใจ อดโล่งใจไม่ได้ที่ตนไม่เปิดโอกาสให้เยบุสยิงกระสุนนั่นใส่
ฟรังก้ากับจินนาต่างรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายเย็นยะเยือก แม้แต่อ็องโตนีก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าเล็กน้อย
เยบุสกวาดสายตามองฟรังก้า จินนา ลูเมี่ยน และอ็องโตนี พลางกล่าวอย่างสง่างาม
“อาศัยความเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ‘ผู้ค้าเงา’ สามารถช่วยให้พวกคุณได้รับสิ่งของที่สมดังใจปรารถนา เพียงแต่คุณต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เหมาะสม”
“แน่นอน พวกเราไม่อาจรับประกันได้ว่า ทุกการแลกเปลี่ยนจะสำเร็จ”
“ฉันต้องการสูตรโอสถลำดับ 4 เส้นทาง ‘นักล่า’” ลูเมี่ยนเผยรอยยิ้ม
เยบุสนิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบ
“เรื่องนี้ต้องใช้เวลานานมาก เพื่อค้นหาผู้ที่สามารถมอบสูตรที่ต้องการ ผ่านการหมุนเวียนครั้งแล้วครั้งเล่า”
“เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ที่จะแลกเปลี่ยนกับคุณ อาจนำอันตรายมาสู่คุณด้วย”
ลูเมี่ยนเองก็แค่พูดเล่น จึงแกล้งถอนหายใจก่อนเอ่ยปาก
“งั้นก็เอาไว้ก่อน”
“ผู้ค้าเงายังมีพลังอะไรอีก? พวกแกคงไม่ได้มีดีแค่พลังลดทอนเจตนาร้ายของสิ่งมีชีวิตรอบข้าง และการค้นพบตัวตนซ่อนเร้นกระมัง?”
ในที่สุดเยบุสก็จ้องหน้าลูเมี่ยนตรงๆ
“ตอนที่สู้กับคุณ ผมใช้ทั้งพลัง ‘ซ่อนในเงา’ แปลงกายเป็นเงา และการสร้างเงาลวง ล้วนเป็นพลังที่เน้นการปกป้องตัวเอง ผมเรียกรวมๆ ว่า ‘การใช้เงา’”
“ผู้ค้าเงาไม่เพียงใช้เงาในเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังใช้เงาของจริงได้ด้วยสินะ” ฟรังก้าเอ่ยด้วยความทึ่ง
เยบุสได้รับกำลังใจ จึงกล่าวต่อไปว่า
“พวกเรายังสามารถทำสัญญาที่มีเงาของทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยาน เชื่อมโยงถึงดวงวิญญาณของกันและกัน หากฝ่ายใดเกิดผิดสัญญา เงาจะนำพาความเสียหายมาสู่ดวงวิญญาณ เสมือนคำสาปอันร้ายกาจ”
“อย่างนั้นหรือ…” ฟรังก้านึกถึงชายผู้หนึ่งที่ตนเคยพานพบ
บุคคลผู้น่าจะเป็นสมาชิกของ ‘สำนักสัจธรรม’ เคยกล่าวไว้ว่า เขามีวิธีรับประกันอำนาจผูกมัดในพันธสัญญาระหว่างทั้งสองฝ่าย
“แล้วอะไรอีก?” จินนาซักถามต่อ
เยบุสพลันรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงกระแอมสองทีก่อนตอบ
“พวกเรายังสามารถอาศัยพลังของเงาในเชิงสัญลักษณ์ แอบบิดเบือนเงื่อนไขสำคัญในชั่วขณะที่ลงนามสัญญา ทำให้อีกฝ่ายต้องจ่ายมากขึ้นหรือได้รับน้อยลง”
“นึกแล้วเชียว…” ฟรังก้าในที่สุดก็เข้าใจว่า ชายผู้น่าจะเป็นสมาชิก ‘สำนักสัจธรรม’ คนนั้น คิดจะหลอกลวงเธอกับจินนาเช่นไร
เข้าใจแล้วว่าทำไม อีกฝ่ายถึงทำตัวผิดปกติทันทีเมื่อได้ยินว่า เธอขอทำนายเกี่ยวกับสัญญาล่วงหน้า!
‘ผู้ค้าเงา’ เหมาะที่จะติดต่อค้าขายกับผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ เหลือเกิน ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ฝ่ายใดจะเป็นผู้เสียเปรียบ…ลูเมี่ยนไม่เปิดโอกาสให้ฟรังก้าได้ตำหนิ ‘ผู้ค้าเงา’ รีบหัวเราะในลำคอก่อนเอ่ยถามต่อ
“แล้วลำดับ 7 ล่ะ?”
“ลำดับที่ 7 คือ ‘อัยการ’” เยบุสแนะนำอย่างตรงไปตรงมา ดูเหมือนต้องการชดเชยภาพลักษณ์ที่เสียหายจากความมืดดำเกินไปของ ‘ผู้ค้าเงา’ “อัยการมีพลังสองประการ อย่างแรกคือมองเห็นความผิดที่เป้าหมายก่อไว้ แต่ไม่อาจเห็นกระบวนการก่ออาชญากรรม อีกอย่างหนึ่งต่อยอดจากพลังแรก โดยประกาศความผิดของอีกฝ่ายก่อน แล้วจึงชี้แจงข้อกล่าวหาที่เฉพาะเจาะจง…”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ฟรังก้าพลันเกิดความสงสัยขึ้นมา
“ความผิดเหล่านี้ถูกกำหนดโดยอะไร?”
“คงไม่ใช่กฎหมายของอินทิสกระมัง? หากเป็นเช่นนั้น เมื่อพวกเราพบกันในอาณาจักรโลเอ็น พลังด้านนี้ก็ต้องใช้การไม่ได้สิ?”
“หรือว่ามันจะปรับเข้ากับกฎหมายท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ?”
ดูเหมือนเยบุสจะเพิ่งเคยถูกถามแบบนี้เป็นครั้งแรก จึงครุ่นคิดอยู่สิบกว่าวินาทีก่อนเอ่ยตอบ
“คงเป็นการกระทำที่มนุษย์ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าเป็นความผิด รวมถึงการลบหลู่เทพ ฆาตกรรม ข่มขืน ฉ้อโกง ลักทรัพย์ เป็นต้น โดยไม่มีข้อกล่าวหาที่ละเอียดหรือซับซ้อนไปกว่านี้”
“ข้อนี้ก็ยังไม่ถูกต้องนัก” ฟรังก้ายังไม่อาจคล้อยตาม “สมมติว่า…สมมติว่าพวกเราไปอยู่ในดินแดนอันวิปลาสที่ผู้คนทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา รวมถึงฆ่าคน รวมถึงลบหลู่เทพ เช่นนั้นแล้ว ‘อัยการ’ จะประกาศความผิดได้อย่างไร?”
เธอนึกถึง ‘เทศกาลฝัน’ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เยบุสพลันตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยตอบ
“ผมก็ไม่ทราบ…”
“บางที ความผิดต่างๆ อาจมาจากบางสิ่งที่เป็นรากเหง้า” ลูเมี่ยนลองคาดเดา
เยบุสไม่อาจยืนยันได้
ฟรังก้าจึงได้แต่มองเขาพลางเอ่ยปาก
“เล่าต่อเถอะ”
เยบุสใช้เวลาครู่หนึ่ง นึกทบทวนว่าตนเล่ามาถึงตรงไหน
“หลังจากชี้แจงข้อกล่าวหา เป้าหมายก็จะถูกลงทัณฑ์อย่างเหมาะสม เป็นการลงโทษที่มาจากโลกเอง หรือการดำรงอยู่บางอย่าง ส่วนบทลงโทษจะเป็นเช่นไรนั้น ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของอาชญากรรมที่เป้าหมายก่อ พวกเราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ แต่จากประสบการณ์ของผม การลงทัณฑ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือการตายคาที่ รวมถึงการคลุ้มคลั่งคาที่”
“อีกประการหนึ่ง สำหรับความผิดที่กำลังเกิดขึ้น พวกเราสามารถประกาศว่าเป้าหมายกำลังก่ออาชญากรรมได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องชี้แจงข้อกล่าวหา ช่วยประหยัดเวลาได้เป็นอย่างดี”
ฟรังก้าพยักหน้ารับ พลางเข้าใจการต่อสู้ครั้งนั้นในมุมมองใหม่
“ตอนที่ประกาศข้อกล่าวหา แกใช้ภาษาอะไร?” ลูเมี่ยนนึกถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
“ภาษาแห่งระเบียบ…จะเรียนรู้โดยปริยายเมื่อได้รับพร ‘อัยการ’” เยบุสตอบโดยไม่ปิดบัง
ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘อืม’ ก่อนถามต่อ
“แล้วลำดับ 6 ล่ะ?”
“คือ ‘ผู้ทะเยอทะยาน’” ดวงตาของเยบุสราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชน “ความทะเยอทะยานอันไม่มีวันเหือดแห้ง นำมาซึ่งร่างกายอันแข็งแกร่ง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคม พลังวิญญาณอันโดดเด่น ผลักดันให้พวกเราไขว่คว้าหาความแข็งแกร่งในการต่อสู้อยู่เสมอ และด้วยความทะเยอทะยานที่ลุกโชนนี้ ทำให้พวกเราไม่อาจหยุดพัก เว้นแต่จะตั้งใจเข้านอนเอง ไม่มีผู้ใดสามารถบังคับให้พวกเราหลับใหลหรือสลบได้…”
“กำลังจะบอกว่า มันสามารถต่อต้านพลังที่บังคับให้ฝัน รวมถึงพลังที่ทำให้หมดสติสินะ? ไม่สิ หรือว่าจะไม่ใช่การต่อต้าน แต่เป็นภูมิคุ้มกัน?” ลูเมี่ยนเข้าใจในทันที ว่าเหตุใดเยบุสจึงฟื้นตัวได้รวดเร็วหลังจากโดน ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ เข้าไป
ลูเมี่ยนถามเรื่อง ‘ผู้ทะเยอทะยาน’ อีกสองสามประโยค ก่อนเอ่ยว่า
“แกน่าจะอยู่ลำดับ 5 สินะ?”
“ถูกต้อง” เยบุสยืดอกเล็กน้อยต่อหน้านางมารทั้งสอง
ฟรังก้าถามด้วยความสงสัย
“ลำดับ 5 คืออะไร?”
เยบุสยิ้มพลางเอ่ยตอบ
“คือ ‘กล่องมืด’”
กล่องมืด? ฟรังก้าและลูเมี่ยนต่างนึกถึง ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ที่ได้มาจากนายพลฟิลิป
นั่นคือพลังที่เกิดจากพรของลำดับ 5 เส้นทาง ‘คนกลาง’ หรือ?
ลูเมี่ยนจ้องมองเยบุส ไม่รีบร้อนซักไซ้พลังของ ‘กล่องมืด’ เพียงถามด้วยท่าทีครุ่นคิดว่า
“พวกแกมีความสัมพันธ์อย่างไรกับพรรคเผาถ่าน?”
……………………………………………………..