ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 718 คำเตือนอีกครั้ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 718 คำเตือนอีกครั้ง
ตอนที่ 718 คำเตือนอีกครั้ง
ลูเมี่ยนกับอ็องโตนีไม่ต้องรอนานนัก บรรดารัฐมนตรีก็ทยอยออกจากวังภราดรภาพ
ทั้งสองรีบแทรกตัวไปด้านหน้าของโมรัน·อาวินี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พลางฟังคำถามที่ผู้สื่อข่าวคนอื่นยิงเข้าใส่ ขณะเดียวกันก็สังเกตเป้าหมายด้วยวิธีของตนเอง
ผ่านไปสิบกว่าวินาที ลูเมี่ยนเอียงศีรษะมองอ็องโตนี แล้วส่ายหน้าเชื่องช้า
เด็กหนุ่มต้องการสื่อว่า จากสภาพของสายธารแห่งชะตา ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด
เขาเชื่อว่า ‘ผู้ชม’ จะเข้าใจความหมายที่ตนต้องการสื่อ
อ็องโตนีส่ายหน้าตาม เพื่อบอกลูเมี่ยนว่า ทั้งสีหน้าและท่าทางของโมรัน·อาวินีล้วนเป็นปกติดี
หรือว่า ‘หัวหน้างาน’ สายตรงของเยบุส ยังไม่ได้ติดต่อโมรัน·อาวินี? หรือไม่เช่นนั้น ข้อสันนิษฐานของพวกเราก็อาจคลาดเคลื่อน ความตายของเยบุสมิได้เกิดจากการกำกับดูแลของ ‘หัวหน้างาน’ พวกเขายังไม่ล่วงรู้สถานการณ์ของเยบุสในปัจจุบัน? ขณะที่ยังคงสังเกตการณ์อยู่ ความคิดก็แล่นปราดผ่านสมองของลูเมี่ยน
นี่คือเหตุผลที่เด็กหนุ่มต้องมารออยู่หน้าวังภราดรภาพด้วยตัวเอง เพื่อเฝ้าดูโมรัน·อาวินี
มีเพียงการรวบรวมข่าวกรองล่าสุดและเป็นจริงที่สุดเท่านั้น จึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่า ควรดำเนินการตามแผนเดิม หรือปรับเปลี่ยนแผนการ หรือล้มเลิกไปชั่วคราว!
อา…ในสายธารแห่งชะตาของโมรัน·อาวินี ยังคงมีแขนงที่เขาจะก้าวผ่านกระจกเงาบานใหญ่ในห้องหนังสือ ซึ่งถูกปกคลุมด้วยสีดำเข้มข้น…ลูเมี่ยนไม่สนใจการสิ้นเปลืองพลังวิญญาณ คอยจับตาการเปลี่ยนแปลงทางชะตากรรมของโมรัน·อาวินีอย่างไม่ขาดตอน
หลังจากให้สัมภาษณ์ไม่ยาวนัก รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมผู้สง่างามรายนี้ ก็เดินลงจากบันไดหน้าวังภราดรภาพโดยมีบอดี้การ์ดคุ้มกัน มุ่งหน้าไปยังรถม้าสี่ล้อสี่เบาะคันวิจิตรของเขา
ระหว่างที่รอบุรุษรับใช้เปิดประตูรถม้า โมรัน·อาวินีก็หยิบกระจกขนาดเท่าฝ่ามือออกจากอก ราวกับต้องการตรวจสอบรูปลักษณ์ของตนในยามปัจจุบัน
สำหรับชนชั้นสูงในกรุงทรีอาร์ นี่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญเสียจนไม่มีผู้ใดเคลือบแคลงสงสัย บุรุษแต่งหน้า บุรุษเข้าร้านเสริมสวยและทำผม คือกระแสนิยมที่ดำรงอยู่มาช้านาน
ขณะโมรัน·อาวินีจ้องกระจกแต่งหน้าในมือตน ม่านตาสีเทาเข้มก็พลันขยายกว้าง สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น ลูเมี่ยนผู้มีดวงตาสีเงินดำ ก็พบว่าแขนงแห่งชะตากรรมของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมรายนี้ เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล
ไม่มีแขนงชะตาใดเหลืออยู่เลย ที่โมรัน·อาวินีจะเดินเข้าไปในกระจกเงาบานใหญ่ในห้องหนังสือ!
‘ตัวเลือก’ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดล้วนหายไปสิ้น!
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ต่อให้ลูเมี่ยนจะยอมสิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปกว่าครึ่งเพื่อใช้พลัง ‘กระตุ้นชะตา’ ก็ไม่สามารถทำให้โมรัน·อาวินี ‘สมัครใจ’ เข้าไปในกระจกเงาบานใหญ่ในห้องหนังสือได้อีกต่อไป
‘กระตุ้นชะตา’ มิใช่การสร้างชะตากรรม จำต้องมีตัวเลือกอยู่ก่อน จึงจะกระตุ้นได้!
ถือโอกาสที่ผู้สื่อข่าวเปลี่ยนไปสัมภาษณ์ผู้อื่น ขณะที่ทั้งสองค่อยๆ เดินตามไป อ็องโตนีก็กระซิบเสียงต่ำบอกลูเมี่ยน
“หลังจากส่องกระจกแต่งหน้า โมรัน·อาวินีแสดงอารมณ์หวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน”
ลูเมี่ยนเดินตามผู้สื่อข่าวคนอื่น พลางจับตาดูโมรัน·อาวินี ในใจก็เกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมา
ใครบางคนส่งข่าวถึงโมรัน·อาวินีผ่านกระจกแต่งหน้าบานนั้น!
และข่าวสารที่ส่งมาถึง อาจเป็นการตายอย่างลึกลับของเยบุส·ลาตา ผู้รับผิดชอบคุ้มครองกระจกเงาบานใหญ่ในห้องหนังสือ อีกทั้งศพก็หายสาบสูญ
สำหรับโมรัน·อาวินี นี่หมายความว่ามีผู้หมายปองเขา เงามืดได้แผ่คลุมมาถึงแล้ว ทั้งยังไม่รู้ที่มาและสถานการณ์
ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นธรรมดาที่จะบังเกิดความหวาดกลัวอยู่ในใจ และสำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่ เมื่อมีอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ย่อมสะท้อนออกมาทางสีหน้าและอากัปกิริยา จึงง่ายที่ ‘ผู้ชม’ ทั้งหลายจะสังเกตเห็น
“อา…ในเมื่อเยบุสยังมี ‘กระดุมกระจก’ การที่ ‘หัวหน้างาน’ ผู้อยู่เหนือเขา จะมีสิ่งของคล้ายกันก็คงไม่แปลก อีกทั้งยังอาจมีพลังในการส่งข่าวผ่านโลกในกระจกด้วย…” ลูเมี่ยนนึกถึงกระดุมแขนเสื้อแก้วที่ตอนนี้อยู่กับฟรังก้า “ยิ่งไปกว่านั้น เยบุสเคยกล่าวว่า โมรัน·อาวินีสั่งให้ ‘คนในกระจก’ อื่นๆ ที่แยกตัวจากตระกูลทามาร่า พากันเปลี่ยนตัวตน ย้ายไปที่อื่น เหลือไว้เพียงตัวเองคอยติดต่อกับผู้คนของ ‘สำนักสัจธรรม’”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึง ‘หัวหน้างาน’ จะพบว่าเยบุสหายตัวไปอย่างลึกลับ และเสียชีวิตในที่สุด ก็คงไม่สามารถติดต่อ ‘คนในกระจก’ ที่เหลือได้อยู่ดี จำต้องรอให้โมรัน·อาวินีประชุมรัฐมนตรีเสร็จสิ้นเสียก่อน เพื่อรับการแจ้งเตือนที่ส่งไปถึง…”
“ข้อสันนิษฐานก่อนหน้าของพวกเรา บัดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว ความตายของเยบุสเกิดจากการกำกับดูแลของ ‘หัวหน้างาน’ จริง แต่ ‘หัวหน้างาน’ ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถูกจำกัดด้วยพลังวิเศษของตัวเอง กอปรกับการรบกวนโดยเทวรูปนางมารต้นกำเนิด จึงยังไม่สามารถระบุตำแหน่งพวกเราและโต้กลับในทันที…”
“แผนการเดิมต้องล้มเลิกแล้ว ตอนนี้ไม่อาจทำให้โมรัน·อาวินี ‘สมัครใจ’ เข้าไปในกระจกเงาบานใหญ่ในห้องหนังสือได้อีก…”
ท่ามกลางความคิดอันสับสนว้าวุ่น ลูเมี่ยนเห็นโมรัน·อาวินีเก็บกระจกแต่งหน้า ก้าวขึ้นรถม้า มุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ของตน
เด็กหนุ่มกับอ็องโตนีถือโอกาสที่หน้าวังยังคงโกลาหล แอบปลีกตัวไปอย่างเงียบงัน
ณ ขอบจัตุรัสที่มีรูปปั้นและเสาโอเบลิสก์ตั้งตระหง่าน ลูเมี่ยนกวาดตามองรอบด้าน เห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้เคียง จึงเอ่ยถามอ็องโตนีด้วยเสียงต่ำว่า
“คุณคิดว่าโมรัน·อาวินีหวาดกลัวอะไร?”
เขาได้บอกข้อสันนิษฐานของตน เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันให้อ็องโตนีฟังแล้ว
อ็องโตนีลองวิเคราะห์ ‘สำนักสัจธรรม’ และสภาวะจิตใจของโมรัน·อาวินีจากมุมมองของ ‘ผู้ชม’
“ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ‘สำนักสัจธรรม’ ซึ่งเป็นองค์กรลับบูชาเทพมาร ย่อมไม่อาจส่งยอดฝีมือลำดับครึ่งเทพมาคุ้มกัน ‘คนในกระจก’ อย่างโมรัน·อาวินีได้ ด้วยพวกเขามิใช่ศาสนาจารีตที่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามอำเภอใจ หรือทุ่มเททรัพยากรได้ไม่หยุดหย่อน ทางนั้นจำต้องคำนึงว่ากลุ่มที่จับตัวเยบุสไปนั้น อาจมียอดฝีมือลำดับครึ่งเทพด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังอดสงสัยมิได้ว่า นี่อาจเป็นปฏิบัติการลับของ ‘ผู้ชำระ’ ‘จิตแห่งจักรกล’ หรือหน่วยแปด”
“กล่าวคือ ‘หัวหน้างาน’ รายนั้นคงบอกกับโมรัน·อาวินีว่า ต่อจากนี้ต้องพึ่งพาตัวเองแล้ว ทางเราจะให้ความช่วยเหลือทางอ้อมตามความเหมาะสม แต่ไม่อาจยื่นมือช่วยโดยตรงได้”
“นิกายเทพมารอื่นๆ อาจคลั่งไคล้ สุดโต่ง หรือสิ้นสติปัญญา จนตัดสินใจปักหลักปกป้องโมรัน·อาวินี แต่อ้างอิงจากหลักปรัชญาที่เยบุสเคยบรรยายให้ฟัง ‘สำนักสัจธรรม’ จะไม่ทำเช่นนั้นแน่”
“ส่งผลให้โมรัน·อาวินีไม่อาจข่มความหวาดกลัว เพราะนี่เท่ากับว่าตัวเองถูกทอดทิ้งแล้ว” ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
อ็องโตนีวิเคราะห์ต่อไป
“เรายังต้องคำนึงถึงประเด็นพิเศษที่ว่า โมรัน·อาวินีเป็น ‘คนในกระจก’ ด้วย”
“บรรดา ‘คนในกระจก’ ที่เราเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้ นอกจากมีความปรารถนาส่วนตัวแล้ว ยังแสดงออกถึงความคลั่งไคล้ในระดับหนึ่ง ต่อผู้ที่ตนติดตาม และต่อจุดมุ่งหมายโดยรวม”
“จากที่ผมสังเกตเมื่อครู่ โมรัน·อาวินีแม้จะหวาดกลัวจากก้นบึ้งหัวใจ แต่ก็สามารถควบคุมตนเองได้ดี ยามก้าวขึ้นรถม้า ยังคงมีท่าทีเด็ดเดี่ยว สีหน้าแน่วแน่ราวกับตัดสินใจบางเรื่องได้แล้ว”
ลูเมี่ยนเอ่ยด้วยแววตาเข้าใจ
“เขามีความคิดที่จะเสียสละตัวเองหรือ?”
“เขาคงจะรีบแจ้งให้ ‘คนในกระจก’ ที่เหลือทราบ ให้พวกนั้นรีบไปซ่อนตัว ส่วนตัวเองซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มครองอย่างเข้มงวดจากทางการ ไม่อาจหลบหนีไปไหนได้ จำต้องอยู่ที่เดิม อยู่ในสายตาของฝ่ายศัตรู ได้แต่ภาวนาว่าโชคจะเข้าข้าง การคุ้มครองจากทางการจะมีประสิทธิภาพเพียงพอ?”
“หึๆ ในเวลาแบบนี้ สำหรับเขาแล้ว การคุ้มครองก็คงไม่ต่างจากการจองจำอีกรูปแบบหนึ่ง”
อ็องโตนีเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“หลังจากโชคชะตาของโมรัน·อาวินีเปลี่ยนไป มีลำธารสายใดย้อมสีดำบ้างหรือไม่?”
ลูเมี่ยนส่ายศีรษะ
“ยังเลย”
“นี่เป็นสถานการณ์พิเศษ แสดงว่าต้องรอให้โมรัน·อาวินีตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ แยกเป็นสายธารแห่งชะตาใหม่เสียก่อน สายสีดำจึงจะปรากฏให้เห็น”
เมื่อสนทนามาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบาแล้วกล่าว
“ตอนนี้ยังมองไม่เห็นโอกาสใดอีก หาก ‘หัวหน้างาน’ ใจร้อนมาคุ้มครองโมรัน·อาวินีด้วยตัวเอง กลับยิ่งจะเป็นเรื่องดี ‘นางมารดำ’ คงกำลังรอเขาอยู่”
“อา…พวกเราไปหาจินนากับฟรังก้ากันก่อนเถอะ”
…………
ณ โพรงเหมืองหินที่มีประตูถาวรสู่โลกในกระจก
ฟรังก้าที่รออย่างอดทน เห็นเส้นผมดำขลับทะลุออกมาจากกระจกอีกครั้ง ก่อนจะร่วงหล่นลงทีละเส้น
ร่างของ ‘นางมารดำ’ แคลริสปรากฏขึ้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขณะนี้ไม่มีผู้วิเศษคนใดซ่อนตัวอยู่หลังกระจกบานดังกล่าว พวกเขาคงทอดทิ้งโมรัน·อาวินีไปแล้ว”
“หลังจากนี้ฉันคงช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้ ต้องพิจารณาแผนใหม่กันเอาเอง หาวิธีจับตัวโมรัน·อาวินีท่ามกลางการคุ้มครองอย่างแน่นหนาของผู้วิเศษฝ่ายทางการ โดยที่เขาไม่ต้องเข้าสู่โลกในกระจก”
ท่านมีวิธีหรือไม่? ฟรังก้าอยากถามออกไป แต่เกรงว่าจะทำให้ ‘นางมารดำ’ ยิ่งโกรธ จึงได้แต่ตอบรับเสียงอ่อยว่า ‘ค่ะ’
…………
ณ บ้านลับในเขตบริหาร ซึ่งถูกเช่าเตรียมไว้ล่วงหน้า
จินนากล่าวแก่ลูเมี่ยนและอ็องโตนี
“มาดามจัดจ์เมนต์สั่งให้พวกเราระงับปฏิบัติการเอาไว้ก่อน ข้อมูลมากมายที่ได้จากเยบุสนั้น เธอจำต้องหารือกับอาร์คาน่าใหญ่ท่านอื่นๆ”
กับมาดามเฮอร์มิทกระมัง? ลูเมี่ยนพึมพำเงียบงันด้วยท่าทีครุ่นคิด
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับแล้วเอ่ยปาก
“ไปหาฟรังก้ากันเถอะ”
เมื่อมาพบฟรังก้า ณ โพรงเหมืองหินใต้ดิน แล้วแลกเปลี่ยนผลลัพธ์ที่แต่ละฝ่ายได้มา ลูเมี่ยนก็ถอนหายใจยาว
“คงต้องล้มเลิกไปก่อน”
พวกฟรังก้าเพิ่งจะพยักหน้าตอบรับ ก็มีเสียงอันน่าเกรงขามดังกังวานขึ้นข้างใบหูของลูเมี่ยน
“พวกเจ้าไม่ถอดใจเร็วไปหน่อยหรือ?”
“เจ้าไม่เห็นปัญหาจริงหรือ?”
เทอร์มีโพลอส…ไฉนพระองค์จึงมาเตือนเราอีก ทั้งที่มิใช่ยามคับขันซึ่งจะเป็นอันตรายต่อพระองค์? ลูเมี่ยนอดขมวดคิ้วมิได้
สุรเสียงทรงพลังของเทอร์มีโพลอสยังคงดำเนินต่อไป
“เจ้าลองคิดดู หากตัวเองเป็น ‘หัวหน้างาน’ ในสถานการณ์เช่นนี้จะทำอย่างไร?”
“แน่นอนว่าต้องถอนกำลังคน ซ่อนตัว เพื่อมิให้ศัตรูสืบสาวถึงตัวได้…” ลูเมี่ยนพึมพำในลำคอ “หลังจากจัดการเสร็จแล้ว ยังจะเหลืออะไรให้ทำอีก? จะช่วยเหลือโมรัน·อาวินีทางอ้อมด้วยวิธีใด?”
ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี มองดูลูเมี่ยนพูดกับตัวเอง จึงรอคอยคำตอบสุดท้ายจากเด็กหนุ่ม
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
เขามองหน้าสหายทั้งสาม พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ข้อตกลงในกล่องมืด!”
“ปกป้องโมรัน·อาวินีด้วยการทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ระดับสูง!”
“ดังนั้น พวกเราต่างก็ล้มเลิกด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน แม้แต่สายธารแห่งชะตาก็ยังไม่แสดงลำธารที่บ่งบอกลางมรณะของโมรัน·อาวินี!”
……………………………………………………..