ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 719 การผลักดัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 719 การผลักดัน
ตอนที่ 719 การผลักดัน
“พวกเราได้รับอิทธิพลจาก ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ หรือ?” ฟรังก้าทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด มิได้พบสิ่งผิดปกติใดนัก เว้นเพียงประเด็นเดียวที่ควรค่าแก่การถกเถียง นั่นคือ ‘นางมารดำ’ น่าจะมีวิธีพาโมรัน·อาวินี ‘จากไป’ ได้อย่างรวดเร็วแม้จะอยู่ท่ามกลางการคุ้มครองของหน่วยผู้วิเศษทางการ ด้วยตัวเธอสามารถใช้โลกในกระจกได้อย่างชำนาญ ทว่า ‘นางมารดำ’ กลับผลักภาระนี้มาให้พวกตนทั้งหมด
แน่นอน เรื่องนี้ก็เข้าใจได้ แม้หน่วยผู้วิเศษทางการที่คุ้มครองโมรัน·อาวินี จะประกอบด้วยผู้มีลำดับกลางเท่านั้น แต่ที่นี่คือกรุงทรีอาร์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐอินทิส เขตมุขมณฑลที่ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสและเทพจักรกลไอน้ำให้ความสำคัญยิ่ง มีครึ่งเทพประจำการอยู่นับไม่ถ้วน พร้อมจับจ้องได้ทุกเมื่อ หาก ‘นางมารดำ’ ไม่สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็วและสังหารทุกคนในที่เกิดเหตุ ย่อมได้รับผลกระทบไม่น้อยในภายหลัง อาจถูกผู้วิเศษทางการใช้สมบัติปิดผนึกบางชนิดติดตามร่องรอยได้
หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นกับเธอ สาขานิกายนางมารในทรีอาร์ย่อมได้รับผลกระทบถึงขั้นล่มสลาย ในสถานการณ์เช่นนี้ การมอบหมายให้สมาชิกที่มีตำแหน่งไม่สูงไม่ต่ำ และมีความสามารถพอสมควรเป็นผู้รับผิดชอบแทน โดยเธอคอยจัดการภายหลัง นับเป็นทางเลือกที่รอบคอบกว่า หากเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามคาด เธอก็สามารถตัดขาดฟรังก้าและเหล่าคนรักได้ทันที
แน่นอน ทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่า ความสำคัญของโมรัน·อาวินียังไม่ถึงขั้นที่นิกายนางมารจะยอมจ่ายราคาแพงเพื่อจัดการเขา มิฉะนั้น นิกายนางมารย่อมถอนสมาชิกที่ไม่เกี่ยวข้องออกล่วงหน้า และเหล่านางมารลำดับสูงที่ใช้สีเป็นฉายา ก็จะมารวมตัวกันที่กรุงทรีอาร์
“ผมเองก็เห็นว่ามีปัญหา มิใช่เพราะไม่ควรล้มเลิกหรือไม่อาจล้มเลิก แต่เป็นเพราะล้มเลิกเร็วเกินไป” อ็องโตนีให้ความเห็นจากแง่มุมธรรมชาติของมนุษย์
ฟรังก้าพยักหน้ารับก่อนจะกล่าว
“ก็จริง ‘นางมารดำ’ เพียงแค่ตรวจสอบอย่างผิวเผินว่า ไม่มีผู้วิเศษซ่อนตัวอยู่หลังกระจกบานดังกล่าว ก็ตัดสินว่าโมรัน·อาวินีถูกทอดทิ้งแล้ว จึงไม่ให้ความช่วยเหลืออีก”
“ฟังดูด่วนตัดสินเกินไปหน่อยจริงๆ” จินนาวิพากษ์สั้นๆ
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ
“มาดามจัดจ์เมนต์ก็ถูกผลกระทบด้วยหรือ?”
“เป็นไปได้” ลูเมี่ยนก้มมองอกซ้ายของตน
เด็กหนุ่มกดเสียงต่ำลงอีกครั้ง แล้วจึงเอ่ยถาม
เสียงอันน่าเกรงขามของเทอร์มีโพลอส ก้องกังวานภายในร่างของลูเมี่ยน
“อาจจะ ข้าเองก็ไม่แน่ใจ”
“อาจเป็นเพราะตราผนึกของ ‘เดอะฟูล’ ก็ได้ ตราผนึกแม้จะเป็นพันธนาการ แต่บางครั้งก็เป็นเกราะป้องกันได้เช่นกัน”
เหมือนกับร่างไร้วิญญาณของ ‘เทพหายนะ’ นาโปริดิสลีหรือ? ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ของ ‘หัวหน้างาน’ ผู้นั้น ไม่อาจผ่านตราผนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ได้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเทอร์มีโพลอส? ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ แล้วกล่าวกับจินนาว่า
“จำเป็นต้องแจ้งข้อสันนิษฐานนี้แก่มาดามจัดจ์เมนต์ หากมี ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ จริง เมื่อได้รับคำเตือน เธอย่อมสลัดผลกระทบออกได้ทันที และมอบคำแนะนำใหม่ หากไม่มี ก็เพียงแต่ผู้ส่งสารต้องลำบากหน่อยเท่านั้น”
“ตกลง” จินนาเข้าใจความหมายของลูเมี่ยนที่ว่า ‘แม้พวกเราสงสัยว่ามี ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ แต่ก็จะไม่หุนหันพลันแล่นลงมือในทันที ยังต้องรอคำชี้นำใหม่จากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ก่อน’
ระหว่างรอจดหมายตอบจากมาดามจัดจ์เมนต์ ฟรังก้าถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง
“เป็นอะไรไป?” จินนาถามด้วยความห่วงใย
ฟรังก้าตอบด้วยสีหน้า ‘เคียดแค้น’
“‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ คราวนี้ยิ่งใหญ่นัก ส่งผลต่อครึ่งเทพอย่างน้อยสององค์ ‘หัวหน้างาน’ แห่งสำนักสัจธรรมคนนั้นต้องจ่ายไปเท่าไรกันแน่”
ก็คงอย่างนั้น แต่มันเกี่ยวอะไรกับเธอเล่า เหตุใดจึงต้องเคียดแค้น? จินนากะพริบตา ตามความคิดฟรังก้าไม่ทัน
ฟรังก้ากล่าวต่อไป
“เมื่อมาดามจัดจ์เมนต์จับตัวหรือสังหารเขาได้โดยความช่วยเหลือของพวกเรา ของรางวัลที่จะแบ่งให้พวกเราคงเหลือไม่มาก”
“อาจเป็นขอทานเหมือนเยบุสอีกก็ได้!”
ชั่วขณะนั้น ทั้งลูเมี่ยน จินนา และอ็องโตนี ต่างไม่รู้จะตอบสนองต่อฟรังก้าเช่นไร
ถึงกับเจ็บปวดกับของรางวัลที่อาจได้ในอนาคตเสียแล้วหรือ?
ลูเมี่ยนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา มองไปทางฟรังก้าและจินนาก่อนเอ่ยปาก
“ถูกต้อง มันคือลางสังหรณ์จากพลังวิญญาณของนางมาร” ฟรังก้ากล่าวอย่างภาคภูมิ “แม้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่หากได้อยู่ใกล้คุณ วิธีรับมือกับอันตรายก็มีมากขึ้น”
จินนาพยักหน้ารับ แสดงว่าตนก็เช่นกัน
ลูเมี่ยนหันไปมองอ็องโตนี
“แล้วคุณล่ะ?”
อ็องโตนีตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ผมคิดว่าเยบุสจะถูกคำถามสองข้อนั้นกระตุ้น จนหลุดพ้นจากอิทธิพลสะกดจิต ท่าทีของฟรังก้าและจินนาก็ยืนยันความกังวลของผมโดยอ้อม”
“ในสถานการณ์ดังกล่าว การหลบอยู่หลังพวกคุณย่อมปลอดภัยกว่า”
“ใช้พวกเราเป็นโล่เนื้อหรือ?” ฟรังก้าด่าอย่างขบขัน
อ็องโตนีพยักหน้าอย่างจริงใจ
“พวกคุณมี ‘กระจกตัวแทน’”
“ก็จริงนะ” ฟรังก้ายอมรับเหตุผลนี้
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที ผู้ส่งสารของมาดามจัดจ์เมนต์ก็นำจดหมายตอบกลับมาส่ง
จดหมายตอบนั้นเรียบง่าย มีเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
“พวกคุณสามารถดำเนินการต่อได้”
นี่หมายความว่า ไพ่อาร์คาน่าใหญ่จะจับตาดูเรื่องนี้หรือ? ได้ติดต่อกับมาดามเฮอร์มิทแล้วหรือ? ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วยิ้มกล่าวกับพวกฟรังก้า
“พวกเราจะดำเนินการตามแผนเดิม”
“แผนเดิม?” ฟรังก้าสะดุ้งตกใจ
“ใช่” ลูเมี่ยนยิ้มพลางตอบ “ในช่วงสองสามชั่วโมงถัดไป หรือแม้กระทั่งหนึ่งวันเต็ม ‘หัวหน้างาน’ และ ‘คนในกระจก’ ที่เหลือจะไม่ไปโผล่หลังกระจกบานใหญ่ในห้องหนังสือของโมรัน·อาวินี เพื่อคุ้มครองเขาอย่างแน่นอน นี่คงเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญสำหรับทำให้ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ สำเร็จลุล่วง อีกทั้ง ‘นางมารดำ’ ก็ได้ไปตรวจตราด้วยตัวเองแล้ว และ ‘หัวหน้างาน’ ย่อมไม่อาจล่วงรู้ว่า เธอจะไปตรวจสอบอีกเมื่อใด จึงต้องเว้นช่วงไว้ให้เพียงพอ”
“กล่าวคือ หากพวกเราซ่อนตัวอยู่ในกระจกบานนั้น ก็จะไม่ถูกรบกวน และไม่มีอันตรายใดๆ”
จินนาขมวดคิ้วแผ่วเบา
“แต่ประเด็นสำคัญคือ โมรัน·อาวินีจะไม่เข้าไปในกระจกบานใหญ่อีกสักระยะไม่ใช่หรือ? แล้วเราจะซุ่มโจมตีอย่างไร…”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ จินนาก็ชะงักคำพูดไป ราวกับนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง
รอยยิ้มของลูเมี่ยนค่อยๆ เปล่งประกายสดใส
“หาก ‘หัวหน้างาน’ สามารถทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ได้ พวกเราก็ทำได้เช่นกัน!”
“จริงด้วย ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’!” ฟรังก้าเข้าใจความหมายของลูเมี่ยนในทันที
อาศัย ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ เพื่อให้โมรัน·อาวินีพบ ‘เหตุผล’ ที่จะ ‘พิจารณา’ เข้าไปในกระจกบานใหญ่นั่นอีกครั้ง!
ส่วน ‘การทำในทางลับ’ จะช่วยบรรลุข้อตกลงนี้ได้อย่างไร มิใช่เรื่องที่พวกเราต้องกังวล แม้แต่เหล่า ‘หัวหน้างาน’ เองก็มีแนวโน้มว่าจะไม่ทราบ ‘กระบวนการ’ ที่กล่องมืดทำให้ข้อตกลงเป็นจริง
กล่องมืดก็คือกล่องดำนั่นแหละ!
หลังจากใช้ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ตรวจสอบระดับความเสี่ยงแล้ว ลูเมี่ยน ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี ก็ทยอยกันผ่านทางเข้าโลกในกระจกที่ติดตั้งอยู่บนโขดหินนูน เข้าสู่พื้นที่ลึกลับอันมืดมิดนั่น
เมื่อมองดูเส้นทางว่างเปล่าที่ทอดยาวไปไม่รู้จุดหมายปลายทาง ซึ่งพันเกี่ยวกันราวกับใยแมงมุม ลูเมี่ยนก็กระตุ้นพันธสัญญา ‘รอยประทับกระจกเงา’ บนร่างของตน
จากนั้น เด็กหนุ่มกล่าวกับพวกฟรังก้าว่า
“ผมสัมผัสถึงกระจกบานใหญ่นั้นได้ สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ”
“งั้นก็พาพวกเราไปเลย” ฟรังก้าสวมฮู้ดของชุดนักลอบสังหารกลับเข้าที่ แล้วคว้าแขนของลูเมี่ยนไว้
แม้เธอจะสวมใส่ ‘กระดุมกระจก’ ติดตัวอยู่ แต่ในเมื่อมีทางเลือกอื่น เหตุใดจะต้องสิ้นเปลืองโควตาการใช้งานด้วยเล่า?
เมื่อจินนาและอ็องโตนีจับแขนของเขาอีกครั้ง ลูเมี่ยนก็กระตุ้นรอยประทับ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ เพื่อเดินทางผ่านหนึ่งในเส้นทางว่างเปล่าอันมืดมิด ‘เทเลพอร์ต’ มาถึงเบื้องหน้าแสงระยิบระยับสีดำลึกล้ำ
แสงระยิบระยับดังกล่าวคือกระจกบานหนึ่ง มีพื้นที่พร่ามัวที่เชื่อมต่อกับอุโมงค์เลือนรางมากมายราวใยแมงมุม
ลูเมี่ยนโน้มกายเข้าไปใกล้แสงระยิบระยับสีดำลึกล้ำ มองผ่านผิวกระจกออกไป จนกระทั่งเห็นภาพด้านนอก
ที่นี่คือห้องหนังสือของโมรัน·อาวินีจริงๆ
ฟรังก้าจดจำสถานที่เป้าหมายได้เช่นกัน จึงถอนหายใจพลางกล่าว
“ฉันจะเป็นคนทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ เอง”
“ให้ผมทำเถอะ” ลูเมี่ยนยิ้มพลางกล่าว “หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แม้ไม่ใช้ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ตัวผมก็มีแนวโน้มจะเผชิญหน้ากับพวกมารอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ถือโอกาสใช้งานให้เต็มเหนี่ยวไปเลยดีกว่า”
เด็กหนุ่มหมายถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนาโปริดิสลี
“ก็ได้” ฟรังก้ายอมรับว่าเหตุผลของลูเมี่ยนฟังขึ้น “งั้นฉันจะเป็นคนออกเงินเอง!”
เธอหยิบทองคำมูลค่าห้าพันเฟลคินออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
ลูเมี่ยนไม่ปฏิเสธ เพียงกล่าวกับพวกจินนาว่า
“ข้อตกลงที่ผมจะทำคือ ดลใจให้โมรัน·อาวินี เกิดความคิดที่จะเข้ามาในกระจกบานใหญ่ในห้องหนังสือ จากนั้นก็จะใช้ ‘กระตุ้นชะตา’ เพื่อเปลี่ยนความคิดนั้นให้กลายเป็นลงมือทำ”
“กรณีนี้จะง่ายกว่าการทำข้อตกลงให้โมรัน·อาวินี เดินเข้ามาในกระจกด้วยตัวเองมาก ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็ย่อมน้อยกว่าแน่นอน”
“ก็จริง” จินนาหยิบ ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ออกมาจากกระเป๋าเป้
กล่องไม้สีเข้มขนาดไม่ใหญ่นี้ ยังใช้งานได้อีกแปดครั้ง
ลูเมี่ยนใช้มือขวากำถุงเหรียญทองของฟรังก้า ยื่นผ่านเข้าไปในม่านหนังแผ่นบาง
จากนั้น เด็กหนุ่มสัมผัสถึงนิ้วทั้งห้าที่ทั้งชื้นและย่น มันรีบกำเข้าหากัน คว้าถุงเหรียญทองเอาไว้
สีหน้าของลูเมี่ยนไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย เพียงเอ่ยคำขอของตนเป็นภาษาเฮอร์มิส
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง มือที่ชื้นและย่นก็ผลักถุงเหรียญทองกลับคืนมา
นี่มัน…ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้น บอกเล่าสถานการณ์ให้พวกฟรังก้าฟัง
“นี่หมายความว่า ต้องใช้เพิ่มเงินสินะ!” ฟรังก้าเข้าใจในทันที
เธอหยิบธนบัตรและทองคำออกมาเพิ่มด้วยความเสียดาย แต่มือย่นที่เย็นเฉียบนั่น กลับยังผลักค่าตอบแทนกลับคืนมาครั้งแล้วครั้งเล่า
ลูเมี่ยนช่วยฟรังก้าเพิ่มเงินอีกหลายหมื่นเฟลคิน แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
“บางที ‘กล่องมืด’ อาจไม่ได้ต้องการเงินหรือทองคำกระมัง?” จินนานึกถึงข้อมูลของเส้นทาง ‘คนกลาง’ ที่เยบุสเคยเล่าให้ฟัง
“ต้องการสมบัติวิเศษหรือ?” ลูเมี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดถึงสิ่งที่อาจใช้แลกเปลี่ยนได้
ฟรังก้าชั่งใจครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“ใช้แหวน ‘สุวรรณโลหิต’ นั่นดีไหม? มันมีผลข้างเคียงเชิงลบมากเกินไป จนพวกเราแทบไม่เคยใช้งานเลย”
แหวน ‘สุวรรณโลหิต’ คือสิ่งที่ได้มาจาก ‘นังบ้า’ สอดคล้องกับพลังบางส่วนของ ‘บิชอปกุหลาบ’ ลำดับ 6 แห่งเส้นทาง ‘ผู้วิงวอนความลับ’
ทั้งสี่คนปรึกษาหารือกันครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตกลงนำแหวน ‘สุวรรณโลหิต’ มาลองดู
เมื่อมือชื้นๆ ในกล่องมืดสัมผัสถูกแหวน ‘สุวรรณโลหิต’ นิ้วทั้งห้าก็กำแน่นทันที พาแหวนหดกลับเข้าไป
นี่แสดงว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงได้แล้ว
ฟู่…ลูเมี่ยนถอนหายใจแล้วเอ่ยปาก
“ไม่รู้เลยว่าครั้งนี้ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ จะเป็นจริงในลักษณะใด…”
“ขอให้ไม่เจอพวกมิจฉาชีพ…มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ!” ฟรังก้าวางมือแนบอก สวดวิงวอนถึงมิสเตอร์ฟูลหนึ่งประโยค
……………………………………………………..