ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 720 ‘ผู้ช่วย’ ที่ไม่คาดฝัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 720 ‘ผู้ช่วย’ ที่ไม่คาดฝัน
ตอนที่ 720 ‘ผู้ช่วย’ ที่ไม่คาดฝัน
เมื่อได้ยินคำว่า ‘มิจฉาชีพ’ ลูเมี่ยนและคณะต่างพากันนิ่งงัน ความคิดเดียวกันแล่นผ่านห้วงคำนึง
จะซวยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
แม้เยบุสเคยกล่าวว่า ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ อาจเจอมิจฉาชีพได้ แต่จากประสบการณ์ครั้งก่อนของฟรังก้า ‘กล่องมืดของผู้มีอำนาจ’ ก็นับว่าเชื่อถือได้ อีกทั้งครั้งนี้ยังรับแหวน ‘สุวรรณโลหิต’ ไว้ด้วย
หากมิใช่ตนเป็นผู้รับผิดชอบการเจรจา ลูเมี่ยนคงอยากใช้ ‘เนตรภัยพิบัติ’ ดูว่าโอกาสที่การเจรจาจะสำเร็จนั้น มีอยู่มากน้อยเพียงใด และจะหาทางแทรกแซงได้หรือไม่
เมื่อการณ์มาถึงจุดนี้ ทั้งสี่จำต้องรอคอยด้วยความอดทน เฝ้าสังเกตสภาพในห้องหนังสือผ่านกระจกเงาที่มีสายวารีสีดำไหลเอื่อย
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป ราตรีเริ่มทอดเงามืด ลูเมี่ยนและคณะประทังความหิวด้วยเสบียงที่เตรียมไว้สำหรับลุดวิกใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’
เมื่อย่างเข้าใกล้สี่ทุ่ม โมรัน·อาวินีก็เดินเข้าสู่ห้องหนังสือที่บานประตูไม้เปิดอ้า ทรุดกายลงบนเก้าอี้พนักพิงใต้โคมก๊าซติดผนัง หยิบตำราเล่มหนึ่งจากกองหนังสือข้างกาย แล้วเริ่มอ่านอย่างผ่อนคลาย
และเช่นเคย หน่วย ‘ผู้ชำระ’ ที่รับหน้าที่คุ้มครองเขา ยังคงเฝ้าอยู่หน้าประตู ไม่ได้ตามเข้ามา
นี่เป็นสิ่งที่โมรัน·อาวินีไม่เคยผ่อนปรน เขาถึงกับทำสัญญากับ ‘ผู้ชำระ’ ‘จิตแห่งจักรกล’ และ ‘หน่วยแปด’ เพื่อแสดงเจตจำนงว่า ตนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
เหล่าบอดี้การ์ดต่างเข้าใจดี ห้องหนังสือของนักการเมืองผู้นี้ อาจซุกซ่อนความลับที่เปิดเผยไม่ได้เอาไว้มากมาย การห้ามมิให้ผู้วิเศษเข้าไป จึงนับเป็นการป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง
แต่ต่างจากปกติ วันนี้โมรัน·อาวินีเปิดประตูห้องหนังสือทิ้งไว้ ไม่ได้ปิดตายเหมือนเคย เพื่อให้ ‘ผู้ชำระ’ สามารถตรวจตราจุดที่อาจมีปัญหาได้สะดวกขึ้น
ระหว่างเปิดอ่านตำรา โมรัน·อาวินีเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งคราว จ้องมองกระจกเงาบานสูงที่อยู่พ้นสายตาของเหล่า ‘ผู้ชำระ’ ไม่ทราบว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
ในขณะเดียวกัน ดวงตาของลูเมี่ยนที่ซ่อนตัวอยู่ในกระจก เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินดำ
เด็กหนุ่มมองผ่านผิวกระจกเงา สำรวจสายธารแห่งชะตาของโมรัน·อาวินี
หลังพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน เขาพบว่าสายธารแห่งชะตาสายย่อยของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมผู้นี้ มีบางสายไหลเข้าสู่กระจกเงาบานสูง และหนึ่งในนั้นถูกปกคลุมด้วยสีดำเข้มข้น
ลูเมี่ยนไม่ลังเลอีกต่อไป ถือโอกาสที่โมรัน·อาวินีก้มหน้าอ่านหนังสืออีกครั้ง บรรจงยื่นฝ่ามือขวาออกจากกระจก แนบสนิทกับผิวแก้ว ราวกับเป็นเพียงเงาสะท้อน
จากนั้น เด็กหนุ่มถ่ายพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ออกมา แปรเปลี่ยนให้เป็นสายธารอันบ้าคลั่ง ทะยานข้ามระยะทางหลายเมตร มุ่งสู่สายธารสีปรอทที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชะตาของโมรัน·อาวินี
ทันใดนั้น สายธารแห่งชะตาเส้นหลักของโมรัน·อาวินีเริ่มเขมือบสายธารย่อยเส้นอื่น แล้วหลั่งไหลเข้าสู่สายที่ถูกปกคลุมด้วยสีดำเข้มข้น
กระตุ้นชะตา!
ลูเมี่ยนปลดปล่อยพลังวิญญาณที่สั่งสมไว้ด้วยคุณสมบัติของ ‘นักพรต’ พร้อมกับรีบชักมือกลับในทันที เพื่อมิให้โมรัน·อาวินีสังเกตเห็นความผิดปกติ
เด็กหนุ่มผงกศีรษะให้ฟรังก้าและคณะ บ่งบอกว่า ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ และ ‘กระตุ้นชะตา’ สำเร็จแล้ว
ส่วนโมรัน·อาวินีจะเริ่มต้นชะตากรรมนี้อย่างไร ลูเมี่ยนก็มิอาจล่วงรู้ เพราะยังมองไม่เห็นละเอียดถึงเพียงนั้น
ฟรังก้าและจินนาต่างถอนหายใจโล่งอกอย่างไร้เสียง
พวกเธอไม่กล้าเอ่ยปาก ด้วยเกรงว่าโมรัน·อาวินีจะไหวตัว ต้องไม่ลืมว่ารายหลังมีพลังเกี่ยวข้องกับกระจก
ทั้งสองต่างส่งรอยยิ้มโล่งใจ พลางพยักหน้ารับแก่ลูเมี่ยน เป็นนัยว่าเข้าใจแล้ว
ลูเมี่ยนยังคงเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของโมรัน·อาวินีต่อไป ส่วนฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีถอยกลับไปประจำตำแหน่ง เตรียมพร้อมสำหรับการซุ่มโจมตี
ในจังหวะที่ชะตาถูกกระตุ้น พลังวิญญาณของโมรัน·อาวินีพลันส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
เขาหวนนึกถึงสารในกระจกที่ได้รับยามพลบค่ำทันที จึงเริ่มสงสัยว่า ศัตรูนิรนามที่ ‘หัวหน้างาน’ กล่าวถึง กำลังพยายามกระทำบางสิ่ง ซึ่งอาจเป็นภัยต่อชีวิตตน
โมรัน·อาวินีอดมองกระจกเงาบานสูงอีกครั้งไม่ได้ ครุ่นคิดว่าจะรีบหนีเข้าไปในกระจกก่อนที่ ‘ผู้ชำระ’ จะรู้ตัวดีหรือไม่ ละทิ้งตัวตนปัจจุบันไป เพื่อหลบพ้นสายตาศัตรูที่แฝงตัว
เขาข่มความรู้สึกอันพลุ่งพล่าน เอี้ยวศีรษะมองเหล่า ‘ผู้ชำระ’ ตรงหน้าประตู
ที่นี่คือกรุงทรีอาร์ และฉันเป็นถึงรัฐมนตรี!
ทันใดนั้นเอง บุรุษรับใช้ของเขาถือนมอุ่นๆ แก้วหนึ่งเดินมาตรงประตู
โมรัน·อาวินีชอบดื่มนมร้อนก่อนอาบน้ำแปรงฟัน เพื่อช่วยให้นอนหลับ
‘ผู้ชำระ’ ตรวจสอบตามขั้นตอน แล้วจึงอนุญาตให้บุรุษรับใช้เข้าห้องหนังสือ
“ท่านเซอร์ นมของท่านขอรับ” บุรุษรับใช้ประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวใส่นม กล่าวอย่างนอบน้อม
โมรัน·อาวินีสร้างคุณูปการอันโดดเด่นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของอินทิส จึงได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ จนมีสิทธิ์ถูกเรียกขานว่าท่านเซอร์
โมรัน·อาวินีพยักหน้ารับ ยื่นมือขวาออกมา เตรียมรับถ้วยนมไปถือ
ทันใดนั้น เขาพบว่าดวงตาบุรุษรับใช้เริ่มพร่าเลือน ในห้วงลึกของม่านตา ดูคล้ายกับซุกซ่อนความเจ็บปวดอันยากจะพรรณนา
วินาทีถัดมา บุรุษรับใช้ก็อ้าปาก อาเจียนออกมา
ก้อนเนื้อสีเลือดอันบิดเบี้ยว ถูกบุรุษรับใช้พ่นใส่โมรัน·อาวินี!
ก้อนเนื้อสีเลือดพองตัวในพริบตา แปรสภาพเป็นผ้าคลุมเลือดเนื้อ ห่อหุ้มร่างของโมรัน·อาวินี แล้วไหลเข้าด้านในอย่างบิดเบี้ยว ราวกับจะมุดเข้าสู่ร่างรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเสียให้ได้
ลูเมี่ยนในกระจกมองด้วยความตกตะลึง
กลิ่นอายนี้…
มิสเตอร์ K ไม่ผิดแน่!
เหตุใดจู่ๆ เขาถึงลงมือลอบสังหารโมรัน·อาวินีเล่า?
เสียงแว่วดังขึ้น ร่างของโมรัน·อาวินีที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมเลือดเนื้อ แปรเปลี่ยนเป็นกระจกบานหนึ่ง แล้วแตกเป็นเสี่ยงๆ
แทบจะในเวลาเดียวกัน ‘ผู้ชำระ’ หน้าประตูก็ตอบโต้ทันท่วงที ลำแสงบริสุทธิ์ที่พัวพันด้วยเปลวไฟ พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ส่องสว่างผ้าคลุมที่ประกอบขึ้นจากเลือดเนื้อ หลอมละลายมันอย่างเป็นรูปธรรม
โมรัน·อาวินีเห็นดังนั้น มิได้ลังเลแม้แต่น้อย หมุนกายพุ่งเข้าหากระจกบานที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
เขาได้เผยพลัง ‘กระจกตัวแทน’ ต่อหน้า ‘ผู้ชำระ’ เสียแล้ว เว้นเสียแต่จะสังหารทุกคนในที่นี้โดยไร้ร่องรอย มิฉะนั้นย่อมถูกตรวจสอบในภายหลัง และไม่ได้รับการคุ้มครองจากสัญญาอีกต่อไป
ดังนั้น เขาต้องฉวยโอกาสนี้ให้ได้ ระหว่างที่ ‘ผู้ชำระ’ กำลังลงมือกับมือสังหาร ก็จงรีบหลบหนีผ่านกระจกไปโดยเร็ว!
เมื่อเห็นร่างของโมรัน·อาวินีใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขณะเข้าใกล้กระจกเงาบานใหญ่ ลูเมี่ยนก็บังเกิดความคิดหนึ่ง
นี่น่ะหรือโชคชะตา?
เด็กหนุ่มรีบถอยหลัง แล้วหายวับไปจากจุดเดิม
ชั่วอึดใจต่อมา ร่างของโมรัน·อาวินีได้ทะลุผ่านกระจกเข้ามา เผยตัวในพื้นที่อันว่างเปล่าและพร่าเลือนด้านหลังกระจก
บรรดา ‘ผู้ชำระ’ ภายนอกที่เห็นเหตุการณ์นี้ ต่างก็ตกตะลึงอยู่ในใจ พร้อมกับเข้าใจว่าบุคคลที่พวกตนมอบความคุ้มครองนั้นมีปัญหาใหญ่หลวง
เหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขาเสียสมาธิไปชั่วครู่ มิสเตอร์ K จึงฉวยโอกาส สลับการ ‘ปล่อยแกะ’ แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ ออกจากคฤหาสน์ของโมรัน·อาวินีทันที
ในพื้นที่หลังกระจก โมรัน·อาวินีมิได้ชักช้า รีบใช้พลัง ‘ข้ามกระจก’ เคลื่อนย้ายตำแหน่งติดต่อกัน หวังสลัดผู้ไล่ล่าที่อาจมีอยู่
ทว่าในยามนั้นเอง เขาพบว่าร่างกายของตนหนักอึ้งอย่างน่าประหลาด อีกทั้งแขนขาก็ยังถูกพันธนาการด้วยพลังพิสดาร จนไม่อาจเข้าสู่อุโมงค์มืดมิดไร้ตัวตนนั้นได้
ราวกับมีผู้ใดกำลังรั้งตัวเขาไว้
ถัดมาในทันที โมรัน·อาวินีรู้สึกถึงสายใยล่องหน ซึ่งพันรัดแขนขาและลำตัวของเขาไว้แน่น ทับซ้อนกันหลายชั้น
อาศัยพลังของ ‘เจ้าพนักงาน’ เขารับรู้ได้ว่า ต้นตอของสายใยชั่วร้ายเหล่านี้อยู่ไม่ไกลนัก
โมรัน·อาวินีเบนศีรษะเล็กน้อย จ้องมองไปยังมุมว่างเปล่า ในดวงตาวาบขึ้นด้วย ‘สายฟ้า’ สองสาย
ทะลวงจิต!
‘สายฟ้า’ พุ่งทะยานออกไป ตกกระทบลงบนพื้นที่ว่างเปล่า ตามมาด้วยเสียงแว่ว พร้อมเศษกระจกแตกกระจาย
ในเวลาเดียวกัน จินนาในชุดกระโปรงยาวสีดำ สวมหมวกลูกไม้คลุมหน้า ปรากฏกายขึ้นด้านหลังโมรัน·อาวินี ในมือถือปืนลูกโม่กระบอกเล็กที่ประณีตงดงาม
ปัง!
เธอเหนี่ยวไกใส่กลางหลังของโมรัน·อาวินี
กระสุนสีทองอร่ามที่เคลือบด้วยเปลวไฟดำสงัด พุ่งเข้าสู่ร่างของเป้าหมายในระยะประชิดอย่างแม่นยำ
เพล้ง! โมรัน·อาวินี ใช้ ‘กระจกตัวแทน’ อีกครั้ง
ขณะที่เศษกระจกร่วงกราวลงพื้น ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นอีกฟากหนึ่งของพื้นที่พร่าเลือนนี้ ส่วนฟรังก้ากับจินนาก็พลันอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
สัมผัสถึงเส้นด้ายล่องหนที่พันรัดเข้ามาทีละเส้น โมรัน·อาวินียื่นมือขวาออกไป เอ่ยวาจาภาษาเฮอร์มิสโบราณด้วยน้ำเสียงเข้มขลัง
“ที่นี่ห้ามล่องหน!”
เมื่อสิ้นเสียง เขาก็พบว่าใยแมงมุมโปร่งใสนับไม่ถ้วนในบริเวณนี้ เริ่มสั่นไหวอย่างชัดเจน ราวกับสาหร่ายที่ปกคลุมผืนทะเล ส่วนฟรังก้าในชุดนักลอบสังหาร กับจินนาในเครื่องแต่งกายมืดดำ คนหนึ่งอ้อมหลัง อีกคนบุกหน้า เตรียมโจมตีอีกครั้ง
โมรัน·อาวินีเห็นว่าศัตรูทั้งสองยังทำอันตรายตนไม่ได้ในเร็วๆ นี้ อีกทั้งใยแมงมุมล่องหนก็ยังไม่รัดแน่น จึงไม่คิดโต้กลับ รีบใช้พลัง ‘ข้ามกระจก’ ฝ่าออกจากบริเวณนี้ทันที
ทันใดนั้นเอง ลูกตาของโมรัน·อาวินีพลันเบิกกว้าง สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเก เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
ร่างของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ อีกครั้ง กลายเป็นเศษกระจก
ไม่ไกลจากจุดนั้น อ็องโตนี·รีดในชุดทหารผ่านศึก ‘ปรากฏ’ ตัวขึ้น
เขาเพิ่งใช้พลัง ‘ก่อโรคประสาท’ กับโมรัน·อาวินี!
ที่เขาไม่ถูกจำกัดด้วยกฎ ‘ห้ามล่องหน’ เพราะที่จริงแล้ว เขาไม่ได้ล่องหน เพียงแต่โมรัน·อาวินีไม่ได้มองไปยังจุดที่อ็องโตนียืนอยู่!
โมรัน·อาวินีที่ใช้พลัง ‘กระจกตัวแทน’ ไปหลายครั้งแล้ว ปรากฏกายขึ้นใหม่ ณ อีกฟากหนึ่งของพื้นที่ ทิ้งระยะห่างจากฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี
เมื่อเห็นศัตรูเพิ่มมาอีกหนึ่งราย เขาก็ยิ่งร้อนใจจะหลบหนี
ขณะที่โมรัน·อาวินีเตรียมจะใช้พลัง ‘ข้ามกระจก’ ฟรังก้าก็ดึงผ้าคลุมศีรษะลง เผยโฉมอันงดงามสะคราญ
พร้อมกับการกระทำดังกล่าว สร้อยเพชรที่คล้องคอเธอก็เปล่งประกายอ่อนๆ
สร้อยของเบียทริซ!
ร่างของโมรัน·อาวินีร้อนผ่าวทันที สายตาถูกดึงดูดด้วยดวงตาสีน้ำเงินดั่งผืนทะเลสาบ จมูกโด่งงามสง่า ผิวขาวละเอียดอ่อน และริมฝีปากแดงเรื่อชุ่มฉ่ำของฟรังก้า จนชั่วขณะหนึ่งลืมไปว่า ตนต้องรีบหลบหนีจากที่นี่
ราคะที่ถูกกระตุ้นจาก ‘สร้อยเบียทริซ’ มิได้คุกคามชีวิตโมรัน·อาวินีโดยตรง จึงไม่ไปกระตุ้น ‘กระจกตัวแทน’ อีกทั้งตัวเขาเองก็ไม่ทันได้ ‘จงใจ’ ใช้พลังดังกล่าว ปัจจุบันจึงตกอยู่ในห้วงกิเลสที่พองโตจนถอนตัวไม่ขึ้น!
……………………………………………………..