ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 729 จุดประสงค์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 729 จุดประสงค์
ตอนที่ 729 จุดประสงค์
เมื่อฟรังก้าจำได้ว่าเพิร์ลคือใคร ฝ่ายแรกก็ล่องหนหายไป เตรียมจะย้ายตำแหน่งไปอยู่ด้านข้างของอีกฝ่าย เพื่อแอบใช้กระจกส่องร่างศัตรู หมายจะลองสาปแช่งดูสักครา
แม้การสาปแช่งจะไม่สัมฤทธิผล แต่ก็ยังจะช่วยเปิดโอกาสให้จินนาแฝงกายในเงามืด ย่องไปปลิดชีพเป้าหมายจากด้านหลังได้
ทั้งเธอและจินนาต่างก็ไม่คิดเยอะเท่าลูเมี่ยนผู้เป็น ‘นักวางแผน’ เพียงแต่สัมผัสได้ว่า เพิร์ลที่เปิดฉากลงมือก่อนนั้น แฝงไว้ด้วยอันตรายอย่างใหญ่หลวง ยิ่งกว่าโมรัน·อาวินีเสียอีก แต่ไม่ได้คาดเดาไปถึงการเป็น ‘หัวหน้างาน’ หรือครึ่งเทพแต่อย่างใด
หลังจากเพิร์ลเปล่ง ‘ภาษาแห่งระเบียบ’ ฟรังก้าก็พลันรู้สึกว่า มีบางสิ่งคล้ายงูเรียวยาว พุ่งทะยานออกจากเงามืดโดยรอบ รายล้อมร่างที่กำลังล่องหนของเธอไว้ทุกทิศ
ชิ้งชิ้งชิ้ง! เสาน้ำแข็งแหลมคมดุจใบมีดผงาดขึ้นมาทีละต้นสองต้น ประหนึ่งทหารกล้ากำลังแทงทวน
ฟรังก้ารีบกระโจนขึ้น ใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสกับด้านข้างของเสาน้ำแข็งต้นหนึ่ง ก่อนจะม้วนตัวกลางอากาศเพื่อหลบหนีออกจากบริเวณนี้
หากช้าไปแม้เพียงก้าวเดียว ร่างของเธอคงถูกแทงทะลุ ห้อยติดอยู่บนปลายต้นเสาน้ำแข็ง
เท้าฟรังก้ายังไม่ทันได้สัมผัสพื้น เพลิงทมิฬดวงแล้วดวงเล่าก็พุ่งออกจากความมืดเข้ามาหาเธอ โดยมีสิ่งที่คล้ายงูเรียวยาวกำลังพันรัดเข้ามา พันธนาการร่างของเธอเอาไว้หลายชั้น
บ้าจริง…ฟรังก้าไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ ทำได้เพียงจ้องมองเพลิงทมิฬถาโถมลงบนร่างของตน
ทันใดนั้นเอง เธอเห็นร่างหนึ่งก้าวออกจากเงามืด เป็นแคลริสในชุดราตรีสีดำยาว ผมเกล้ามวยงดงาม ทว่าใบหน้าขอนางมารดำผู้นี้กลับพร่าเลือน ทั่วทั้งพักตร์มืดสลัว ดูไม่เหมือนคนจริงแม้แต่น้อย
อาชญากรรมของเราคือการหลอกลวง เล่ห์กล และใช้ประโยชน์จากผู้อื่น ซึ่งสื่อถึงนิกายนางมารเป็นหลัก ส่งผลให้การลงทัณฑ์ปรากฏในรูปแบบการมาเยือนของนางมารดำหรือ? ความคิดนี้แล่นเข้ามาในห้วงสำนึกของฟรังก้าอย่างว่องไว
ร่างของเธอแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกระจกทันที
กระจกตัวแทน!
จินนาที่กำลังล่องหนอยู่ ก็ได้เผชิญหน้ากับศัตรูประหลาดเช่นกัน
อีกฝ่ายคือนักบวชของสุริยันเจิดจรัส สวมชุดคลุมขาวปักด้ายทองระยับ ทว่าไม่เพียงใบหน้าของเขาจะพร่าเลือนจนบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่กระทั่งรูปกายก็ยังแปรเปลี่ยนไปทีละนิดตลอดเวลา
แสงสุริยันเจิดจ้าทอดตัวลงมา ขับไล่เงามืดรอบข้างจนหมดสิ้น เผยให้เห็นร่างของจินนา
จินนาพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง
อาชญากรรมของเราคือการนับถือเทพหลายองค์ ซึ่งถือเป็นการทรยศต่อองค์สุริยันเจิดจรัส…
ดังนั้น ผู้มาลงทัณฑ์จึงเป็นร่างอวตารของนักบวช…
จินนารีบกลิ้งไปยังอีกฟากของโพรงเหมืองหิน เพื่อหลบหลีกการโจมตีของ ‘นักบวช’
อ็องโตนีเองก็มิได้ถูกลืม
ขณะที่เขาเตรียมใช้ ‘ล่องหนทางใจ’ แอบย่องเข้าหาเพิร์ล หวังจะโจมตีด้วย ‘ก่อโรคประสาท’ ก็พลันเห็นแส้เส้นหนึ่ง ซึ่งราวกับพันด้วยสายฟ้าสีเงินขาว ถูกฟาดมาทางตน
เสียงปะทะดังขึ้นในห้วงสำนึกของอ็องโตนีทันที ทั้งสมจริงและไม่จริง จนเขารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีหนามแหลมทิ่มแทงดวงวิญญาณ เส้นขนทั่วร่างลุกตั้งชันโดยปริยาย
หากมิใช่ว่าเก่งกาจในการยับยั้งชั่งใจ เขาคงได้กรีดร้องโหยหวนออกมาแล้ว
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาคือ ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว แต่งกายคล้ายตำรวจของกรุงทรีอาร์
อาชญากรรมของเราคือการทำผิดกฎหมายในฐานะนักข่าว ดังนั้น เราจึงต้องเผชิญหน้ากับตำรวจกรุงทรีอาร์? ตำรวจทรีอาร์ส่วนใหญ่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ ผู้ลงทัณฑ์คนนี้จึงต้องแสดงอำนาจในขอบเขตของ ‘ผู้ตัดสิน’ ? อ็องโตนีใช้ความคิด พลางเสกเกล็ดมังกรสีเทาขาวผุดขึ้นทั่วผิวกาย ทั้งวิ่งสลับกลิ้งตัวอย่างชำนิชำนาญ มองหาโอกาสใช้ ‘ล่องหนทางใจ’ ต่อไป
บรรยากาศรอบตัวลูเมี่ยนที่มืดมัวอยู่แล้ว พลันกลายเป็นสลัวหม่น ราวกับกำลังก่อร่างสิ่งที่บิดเบี้ยว ซึ่งชวนให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจ
วินาทีถัดมา ขณะที่สิ่งอันตรายและน่าพรั่นพรึงนั่นกำลังจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง มันก็เริ่มสลายตัว แตกกระจายไปทุกทิศ เลือนหายไปพร้อมกับบรรยากาศมืดสลัว ประหนึ่งหิมะต้องแสงแดด
หือ…ผู้ลงทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของเรา มีศักดิ์สูงเกินกว่าจะปรากฏตัวออกมาได้? ลูเมี่ยนตั้งข้อสงสัยโดยอ้างอิงจากสถานการณ์ของพวกฟรังก้า
ด้านหลังของเด็กหนุ่ม หอกยาวที่ก่อตัวจากเปลวไฟสีขาวโชติช่วง ทยอยปรากฏทีละเล่มสองเล่ม ก่อนจะพุ่งแหวกอากาศดุจดังลูกศรไปทางเพิร์ลผู้แต่งกายหรูหรา
ฝูงหอกเพลิงมีมากราวกับผืนป่า เจิดจ้าและเกรี้ยวกราด ทว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพียงฉากบังตา เพื่อซ่อนการโจมตีอันแท้จริงของลูเมี่ยน
เด็กหนุ่มชักปืนลูกโม่ออกมาแล้ว โดยกำลังใช้นิ้วเลื่อนโม่
ภายในบรรจุกระสุนสามนัดจากหกนัดที่ได้มาจากเยบุส
คราวนี้ลูเมี่ยนคิดจะใช้ ‘กระสุนระเบิด’
มีเพียงการใช้กระสุนพิเศษชนิดนี้ ผสานกับพลัง ‘เก็บเกี่ยว’ เท่านั้น เขาจึงจะพอมีโอกาสทำให้เพิร์ล ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็น ‘หัวหน้างาน’ ได้รับบาดเจ็บได้
ปัง!
ขณะดวงตาของลูเมี่ยนกลายเป็นสีดำเหล็ก กระสุนที่เปล่งประกายดุจดังดวงดารา ซึ่งแอบซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงหอกเพลิงสีขาวโชติช่วงจำนวนมาก ได้พุ่งแหวกอากาศเข้าหาลำคอของเพิร์ล
เพิร์ลยังคงยืนอยู่ข้างทางเข้าออกถาวรของโลกในกระจก โดยไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีก เพียงอมยิ้มอย่างเป็นมิตร
หญิงสาวยกมุมปากพลางเอ่ยออกมา
“กล้าโจมตีหัวหน้างานเชียวรึ?”
วินาทีที่ผีเสื้องานสังคมผู้ยอมรับว่าตนคือ ‘หัวหน้างาน’ เปล่งคำแรกออกมา กระสุนประกายดาวที่ลูเมี่ยนยิงออกไป ก็พลันเปลี่ยนทิศทาง หันหัวกลับโดยไร้วี่แววเตือน พุ่งตรงไปยังลำคอของลูเมี่ยนแทน
ในทำนองเดียวกัน หอกเพลิงสีขาวนับไม่ถ้วนก็หวนกลับมาอยู่ข้างกายลูเมี่ยนในลักษณะล้อมกรอบ
ลูเมี่ยนที่หมดสิทธิ์หนีด้วย ‘เทเลพอร์ต’ ได้ถูกกระสุนระเบิดเล่นงานเข้าอย่างจัง ร่างกายถูกบีบอัดเข้าสู่จุดศูนย์กลาง
เพล้ง!
เด็กหนุ่มกลายเป็นเพียงบานกระจกที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะหายไปโผล่ในตำแหน่งที่อยู่นอกเหนืออิทธิพลของการบีบอัด
หลังจากต่อสู้กับเยบุสจบ ฟรังก้าก็สร้างกระจกตัวแทนให้ลูเมี่ยนอีกครั้ง!
ได้เห็นฉากดังกล่าว เพิร์ลมิได้แปลกใจแม้แต่น้อย เพียงถอนหายใจอย่างยิ้มแย้ม
“ใจจริงฉันอยากให้คุณตายเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย ปลดปล่อยเทวทูตนั่นออกมา เพื่อสร้างคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่แผนการร่วมของทางนี้ แต่ช่างน่าเสียดาย ผู้ที่ทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ กับฉันดันอยากจับคุณทั้งเป็น”
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นตรงมุมหนึ่งของเหมืองหินร้าง ย่อมได้ยินถ้อยคำของเพิร์ลอย่างกระจ่างชัด
ในชั่ววินาทีดังกล่าว ความคิดมากมายได้แล่นเข้ามาในห้วงสำนึก
“ข้อตกลงในกล่องมืด?”
“เพิร์ลคือ ‘หัวหน้างาน’ สายตรงของเยบุส การที่สามารถหลบเลี่ยงการไล่ล่าของเหล่าไพ่อาร์คาน่าใหญ่ได้ ก็เพราะเพิ่งทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ระดับสูงสำเร็จอีกครั้ง โดยสิ่งที่เธอต้องแลกเปลี่ยนก็คือ การจับกุมเราแล้วพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง?”
“เธอรู้ตั้งแต่ตอนไหนว่าโมรัน·อาวินีประสบเหตุ? คอยสอดส่องความเป็นตายร้ายดีของอีกฝ่ายตลอดเวลาเลยหรือไง? หรือได้รับข้อมูลผ่านช่องทางอื่น?”
“เป็นไปไม่ได้ที่พวก ‘ผู้ชำระ’ จะไร้ความเป็นมืออาชีพถึงขนาดปิดข่าวไม่มิด”
“ทำไมถึงอยากจับเราทั้งเป็น? แล้วจับไปส่งใคร?”
“จะใช้เราเป็นเครื่องสังเวยเหมือนกับซูซานน่า·มาติสน่ะหรือ?”
“หรือว่าผู้ที่ทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ กับเพิร์ลคือ ‘ผู้ทนทุกข์’ แห่งองค์กรคนบาป ซึ่งไม่ต้องการให้เทอร์มีโพลอสหลุดจากผนึก โดยยังอยากควบคุมเทวทูตองค์นี้เอาไว้ เพื่อใช้พระองค์เป็นวัตถุดิบสำหรับเลื่อนลำดับให้ตัวเอง?”
“ไม่ใช่ หากเป็นแค่ ‘ผู้ทนทุกข์’ ต่อให้อีกฝ่ายสามารถตบตาพวกมาดามเมจิกเชี่ยนได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่มีทางขัดขวางมิให้พวกเธอย้อนกลับมาช่วยเหลือเราได้แน่ ทว่าท่าทีของเพิร์ลกลับดูไม่ทุกข์ร้อนเลย…”
“อีกฝ่ายของ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ คืออำนาจของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ หรือ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ หรือ? หากเป็นบนโลกนี้ มีเพียงพวกพระองค์เท่านั้นที่สามารถต่อกรกับเหล่าไพ่อาร์คาน่าใหญ่ได้”
ขณะที่คำถามนับไม่ถ้วนถาโถมห้วงคำนึงของลูเมี่ยน ด้วยสัญชาตญาณอันฉับไวของ ‘นักวางแผน’ เด็กหนุ่มได้เชื่อมโยงคำถามสองประการเข้าด้วยกัน
ประการแรก ใครคืออีกฝั่งหนึ่งของ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ที่ทำกับ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล ส่วนประการที่สอง เหตุใดเธอจึงทราบว่าโมรัน·อาวินีมีอันเป็นไปได้เร็วมาก จนถึงกับตัดสินใจทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ระดับสูงในทันที
เมื่อสองคำถามสำคัญถักทอเข้าด้วยกัน ลูเมี่ยนก็พลันนึกถึงประเด็นหนึ่งได้ทันที
ในหมู่ ‘ผู้ชำระ’ มีสมาชิกแกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’ ซึ่งไม่ใช่ผู้เดินทางข้ามโลก แฝงตัวอยู่หนึ่งคน โดยบุคคลดังกล่าวแอบร่วมมือกับ ‘โลกิ’ และยังเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ ‘สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์’ หลุดออกจากศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส ซึ่งจวบจนปัจจุบัน ทางศาสนจักรก็ยังสืบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดไม่พบ!
“หรือว่า ในเรื่องราวนี้จะมี ‘คนกลาง’ แทรกซึมอยู่?”
“อย่างนี้นี่เอง…หากสมาชิกแกนนำของวันเอพริลฟูลที่แฝงตัวอยู่ในศาสนจักร กับตัว ‘ผู้ชำระ’ ที่ทำสมบัติปิดผนึกหลุดออกไป เป็นสองคนที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางภายนอกกันเลย อาจถึงขั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เกรงว่าแม้แต่ทางศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส ผู้เต็มไปด้วยครึ่งเทพและสมบัติปิดผนึก ต้องเผชิญทางตันขณะสืบสวนกันภายใน!”
“ในสายตาของศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส ผู้ชำระคนที่ทำสมบัติปิดผนึกหลุดออกไป ดูแล้วคงเกิดจากความ ‘ประมาทเลินเล่อ’ เสียมากกว่า เนื่องจากเขาไม่มีแรงจูงใจในการก่อเหตุ ซ้ำยังไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มวันเอพริลฟูลแต่อย่างใด…”
“สำนักสัจธรรมได้ขยาย ‘กิจการคนกลาง’ เข้าไปถึงในศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสแล้วหรือ?”
“ก็สมควรอยู่หรอก มีเพียง ‘ผู้เจิดจรัส’ เท่านั้นที่หมดสิทธิ์เกี่ยวข้องกับ ‘การค้าในเงามืด’ โดยสิ้นเชิง กอปรกับการที่ ‘ผู้ชำระ’ ส่วนใหญ่มิอาจก้าวไปถึงลำดับ 4 เฉกเช่นเหล่าพระคาร์ดินัลที่มิได้เดินบนเส้นทาง ‘สุริยัน’”
“ถ้านั่นคือความจริง ก็เท่ากับว่าสำนักสัจธรรมได้เชื่อมโยงกับวันเอพริลฟูลมานานแล้ว…”
“บัดซบ! สมแล้วที่เป็นองค์กรคนกลาง พวกเล่นตีสนิทกับเขาไปทั่ว!”
“หมายความว่า หนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวอยู่ในศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส ได้รีบส่งข่าวคราวของโมรัน·อาวินีไปถึงหูของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลอย่างไวว่อง!”
“เมื่อเพิร์ลได้รับแจ้งข่าว ก็รีบทำ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ระดับสูงทันที โดยอีกฝั่งที่ทำข้อตกลงด้วยคือกลุ่มวันเอพริลฟูล? เป็นไปไม่ได้ วันเอพริลฟูลไม่มีอำนาจมากขนาดนั้น ต้องเป็นราชันสวรรค์ที่อยู่เบื้องหลังแน่ หรือไม่ก็เหล่ายอดฝีมือลำดับสูงของพระองค์?”
“ถึงว่าพวกมันอยากจับเราทั้งเป็น…”
“แต่เดิม เพิร์ลคงอยากสละทรัพย์สิน เพื่อแลกกับการที่ตัวเองได้ตัดขาดจากโมรัน·อาวินี แต่อีกฝั่งในข้อตกลงกลับเสนอแนะแผนใหม่ โดยบอกให้เธอเปลี่ยนจากรับเป็นบุก ฉวยโอกาสตบตาและวางกับดักในคราวเดียว?”
“โอกาสสำเร็จมีอยู่แค่ไหน? เห็นที คงมีแต่ต้องรอรับชมการแสดงจริงเท่านั้น”
“หากเป็นกลุ่มวันเอพริลฟูล ซึ่งแฝงไว้ด้วยเจตจำนงของราชันสวรรค์ ก็สมควรแล้วที่มาดามเมจิกเชี่ยนจะไม่ทันสังเกตเห็นปัญหา จนกระทั่งเป็นฝ่ายเดินเข้าหากับดักด้วยตัวเอง”
คิดมาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนพลันสั่นสะท้านด้วยอาการตกตะลึง
พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักสัจธรรม เทอร์มีโพลอสถึงกับช่วยตักเตือนเราสองครั้งสองครา จะเป็นไปได้ไหมว่า พระองค์มองเห็นอนาคตของโชคชะตา และมองเห็นความหวังในการหลุดพ้นจากตราผนึก จึงได้ทำตัวกระตือรือร้นจนผิดวิสัย โดยหวังจะผลักดันให้สถานการณ์เป็นจริง?
……………………………………………………..