ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 731 สร้างผลงานใหม่อีกครั้ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 731 สร้างผลงานใหม่อีกครั้ง
ตอนที่ 731 สร้างผลงานใหม่อีกครั้ง
ในความลึกของโบสถ์อันมืดทึม ขณะที่ ‘โลกิ’ ลากร่างหนึ่งออกจากอากาศ ฉากด้านข้างเขาก็ปรากฏชัดในสายตาของผู้ถือไพ่อาร์คาน่าใหญ่ทั้งสาม อันได้แก่ ‘เมจิกเชี่ยน’ ‘จัดจ์เมนต์’ และ ‘เฮอร์มิท’
บนผนังที่ก่อด้วยกระเบื้องหินสีดำ มีภาพวาดของสตรีนางหนึ่ง สวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสด ประดับด้วยลูกไม้และงานปักซับซ้อน ผมดำเกล้ามวยสูง ใบหน้างดงามอ่อนช้อย มีรอยยิ้มลึกลับประทับอยู่ นัยน์ตาสีน้ำตาลราวกับแฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณ กำลังจ้องมองก้อนด้ายสีสดอันพร่าเลือนตรงหน้า ‘เฮอร์มิท’ แล้วมองไปยังตะเกียงประหลาดสีทองที่เชื่อมต่ออยู่อีกฟากของก้อนด้าย
สตรีผู้นี้มิได้ก้าวเท้าออกจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง เพียงแต่ยืนมองแน่นิ่ง
ในเวลาเดียวกัน สตรีที่ ‘โลกิ’ ลากออกจากอากาศ ผู้สวมมงกุฎทองและแผ่กลิ่นอายเย้ายวนของ ‘นางมาร’ หันดวงตาสีน้ำเงินไปทาง ‘เฮอร์มิท’ ที่เพิ่งมาถึงส่วนลึกของวิหารผ่านประตูแสงดาว
เรือนผมสีน้ำตาลยาวสยายของเธอพลันปลิวสะบัด แต่ละเส้นเริ่มพองใหญ่ ราวกับพวกมันกำลังจ้องมอง ‘เฮอร์มิท’ เช่นกัน
‘เฮอร์มิท’ พยากรณ์เห็นอนาคตอันไม่น่าดี จึงรีบยก ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ ขึ้นบังกายไว้
ทันใดนั้น หลังของเธอโค้งงอ งอกขนนกขาวบริสุทธิ์พร่าเลือน ดูราวกับขนของหงส์
เวทมนตร์เทพนิยาย ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’!
แม้แต่ลูกเป็ดขี้เหร่ก็กลายเป็นหงส์ได้!
มันช่วยให้นักบุญที่ยังไม่ถึงขั้นเทวทูต สามารถเผยร่างสัตว์ในตำนานที่ไม่สมบูรณ์ของตนออกมา
ขนหงส์ขาวบริสุทธิ์พลันถูกย้อมด้วยสีเทาอ่อนแข็งกระด้าง ก่อนจะแข็งตัวเป็นหินแล้วทยอยร่วงกราว ขณะที่ผิวหนังส่วนที่เปิดเผยของ ‘เฮอร์มิท’ เริ่มปริแตก เผยให้เห็นรอยแยกอันน่าขยะแขยงนับไม่ถ้วน
ในรอยแยกเหล่านั้น เลือดเนื้อกำลังบิดเบี้ยว ก่อตัวเป็นลูกตาขาวดำนับไม่ถ้วน
ลูกตาเหล่านั้นกลายเป็นหินร่วงกราวไม่หยุด แล้วงอกใหม่ขึ้นมาใหม่ไม่จบสิ้น แต่ ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ ด้านหน้า ‘เฮอร์มิท’ กลับยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ร่างของสตรีในอาภรณ์สีดำพลันจางหาย แตกสลายกลายเป็นกระแสความรู้อเนกอนันต์ ถาโถมดั่งสายธารข้อมูล พุ่งเข้าใส่ ‘เมจิกเชี่ยน’ ผู้สวมชุดปักดิ้นทองบนพื้นขาว
‘เมจิกเชี่ยน’ หายวับไปอีกครั้ง ก่อนจะปรากฏตัว ‘พร้อมกัน’ ในเก้าตำแหน่งของวิหาร อยู่ในสภาวะกะพริบวูบวาบไม่หยุด
เมื่อพบว่าเป้าหมายที่พวกตนตามล่าคือสตรีในภาพวาด เธอจึงพยายามออกจากวิหารมืดสลัวแห่งนี้ แต่ทุกความพยายามก็ล้วนนำพากลับมายังตำแหน่งเดิม
สายธารข้อมูลที่แปรสภาพจากสตรีชุดดำ ยังคงถาโถมเข้าใส่ร่างทั้งเก้าของ ‘เมจิกเชี่ยน’ จากด้านหลังพร้อมกัน หมายจะไหลทะลักเข้าสมองเป้าหมาย ไม่เปิดโอกาสให้เธอฉีกทึ้งความว่างเปล่า
‘โลกิ’ ยิ้มพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้พนักพิงสีดำที่ทำจากไม้ ยื่นมือขวาเข้าไปในความว่างเปล่าอีกครั้ง ท่าทางราวกับกำลังจับแขนของใครบางคน
ถือโอกาสนี้ ประหนึ่ง ‘จัดจ์เมนต์’ กำลังสร้างความสับสนให้ผืนดินกับท้องฟ้า เธอเดินก้าวเดียวมาถึงยอดโดมของวิหาร แล้วกดฝ่ามือขวาลงมา
หญิงสาวเปล่งวาจาอย่างสง่างามด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ:
“ณ ที่แห่งนี้ ความลี้ลับจงเสื่อมถอย ความจริงจงแข็งแกร่ง!”
…………
ขณะที่ ‘ชุดเกราะอหังการ’ สีเงินขาววิ่งถลันเข้าใส่ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลอย่างบ้าคลั่ง ฟรังก้าก็เปิดใช้ ‘สร้อยสัตมณี’ ที่สวมอยู่บนข้อมือซ้าย
บนสร้อยข้อมือที่ประกอบด้วยเพชรสามเม็ด กับอัญมณีต่างสีอีกสี่เม็ด อัญมณีสีแดงเลือดได้ลุกโชนดั่งเปลวไฟ
ร่างของฟรังก้า ‘แฟลช’ ไปปรากฏเบื้องหลัง ‘นางมารดำ’ ในพริบตา
เธอมิได้ร่วมมือกับ ‘ชุดเกราะอหังการ’ จัดการ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล เพราะประสบการณ์ของลูเมี่ยนช่วยให้ได้ทราบว่า ไม่มีประโยชน์ที่เหล่า ‘คนผิด’ จะโจมตีใส่ ‘หัวหน้างาน’ รังแต่จะถูกลงโทษเป็นเท่าตัวเสียเปล่าๆ
ดังนั้น เธอจึงตั้งใจจะทุ่มเทสรรพกำลัง กำจัด ‘นางมารดำ’ จอมปลอมผู้ไร้เทวบารมีนี้ก่อน เพราะอีกฝ่ายถือว่าค่อนข้างงุ่มง่าม เทียบได้กับผู้วิเศษลำดับ 5 หรือแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย โอกาสต่อกรได้จึงมีค่อนข้างสูงทีเดียว
ส่วนทางด้าน ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล ฟรังก้าอยากเห็นว่า สมบัติปิดผนึกอย่าง ‘ชุดเกราะอหังการ’ ที่ไม่ใช่ ‘คนผิด’ ซ้ำยังไม่มีจิตวิญญาณ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์เช่นไร
ร่างของฟรังก้าเพิ่งเผยออกมา ก็ยกมือซ้ายที่สวม ‘แหวนลงทัณฑ์’ ขึ้นทันที
ในดวงตาสีฟ้าทะเลสาบของเธอ สายฟ้าสองเส้นพลันสว่างวาบพร้อมกับแล่นออกมา
เพล้ง!
ร่างของ ‘นางมารดำ’ แตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที กลายเป็นเศษชิ้นส่วนนับไม่ถ้วน
“บัดซบ! ‘กระจกตัวแทน’ น่ารำคาญชะมัด!” ฟรังก้าอดสบถในใจกับฉากตรงหน้ามิได้
ในเวลาเดียวกัน ลูเมี่ยนเพิ่งทนผ่านการลงทัณฑ์จาก ‘พฤติการณ์หลบหนี’ เสื้อคลุมเลือดเนื้อที่แปรสภาพจากนิ้วมือของมิสเตอร์ K เริ่มแตกกระจายเกลื่อนพื้น
เด็กหนุ่มเห็น ‘ชุดเกราะอหังการ’ สีเงินขาววิ่งไปถึงข้างกาย ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล พร้อมกับเงื้อดาบแสงเล่มเขื่องขึ้น
เพิร์ลยังคงอมยิ้มอย่างเป็นมิตร ไม่กังวลแม้แต่น้อยที่ชุดเกราะสูงใหญ่หนักอึ้ง ได้เข้าประชิดตัวเรียบร้อยแล้ว
‘หัวหน้างาน’ จะไม่ถูกโจมตีจากผู้ไร้เทวบารมี!
นี่คือความหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของการ ‘ควบคุมดูแล’
อีกทั้ง สิ่งมีชีวิตที่โจมตี ‘หัวหน้างาน’ จะได้รับการลงทัณฑ์อย่างสาสม!
เพิร์ลกำลังจินตนาการถึงฉากหนึ่ง: สมบัติปิดผนึกในรูปชุดเกราะตัวนี้ จะหันหลังกลับในวินาทีถัดไป แล้ว ‘ประชิด’ เบื้องหน้านางมารผู้นำมันออกมา ในลักษณะที่ฝ่ายหลังไม่มีโอกาสหลบเลี่ยง
ขณะที่ ‘หัวหน้างาน’ กำลังคิดเช่นนั้น ‘ชุดเกราะอหังการ’ สีเงินขาวก็สับ ‘ดาบแสงแรก’ ในมือลงอย่างดุดัน
มันไม่ได้รับผลกระทบใดเลย!
ม่านตาของเพิร์ลพลันขยายกว้าง ร่างในชุดกระโปรงยาวสีแดงสดพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีดำ
ดาบแสงเล่มยักษ์ฟันสับลงมา ผ่าเงานั้นออกเป็นสองส่วน
เงาที่ถูกผ่าแต่ละส่วน แยกจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนเกิดเงาคล้ายกันหลายสาย วิ่งหนีกระจายไปทุกทิศทาง
‘ชุดเกราะอหังการ’ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ปักดาบแสงแรกลงกับพื้น
ดาบใหญ่แตกกระจายกลายเป็นเศษแสงคมกริบนับพันนับหมื่น ซัดกระหน่ำไปทั่วบริเวณ
เหมืองหินทั้งโพรงสว่างวาบ ฟรังก้าถึงกับตะลึงงันเมื่อพบว่า นางมารดำที่เพิ่งเผยตัวไม่ไกลนัก ได้อันตรธานหายไปหมดสิ้นแล้ว
ในทำนองเดียวกัน จินนากับอ็องโตนีที่กำลังถูกนักบวชของสุริยันเจิดจรัส กับตำรวจกรุงทรีอาร์ รุมต้อนจนตกที่นั่งลำบาก ก็ไม่ถูกโจมตีหรือไล่ล่าอีกต่อไป
ทั้งสองจ้องมองด้วยสายตางุนงง เมื่อเห็นผู้ลงทัณฑ์ที่เคยตามราวีพวกตนไม่เลิก มลายหายไปราวน้ำแข็งกลางแดด
ลูเมี่ยนเองก็ตกใจกับผลงานของชุดเกราะอหังการ
เดิมที เด็กหนุ่มไม่คาดหวังอะไรนัก กับการที่สมบัติปิดผนึกชิ้นนี้จะลงมือโจมตี ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล ใครจะไปคิดว่า อีกฝ่ายกลับสามารถสร้างผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ได้ถึงเพียงนี้!
เหนือสิ่งอื่นใด เขายังสังเกตเห็นรายละเอียดผิดปกติเล็กๆ จากท่าทีของเพิร์ลจวบจนปัจจุบัน
‘หัวหน้างาน’ ผู้นี้ยังไม่ขยับเท้าเลยสักก้าว!
เธอยืนอยู่ข้างโขดหินที่มีประตูถาวรของโลกในกระจก ไม่ไล่ล่า ไม่เข้าใกล้ เพียงส่งอิทธิพลมาถึงพวกเขาจากระยะไกล
“นี่คือคุณสมบัติของ ‘หัวหน้างาน’ หรือ? ที่ชุดเกราะอหังการโจมตีเธอได้ เพราะมันแฝงไว้ด้วยเคียดแค้นชิงชังที่เทพทิ้งไว้ก่อนร่วงหล่น? ต้องมีเทวบารมีหรือศักดิ์และมลทินที่เทียบเท่า จึงจะโจมตี ‘หัวหน้างาน’ ได้สินะ?” ลูเมี่ยนขมวดคิ้วพลางคาดเดาอยู่ในใจ
ฟรังก้าได้สติกลับมาฉับไว แล้วจึงตะโกนใส่เด็กหนุ่ม
“กระจกแต่งหน้าของโมรัน·อาวินี!”
เธอทราบว่า ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล ไม่มีทางถูกชุดเกราะอหังการสังหารได้ง่ายดายนัก พวกเขาต้องฉวยโอกาสช่วงสั้นๆ ที่ไม่ถูกรบกวนนี้ หาทางหนีออกจากโลกในกระจกพิเศษให้ได้
และในจังหวะก่อนที่ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลจะปรากฏตัวครั้งแรก แสงสลัวที่พรั่งพรูออกจากกระจกแต่งหน้าของโมรัน·อาวินี ช่วยให้ฟรังก้าสงสัยว่า มันคือประตูทางออก!
ฟรังก้าเชื่อว่าลูเมี่ยนจะเข้าใจความหมายทั้งหมดจากคำพูดสั้นกระชับของตน จึงไม่อธิบายมากนัก พลางเสกให้อัญมณีสีน้ำเงินบนสร้อยสัตมณี เปล่งประกายดุจดังมหาสมุทร
เธอแฟลชไปอยู่ข้างกายจินนา ยื่นมือคว้าแขนอีกฝ่ายไว้
เพชรเม็ดหนึ่งบนสร้อยสัตมณีสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง
เทเลพอร์ต!
ฟรังก้ากับจินนาเทเลพอร์ตตรงไปยังร่างของโมรัน·อาวินี หรือก็คือตำแหน่งของกระจกแต่งหน้าข้างศพ
อีกด้านหนึ่ง ลูเมี่ยนเข้าใจสิ่งที่ฟรังก้าต้องการจะสื่อได้ทันที
เด็กหนุ่มกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา เทเลพอร์ตไปอยู่ข้างกายอ็องโตนี คว้าแขนพรรคพวกรายนี้เอาไว้ แล้วทำการเทเลพอร์ตอีกครั้งทันที
จุดหมาย: กระจกแต่งหน้าที่เปิดอ้าอยู่ของโมรัน·อาวินี!
แต่ทั้งฟรังก้าและลูเมี่ยน ต่างก็ต้องตะลึงขณะปรากฏตัวใกล้กับศพของโมรัน·อาวินี โดยพบว่ากระจกแต่งหน้าบานดังกล่าวดูเลือนราง ไม่สมจริง ราวกับเป็นเพียงเงาสะท้อนของวัตถุต้นแบบ
ทันใดนั้นเอง พวกเขาได้ยินเสียงของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลอีกครั้ง
“แกมีความผิด!”
“แกทำร้ายหัวหน้างาน!”
ท่ามกลางเสียงกึกก้อง ชุดเกราะสีเงินขาวลอยขึ้น ความว่างเปล่าด้านหลังของมันกำลังแตกออกด้วยสีดำมืด
‘ชุดเกราะอหังการ’ ถูกพลังที่มองไม่เห็น ผลักไสให้ร่วงลงในรอยแยกรูปตะขาบซึ่งเหมือนบาดแผล ดำดิ่งลงสู่ความมืดที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง หายลับไปจากสายตาของพวกลูเมี่ยน
คำพิพากษา: เนรเทศ!
เงาที่แตกเป็นเศษเสี้ยว รวมตัวกันฉับไว ณ โขดหินซึ่งมีประตูถาวรของโลกในกระจก ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลในชุดกระโปรงยาวสีแดงเผยกายกลับมาอีกครั้ง
เธอถือกระจกแต่งหน้าไว้ในมือ ยิ้มมุมปากพลางกล่าวว่า
“คิดว่าฉันจะทิ้งทางออกไว้ที่เดิมหรือ?”
“มันถูกเปลี่ยนเป็นของปลอมไปนานแล้ว!”
ลูเมี่ยน ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี ต่างมีสีหน้าแปรเปลี่ยน
ท่ามกลางกระแสความคิด ลูเมี่ยนที่ยังจับแขนอ็องโตนีอยู่ รีบกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา
ร่างของเด็กหนุ่มกับอ็องโตนีหายวับไปจากข้างศพของโมรัน·อาวินี
ฟรังก้าพยายามทำเช่นกัน โดยการเสกให้มรกตบนสร้อยสัตมณีเปล่งแสงเขียวใส
แต่เมื่อเธอแฟลชพาจินนาไปยังมุมหนึ่งของโพรงเหมืองหิน ก็ได้ยินภาษาแห่งระเบียบของเพิร์ลดังกึกก้อง
“คุณมีความผิด!”
“คุณโจมตีหัวหน้างาน!”
ชุดเกราะอหังการตัวนั้น ผู้ที่นำมันออกมาใช้งานคือฟรังก้า!
ขณะที่ฟรังก้าเตรียมจะใช้สร้อยสัตมณีหนีไป ก็พลันเห็นความว่างเปล่ารอบกายเริ่มแข็งตัว กลายเป็นอำพันซ้อนทับ กักขังเธอกับจินนาไว้ด้านใน
นี่คือ ‘กรง’ ที่แม้แต่เทเลพอร์ตก็พาออกมาไม่ได้
มันครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณ แม้ฟรังก้ากับจินนาจะใช้กระจกตัวแทน ก็ยังคงอยู่ในขอบเขตอิทธิพลของมัน
คำพิพากษา: กักขัง!
‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลละสายตา มองหาลูเมี่ยนกับอ็องโตนีต่อทันที
กวาดสายตามองไปจนทั่ว แต่เธอก็ไม่พบแม้แต่เงาของทั้งสอง
……………………………………………………..