ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 732 ปกป้องและศรัทธา
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 732 ปกป้องและศรัทธา
ตอนที่ 732 ปกป้องและศรัทธา
พิร์ลเร่งรวบรวมสมาธิ แล้วมองสำรวจไปทั่วโพรงเหมืองหินประหนึ่งกำลังทำตัวเป็น ‘หัวหน้างาน’
บรรยากาศในนี้กลายเป็นมืดสลัวไปแล้ว เหลือเพียงแสงสีเหลืองอมน้ำเงินจางๆ จากโคมไฟคาร์ไบด์ที่ล้มตะแคงอยู่บนพื้น
ขณะกวาดสายตาไปมา เพิร์ล ‘เห็น’ ลูเมี่ยน รวมถึง ‘เห็น’ อ็องโตนีด้วย
ทั้งสองอยู่ ณ ทางออกของโพรงเหมืองหิน แต่นั่นเป็นเพียงขอบเขตของโลกในกระจกพิเศษ ไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง จึงไม่สามารถใช้หลบหนีได้
ลูเมี่ยนกำลังหันหน้ามาทางเพิร์ล สวมถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ติดหนามสีดำเหล็ก มือถือปืนลูกโม่สีทองเหลือง
อ็องโตนีซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่ม หันหลังชนกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่มี
ทว่า ‘นักสะกดจิต’ รายนี้ไม่ได้ยืน กลับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง วางสมุดวาดภาพเปล่าๆ ลงบนต้นขาขวา ใช้มันเป็นที่รอง โดยกำลังเร่งมือร่างบางสิ่งบางอย่างด้วยดินสอแท่งสั้น
ขวดเสกสรร!
ลูเมี่ยนกับอ็องโตนีกำลังอยู่ในอาณาเขตของ ‘ขวดเสกสรร’ ที่สร้างขึ้นโดยอาศัยทางออกโพรงเหมืองหินเป็นประตู
แต่มันก็เปล่าประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าเพิร์ล ผู้ควบคุมทุกสิ่งในโลกกระจกพิเศษ เธอสามารถเห็นที่ซ่อนตัวของลูเมี่ยนกับอ็องโตนีได้ในทันที
เมื่อพบเจอฉากตรงหน้า ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล รู้สึกถึงความผิดวิสัย ราวกับมีกลิ่นอายของเรื่องคลุมเครือบางอย่าง
ลูเมี่ยนซึ่งเป็นผู้นำทีม ซ้ำยังแข็งแกร่งที่สุด กลับทำทีเหมือนกำลังช่วยถ่วงเวลาให้ผู้วิเศษเส้นทาง ‘ผู้ชม’ ด้านข้าง
แม้เด็กหนุ่มจะกำลังเดิมพันกับเรื่องที่ตนจะไม่ถูกฆ่าแน่นอน จึงจงใจยอมถูกจับเป็นเพื่อใช้เป็นโล่ แต่มันก็บ่งชี้ได้ชัดว่า ผู้วิเศษเส้นทาง ‘ผู้ชม’ กำลังทำในสิ่งที่สำคัญยิ่งยวดอยู่ ชนิดที่ทางนั้นเชื่อว่า มันสามารถทำร้าย ‘หัวหน้างาน’ หรือช่วยให้พวกเขาหนีพ้นจาก ‘หัวหน้างาน’ สำเร็จ!
เพิร์ลไม่ลังเลเลย มองไปทางลูเมี่ยนกับอ็องโตนีที่อยู่ใน ‘ขวดเสกสรร’ แล้วเอ่ยด้วย ‘ภาษาแห่งระเบียบ’
“ไม่มีความลับใดซ่อนพ้นสายตาหัวหน้างาน!”
พอเธอเอ่ยจบ ‘ขวดเสกสรร’ ที่สร้างขึ้นโดยอาศัยทางออกโพรงเหมืองหิน ก็สลายไปอย่างไร้สุ้มเสียง
แต่เพิร์ลพบว่า แม้ลูเมี่ยนจะไม่มี ‘ขวดเสกสรร’ คุ้มครองแล้ว แต่รอบตัวอ็องโตนียังมี ‘ขวดเสกสรร’ ดำรงอยู่ มิไม่ได้สลายไปตามคำพูดของ ‘หัวหน้างาน’!
เมื่อแน่ใจในรายละเอียดนี้ ลูเมี่ยนก็เผยยิ้มให้เห็น
‘ขวดเสกสรร’ ที่ห้อมล้อมอ็องโตนีอยู่ สร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากตัวเขา
ขาสองข้างที่กางออกของเด็กหนุ่ม ประกอบกันเป็นประตูในเชิงสัญลักษณ์
ลูเมี่ยนโค้งตัวเล็กน้อย มองไปยัง ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล พลางพึมพำอย่างไร้เสียง ด้วยรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวไม่เบา
“ใช่แล้วล่ะ อ็องโตนีกำลังทำภารกิจสำคัญที่ฉันมอบหมายให้”
“มีแต่ต้องจัดการฉันก่อนเท่านั้น จึงจะทำลาย ‘ขวดเสกสรร’ รอบตัวเขาได้ หากใครคิดจะแตะต้องอ็องโตนี ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน!”
“บัดนี้ ฉันคือโล่ของเขา คือกำแพงที่ปกป้องเขา!”
รอยยิ้มบนใบหน้าเพิร์ลจางลง เธอมองลูเมี่ยนด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพลางเอ่ยปาก
“คุณมีความผิด!”
“คุณฆ่าคน!”
ฆ่าคน…ลูเมี่ยนใจสั่นเล็กน้อย
เด็กหนุ่มไม่ได้ตกใจที่ตัวเองเคยฆ่าคน แต่ไม่คิดว่า ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลจะดำเนินคดีเขาด้วยข้อหานี้
ไม่ว่าการลงทัณฑ์จะมาในรูปแบบใด ผลการพิพากษาสุดท้ายก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
ฆาตกรต้องตาย!
ไหนว่าอยากจับเป็นเราไง? ที่ลูเมี่ยนอาสาเป็นโล่ให้อ็องโตนี ก็เพราะเชื่อว่าเพิร์ลไม่กล้าฆ่าตน หากเป็นเช่นนั้นจริง พลังหลายชนิดของอีกฝ่ายก็จะถูกผนึกไว้ เด็กหนุ่มก็จะมีโอกาสได้ถ่วงเวลา จนกว่าอ็องโตนีจะวาดภาพที่ต้องการ ใส่สมุดวาดภาพวิเศษที่ได้มาจาก ‘กวีเร่ร่อน’ จนเสร็จสมบูรณ์ สมุดเล่มนั้นมีพลังทำให้ภาพที่วาดลงไปมีชีวิต หรือแสดงผลพิเศษด้านอื่น โดยจะคงอยู่ได้ระยะหนึ่ง
ใครจะรู้ แผนนี้ต้องกลายเป็นหมันตั้งแต่เริ่ม
แน่นอน ลูเมี่ยนไม่ได้ทุ่มเททุกสิ่งไว้กับประเด็นที่ ‘หัวหน้างาน’ อยากจับเป็นตน
การเอาชนะครึ่งเทพ เขาไม่มีทางทำได้แน่ แต่แค่ถ่วงเวลาสักเล็กน้อย เด็กหนุ่มยังพอมีความหวังอยู่บ้าง
เสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังก้องในอากาศอันว่างเปล่าเหนือโพรงเหมืองหิน สายฟ้าสีเงินขาวพุ่งออกมาทีละสายดุจดังนาคาอสนี รัดพันกันเป็นต้นไม้สายฟ้าขนาดเท่าถังน้ำ ฟาดลงใส่ลูเมี่ยนอย่างเกรี้ยวกราด
ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องก้องกังวาน ในจังหวะที่สายฟ้ายังไม่ถึงตัว ลูเมี่ยนก็ยกมือทั้งสองขึ้น เล็งปืนลูกโม่สีทองเหลืองไปยัง ‘การลงทัณฑ์’ จากโลก
ดวงตาสีน้ำเงินของเด็กหนุ่ม แปรเปลี่ยนเป็นสีดำเหล็ก แต่กลับมองไม่เห็นจุดอ่อนของสายฟ้าอันน่าสะพรึง
เขาทำได้เพียงอัดเปลวไฟสีขาวโชติช่วงเข้าไปในปืนลูกโม่ เข้าไปในกระสุนนัดที่กำลังจะยิงออกไป
ปัง!
ขณะที่ต้นไม้สายฟ้าสีเงินขาวฟาดลงมา กระสุนที่เรืองแสงเขียวหม่นและห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีขาวโชติช่วงก็พุ่งออกจากปากกระบอก พุ่งเข้าหาสายฟ้ามหึมาเส้นดังกล่าว
กระสุนอ่อนแรง!
นี่คือ ‘กระสุนอ่อนแรง’ ที่ได้มาจากเยบุส!
ในชั่วพริบตา ต้นไม้สายฟ้าหนาเท่าถังน้ำ ก็บดขยี้กระสุนสีเขียวหม่นไปพร้อมกับเปลวไฟสีขาวโชติช่วงรอบๆ
แสงสีเงินขาวระเบิดพุ่งท่วมร่างของลูเมี่ยนทันที
บึ้ม!
เสียงกัมปนาทอันน่าสะพรึง ดังเข้าหูอ็องโตนีช้าไปหนึ่งจังหวะ จนร่างของเขาสั่นสะท้านโดยปริยาย แทบจะสูญเสียการได้ยินไปพร้อมกัน
เขานึกถึงค่ำคืนที่ค่ายทหารถูกสาวกเทพมารโจมตี เสียงปืน เสียงระเบิด เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกนฆ่า ดังระงมไม่ขาดสายจากทุกสารทิศ ทำให้เขาทั้งตื่นตระหนก ทั้งหวาดกลัว จนเกิดเป็นบาดแผลทางใจรุนแรง กว่าจะรักษาหายก็ผ่านไปหลายปี
ในวินาทีนี้ ราวกับว่าเขาได้ย้อนกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครา
อ็องโตนีสงบสติอารมณ์ มองสมุดวาดภาพเปล่าตรงหน้า แล้วร่างภาพต่อ ดินสอในมือขยับเคลื่อนกรอบแกรบ
เขายังจำภาษากายของลูเมี่ยนเมื่อครู่ได้ดี
“เว้นแต่ผมตาย มีคนก้าวข้ามศพผมไป จะไม่มีใครทำร้ายคุณได้!”
เมื่อเทียบกับค่ำคืนที่ค่ายทหาร ซึ่งทุกคนสับสน ไร้ที่พึ่งพิง ต่างคนต่างหวาดกลัวแล้ว อ็องโตนีคิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ย่ำแย่ถึงขนาดนั้น
อย่างน้อย เราก็ยังมีเพื่อนที่ไว้ใจได้!
อย่างน้อย ยังมีคนยอมตายเพื่อปกป้องเรา!
ท่ามกลางสายฟ้าสีเงินขาวที่แพร่กระจายไปทั่ว ร่างของลูเมี่ยนแตกออกเป็นเศษกระจกนับไม่ถ้วน ก่อนจะไหม้ดำเป็นเถ้าถ่าน
‘กระจกตัวแทน’ ที่จินนาให้มา!
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นอีกครั้ง ยังคงยืนปักหลักอยู่ในตำแหน่งเดิม สองขาถ่างออกจากกัน
เสียงฟ้าร้องครืนครั่นบนฟ้ายังไม่จางหายไปพร้อมการลงทัณฑ์เมื่อครู่ แต่กลับก่อตัวเป็นการประหารรอบใหม่
เมื่อ ‘หัวหน้างาน’ ดำเนินคดี หากคำพิพากษายังไม่มีผลสมบูรณ์ การลงทัณฑ์ก็จะดำเนินต่อไป!
หนังศีรษะของลูเมี่ยนเริ่มด้านชา เรือนผมดำขลับกับเส้นขนตามร่างกาย ถูกกระแสไฟฟ้าที่คงค้างในอากาศกระตุ้นจนลุกชัน
หลังจากใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อก่อตัว อสนีบาตขนาดมหึมา ซึ่งรุนแรงและน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าเดิม ได้ถาโถมลงมาอย่างไร้สุ้มเสียง
ลูเมี่ยนกัดฟันกรอด โยนปืนลูกโม่ทิ้ง ยกมือสองมือขึ้น ใช้ถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ติดหนามสั้นสีดำเหล็ก รับปลายสายฟ้าเอาไว้อย่างแม่นยำ โดยมีลูกไฟสีขาวโชติช่วงทยอยก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะทีละดวง
ถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ สามารถต้านรับการโจมตีที่แฝงเทวบารมีได้ โดยแลกกับการแตกหักหรือทำลายตัวเอง!
บึ้ม!
ท่ามกลางเสียงระเบิดสนั่นฟ้า ต้นไม้แห่งความตายสีเงินขาว ซึ่งก่อตัวจากแสงอสนีบาต พลันชะงักอยู่ตรงหน้ากำปั้นของลูเมี่ยน หยุดลงบนถุงมือสนับ ‘ทุบตี’
บึ้มบึ้ม! ลูกไฟสีขาวโชติช่วงระเบิดออกพร้อมกัน ผลักดันนาคาอสนีตัวเล็กที่กระจัดกระจาย ให้พุ่งกระเด็นออกไปไกล
การลงทัณฑ์ด้วยสายฟ้าครั้งนี้ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สงบลง แต่เสียงครืนครั่นบนฟ้ากลับยังไม่จางหาย
เสียงเปรี้ยะปร๊ะดังขึ้นเมื่อถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ของลูเมี่ยนไหม้ดำแตกหัก แยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วร่วงกราวลงพื้น
เมื่อเห็นสายฟ้าขนาดมหึมาระลอกใหม่กำลังก่อตัว แม้รู้ว่าไม่สมควร แต่ลูเมี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะเร่งรัดอ็องโตนีในใจ
“ยังวาดไม่เสร็จอีกหรือ?”
“ผมรับได้อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!”
หลังความเงียบแผ่เข้ามากดดันชั่วขณะ นาคาอสนีสีเงินขาวตัวเขื่อง ได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า สาดแสงสว่างทั่วหลุมเหมืองหิน ส่องให้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล
ในสถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ลูเมี่ยนพอจะทำได้
เด็กหนุ่มปลุกเงาของตัวเองให้มีชีวิต แล้วสลับตำแหน่งกับมัน
เพล้ง!
ท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าที่ทั้งแหลมทั้งรวดเร็ว นาคาอสนีตัวใหญ่ได้กลืนกินเงาดังกล่าว จนระเหิดระเหยไปในพริบตา ไม่หลงเหลือร่องรอยใดอยู่อีก
ในที่สุด การลงทัณฑ์ระลอกล่าสุดก็จบลง ลูเมี่ยนเผยกายอีกครั้งด้านหน้าอ็องโตนี ขาแบะออกจากกันเล็กน้อย หลังโค้งงอพอเป็นพิธี แต่ใต้เท้าไม่หลงเหลือเงาอีกต่อไป
“ทำไมถึงยังวาดไม่เสร็จอีก?” ลูเมี่ยนคิดอย่างกระวนกระวาย
เด็กหนุ่มพิจารณาว่าจะยกเลิก ‘ขวดเสกสรร’ แล้วคว้าตัวอ็องโตนีเทเลพอร์ตหนีไปดีหรือไม่
การลงทัณฑ์อันเกิดจากการดำเนินคดีของ ‘หัวหน้างาน’ จะไม่จบลงเพียงเพราะตนเปลี่ยนตำแหน่ง
ด้วยความเร็วของสายฟ้า เขาไม่มีทางหลบด้วยการเทเลพอร์ตได้ทัน
ไม่ใช่ว่าการเทเลพอร์ตไม่เร็วพอ แต่เขาต้องใช้เวลากระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา
ท่ามกลางอื้ออึง เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังไม่หยุดข้างหูลูเมี่ยน บ่งบอกล่วงหน้าถึงการลงทัณฑ์ครั้งต่อไปที่ใกล้มาถึง
เบื้องหลังลูเมี่ยน อ็องโตนีที่คุกเข่าข้างเดียว ใช้ต้นขาขวาเป็นโต๊ะวาดรูป มีเหงื่อเม็ดโตเท่าเมล็ดถั่วผุดซึมออกมาทีละหยด
ภาพสเก็ตช์ส่วนแรกสำเร็จลงด้วยดี วาดเสร็จในเวลาไม่นาน แต่เส้นสุดท้ายกลับยากขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
สมุดวาดภาพส่งอิทธิพลต่อดินสอ มันเริ่มสูบพลังวิญญาณของอ็องโตนีอย่างบ้าคลั่ง ทว่าพลังมหาศาลเหล่านั้นกลับไม่ช่วยให้ขยับเส้นสีดำได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ขอบกระดาษอันว่างเปล่าเริ่มม้วนงอและลุกไหม้ด้วยเปลวไฟไร้สี ราวกับไม่อาจทนรับสิ่งที่อ็องโตนีกำลังวาดอยู่
อ็องโตนีเองก็ทราบดีว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่สมุดวาดเล่มนี้จะแสดงได้ แต่เขาไม่กังขาในการตัดสินใจของลูเมี่ยน จึงพยายามต่อไป
บึ้มบึ้ม!
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งอ็องโตนีที่อยู่ใน ‘ขวดเสกสรร’ ก็ยังได้ยินชัดแจ้ง
แม้แต่ ‘นักจิตบำบัด’ อย่างเขาก็เริ่มควบคุมจิตใจไม่อยู่ ความเครียด ร้อนรน กังวล และสับสน ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
เขากัดฟันฝืนควบคุมตัวเอง วาดเส้นสุดท้ายต่อไป
เมื่อเห็นสายฟ้าสีเงินขาวอันน่าพรั่นพรึงกำลังก่อตัว ทว่าอ็องโตนีด้านหลังยังไร้วี่แวว แม้แต่ลูเมี่ยนผู้มีจิตใจเข้มแข็ง ก็ยังรู้สึกสิ้นหวังอย่างไม่อาจหักห้ามใจ
“ถึงเวลาตายแล้วหรือ?”
“ก็ดี อยากเห็นเหมือนกันว่าเทอร์มีโพลอสหน้าตาเป็นยังไง!”
“ตาย…” ทันใดนั้น ประกายสายฟ้าแห่งแรงบันดาลใจได้แล่นวาบขึ้นในห้วงคำนึงของลูเมี่ยน
เด็กหนุ่มล้วงหยิบสิ่งหนึ่งจากกระเป๋านักเดินทาง
มันคือหน้ากากทองคำที่มีลายสีพาดผ่าน
หน้ากากทองคำของฮิโซกะ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทพมรณา!
ลูเมี่ยนรีบสวมหน้ากากทองคำ ร่างกายเย็นเฉียบกะทันหัน ลมหายใจค่อยๆ เงียบงันลงไป
อสนีบาตแห่งการลงทัณฑ์ ซึ่งกำลังก่อตัวบนท้องฟ้า เกิดชะงักไปกลางคัน
ลูเมี่ยนแหงนหน้ามองนาคาอสนีสีเงินขาวที่เลิกรวมตัว มุมปากใต้หน้ากากทองคำเริ่มยกยิ้ม
ตอนนี้เขากลายเป็นอันเดดแล้ว!
หนึ่งในพลังของหน้ากากทองคำใบนี้ คือเปลี่ยนผู้สวมใส่ให้เป็นอันเดด แต่ยังคงรักษาสติปัญญาไว้!
เมื่อลูเมี่ยน ‘ตาย’ แล้ว การลงทัณฑ์ก็บรรลุเป้าหมาย จึงยุติลงในทันที!
‘หัวหน้างาน’ เห็นภาพนั้นก็ตะลึงงันไม่เบา ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้น
เธอหัวเราะในลำคอ มิได้สูญเสียความเยือกเย็น
ระหว่างที่การลงทัณฑ์ถาโถมลงมาไม่หยุด เธอเองก็มิได้นิ่งเฉย เตรียมการรับมือเหตุไม่คาดฝันเอาไว้แล้ว
หญิงสาวใช้ถุงเหรียญแทน ‘กล่องมืด’ เพื่อทำการแลกเปลี่ยนจนลุล่วง!
มือขวาของเธอกำลังจะหดกลับ
ด้านหลังลูเมี่ยน อ็องโตนีเห็นขอบกระดาษม้วนงอ เห็นเปลวไฟไร้สีกำลังลามเข้าสู่กลางหน้ากระดาษ จิตใจยิ่งจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
ต่อให้วาดเส้นสุดท้ายเสร็จ กระดาษแผ่นนี้ก็คงไม่เหลือประโยชน์อะไรอีกแล้ว
อ็องโตนีกัดฟันแน่น เลือกที่จะเชื่อใจพวกพ้อง เชื่อในตัวลูเมี่ยน
เขายังไม่ลืมว่า คำสั่งของลูเมี่ยนก็คือ
“วาดโมไนต์ก่อน แล้วค่อยวาดมาดามเมจิกเชี่ยน!”
โมไนต์ นักต้มตุ๋นชาวหมู่เกาะ…เมื่อความคิดนี้แล่นผ่าน อ็องโตนีก็พลันตะลึง เมื่อเห็นขอบกระดาษที่ม้วนงอหยุดชะงัก เปลวไฟไร้สีกำลังแข็งค้าง
ดินสอในมือเขาเริ่มวาดได้คล่องขึ้น
อ็องโตนีระดมพลังวิญญาณ วาดแว่นตาข้างเดียวด้วยเส้นเรียบง่าย ลงบนตาขวาของชาวหมู่เกาะที่ร่างไว้แล้ว ชายผมดำหยักศก ใบหน้าผอมแห้ง เบ้าตาลึก ริมฝีปากหนา
……………………………………………………..