ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 734 อาวุธของฉัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 734 อาวุธของฉัน
ตอนที่ 734 อาวุธของฉัน
ลูเมี่ยนยืนอยู่ตรงทางออกของเหมืองหิน ใจอยากจะช่วยมิสเตอร์ K จัดการกับเพิร์ล แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง
ประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกกับเขาว่า หากไม่มีเทวบารมี การกระทำใดๆ ที่มุ่งเป้าไปยัง ‘หัวหน้างาน’ ล้วนจะสะท้อนกลับมาที่ตัวเขาเอง โดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อครึ่งเทพผู้นั้นเลย
ลูเมี่ยนที่ถอดหน้ากากทองคำออกแล้ว ยังคงปักหลักยืนอยู่ที่เดิม ครุ่นคิดว่ามีของติดตัวชิ้นใดบ้าง ที่พอจะสร้างประโยชน์ในสถานการณ์นี้ได้ โดยระหว่างนั้นก็คอยเฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างมิสเตอร์ K กับเพิร์ล
ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มกวาดสายตาไปรอบตัว สอดส่องมองหาวิธีทำลายโลกในกระจกตรงหน้าให้แตกสลาย
ทางด้านอ็องโตนีก็ยังค้างในท่าเดิม วาดภาพร่างต่อไปบนสมุดวาดรูปที่หายไปหนึ่งหน้า
คราวนี้ เขาตั้งใจจะวาดมาดามเมจิกเชี่ยน
ขณะลูเมี่ยนเฝ้าดูการกระทำของมิสเตอร์ K พลางสดับรับฟังเสียงคำรามในทุกการฟาดฟันของอีกฝ่าย ลูเมี่ยนรู้สึกราวกับจิตใจถูกมลทินปนเปื้อนเบาๆ
เด็กหนุ่มไม่เคยคิดว่า มิสเตอร์ K จะสามารถต่อกรกับ ‘หัวหน้างาน’ ได้ดีถึงเพียงนี้ ทั้งยังไม่กลัวการดำเนินคดีของครึ่งเทพรายนี้ แถมยังมีลู่ทางในการทำร้ายเธอด้วย
ลูเมี่ยนแอบภาวนาอยู่ในใจ หวังให้แม้มิสเตอร์ K จะกำจัดเพิร์ลไม่สำเร็จ ก็ขอให้เขาช่วยกดดันจนเธอล่าถอย
มิสเตอร์ K เกร็งกล้ามเนื้อช่วงเอวและท้อง พลางสะบัดร่างกายท่อนบนไปด้านหน้า ผนวกกับแรงดิ่งลง ส่งผลให้ดาบใหญ่สีดำสนิท ฟาดฟันลงบนศีรษะของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลเป็นครั้งที่สาม
เพิร์ลยังไม่ขยับเท้า ไม่ใช้พลังอย่าง ‘ข้ามกระจก’ เพื่อหลบหนี ทั้งยังไม่กลิ้งตัวหลบ เอาแต่ยืนปักหลักอยู่ข้างโขดหิน โดยแปรเปลี่ยนร่างกายของตนให้เป็นสีดำแผ่นบาง กลายเป็นเงามืด แล้วแบ่งตัวกลายเป็นเงาหลายสาย
ดาบใหญ่สีดำสนิทฟันสับลงมาอย่างดุดัน เฉือนเงาหลายสายให้แยกเป็นสองซีกอย่างไร้สุ้มเสียง
เงาเหล่านั้นเคลื่อนตัววูบวาบรอบโขดหิน เคลื่อนไหวไม่หยุดพัก ก่อนจะรวมตัวกันอีกครั้ง ยุบพองบิดเบี้ยว พยายามฟื้นคืนร่างของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล
จุดที่ถูกดาบสีดำฟันขาด เชื่อมต่อกันได้ยากเย็นเป็นพิเศษ ทำได้เพียงซ้อนทับกันอย่างฝืนธรรมชาติ ประกอบเป็นรูปร่างมนุษย์แทบไม่เป็นทรง เต็มไปด้วยรอยแตกและความไม่เข้าที่เข้าทาง
มิสเตอร์ K กระโดดพรวดทันที เตรียมสะบัดศีรษะ เหวี่ยงดาบใหญ่สีดำที่กัดไว้ด้วยปากกว้างๆ ของตน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ร่างของเขากลับหดเล็กลงกะทันหัน เกราะดำเย็นเยียบที่หุ้มร่างก็สลายหายวับไปโดยพลัน
เขาถูกลงทัณฑ์ บังคับให้กลับคืนร่างเดิมในชุดคลุมสีดำ พร้อมด้วยฮู้ดคลุมศีรษะ
ขณะเดียวกัน เงาที่ประกอบเข้าด้วยกันอย่างฝืนธรรมชาติ เริ่มสูญเสียความดำมืด พร้อมกับค่อยๆ เผยผิวพรรณของมนุษย์ รวมถึงชุดกระโปรงยาวสีแดงสด
…………
ในวิหารมืดมิดแห่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าอยู่แห่งหนใด
เงาของอสรพิษปรอทตัวใหญ่กลางอากาศ เริ่มจางหายไปทีละนิด
การ ‘เริ่มใหม่’ เสร็จสมบูรณ์แล้ว
‘โลกิ’ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้สีดำ ร่างกายพลันบางลงและหดลีบ เสื่อมสภาพกลายเป็นกระดาษคน
กระดาษคนกับเก้าอี้ยุบตัวเข้าด้านใน แหลกสลายกลายเป็นผุยผง
ร่างของ ‘โลกิ’ ปรากฏขึ้น ณ มุมลึกของวิหาร ส่วน ‘เมจิกเชี่ยน’ ที่ดูเหมือนยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ได้รีบเสกอีกร่างหนึ่งของตนให้ปรากฏด้านหลังของอีกฝ่าย
‘โลกิ’ เตรียมจะสอดมือเข้าไปในความว่างเปล่า ลากใครบางคนออกมา แต่ดวงตาดำสนิทของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
สีน้ำเงินเปลี่ยนกลับเป็นดำในทันที แล้วกลับเป็นน้ำเงินอีก สองสีสลับไปมาไม่หยุด
‘โลกิ’ แข็งค้างอยู่ตรงนั้น ไม่อาจลากผู้ช่วยออกมาได้ ปล่อยให้ ‘เมจิกเชี่ยน’ ยื่นฝ่ามือขวาออกมากำแน่น
ความว่างเปล่าอันมืดมิดบิดงอในทันที ครอบ ‘โลกิ’ เอาไว้ด้านใน ก่อนที่ทั้งสองสิ่งจะถล่มลงพร้อมกัน แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ถูกความลึกล้ำอันไร้สิ้นสุดกลืนกินเข้าไป
ในระหว่างนั้น ร่างของ ‘โลกิ’ พลันจางลงจนดูไม่จริง ราวกับเป็นเพียงภาพฉาย หรือหุ่นเชิดที่ถูกสับเปลี่ยนมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบได้
‘เฮอร์มิท’ ‘จัดจ์เมนต์’ และ ‘เมจิกเชี่ยน’ ต่างได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความเสียดายโดยพร้อมเพรียง พลางเห็นวิหารมืดเริ่มจางลงทุกขณะ
ดูเหมือนมันก็เป็นภาพฉายเช่นกัน
ตามด้วยเสียงแผ่วพร่าที่ค่อนข้างแก่ชรา ดังมาจากสถานที่แสนไกล
“ข้าขอให้ครึ่งเทพทั้งหมดที่นี่หลงทางนานสามนาที”
วิหารมืดพังทลายสิ้น รอบข้างมืดสนิท ไร้แสงดาว ไร้ขอบเขต
…………
ในโลกในกระจกพิเศษ
เมื่อเห็นว่ามิสเตอร์ K ไม่อาจรักษาร่างครึ่งยักษ์ที่แฝงเทวบารมีได้อีก และ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลก็กำลังจะฟื้นคืนร่างมนุษย์ แม้จะดูแปลกประหลาดไปบ้างเหมือนถูกปะติดปะต่อ แต่ปฏิกิริยาแรกของลูเมี่ยนคือ รีบแปลงกายเป็นสิ่งมีชีวิตเงา พลางหลบหนีผ่านรอยแตกของมิติ เพื่อไปตามหากำลังเสริมคนอื่น
แต่เด็กหนุ่มไม่ทราบว่า ตอนที่มิสเตอร์ K บุกเข้ามา เขาได้พึ่งพาสมบัติวิเศษใดหรือไม่ และไม่แน่ใจว่าการแปรเงาเพียงอย่างเดียว จะเพียงพอต่อการผ่านเข้าออกรอยแยกของโลกในกระจกหรือไม่
ขณะจ้องมอง ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลที่ใบหน้าเริ่มกลับมาคมชัด ทว่าทั้งดวงตาและรูจมูกต่างสูงต่ำไม่เท่ากัน ลูเมี่ยนที่เร่งทบทวนการต่อสู้เมื่อสักครู่ด้วยบทบาทของผู้ชม ก็พลันผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา
อันที่จริง เราก็ทำร้าย ‘หัวหน้างาน’ ได้เหมือนกัน…
มิสเตอร์ K ทำได้ เราก็ต้องทำได้!
โชคชะตาของเราเชื่อมโยงกับเทอร์มีโพลอส จึงถือว่าเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับหนึ่ง
ต้องไม่ลืมว่าตัวเรามีศักดิ์จอมปลอมของเทวทูต!
การโจมตีของเราอาจไม่แฝงเทวบารมี อาจไม่ส่งผลใดๆ ต่อ ‘หัวหน้างาน’ เลย รวมถึงสิ่งของที่พกติดตัวมา
แต่มีบางสิ่งที่เราสามารถกระทำได้
นั่นคือการใช้ตัวเองเป็นอาวุธ!
ท่ามกลางกระแสความคิด ลูเมี่ยนยิ้มอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกเหมือนโลหิตในกายเดือดพล่าน ประหนึ่งกำลังลุกไหม้ก็มิปาน
เด็กหนุ่มหายวับไปจากตำแหน่ง แฟลชมาปรากฏเบื้องหน้า ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล
ดวงตาของเขาย้อมสีดำเหล็ก มองเห็นจุดอ่อนของเพิร์ลเป็นแสงขาวซีด
หนึ่งในนั้นอยู่ตรงแก้มซ้ายค่อนไปด้านล่าง!
ก่อนที่เงาเหล่านั้นจะรวมตัวเป็น ‘หัวหน้างาน’ โดยสมบูรณ์ เปลวไฟสีขาวโชติช่วงก็พลันพวยพุ่งออกจากร่างของลูเมี่ยน
พวกมันไหลทะลักราวกับสายน้ำ พุ่งออกจากดวงตา หู จมูก ปาก และรูขุมขนทั่วร่างของลูเมี่ยนอย่างบ้าคลั่ง ท่วมท้นเสียจนร่างกายของเด็กหนุ่ม กลายเป็นมนุษย์ไฟสีขาวโพลนที่ลุกไหม้จากภายใน
ก็เอาสิ!
มาลุกไหม้ไปด้วยกัน!
มาระเบิดไปพร้อมกัน!
ลูเมี่ยนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งกับเปลวไฟสีขาวโชติช่วง ตะบันหมัดขวาตรงเข้าหาแก้มซ้ายของเพิร์ล
ดวงตาคู่หนึ่งสูงหนึ่งต่ำของเพิร์ล ฉายแววงุนงงชั่วครู่ ก่อนจะเข้าใจสาเหตุ
แต่เธอไม่ทันได้ ‘ดำเนินคดี’ ไม่อาจขยับตัว แม้แต่การกลับคืนร่างก็ยังไม่สมบูรณ์
เปรี้ยง!
หมัดขวาของลูเมี่ยนฟาดเข้าที่แก้มซ้ายของเพิร์ลเข้าอย่างจัง จนถึงกับบุ๋มยุบลงไป
พร้อมกับการโจมตีดังกล่าว บาดแผลอันน่าสยดสยองได้ปรากฏขึ้นบนแผ่นอกและช่องท้องของลูเมี่ยน ทว่าเปลวไฟสีขาวโชติช่วงก็ไหลมาปกคลุมบาดแผลไว้ทันที
เพิร์ลรู้สึกเจ็บปวด แต่ยังไม่ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส
ในเวลานี้เอง ใบหน้าที่ถูกเปลวไฟสีขาวแผดเผาของลูเมี่ยน กำลังเผยรอยยิ้มอันบ้าคลั่งและน่าพรั่นพรึง
ได้ผล!
เราใช้ตัวเองเป็นอาวุธโจมตี ‘หัวหน้างาน’ ได้จริงๆ!
บึ้ม!
เด็กหนุ่มจุดระเบิดแขนขวาของตัวเอง
โดยการใช้เปลวไฟสีขาวโชติช่วงที่บีบอัดไว้ล่วงหน้า
หมัดขวาของเขา ถูกคลื่นเปลวไฟสีขาวอันบ้าคลั่งผลักดัน จนพุ่งทะลวงเข้าไปในแก้มซ้ายของเพิร์ล ทะลุผ่านเข้าไปถึงแก่นกะโหลก
เก็บเกี่ยว!
เพล้ง! โลกในกระจกพิเศษ ซึ่งรายล้อมด้วยบาเรียมืดมนและรอยปริแตกนับไม่ถ้วน ส่งเสียงแตกร้าวดังระงม จนกระทั่งพังทลายลงในพริบตา
ศีรษะของลูเมี่ยนถูกโจมตีด้วยพลังล่องหน จนกะโหลกถึงกับยุบเข้าไป ฟันร่วงกราวออกจากปาก
ร่างของเด็กหนุ่มที่ไร้แขนขวา โดยมีเปลวไฟสีขาวลุกท่วมร่าง กระเด็นถอยไปด้านหลัง
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ดวงตากลับเปี่ยมไปด้วยความปีติ
สำเร็จ!
เด็กหนุ่มเห็น ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลมีบาดแผลสีเลือดอันน่าสยดสยองตรงแก้มซ้าย โดยในบาดแผลดังกล่าว หมอกสีขาวจางๆ กับสมองสีเทาขาว ผสมปนเปกันยุ่งเหยิง หมัดที่แหลกละเอียดได้ฉีกทะลวงพร้อมกับจุดไฟแผดเผาจากภายใน
ขณะที่แสงไฟสีขาวกระจายออก ดวงตาข้างขวาที่ยังหลงเหลือของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล ได้สูญเสียพลังวิญญาณไปหมดสิ้น จนร่างกายค่อยๆ ล้มลง
กรงขังรอบตัวฟรังก้าและจินนา พังทลายลงตามไป เพียงไม่นานก็ไม่หลงเหลือ
มิสเตอร์ K ที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เริ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ลูเมี่ยนช่างเหมือนเราจริงๆ!
รูปแบบการต่อสู้เหมือนกันยังกับแกะ!
มีเพียงจุดเดียวที่แตกต่าง คือตอนโจมตีครั้งสุดท้าย เขาไม่ได้สรรเสริญพระองค์เสียงดัง
ในขณะเดียวกัน ลูเมี่ยนที่สมองอื้ออึง ศีรษะชาจนแทบไร้ความรู้สึก ได้ล้มกระแทกพื้นจนแทบจะหมดสติไป
ที่เขายังไม่สลบไสล เพราะรู้สึกถึงการย่อยโอสถ ‘ยมทูต’ ในปริมาณมาก เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ที่แทบไม่ต่างจากเมื่อครั้งต่อสู้ข้างหลุมฝังศพโบราณ
หืม…ลูเมี่ยนดีใจได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนพลิกตัวลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
เด็กหนุ่มเข้าใจว่า การย่อยโอสถในปริมาณมากครั้งนี้ เกิดจากการ ‘เก็บเกี่ยว’ หัวหน้างานเพิร์ล ทว่าอีกฝ่ายเป็นถึงครึ่งเทพ ไม่ใช่ว่าโอสถยมทูตของตน ควรย่อยเสร็จสมบูรณ์ในคราวเดียวหรอกหรือ?
ลูเมี่ยนดับเปลวไฟสีขาวที่ลุกไหม้จากภายในกาย มือซ้ายล้วงหยิบยารักษาที่ได้จากเยบุส รวมถึงต่างหูคำลวงจากกระเป๋านักเดินทาง พลางมองไปยังร่างไร้ชีวิตของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล
บัดนี้โลกในกระจกพิเศษพังทลายไปสิ้น ทุกคนได้กลับสู่โลกความจริง กลับมายังโพรงเหมืองหินที่มีทางเข้าออกถาวรสู่โลกในกระจก
ไม่มีร่างไร้ชีพหรือหมอกสีขาวลอยอยู่ข้างเนินหิน ณ จุดที่เพิร์ลเคยยืน
ลูเมี่ยนพบภาพสีน้ำมันแผ่นหนึ่ง แขวนอยู่บนผนังหินฝั่งตรงข้ามกัน
ภาพสีน้ำมันอยู่ในสภาพฉีกขาดยับเยิน แต่ก็พอจะเห็นว่าเดิมวาดเป็นสตรีสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสด
“เพิร์ลหรือ?”
“ที่เราสู้ด้วยเมื่อครู่ไม่ใช่ ‘หัวหน้างาน’ ตัวจริง แต่เป็น ‘คนในภาพ’ ที่เธอสร้างจากสมบัติวิเศษของเส้นทาง ‘ภูต’?”
“ภาพสีน้ำมันแผ่นนี้ มอบชีวิตชีวาให้ครึ่งเทพในภาพเป็นการชั่วคราว แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระนัก?”
“เพิร์ลจึงไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเลย เอาแต่รับการโจมตีตลอดเวลา?”
ท่ามกลางกระแสความสงสัย ลูเมี่ยนรีบดื่มยารักษาที่เยบุสแลกมาจากสาวกขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยเกรงว่าตัวเองจะประคองอาการไปไม่ถึงหกโมงเช้า
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะของเพิร์ลดังแว่วมาจากส่วนลึกของภาพวาดอันยับเยิน จากที่ไหนสักแห่งที่ไม่อาจทราบได้
“ไม่นึกเลยว่าคนในภาพของฉันจะพ่ายแพ้”
“แต่เอาเถิด มันไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือวังวนกำลังจะก่อตัว อีกไม่นานพวกคุณก็จะถูกดึงเข้าไปพัวพัน”
“ทุกคน…ไม่มีข้อยกเว้น…”
เสียงของเพิร์ลค่อยๆ เบาลง จนกระทั่งจางหายไปในส่วนลึกของภาพสีน้ำมัน ส่งผลให้ความคิดที่จะเทเลพอร์ตไล่ตามไปของมิสเตอร์ K ต้องกลายเป็นหมันตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงมือ
……………………………………………………..