ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 735 ข้าได้ก่อบาป
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 735 ข้าได้ก่อบาป
ตอนที่ 735 ข้าได้ก่อบาป
ฤทธิ์ของยารักษา ผนวกกับการเผาเปลวไฟ ช่วยให้บาดแผลของลูเมี่ยนหยุดหลั่งเลือด ในบางส่วนยังฟื้นฟูเนื้อกลับมาพร้อมกับสะเก็ดแผล
ลูเมี่ยนสวมต่างหู ‘คำลวง’ เพื่อย้ายตำแหน่งแผลที่น่าสยดสยองตรงช่วงอกและท้อง ไปยังจุดที่ไม่สำคัญนัก แต่สายตายังคงจับจ้องภาพสีน้ำมันที่แขวนอยู่บนผนังหิน ความคิดหลากหลายประการแล่นผ่านหัวสมอง
“เพราะเป็น ‘หัวหน้างาน’ ก็เลยหลีกเลี่ยงการลงมือด้วยตัวเอง?”
“ร่างจริงของเพิร์ลคงซ่อนอยู่ในเงามืดแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจมาเยือน…”
“แต่หากเธอลงมือเอง พวกเราคงถูกกวาดล้างไปนานแล้ว แล้วจะมีโอกาสสร้างเหตุไม่คาดฝันใดอีก…”
“เหนือสิ่งอื่นใด เพิร์ลดูจะไม่ได้ใส่ใจนัก กับการที่จับตัวเราไม่ได้…การพ่ายแพ้ของคนในภาพ ย่อมหมายความว่า ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ ที่เธอริเริ่มไว้ล้มเหลว จนต้องได้รับผลสะท้อนร้ายแรงตามมาไม่ใช่หรือไง?”
“เธอไม่ใช่พวกปลิ้นปล้อนสักหน่อย…”
คิดมาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนพลันเกิดข้อคาดเดาขึ้นมา
“เรื่องจะจับเป็นเรา มีแค่เพิร์ลพูดเองฝ่ายเดียว ยังปราศจากพยานแวดล้อม…”
“บางที มันอาจเป็นข้อเรียกร้องจากคู่สัญญาจริง แต่ไม่ได้มีเพียงข้อเดียว คงเป็นหนึ่งในหลายข้อ และอาจมีความสำคัญน้อยที่สุด ดังนั้น หลังจากสร้างโลกในกระจกพิเศษแล้ว เพิร์ลก็ทิ้งภาพสีน้ำมันเอาไว้ ปล่อยให้คนในภาพจัดการกับพวกเรา ส่วนร่างหลักก็รีบไปที่อื่น…”
“เธอต้องไปทำภารกิจหลัก ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นที่สุด…”
“คำพูดของ ‘คนกลาง’ ก็ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ทั้งหมด…”
“ฟังจากน้ำเสียงเมื่อครู่ เธอคงบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงมั่นใจนักว่าวังวนกำลังจะก่อตัว อีกไม่นานทุกคนก็จะถูกดึงเข้าไป…”
“จากเท่าที่เห็น ร่างหลักของเธอไม่ได้อยู่แถวนี้ เมื่อครู่เพียงอาศัยสายสัมพันธ์กับคนในภาพก่อนที่จะสลายไป เปล่งเสียงข้ามมิติมาไม่กี่ประโยค ลืมเรื่องการแกะรอยไปได้เลย”
ลูเมี่ยนรู้สึกว่าข้อคาดเดาของตน สามารถอธิบายพฤติกรรมของเพิร์ล รวมถึงรายละเอียดบางประการในศึกที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ทว่านี่กลับยิ่งทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มหนักอึ้ง
หากเป็นดังที่เขาคิดจริง วังวนของ ‘สำนักสัจธรรม’ คงไม่อาจถูกขัดขวางได้แล้ว และกำลังจะก่อตัวขึ้นอย่างแน่นอน!
ในอนาคตอันใกล้ จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นกันแน่?
ขณะเดียวกัน มิสเตอร์ K ก้าวมายืนเคียงข้างลูเมี่ยน จ้องมองภาพสีน้ำมันอันยับเยินเช่นเดียวกัน
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ผมผิดเอง”
“ผมไม่สามารถสืบสาวแผนการของ ‘สำนักสัจธรรม’ ให้แจ่มแจ้งแต่เนิ่นๆ ปล่อยให้ปัญหาสะสมจนถึงจุดระเบิด”
ขณะเอ่ยวาจา เนื้อหนังบนไหล่ของมิสเตอร์ K เริ่มขยับเขยื้อน แขนสองข้างที่ขาวซีดและดูอ่อนแรง บรรจงงอกยาวออกมา ทว่าแขนเสื้อคลุมดำที่ถูกตัดขาดไปแล้ว ย่อมไม่อาจคืนสภาพ
มิสเตอร์ K เอี้ยวศีรษะกล่าวโดยมิรอให้ลูเมี่ยนตอบ
“ความเคลื่อนไหวในบริเวณนี้จะถูกล่วงรู้ในไม่ช้า ไม่ควรปักหลักอยู่นานนัก”
“พรุ่งนี้เช้ามาหาผมด้วย”
“ครับ” ลูเมี่ยนช้อนตามองพวกพ้องที่ต่างก็หลบเข้าเงามืด หรือไม่ก็ใช้ล่องหนทางใจ พลางผงกศีรษะรับแผ่วเบา
เขาเองก็ตั้งใจจะย้ายไปยังบ้านลับโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยง ‘ลูกหลง’ จากผู้วิเศษทางการ
เมื่อมิสเตอร์ K เทเลพอร์ตจากไป ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีต่างก็ออกจากที่ซ่อน
“พวกเรารีบกลับบ้านลับกันเถอะ” ลูเมี่ยนกล่าวโดยไม่ลังเล
ฟรังก้าก้มศีรษะรับ พลางเอ่ยด้วยสีหน้าเสียดายระคนปวดใจ
“ไม่รู้ว่า ‘ชุดเกราะอหังการ’ จะถูกเนรเทศไปที่ใด หากสูญเสียมันไปจริง ก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยเลย”
หากมิใช่ ‘ชุดเกราะอหังการ’ โจมตีคนในภาพของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล จนฝ่ายหลังถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบชีวิต ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้เหล่าผู้ลงทัณฑ์ที่ถูกเสกขึ้นมา มีอันต้องสลายไป ต่อให้ลูเมี่ยนจะคิดหาวิธีหลอกโมไนต์นักต้มตุ๋นชาวหมู่เกาะได้ แต่ก็คงยากที่จะประคองสถานการณ์เอาไว้ ในกรณีดังกล่าว เด็กหนุ่มไม่เพียงต้องเผชิญการลงโทษจากเพิร์ล แต่ยังต้องรับมือกับผู้ลงทัณฑ์ของอ็องโตนีอีกด้วย
สำหรับพวกลูเมี่ยนแล้ว ‘ชุดเกราะอหังการ’ นับว่ามีบุญคุณใหญ่หลวง เป็นสมบัติปิดผนึกที่ทรงคุณค่ายิ่ง ไม่มีผู้ใดปรารถนาให้มันสูญหายไป
“หากมันเป็นมนุษย์ มีสติปัญญา ก็คงพอจะกลับมาหาพวกเราเองได้ แต่ตอนนี้…” ลูเมี่ยนถอนหายใจ พลางใช้มือซ้ายจับไหล่อ็องโตนี
ทันใดนั้นเอง ดวงดาวระยิบระยับได้ปรากฏจากความว่างเปล่า วาดเส้นเป็นบานประตูคู่อันงดงามชวนฝันในพริบตา
ประตูเปิดออก มาดามเมจิกเชี่ยน มาดามจัดจ์เมนต์ และมาดามเฮอร์มิทก้าวออกมา
มาดามเมจิกเชี่ยนกวาดตามองรอบด้าน ก่อนจะจ้องหน้าลูเมี่ยนที่ขาดแขนไปข้างหนึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เธอถูกโจมตีหรือ?”
ขณะที่หญิงสาวเอ่ยวาจา เหมืองหินที่เหลือเพียงแสงโคมไฟคาร์ไบด์ส่องสว่าง ก็ยิ่งมืดลงอีกเล็กน้อย ราวกับมีม่านที่มองไม่เห็นถูกกางขึ้นรอบด้าน
“ค่ะ” ฟรังก้าอาสาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดโดยย่อแทนลูเมี่ยน ผู้ที่ตอนนี้แม้อาการบาดเจ็บจะทุเลาลงแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้นขั้นอันตราย
“ผู้โจมตีพวกเธอคือคนในภาพของเพิร์ล ส่วนร่างจริงของเธอไปภารกิจอื่นหรือ?” มาดามเมจิกเชี่ยนถามราวกับต้องการยืนยัน
“น่าจะเป็นแบบนั้น” ลูเมี่ยนตอบ
มาดามเมจิกเชี่ยนหันไปมองมาดามจัดจ์เมนต์กับมาดามเฮอร์มิท สายตาของทั้งสามประสานกัน ต่างก็มิได้ปิดบังความสงสัยที่มี
หลังจากความเงียบงันชั่วขณะ มาดามเมจิกเชี่ยนมิได้อธิบายสิ่งใด เพียงแต่ระดมประกายแสงดาวในดวงตา ราวกับกำลังวาดลวดลายบางอย่าง
สายฝนพรำโปรยปรายลงมาทันที รดลงบนร่างของลูเมี่ยน ช่วยให้บาดแผลของเด็กหนุ่มสมานสนิท
ส่วนฟรังก้ากับพรรคพวกที่ได้สัมผัสสายฝนเช่นกัน ความอ่อนล้าต่างก็ถูกชะล้างไป
พลังคล้ายคลึงกับที่คุณนายราตรีเคยใช้ในความฝัน…ลูเมี่ยนนึกเชื่อมโยงบางประการ
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้ารับพลางกล่าว
“พรุ่งนี้เธอเขียนรายละเอียดส่งมาถึงฉันด้วย”
เมื่อกล่าวจบ เธอก็พาตัวมาดามจัดจ์เมนต์กับมาดามเฮอร์มิทหายวับไป
และเมื่อความมืดสลัวโดยรอบจางหายไป ลูเมี่ยนก็พบว่าตนและคณะ ได้มาอยู่ในบ้านลับในเขตบริหารเรียบร้อยแล้ว สถานที่ซึ่งจินนาเคยอัญเชิญผู้ส่งสารของมาดามจัดจ์เมนต์ออกมา
“พวกมาดามเมจิกเชี่ยนรู้สึกประหลาดใจเมื่อทราบว่า พวกเราถูกคนในภาพวาดของเพิร์ลโจมตี” อ็องโตนีเอ่ยถึงรายละเอียดเมื่อครู่ พลางเก็บสมุดภาพเปล่ากลับเข้าไป
ลูเมี่ยนผงกศีรษะรับ
“เรื่องที่พวกเธอนึกประหลาดใจ คงไม่ใช่การที่เพิร์ลโจมตีพวกเราหรอก เพราะ ‘หัวหน้างาน’ ที่พึ่งพา ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ เป็นหลัก จะทำสิ่งใดก็คงไม่แปลกอะไรนัก”
“แล้วพวกเธอตกใจเรื่องอะไรกัน?” จินนากับฟรังก้าคิดไม่ออก
อ็องโตนีพยายามวิเคราะห์
“สิ่งที่น่าประหลาดใจไม่ใช่การที่เพิร์ลโจมตีพวกเรา แต่เป็นการที่พวกเราถูกเพิร์ลโจมตีต่างหาก”
“ดูเหมือนก่อนหน้านี้พวกเธอจะเชื่อว่า ทางเราจะไม่ถูกเพิร์ลโจมตี…ส่วนเพิร์ลจะมีเจตนาแบบนั้นจริงหรือไม่ และลงมือกระทำจริงหรือไม่ กลับไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับพวกเธอ”
พวกลูเมี่ยนต่างจมดิ่งในห้วงความคิด
ทันใดนั้น ฟรังก้าก็อุทานด้วยเสียง ‘อ๊ะ’
เธอเหลียวมองพวกลูเมี่ยน พลางบรรจงดึงมือออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ด้วยความตื่นเต้นยินดี
“ชุดเกราะอหังการอยู่ในนี้ มันกลับมาแล้ว!”
มาดามเมจิกเชี่ยนช่วยนำกลับมาให้กระมัง? ขณะกำลังครุ่นคิด ลูเมี่ยนก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของฟรังก้า
เด็กหนุ่มรีบร้องตะโกนทันที
“อย่า!”
จะให้ฟรังก้านำ ‘ชุดเกราะอหังการ’ ออกมาไม่ได้เด็ดขาด!
“ที่นี่เป็นห้องแคบ และผมก็อยู่ในห้องด้วย!”
ใบหน้าของฟรังก้าพลันแข็งค้าง ก่อนจะชะงักข้อศอกได้ทันท่วงที
…………
ภายในโลกในกระจก อันประกอบด้วยอุโมงค์มืดมิดว่างเปล่าทอดตัวยาว
‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลเคลื่อนตัวจากกระจกบานหนึ่ง ไปยังอีกบานอย่างต่อเนื่อง เสาะแสวงหาจุดหมายสุดท้าย
เธอเผยสีหน้าผ่อนคลายยิ่ง ทั้งยังรู้สึกยินดีที่ภัยพิบัติครั้งนี้ กลับผลักดันให้วังวนก่อตัวขึ้น
ณ ปลายอีกด้านของอุโมงค์มืดมิดว่างเปล่า ไหมพรมสีสดก้อนหนึ่งค่อยๆ กลิ้งตามหลังเธอไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งเส้นด้ายเอาไว้ในความมืด
…………
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น หลังจากส่งจดหมายถึงมาดามเมจิกเชี่ยนแล้ว ลูเมี่ยนก็เดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของนิตยสาร ‘สื่อวิญญาณ’ และพบมิสเตอร์ K ในห้องใต้ดิน
ร่างกายของทั้งสองต่างก็กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์แล้ว
มิสเตอร์ K ในเสื้อคลุมยาวสีดำพร้อมด้วยฮู้ดใหญ่ มิได้ใส่ใจกับประเด็นนี้แต่อย่างใด เพียงเอ่ยกับลูเมี่ยนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า
“ตามผมมา”
“ไปทำอะไรหรือ?” หลังจากได้ร่วมมือกันเมื่อคืน ท่าทีของลูเมี่ยนต่อมิสเตอร์ K ก็ผ่อนคลายมากขึ้น
มิสเตอร์ K ทำท่าคล้ายพยักหน้า พลางเอ่ยปาก
“หนึ่ง ผมต้องสารภาพบาปสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ สอง ต้องแจ้งต่อพระองค์ผ่านเทวรูปว่า คุณเติบโตขึ้นแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะได้เป็นทูตของพระองค์ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม พระองค์จะดำเนินการให้เอง จงศรัทธาในพระองค์ ศรัทธาอย่างสุดหัวใจ”
แค่ไปยังสถานที่ตั้งเทวรูปของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ สินะ? ก็ไม่แย่เท่าไร…ถ้าต้องไปเข้าเฝ้าเทพตัวจริงเสียงจริง นั่นต่างหากถึงจะยุ่งยาก…ลูเมี่ยนก้มศีรษะด้วยความถ่อมตน พลางเอ่ยตอบ
“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”
มิสเตอร์ K ก้าวมาข้างกาย คว้าแขนเด็กหนุ่มไว้ แล้วพาร่างทะลุเข้าสู่โลกวิญญาณ เริ่มต้นการ ‘เทเลพอร์ต’
ทั้งสองเคลื่อนผ่านชั้นสีเข้มข้นทับซ้อน ผ่านสิ่งมีชีวิตโปร่งใสนับไม่ถ้วนที่ยากจะพรรณนา ก่อนจะมาถึงวิหารแห่งหนึ่ง
ดูเหมือนที่นี่จะตั้งอยู่ในหุบเขาลึก ผิวภายนอกเป็นสีดำวาว แกะสลักด้วยกระดูกมนุษย์นับไม่ถ้วน ส่วนยอดมีลักษณะเป็นโดมครึ่งทรงกลม ดูคล้ายกับวิหารของสุริยันเจิดจรัส
มิสเตอร์ K มิได้เอ่ยวาจาใด เพียงค้อมกายลงเล็กน้อย ก้าวผ่านประตูใหญ่ที่เปิดอ้า
ลูเมี่ยนเร่งตามติดไป
เด็กหนุ่มเห็นโถงสวดมนต์อันกว้างขวางแต่มืดสลัว เห็นไม้กางเขนแท่งใหญ่สีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่ ณ ส่วนลึกของวิหาร
บนไม้กางเขนดังกล่าว มีรูปสลักบุรุษเปลือยกายถูกแขวนห้อยหัว ตามร่างกายมีตะปูเหล็กสนิมเขรอะตอกยึดไว้ รอบๆ ตะปูแต่ละตัวล้วนเปื้อนเปรอะด้วยโลหิตสีแดงฉาน
นี่น่ะหรือ เทวรูปของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ ? ลูเมี่ยนตกตะลึงอยู่ในใจ พลางรีบเบือนสายตาหลบทันที
ที่วิหารของเดอะฟูล สุริยันเจิดจรัส และเทพจักรกลไอน้ำ เด็กหนุ่มพบเพียงตราศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยเห็นเทวรูปมาก่อน เมื่อครู่เขายังคิดว่ามิสเตอร์ K ใช้คำว่าเทวรูปเรียกแทนตราศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ
มิสเตอร์ K เดินมาหยุดห่างจากเทวรูปราวสี่ห้าเมตร แล้วไม่ก้าวไปไหนอีก
ลูเมี่ยนยืนถอยห่างออกมาเล็กน้อย หยุดฝีเท้าลงเช่นกัน
ตลอดทางจากประตูมาถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มเห็นใบหน้าของเทวรูปที่ถูกแขวนห้อยหัวอย่างชัดเจนแล้ว
จมูก ปาก และใบหูล้วนคลุมเครือ เห็นเพียงโครงร่าง แต่ดวงตากลับชัดเจนอย่างยิ่ง หลับแน่นราวกับกำลังแบกรับความทุกข์ระทมและบาปทั้งมวลเอาไว้
มิสเตอร์ K ทำสัญลักษณ์ไม้กางเขนบนหน้าอก แล้วเปล่งเสียงแหบพร่าอย่างเคร่งขรึม
“พระองค์ท่านจงเจริญ!”
“พระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งจงเจริญ!”
“พระองค์ผู้ทรงแบกรับบาปแห่งมวลมนุษย์จงเจริญ!”
ลูเมี่ยนเลียนแบบพฤติกรรมโดยการกล่าวคำสรรเสริญเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้น ศีรษะของเด็กหนุ่มพลันมึนงง ลูกตาร้อนผ่าว พลางรู้สึกคุ้นเคยกับฉากตรงหน้า
นี่มัน…สัญชาตญาณจากพลังวิญญาณของลูเมี่ยนกำลังร้องเตือนว่า นี่คือผลข้างเคียงด้านลบจากพันธสัญญากับบายินเฟล
ผลข้างเคียงนั้นคือ
ในฉากที่เกี่ยวข้องกับอดีตของบายินเฟล เขาจะมองเห็นความจริงที่ไม่ควรเห็น
ที่นี่เกี่ยวข้องกับอดีตของบายินเฟลหรือ? เขาเคยเป็นนักบวชของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ หรือ? ลูเมี่ยนคาดเดาพลางข่มความอยากรู้ของตน ยังคงจ้องมองพื้นต่อไป
ทันใดนั้น ดวงตาของเด็กหนุ่มก็พลันแข็งค้าง
เขาเห็นร่างพร่าเลือนของสิ่งมีชีวิตคล้ายกิ้งก่า
มันคือเอลฟ์น้อยคล้ายกิ้งก่า ซึ่งเคยปรากฏในความฝันของหมู่บ้านกอร์ตู
เอลฟ์น้อยคล้ายกิ้งก่าที่คลานออกจากปากของโอลัวร์!
มีความเป็นไปได้สูงว่า มันส่งอิทธิพลบางอย่างกับโอลัวร์ จนเธอลืมขอความช่วยเหลือจาก ‘เฮล่า’ ในเวลาอันควร!
อีกทั้งเอลฟ์น้อยคล้ายกิ้งก่านี้ ก็ยังเคยปรากฏในช่วงท้ายของเหตุการณ์ ‘พฤกษาเงา’ ด้วย
เหตุใดมันจึงมาอยู่ที่นี่ อยู่ในวิหารของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ ?
ขณะที่มิสเตอร์ K ทรุดกายลงแนบพื้น จนใบหน้าแนบชิดกระเบื้องหินสีดำวาว ลูเมี่ยนก็เงยหน้ามองตรงตามสัญชาตญาณ
เด็กหนุ่มเห็นไม้กางเขนสีดำอันใหญ่กลายเป็นภาพคลุมเครือ ดูคล้ายกับตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสักลูก เห็นร่างพร่าเลือนที่ถูกแขวนห้อยหัว มีเอลฟ์น้อยคล้ายกิ้งก่าจำนวนมากคลานเข้าออก วนเวียนบินร่อน…
ลูเมี่ยนจ้องฉากดังกล่าวด้วยสายตาเหม่อลอย ขณะที่ข้างหูก็ได้ยินเสียงของมิสเตอร์ K ดังอู้อี้ เนื่องจากริมฝีปากแนบติดพื้น
“พระบิดาผู้ทรงเมตตา ได้โปรดอภัยต่อบาปที่ข้าก่อขึ้นด้วยเถิด”
(จบบท)
……………………………………………………..