ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 740 ‘ผู้ช่วงชิง’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 740 ‘ผู้ช่วงชิง’
ตอนที่ 740 ‘ผู้ช่วงชิง’
“จอมตะกละ?’ ลูเมี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเห็นพ้องอย่างยิ่ง “ช่างเป็นชื่อที่แสดงภาพได้ชัดเจนนัก”
ลุดวิกไม่แยแสต่อน้ำเสียงเหน็บแนมของอีกฝ่าย เพียงเริ่มแนะนำอย่างกระชับ
“ในลำดับนี้ ความหิวโหยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายอย่างแท้จริง จนเกิดวิวัฒนาการนับไม่ถ้วนรอบความรู้สึกนั้น”
“วิวัฒนาการแบบไหนบ้าง?” ลูเมี่ยนเกรงว่าลุดวิกจะบรรยายถึงลำดับ ‘จอมตะกละ’ เพียงสั้นๆ เหมือนกับลำดับ ‘คนจรจัด’ จึงรีบถามต่อ
ลุดวิกหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เพื่อกลืนอาหารในปากลงคอเสียก่อน
จากนั้น เด็กชายก็ยัดเค้กมะนาวชิ้นเล็กเข้าปากอีก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงพร่าเลือนว่า
“อวัยวะภายในจะย่อยอาหารและดูดซึมพลังงานได้ดีขึ้น ฟันจะแข็งและทรงพลังกว่าเดิม แรงกัดและความจุของกระเพาะที่เหนือขีดจำกัดปกติหลายเท่านัก…”
“สิ่งเหล่านี้ช่วยให้พวกเราได้รับพลังจากอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลถึงพิษ ไวรัส หรือแบคทีเรียที่ติดมากับอาหาร”
“กำลังจะบอกว่า ต่อให้ยาพิษร้ายแรง ถ้านายมองว่ามันคืออาหารแล้วกลืนเข้าไป ก็จะไม่ถึงแก่ชีวิตสินะ?” ลูเมี่ยนพลันคิดว่าลุดวิกเหมาะจะเป็น ‘ลูกมือ’ ของพวก ‘นักปรุงยา’ เสียจริง
ลุดวิกจิบนมหนึ่งอึก แล้วส่ายศีรษะ
“ยังไงก็มีขีดจำกัดอยู่…‘จอมตะกละ’ หลายคนต้องสิ้นชีพไปเพราะกินโดยไร้การยั้งคิด”
แบบเอ็งนี่ยังไม่เรียกว่ากินอย่างไร้การยั้งคิดอีกหรือ? ลูเมี่ยนแอบเยาะหยันในใจ
ขณะเดียวกัน เขาแอบรำพึงว่า
ไอ้เด็กนี่ซื่อบื้อไม่เบา ยังเป็นแค่เด็กจริงๆ นั่นแหละ ถึงกับลืมทักท้วงที่เราลักไก่ถามหลายข้อ
ลุดวิกวางขวดนมลง หยิบกล่องคุกกี้ขึ้นมา
ท่ามกลางเสียงกรอบแกรบ เขากล่าวต่อไป
“ลำดับ 7 คือ ‘นักชิม’”
“เมื่อถึงลำดับนี้ พวกเราจะย่อยและกินได้ทรงพลังยิ่งขึ้น สามารถแยกแยะได้ว่าวัตถุดิบใดกินได้ วัตถุดิบใดกินไม่ได้ วัตถุดิบใดจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพิเศษ และวัตถุดิบใดต้องนำไปผสมกับสิ่งอื่น”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนเอ่ยปาก
“การสกัดข้อมูลจากอาหารที่กินเข้าไป คือหนึ่งในพลังของ ‘นักชิม’ สินะ?”
พลังนี้ช่วยเหลือลูเมี่ยนไว้มากมายทีเดียว
“ใช่” ลุดวิกที่สวมหมวกนอนผ้าฝ้ายสีเหลือง พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
แต่ก็มิได้อธิบายรายละเอียดของพลังเพิ่มเติม
“แม้ว่า ‘นักชิม’ จะมีประโยชน์ แต่ฉันรู้สึกว่าเมื่อถึงลำดับนี้ พวกนายยังขาดพลังในการต่อสู้อยู่พอสมควร อา…บางทีลำดับ ‘คนจรจัด’ อาจมอบพลังสำหรับต่อสู้ข้างถนนบ้างกระมัง?” ลูเมี่ยนประเมินตามมุมมองของตน
ลุดวิกมิได้โต้แย้ง ทั้งยังไม่คิดจะโต้แย้ง เพราะไม่มีทางที่สิ่งเหล่านี้จะสำคัญไปกว่าอาหารในปาก และที่กำลังจะเข้าปาก
เด็กชายแกะลูกอมทรงกลมหนึ่งเม็ด อมเข้าปาก สีหน้าฉายแววเปี่ยมสุข
“ตามคำเรียกของพวกคุณ ถัดไปคือลำดับ 6 ‘คนครัว’”
“นึกว่าจะชื่อบาร์เทนเดอร์เสียอีก” ลูเมี่ยนจิกกัดติดตลก
ลุดวิกครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนกล่าว
“คนครัวมีขอบเขตกว้างขวางกว่านั้น มิใช่เพียงแค่ปรุงเครื่องดื่ม”
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“พลังของ ‘คนครัว’ คือการใช้วัตถุดิบพิเศษ เพื่อปรุงอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และค็อกเทลที่มีสรรพคุณมหัศจรรย์หรือ?”
นี่คือพลังที่ลุดวิกเคยแสดงให้เห็นมาหลายครั้ง
เด็กชายเผยสีหน้าภาคภูมิใจโดยไม่รู้ตัว
“ถูกต้อง แต่ละ ‘คนครัว’ จะมีจุดเด่นและพลังที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เคยได้รับ และอาหารที่เคยปรุง
“สิ่งที่ ‘คนครัว’ มีเหมือนกันคือ ฝีมือด้านการจัดการวัตถุดิบ ซึ่งรวมถึงการค้นหาจุดอ่อนและเทคนิคการสับ เฉือน ตัด”
เมื่อถึงลำดับนี้ เส้นทาง ‘นักชิม’ เริ่มมีพลังสำหรับต่อสู้บ้างแล้วสินะ…แต่ ‘คนครัว’ ก็คล้ายกับ ‘ผู้ถือพันธสัญญา’ ที่พลังการต่อสู้จะขึ้นอยู่กับการผสมผสานเป็นหลัก มีเพดานขีดจำกัดสูงลิบลิ่ว แต่ขีดจำกัดล่างก็ต่ำติดดินเช่นกัน…ลูเมี่ยนนึกถึง ‘ผู้ถือพันธสัญญา’ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
“ผลถาวรที่ ‘คนครัว’ ได้รับจากอาหารวิเศษ มีข้อจำกัดด้านจำนวนไหม?”
ส่วนในกรณีผลข้างเคียงด้านลบ ลูเมี่ยนที่เคยลิ้มลอง ‘ปลามะนาวน้ำแข็ง’ มาแล้ว มีความเข้าใจในแง่นี้อย่างลึกซึ้ง
ตามแต่วัตถุดิบ ตามแต่เมนู อาหารหรือเครื่องดื่มวิเศษย่อมมอบผลข้างเคียงแตกต่างกัน แต่โดยภาพรวมแล้วจะไม่รุนแรงเท่า ‘ผู้ถือพันธสัญญา’
“ไม่มี” ลุดวิกรีบส่ายหน้า “ตราบใดที่คุณยอมรับความหิวโหย ยอมรับความละโมบ ก็จะไม่มีขีดจำกัดด้านปริมาณ”
ให้ตายเถอะ…เพดานขีดจำกัดช่างน่าพรั่นพรึงเหลือเกิน…แต่นั่นก็หมายความว่า จำนวนผลข้างเคียงก็ไร้ขีดจำกัดเช่นกัน แม้แต่ละอย่างจะเบากว่า ‘ผู้ถือพันธสัญญา’ อยู่มาก แต่เมื่อสะสมรวมกัน ก็อาจเปลี่ยนจากปริมาณกลายเป็นคุณภาพ…ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังลุดวิกที่ใกล้จะจบมื้ออาหาร แล้วจึงเอ่ยว่า
“ตอนที่พวกเราพบกันครั้งแรก ฉันเห็นนายกำลังกินหนู ตอนนั้นนายเป็น ‘จอมตะกละ’ หรือ ‘นักชิม’ กันล่ะ?”
ลุดวิกมิได้ปิดบัง
“นักชิม”
นั่นสินะ หลังจากนั้น เขายังวิจารณ์อาหารที่เราเลี้ยงด้วย…ลูเมี่ยนครุ่นคิดก่อนเอ่ยถาม
“แล้วตอนที่เจอแมลงดำบาร์ตินส์ล่ะ? ฟื้นคืนถึงลำดับ ‘คนครัว’ แล้วหรือ?”
ลุดวิกตอบรับเสียงแผ่ว
“แต่เดิมก็จวนเจียนจะเลื่อนลำดับเต็มทีแล้ว แค่ได้กินแมลงดำบาร์ตินส์ตัวเดียวก็เพียงพอ พอได้กินแมลงดำบาร์ตินส์แค่ตัวเดียวจึงเลื่อนลำดับ”
“แล้วลำดับถัดไปคืออะไร?” ลูเมี่ยนดึงการสนทนากลับสู่ประเด็นหลัก
ลุดวิกรื้อค้นความทรงจำอย่างจริงจัง
“ผู้ช่วงชิง”
“ผู้ช่วงชิง?” ลูเมี่ยนนึกเชื่อมโยงถึง ‘กระสุนช่วงชิง’ ที่ได้จากเยบุสทันที
มันคือสิ่งที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับนิกายเทพมารเส้นทาง ‘นักชิม’ หรือ?
ลุดวิกเข้าใจว่า ลูเมี่ยนต้องการให้ตนอธิบายพลังของ ‘ผู้ช่วงชิง’ จึงรำลึกข้อมูลสักพักแล้วกล่าว
“ผู้ช่วงชิงสามารถช่วงชิงพลังของเป้าหมายตั้งแต่หนึ่งถึงสามอย่างได้ในระยะเวลาหนึ่ง หากภายหลังได้กินเนื้อหนังบางส่วนของเป้าหมาย ก็จะได้รับพลังหนึ่งในนั้นเป็นการถาวร ทางเป้าหมายก็จะสูญเสียพลังนั้นไปตลอดกาล เว้นแต่จะดื่มโอสถอีกครั้ง หรือสังหารผม…ไม่สิ สังหาร ‘ผู้ช่วงชิง’ ที่เป็นคนลงมือ”
“เมื่อถึงลำดับ ‘ผู้ช่วงชิง’ ตำรับอาหารของพวกเราก็จะยิ่งกว้างขวาง สิ่งที่แต่ก่อนกินไม่ได้ บัดนี้กลับกินได้ สิ่งที่เดิมทีไร้หนทางจะกิน บัดนี้ก็มีวิธีกินได้แล้ว”
“ขอตัวอย่าง” ลูเมี่ยนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนคาดเดา ตรงกับความหมายที่ลุดวิกต้องการสื่อหรือไม่
ลุดวิกมองหน้าเด็กหนุ่ม แล้วยกสองตัวอย่าง
“มลทินบางๆ…รวมถึงพลังงานอย่างลูกไฟหรือสายฟ้า”
กินสิ่งที่อันตรายกว่าเดิมได้ แถมยังกินสิ่งที่แต่เดิมไม่ควรเป็นอาหารได้สินะ…ลูเมี่ยนนึกถึงศัตรูรายหนึ่งซึ่งเคยพบเจอในหอพัก พลางนึกถึงบางสิ่งที่ลุดวิกเพิ่งกล่าวไป จึงเอ่ยถามเพื่อยืนยัน
“ฝีมือด้านการจัดการวัตถุดิบ…รวมถึงวัตถุดิบเหล่านี้ด้วยหรือ?”
“ใช่” ลุดวิกตอบอย่างเถรตรง
ลูเมี่ยนล้วงกระสุนช่วงชิงผิวด้านออกจากกระเป๋านักเดินทาง แล้ววางมันลงบนโต๊ะอาหารเบื้องหน้า
“สิ่งนี้มาจาก ‘ผู้ช่วงชิง’ ใช่ไหม?”
ดวงตาของลุดวิกพลันเปล่งประกายวาบ
“ใช่”
เด็กชายกล่าวอย่างรีบร้อน
“ผ…ผมขอกินพวกมันแทนได้ไหม? ไม่เอาตะกอนพลังนั่นแล้ว!”
“ฉันคิดว่าตะกอนพลังล้ำค่ากว่านะ” ลูเมี่ยนจงใจหยั่งเชิง
ลุดวิกเผยสีหน้าเศร้าสร้อย แล้วเอ่ยอย่างอาลัยอาวรณ์
“แต่ผมเลือกได้แค่อย่างเดียว”
“ตอนนี้ผมยังกินตะกอนพลังตรงๆ ไม่ได้ ทำได้เพียงนำมันไปปรุงเป็นอาหารบางเมนู”
อย่างนี้นี่เอง…ลูเมี่ยนมองลุดวิก พลางเรียบเรียงถ้อยคำ
“นายยังต้องกินอีกแค่ไหน จึงจะฟื้นกลับไปเป็นลำดับ ‘ผู้ช่วงชิง’?”
“ยิ่งลำดับสูงก็ยิ่งลำบาก ไม่อาจพึ่งพาเพียงการสะสมปริมาณ ยังต้องการอาหารที่เหมาะสมและทรงพลังยิ่งขึ้นด้วย” ลุดวิกชี้ไปยังกระสุนช่วงชิง พลางเอ่ยต่อไป “ผมต้องกินกระสุนพวกนี้อย่างน้อยสองร้อยนัด จึงจะฟื้นกลับไปเป็น ‘ผู้ช่วงชิง’ ได้”
ลูเมี่ยนยิ้ม เอ่ยถามราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ
“แล้วถ้ากิน ‘ผู้ช่วงชิง’ ที่ผลิตกระสุนนี้โดยตรงล่ะ?”
“ฟื้นคืนได้ทันที!” ดวงตาของลุดวิกเปล่งประกายผิดวิสัย
ลูเมี่ยนยิ้มกว้างกว่าเดิม พลางเอ่ยต่อ
“จากเท่าที่ดู นายยังโจมตีเชิงรุกได้ไม่ทรงพลังนัก ฉันสามารถช่วยรวบรวมของแบบนี้ได้ ช่วยจับกุมผู้วิเศษประเภทนี้ได้ แต่นายต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัด ยอมรับการชี้นำจากฉัน และสร้างความกลมเกลียวระหว่างกัน จนกว่าฉันจะก้าวขึ้นเป็นครึ่งเทพ”
“นี่คือคำมั่นของฉัน นายจะยอมรับข้อตกลงนี้หรือไม่?”
ลุดวิกลังเลอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างฝืนใจ
“ยอมรับ”
ฟู่…ใจเย็นไว้…นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการ ‘ฝึกฝน’ มิใช่บทสรุป ระหว่างนี้ยังมีกระบวนการอีกยาวไกล…ลูเมี่ยนระงับรอยยิ้ม แล้วถามด้วยความอยากรู้
“เมื่อก่อนนายติดตามรับใช้ใคร?”
“ไม่ต้องเอ่ยนามอันทรงเกียรติ แค่หาคำมาเรียกแทนก็พอ เช่น ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’”
ลุดวิกชะงักงันในทันใด
สีหน้าของเด็กชายแปรเปลี่ยนหลายครา แต่จู่ๆ น้ำตาก็ไหลริน พลางครวญครางเหมือนเด็กน้อย
“ผ…ผมจำไม่ได้!”
“ผ…ผมลืมไปหมดแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงร่ำไห้ของเด็กชาย ลูกาโนในเสื้อคลุมตัวหนาก็เดินออกจากห้องพัก
‘แพทย์’ ผู้นี้เห็นลูเมี่ยนในทันที จึงถามด้วยความงุนงงระคนสงสัย
“เขาร้องไห้ทำไม?”
นี่ใช่อสุรกายอันน่าพรั่นพรึงตนนั้นในเทศกาลฝันแน่หรือ?
ลูเมี่ยนอมยิ้มบางๆ
“ฉันแค่อวดของอร่อยให้เขาดู แต่ไม่ให้กินน่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง…” ลูกาโนมองสลับระหว่างทั้งสองด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะอาศัยปฏิภาณไหวพริบ ตัดสินใจหดกลับเข้าห้องพักของตัวเองไป
การปรากฏตัวชั่วครู่ของเขา ช่วยให้ลูเมี่ยนนึกถึงสิ่งของชนิดหนึ่ง จึงเกิดเป็นความคิดแผลงๆ ขึ้นมา
เด็กหนุ่มหยิบเศษสายสะดือของโอมีเบล่าออกจากกระเป๋านักเดินทาง แล้ว ‘ปรึกษา’ ลุดวิกที่เริ่มหยุดสะอื้น
“ไอ้นี่นำไปปรุงเป็นอาหารหรือผสมเครื่องดื่มใดได้บ้าง?”
เศษสายสะดือที่บุตรแห่งเทพขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไว้ แต่เดิมหลายฝ่ายเข้าใจว่า มันเป็นได้เพียงวัสดุสำหรับร่ายคาถา หรือเป็นวัตถุดิบเสริมในการสร้างยันต์ ยา สมบัติวิเศษ และอาวุธวิเศษเท่านั้น แต่บัดนี้ ลูเมี่ยนเชื่อว่า ‘นักชิม’ อาจมีโลกทัศน์ที่แตกต่างออกไป
ลุดวิกจ้องมองเศษสายสะดือของโอมีเบล่า เลียริมฝีปากแล้วกล่าวออกไป
“สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารที่มีสรรพคุณวิเศษต่างกันสามชนิด”
“หนึ่งในสามช่วยรักษาภาวะมีบุตรยากให้หายขาด”
“อันนี้ไม่จำเป็น” ลูเมี่ยนถามอย่างขบขัน “แล้วอีกสองชนิดมีสรรพคุณแบบไหน?”
ลุดวิกกล่าวอย่างเชี่ยวชาญ
“ชนิดหนึ่งทำให้คุณได้รับพลังเยียวยาตัวเองที่แข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังสู้ของ ‘แวมไพร์’ ไม่ได้”
“ส่วนอีกชนิดหนึ่ง…”
……………………………………………………..