ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 742 รางวัล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 742 รางวัล
ตอนที่ 742 รางวัล
ถุงเหรียญสีเข้มใบนั้นก็คือ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ภายในบรรจุของสามสิ่ง
หนึ่งคือแผ่นหนังแกะสีน้ำตาลอ่อน หนึ่งคือมีดสามคมที่ใสจนแทบมองไม่เห็น และอีกหนึ่งคือปืนลูกโม่สีดำที่มีกลไกซับซ้อนชวนมอง
ลูเมี่ยนไม่รีบร้อนหยิบรางวัลออกมา เพียงคลี่กระดาษจดหมายที่พับเป็นสี่เหลี่ยมออก
“คำอธิบายรางวัล”
สูตรโอสถอัศวินเลือดเหล็ก: อ่านเอาเองเถิด
กระเป๋านักเดินทาง: คงไม่ต้องแนะนำแล้วกระมัง?
มีดเย็นเยียบ: สมบัติวิเศษที่ผลิตจากธุลีและพลังวิญญาณตกค้างของวิญญาณบรรพกาล
“สิ่งมีชีวิตที่ถูกมันแทง แม้ไม่ปรากฏบาดแผล ก็จะตกอยู่ในสภาพแข็งทื่อคล้ายถูกน้ำแข็งจับ ความคิดไม่อยู่ในอาณัติ ประดุจถูกวิญญาณอาฆาตเข้าสิง”
“อีกทั้ง ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อ ผู้ที่ถูก ‘ใบมีดเย็นเยียบ’ โจมตี แม้มิได้สัมผัสกับมันโดยตรง ก็จะค่อยๆ มีภาวะความคิดเชื่องช้า การเคลื่อนไหวงุ่มง่ามติดขัด”
“ผลข้างเคียงคือทำให้ร่างของผู้พกพาสูญเสียไออุ่นไปทีละนิด ชักนำไปสู่ภาวะร่างไร้วิญญาณ หากเกินขีดจำกัดเวลาที่กำหนด ภาวะนี้จะไม่อาจย้อนคืนได้”
“การเก็บไว้ใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ จะช่วยหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการพกพาได้ดี เพียงแต่พวกเธอต้องระวังอย่าให้การต่อสู้ยืดเยื้อเกินสามชั่วโมง แน่นอน สำหรับผู้วิเศษลำดับ 5 แห่งเส้นทางนักล่า ‘ยมทูตไฟ’ อย่างเธอ ต่อให้ไม่ใช้วิธีอื่นต่อต้านผลข้างเคียงเชิงลบ แต่ก็ยังจะทนได้อย่างน้อยสี่ชั่วโมง”
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนนึกถึงหน้ากากทองคำของตระกูลอายเกสขึ้นมาทันที
หน้ากากดังกล่าวก็สามารถเปลี่ยนผู้สวมใส่ให้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณได้เช่นกัน ทั้งยังช่วยปกป้องจิตใจและสติสัมปชัญญะให้ยังดำรงอยู่ เมื่อผู้สวมใส่ถอดหน้ากากออก ก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้รวดเร็ว
“หากสวมหน้ากากทองคำที่รังสรรค์โดยเทพมรณา ก็น่าจะใช้ ‘ใบมีดเย็นเยียบ’ ได้โดยปราศจากผลข้างเคียงไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเราเป็นอันเดดอยู่แล้ว ย่อมไม่เกิดผลข้างเคียงที่จะค่อยๆ กลายเป็นร่างไร้วิญญาณ…ไม่สิ…หากสวมหน้ากากทองคำนั่นนานเกินไป ร่างกายก็จะดับสูญอย่างแท้จริง พอถอดหน้ากากออก ก็จะสิ้นใจในทันที…” ลูเมี่ยนไม่พบช่องโหว่สำหรับฉวยโอกาส จึงถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
เด็กหนุ่มอ่านส่วนสุดท้ายของจดหมายต่อไป
“เหมันต์เยี่ยมเยือน: ปืนลูกโม่กระบอกนี้ ขณะตามสืบ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ พวกเราพบมันในสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่ล้มเหลว แต่เดิมควรเป็นเพียงอาวุธปืนที่มีคุณค่าทางศิลปะ ควรค่าแก่การสะสม ทว่าระหว่างพิธีกรรมได้รับมลทินบางประการ จึงกลายเป็นอาวุธวิเศษที่มีข้อจำกัดการใช้งาน”
กระสุนที่ยิงออกไปสามารถแฝงมลทินเหล่านั้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสองประการ
“หนึ่งคือ ยิงเข้าเป้าแน่นอน แม้แต่เหล่านักบุญ หากไม่ใช้พลังพิเศษเพื่อหลบเลี่ยง ก็ย่อมถูกยิงอย่างจัง สำหรับผู้วิเศษลำดับต่ำกว่าครึ่งเทพ เว้นแต่จะเปลี่ยนร่างแท้เป็นร่างเทียมก่อนถูกยิง หรือทำให้ผู้ยิงตกอยู่ในภวังค์ลวงตาจนไม่อาจเล็ง มิเช่นนั้นจะถูกยิงอย่างแน่นอน กล่าวโดยสรุปคือ ในชั่วขณะที่ลั่นไก หากเล็งไปยังร่างแท้ก็จะถูกร่างแท้ ร่างเทียมจะไร้ผล”
“สองคือ สั่งตาย แม้แต่เหล่านักบุญ หากไร้ซึ่งจุดเด่นหรือพลังที่เหมาะสม เมื่อถูกยิงเข้าเป้า ก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วดำเนินสู่ความตายทีละนิด ส่วนผู้วิเศษลำดับต่ำกว่าครึ่งเทพ เว้นแต่จะมีพลังประเภทร่างเทียม มิเช่นนั้นถูกยิงเมื่อใด ก็เท่ากับความตายที่มิอาจเลี่ยง”
“ผลทั้งสองประการนี้ ไม่สามารถเกิดพร้อมกันได้ แต่ละครั้งต้องเลือกเพียงหนึ่ง”
“ปัจจุบันยังสามารถแฝงผลทั้งสองประการนี้ได้อีกสี่ครั้ง เมื่อใช้หมดแล้ว ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ จะกลับเป็นปืนลูกโม่ธรรมดาที่เริ่มเป็นสนิมและชำรุด แต่ก่อนจะใช้งานครบจำนวน การยิงปกติของ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ จะแพร่เชื้อโรคพร้อมกับสร้างบาดแผล ส่วนจะเป็นโรคใดนั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว”
“ทุกครั้งหลังจากใช้ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ภายในหนึ่งสัปดาห์ถัดไป เธอต้องพบ ‘นักปรุงยา’ หรือ ‘แพทย์’ เพื่อรับการรักษา แม้ภายนอกจะไม่ปรากฏอาการใดๆ เลยก็ตาม”
“หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ภายหลังจะป่วยด้วยโรคร้ายอย่างไม่อาจเลี่ยง แฝงไว้ด้วยปัจจัยทางศาสตร์เร้นลับซึ่งนักปรุงยาและแพทย์ลำดับต่ำถึงกลาง ไม่อาจเยียวยาได้อีกต่อไป”
อาวุธที่สามารถทำร้ายครึ่งเทพ…หลังจากผ่านศึกที่ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลใช้ ‘คนในภาพ’ มาโจมตี มาดามเมจิกเชี่ยนกับพรรคพวกคงอยากมอบวัตถุที่สามารถทำร้ายครึ่งเทพ แต่ผลข้างเคียงยังพอรับไหว ให้แก่พวกเรากระมัง? ‘แพทย์’ สินะ…ลูเมี่ยนเอี้ยวตัวมอง ทอดสายตาไปนอกประตู
ลูกาโนตื่นแล้ว กำลังเตรียมมื้อเช้าแรกให้ลุดวิก
หลังจากตรวจสอบรางวัลเรียบร้อย ลูเมี่ยนล้วงมือเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ หยิบแผ่นหนังแกะสีน้ำตาลอ่อนออกมา บนนั้นมีตัวอักษรสีแดงคล้ำเขียนว่า
“ชื่อโอสถ: อัศวินเลือดเหล็ก”
“ลำดับ: 4”
“วัตถุดิบหลัก: แก่นคนยักษ์ลาวา, ศิลาหายนะ”
“วัตถุดิบเสริม: ลาวาเดือดพล่าน 80 มิลลิลิตร, ผงพฤกษาที่ปนเปื้อนมลทินจากศิลาหายนะ 20 กรัม, ดินจากสนามรบใหญ่ที่ชุ่มด้วยโลหิตทหาร 20 กรัม, ผลโอ๊กหนึ่งผล”
“พิธีกรรม: รวบรวมกองกำลังอย่างน้อยสามสิบนาย สร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นฉันสหายร่วมรบ ปลุกปั้นพวกเขาให้แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ รวมทั้งประสานกันอย่างไร้ที่ติ สามารถเข้าใจเจตนาของผู้นำได้เพียงแค่สบตาและภาษากาย ต่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จากนั้นให้พวกเขาประกอบพิธี (ยิ่งกองกำลังเข้มแข็งและประสานกันดี ผลของพิธีก็จะยิ่งดีตามไปด้วย)”
ขณะอ่านอยู่นั้น ลูเมี่ยนจ้องมองตัวอักษรสีแดงเข้มที่ประกอบกันเป็นคำแล้วคำเล่า ความรู้สึกแสบร้อนเริ่มก่อตัวรุนแรง จมูกคล้ายกับได้กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดโชยมา
ฟู่…เมื่ออ่านจบ ลูเมี่ยนรีบวางสูตรโอสถ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ลงบนโต๊ะทันที หากไม่แล้ว เขารู้สึกว่าตนอาจจมดิ่งสู่นรกที่เต็มไปด้วยเพลิงและโลหิต
“ไม่อยากเชื่อว่าจะส่งอิทธิพลต่อจิตใจรุนแรงถึงเพียงนี้…”
“เป็นเพราะสูตรโอสถลำดับ 4 มีคุณสมบัติแบบนี้อยู่แล้ว หรือเป็นเพราะมันเขียนโดยเทวทูต หรือทั้งสอง?”
“ลาวาเดือดพล่าน…นี่เท่ากับการดื่มลาวาโดยตรงไม่ใช่หรือ กำลังจะบอกว่า ถ้าเลื่อนลำดับไม่สำเร็จ ก็ต้องตายสถานเดียวเลยสินะ?”
ลูเมี่ยนท่องจำสูตรโอสถ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ พลางเปิดแผ่นหนังแกะขึ้นมาตรวจทานเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ
…………
ยามสาย ณ อพาร์ตเมนต์ 702 เลขที่ 9 ถนนโอโรเซ
ลูเมี่ยนวาง ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ใบใหม่ รวมถึงอาวุธสองชิ้น ลงบนโต๊ะกลาง พร้อมอธิบายรายละเอียดของอาวุธทั้งสอง
“มีแค่สามอย่างเองหรือ?” ฟรังก้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าฉงน
ลูเมี่ยนยิ้มพลางเอ่ยตอบ
“ยังมีสูตรโอสถ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ลำดับ 4 ของเส้นทาง ‘นักล่า’ ด้วย แต่มันไม่มีประโยชน์ใดๆ กับพวกคุณ”
“ใครว่าล่ะ? พอถึงลำดับ 4 ‘นางมาร’ ก็สามารถสลับไปยังเส้นทาง ‘นักล่า’ ได้เหมือนกัน!” ฟรังก้าค้านด้วยดวงตาเป็นประกาย
โดยไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบ ฟรังก้าก็เอ่ยวิงวอนด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
“ขอฉันดูด้วยได้ไหม?”
“ไม่มีอะไรสึกหรอหรอกน่า”
หากฉันได้เป็น ‘นางมารทุกข์ระทม’ แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝัน ถูกบีบให้ต้องออกจากนิกายนางมาร ก็ยังพอมีตัวเลือกให้เลื่อนลำดับเป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ แทน!
“ได้” ลูเมี่ยนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เด็กหนุ่มทราบความปรารถนาของฟรังก้าเป็นอย่างดี
เขาล้วงเอาแผ่นหนังแกะสีน้ำตาลออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของตัวเอง
จินนาเห็นดังนั้น จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนคาดหวังอยู่ในที
“ฉันขอดูด้วยได้ไหม?”
นี่มันสูตรโอสถที่สามารถเปิดประตูสู่เทวบารมีเชียวนะ!
“เอ่อ…” ฟรังก้าเหลียวมองจินนา อยากจะห้ามปราม แต่กลับหาเหตุผลอันเหมาะสมไม่ได้
เธอเป็นสตรี ทั้งยังเป็นนางมาร จะมาดูสูตรโอสถของ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ก็ไม่เหมาะไม่ควรกระมัง?
ลูเมี่ยนไม่ได้ช่วยฟรังก้าทัดทานจินนา กลับคลี่แผ่นหนังแกะสีน้ำตาลออกอย่างอล่างฉ่าง วางลงบนโต๊ะกลาง แล้วเอ่ยเตือนอย่างเรียบง่ายว่า
“อ่านทีละย่อ หลับตาพักสักสองสามอึดใจ สูตรแผ่นนี้มีผลกระทบต่อจิตใจรุนแรงมาก”
ครู่หนึ่งผ่านไป ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี ต่างมีเหงื่อซึมออกมาราวกับถูกย่างไฟทั้งคืน จนกระทั่งพวกมันแห้งผากไป
“ต้องใช้กองกำลังอย่างน้อยสามสิบนาย…ยากเอาเรื่องอยู่นะ” ฟรังก้าอดไม่ได้ที่จะมองว่าเป็นพิธีกรรมที่ค่อนข้างยาก
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ยิ่งสมาชิกในกองกำลังแข็งแกร่งเพียงใด ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีเท่านั้น และหากมีสมาชิกที่ครอบครองเทวบารมี ก็สามารถลดจำนวนคนในเงื่อนไขได้มาก”
ฟรังก้ากับจินนานึกถึงชื่อพร้อมกัน จึงเปล่งออกมาเป็นเสียงเดียว
“ลุดวิก?”
“ผมกำลังสั่งสอนเขาอยู่” ลูเมี่ยนเผยรอยยิ้มแบบพ่อทูนหัว
ฟรังก้าไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงทอดสายตามองไปยังสามสิ่งซึ่งประกอบด้วย ‘มีดเย็นเยียบ’ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ และ ‘กระเป๋านักเดินทาง’
เธอยิ้มอย่างใจกว้างพลางเอ่ยปาก
“จินนา อ็องโตนี พวกคุณเลือกก่อนได้เลย เพียงแต่อย่าเหลือ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ไว้ให้ฉันก็พอ ทางนี้มีอยู่แล้ว”
เธอกำลังกลัดกลุ้มอยู่พอดีว่า ตนยังขาดอาวุธพลังโจมตีสูง หรือมีคุณสมบัติพิเศษสักชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘ใบมีดเย็นเยียบ’ หรือ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ต่างก็ช่วยกลบจุดอ่อนได้อย่างไร้ที่ติ สามารถเลือกชิ้นใดก็ได้ สำหรับ ‘นักลอบสังหาร’ อย่างเธอ ดาบซ่อนแขนที่พกติดตัวเป็นแค่อาวุธธรรมดา เพียงแต่สามารถเสริมแกร่งด้วยเพลิงทมิฬผ่านพลังของ ‘แม่มด’ ส่วน ‘ปืนกระหน่ำยิง’ ก็เปรียบเสมือนปืนใหญ่เคลื่อนที่กระบอกเล็ก ไม่มีความพิเศษอื่นใด
อ็องโตนีหันไปมองจินนาทันที ส่งภาษากายให้เธอเลือกก่อน
เขาไม่ได้ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแต่อย่างใด เพียงแต่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เขาก็ต้องการ อาวุธอีกสองชิ้นเขาก็อยากได้เช่นกัน
จินนาเหลือบมอง ‘นักสะกดจิต’ ที่ยังขาดพลังโจมตีแบบจะแจ้ง แล้วหันไปมองฟรังก้าที่กำลังมองสลับระหว่าง ‘ใบมีดเย็นเยียบ’ กับ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ เธอจึงหยิบถุงเหรียญสีเข้มขึ้นมา พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ฉันอยากได้ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ มาตลอด”
นี่มิใช่คำโกหก มนตร์ดำหลายชนิดของ ‘แม่มด’ ล้วนต้องใช้วัตถุดิบเพื่อร่ายคาถา อีกทั้งสิ่งของบางอย่าง แม้เพียงพกพาก็ยังมีผลกระทบเชิงลบ หากเก็บไว้ใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ก็พอจะหลีกเลี่ยงได้บ้าง อย่างเช่น ตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’
เมื่อจินนาหยิบเอา ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ไปแล้ว อ็องโตนีก็ตัดสินใจทันที
“ผมขอ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’”
หากไม่มี ‘กระเป๋านักเดินทาง’ การพกพา ‘ใบมีดเย็นเยียบ’ จะถือเป็นภาระอันหนักหน่วง
ฟรังก้ามองมีดสามคมที่แทบจะโปร่งใสเบื้องหน้า ยิ้มจนตาหยีพลางเอ่ยปาก
“ฉันจะลองดูว่า จะดัดแปลงมันให้เป็นดาบซ่อนแขนได้หรือไม่”
ทุกชิ้นล้วนเป็นรางวัลที่เหมาะสมกับพวกเรา พวกมาดามจัดจ์เมนต์ใส่ใจดีจริงๆ…ลูเมี่ยนมองดูพวกพ้องแบ่งปันรางวัล พลางพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
หลายสิบนาทีต่อมา เมื่อเขากลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่ ก็ได้พบกับมาดามเมจิกเชี่ยน
ผู้ถือไพ่อาร์คาน่าใหญ่รายนี้เอ่ยเข้าประเด็นทันที
“เราจะไปเยือน ‘โทสะสีคราม’ กัน”
……………………………………………………..