ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 749 กัปตันและลูกทีม
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 749 กัปตันและลูกทีม
ตอนที่ 749 กัปตันและลูกทีม
หลังจากอาการตะลึงงัน ฟรังก้าก็ครุ่นคิดอย่างละเอียด
แนวทางนี้ก็ไม่แย่เท่าไร…
แรกเริ่มเดิมที เราก็อยากเป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
แต่ปัญหาอยู่ที่จินนา…
เห็นฟรังก้านิ่งเงียบไม่พูดจา ลูเมี่ยนก็ยิ้มพลางพูดจาแฝงนัย
“ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบางสิ่งมากเกินไปหรอก พวกเราล้วนเคยใช้ ‘คำลวง’ กันมาแล้ว เคยแปลงกายด้วยรูปลักษณ์ต่างๆ มาแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนี่? ก่อนหน้านี้ผมยังเคยกลายเป็นสุนัข ก็ไม่ได้เกิดบาดแผลทางใจอะไร ตราบใดที่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงถาวร สามารถกลับคืนร่างเดิมได้ การได้เปลี่ยนรูปลักษณ์เปลี่ยนสภาวะบ้างเป็นครั้งคราว มันก็สนุกดีเหมือนกันนะ”
“แล้วก็อย่าลืม คุณแค่กำลังสวมบทบาท”
ลูเมี่ยนทราบดี จินนารู้มานานแล้วว่าเส้นทาง ‘นางมาร’ จะทำให้ชายกลายเป็นหญิง ส่วนเส้นทาง ‘นักล่า’ จะเป็นตรงกันข้าม เพียงแต่จุดหนึ่งอยู่ที่ลำดับ 7 ‘แม่มด’ อีกจุดอยู่ที่ลำดับ 4 ‘อัศวินเลือดเหล็ก’
ในทำนองเดียวกัน ลูเมี่ยนก็ทราบดีว่า ฟรังก้าสงสัยว่าจินนารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว
แต่เมื่อ ‘นางมารสุขสม’ รายนี้ยังอยากหลอกตัวเองต่อไป เขาก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยเหลือ ด้วยการพูดให้คลุมเครืออีกสักนิด
“ก็แค่ชั่วคราวเอง…ถ้าพิธีกรรม ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ไม่ชั่วร้าย ก็สามารถย้อนกลับมาได้… ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ฟังดูไม่ชั่วร้ายเท่าไหร่…” จินนาพึมพำเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “ฉันคิดว่าข้อเสนอของลูเมี่ยนฟังดูเข้าท่าอยู่”
ฟรังก้าพยักหน้าตาม แต่ก็ยังพูดอะไรไม่ออก
ส่วนจินนาหัวเราะจิกกัดตัวเอง
“ฉันยังเป็นแค่ลำดับ 7 ‘แม่มด’ เอง ทำไมถึงต้องมาคิดเรื่องการเป็นครึ่งเทพ การย้ายไปมาด้วยล่ะ?”
“บัดซบ ฉันรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปตอนที่เพิ่งเป็น ‘นางพญา’ ใหม่ๆ ถึงแม้ว่าจะต้องเก็บเงินใช้หนี้ทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางจินตนาการของตัวเอง ที่คิดว่าถ้าได้เป็นนักแสดงละครคนดัง หาเงินได้หลายพันถึงหมื่นเฟลคินต่อปี จะใช้เงินยังไงดี…”
“ฉันก็ด้วย ฉันก็ด้วย” ฟรังก้าเห็นด้วย แล้วลองถามถึงความเป็นไปได้ “ถ้าจะย้ายเส้นทางจริง จะทำยังไงกับพิธีกรรมที่ต้องใช้ทีมสามสิบคนของ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ดีล่ะ?”
ลูเมี่ยนจิ๊ปากพลางกล่าว
“พวกคุณก็ต้องสวดภาวนา ให้ตอนนั้นผมได้เป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ เรียบร้อยแล้ว”
“การมี ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ เป็นลูกทีม จะช่วยลดจำนวนคนที่ต้องการไปได้มาก”
“เหนือสิ่งอื่นใด พวกเราเข้าอกเข้าใจกันดีเพียงพออยู่แล้ว”
“ทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ?” ในทีแรกฟรังก้ารู้สึกว่ามีปัญหา แต่แล้วก็พูดกับตัวเองว่า “พิธีกรรมก็แค่พิธีกรรม หลังจากพิธีกรรมเสร็จสิ้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาสถานะเดิมไว้แล้ว หรือก็คือ กัปตันกับลูกทีม น่าจะสามารถสลับตำแหน่งกันได้ จัดตั้งทีมใหม่ แบบนี้เรียกว่าอะไรแล้วนะ? การหมุนเวียนใช้ประโยชน์ การพัฒนาที่ยั่งยืน!”
ฟรังก้ายิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น
“รอให้ฉันได้เป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ จินนาก็จะมีลูกทีมครึ่งเทพถึงสองคน บวกกับอ็องโตนี ลูกาโน เธอก็คงไม่จำเป็นต้องหาคนอื่นอีก”
“ถ…ถ้าตอนนั้นลุดวิกยังไม่หลุดจากผนึก ยังอยู่กับพวกเรา เรื่องก็จะง่ายขึ้นไปอีก พวกเราสามารถเป็นแม่ทูนหัวให้เขาได้ด้วย!”
พวกเราเป็นแม่ทูนหัวของลุดวิก ส่วนลูเมี่ยนเป็นพ่อทูนหัวของลุดวิก…ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มีตัวอย่างคล้ายๆ กันให้เห็นอยู่มาก แต่มันก็ยังคง…จินนามองฟรังก้าครู่หนึ่ง อยากจะเตือนอะไรสักคำสองคำ แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกไป
รายละเอียดแบบนี้ ยิ่งพูดก็ยิ่งกระอักกระอ่วน ละเลยมันไปเสียจะดีที่สุด
หลังจากมีแนวทางหลีกเลี่ยงพิธีกรรม ‘นางมารสิ้นหวัง’ แล้ว อารมณ์ของฟรังก้าและจินนาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ฝ่ายแรกพูดกับลูเมี่ยนว่า
“อีกสองวันจะมีชุมนุมศาสตร์เร้นลับนั้น คุณลองติดต่อกับ ‘ศาสตราจารย์’ และคนอื่นๆ ดู ลองหยั่งเชิงว่าในกลุ่มพวกเขามีสมาชิก ‘นิกายมอสส์’ หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อนนัก มาดามจัดจ์เมนต์เคยบอกฉันว่า ‘ชุมนุมทาโรต์’ มีสายข่าวอยู่ภายใน ‘นิกายมอสส์’ สามารถล้วงข้อมูลมาบอกพวกเราได้ แต่สิ่งที่ฉันไม่แน่ใจคือ สายข่าวคนนั้นอยู่ในกรุงทรีอาร์หรือไม่ รู้สถานการณ์แถวนี้หรือเปล่า ในขณะที่ ‘คนในกระจก’ กริฟฟิธอยู่ในทรีอาร์แน่นอน”
ลูเมี่ยนพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบ
“ต้องถามเรื่องสูตรโอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ ของลูกาโน รวมถึงวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องด้วย การเพิ่มพลังให้เพื่อนร่วมทีม จะช่วยให้พวกเราประกอบพิธีกรรมสำเร็จง่ายขึ้น”
จินนาเงียบฟังอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงแทรกขึ้นมา
“ช่วยขายตะกอนพลัง ‘นักชิงฝัน’ ให้ฉันหน่อยได้ไหม? ชุมนุมศาสตร์เร้นลับที่ฉันเข้าร่วมยังไม่ถึงระดับนั้น ไม่มีใครซื้อของลำดับนี้ได้หรอก”
เธอเชื่อว่าตนกำลังจะได้รับวัตถุดิบโอสถ ‘นางมารสุขสม’ จากศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส ส่วน ‘สุขสม’ ของฟรังก้าก็ใกล้จะย่อยเสร็จแล้ว การติดหนี้เพื่อนหญิงรายนี้มานานไม่ใช่เรื่องดีนัก แล้วอีกอย่าง ตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’ ก็ไม่มีประโยชน์กับเธออยู่แล้ว
ลูเมี่ยนพอจะเดาความคิดของจินนาได้ จึงจงใจชี้ไปยัง ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของตัวเอง
ความหมายของเด็กหนุ่มก็คือ เธอได้ดูสูตรโอสถ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ กับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ของเขาไปแล้ว ทำไมถึงไม่คิดว่าพวกมันคือหนี้ก้อนใหญ่บ้างล่ะ?
ลูเมี่ยนหวังว่าจะใช้วิธีนี้ ทำให้จินนาไม่ต้องกังวลเรื่องการติดหนี้มากนัก สู้ไปยืมเงินเพิ่มอีกสักหน่อย แล้วหา ‘ช่างฝีมือ’ มาทำตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’ ให้เป็นสมบัติวิเศษใช้ดีกว่า
ยิ่งมีพลังมากเพียงใด ความสามารถในการใช้หนี้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!
จินนาที่นั่งพิงโซฟาอยู่ หันข้างให้ฟรังก้า ทำหน้า ‘เฮอะ’ ใส่ลูเมี่ยน
ความนัยของเธอคือ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้สูตรโอสถทั้งสองใบนั่นเพื่อเลื่อนลำดับ ฉันจะให้ค่าตอบแทนเอง!
“ฉันจะช่วยดูๆ ให้ก็แล้วกัน” ฟรังก้าไม่ทันสังเกตเห็นการสนทนาไร้เสียงระหว่างลูเมี่ยนกับจินนา
เธอเปลี่ยนเรื่องคุย
“พวกเราสามารถเริ่มรวบรวมวัตถุดิบเสริมบางส่วนสำหรับ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ กับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ได้เลยนะ อย่างเช่นดินที่ชุ่มไปด้วยเลือดทหารจากสนามรบใหญ่ และเลือดของผู้ตายด้วยโรคระบาดเจ็ดศพ จะได้ไม่ต้องเร่งรวบรวมเอาในภายหลัง อา…พอถึงตอนนั้น บางทีอาจมีวิธีอื่นที่จะเลี่ยงพิธีกรรมโรคระบาดได้ เตรียมไว้ก่อนเนิ่นๆ จะดีกว่า”
เมื่อได้ยินเรื่องการเตรียมโอสถ ลูเมี่ยนพยักหน้าในทีแรก แล้วก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินไปทางกระจกเงาเต็มตัวในห้อง แล้ววางมือขวาลงบนกระจก
จากนั้น เขากระตุ้นพลังพันธสัญญา ‘แจ็คผู้โชกเลือด’ แล้วรับรู้ถึงรอยประทับกระจกเงาที่ทิ้งไว้ก่อนหน้านี้
ไม่นานนัก ลูเมี่ยนก็ค้นพบรอยประทับสองจุดในสถานที่ห่างไกลผ่านกระจกและโลกในกระจก รอยหนึ่งชัดเจน อีกรอยหนึ่งพร่ามัว
รอยที่ชัดเจนเป็นของกระจกเงาบานเต็มตัวในห้องหนังสือของโมรัน·อาวินี ส่วนรอยที่พร่ามัวนั้นบางครั้งก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง บางครั้งก็เปลี่ยนตำแหน่ง ทำให้ยากที่จะจับความได้
“สัมผัสถึงได้…นี่ต้องเป็นรอยประทับบนกระจกในคลังสมบัติของ ‘โทสะสีคราม’…ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างรอยประทับกับตัวผม ไม่ว่ามันจะพร่ามัวหรือผันแปรแค่ไหน ก็จะสามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ไปที่นั่นได้ทันที แน่นอนว่า เงื่อนไขคือผมต้องเข้าไปในกระจกให้ได้ก่อน…” ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ขอยืม ‘กระดุมกระจก’ จากฟรังก้าเพื่อทดลอง
นั่นเป็นเพราะทั้งสัญชาตญาณพลังวิญญาณ และคำเตือนจากโชคชะตา กำลังบอกเขาว่า ถ้าเขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังรอยประทับนั่นทันที ตนจะไม่มีวันได้กลับมาอีก หรือไม่ก็คนที่กลับมาจะเป็นอลิสต้า·ทูดอร์
ลูเมี่ยนชักมือกลับ แล้วบอกผลการทดลองให้ฟรังก้าและจินนาฟัง
หลังจากนั้น จินนาออกไปข้างนอก ตั้งใจจะไปเวียนดูห้องเก็บศพตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งเพื่อมองหาโอกาสในการสวมบทบาท ‘แม่มด’ และดูว่ามีศพที่ตายด้วยโรคติดต่อร้ายแรงหรือไม่
ในสถานการณ์ที่ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ กับ ‘นิกายโรค’ ยังไม่ถูกถอนรากถอนโคนในทรีอาร์ คนที่ตายด้วยโรคระบาดย่อมมีอยู่แน่ เพียงแต่คงไม่มากนัก และไม่สามารถแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวาง
ลูเมี่ยนที่ยืนอยู่หน้าหน้าต่าง รอจนเห็นจินนาปรากฏตัวบนถนน จึงเบี่ยงตัวหันไปพูดกับฟรังก้าว่า
“คุณอาจจะต้องเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ ก็ได้ ลองคิดถึงหนทางในการหาของทดแทนพิธีกรรมไว้บ้างก็ดี”
“…ทำไมฉันต้องเป็นด้วย?” ฟรังก้าเผยสีหน้าตกตะลึง
ลูเมี่ยนยิ้มพลางพูดว่า
“คุณไม่เคยสังเกตหรือ ว่าผู้วิเศษลำดับสูงของนิกายนางมารล้วนเป็น ‘นางมาร’ ทั้งสิ้น?”
“คิดว่าเป็นเพราะพวกเธอหาสูตรโอสถกับตะกอนพลังของ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ไม่ได้หรือไง?”
“แต่นิกายนางมารไม่ได้ห้าม ‘นางมาร’ เปลี่ยนไปสู่เส้นทาง ‘นักล่า’ สักหน่อย…” ฟรังก้าขมวดคิ้ว
“มันออกจะย้อนแย้งนิดหน่อยน่ะ” ลูเมี่ยนตั้งข้อสันนิษฐาน “ผมคิดว่า เหล่า ‘นางมาร’ ในระดับเทวทูตหาตะกอนพลังของเส้นทาง ‘นักล่า’ ในลำดับที่สูงกว่าเพื่อกลับไปเป็นผู้ชายไม่ได้ พวกเธอจึงไม่อยากเห็นผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถกลับคืนสู่ตัวตนเดิม มันจึงกลายเป็นกฎที่ไม่ถูกบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หึๆ…คุณเองก็รู้นี่ ผู้วิเศษลำดับสูงส่วนใหญ่ของเส้นทาง ‘นางมาร’ ล้วนมีจิตใจบิดเบี้ยว เพ้อคลั่ง ชอบเห็นคนอื่นเจ็บปวด ทนเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้”
ตามข้อมูลที่ลูเมี่ยนและฟรังก้าได้รับจากมาดามเมจิกเชี่ยนกับมาดามจัดจ์เมนต์ เมื่อถึงลำดับ 4 ที่ ‘นักล่า’ และ ‘นางมาร’ สามารถสลับกันได้ เพศจะถูกกำหนดตามลำดับที่สูงกว่า และการดื่มโอสถข้ามเส้นทางที่ไม่ใกล้เคียง จะยิ่งสร้างปัญหาใหญ่ให้แก่พวกเธอ
ฟรังก้านิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนเอ่ยปาก
“ถ้าฉันย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ เสร็จแล้วยังหาสิ่งทดแทนพิธีกรรม ‘สิ้นหวัง’ ไม่ได้ ก็จะขอมาดามจัดจ์เมนต์ยุติภารกิจในนิกายนางมาร ท่านน่าจะเข้าใจฉัน และคงไม่อนุญาตให้ฉันไปลงมือแพร่กระจายโรคชั่วๆ แบบนั้นหรอก”
เมื่อพูดจบประโยค ฟรังก้าก็รู้สึกเบาใจขึ้นมา พลางพึมพำกับตัวเอง
“อีกอย่าง ถึงตอนนั้นถ้าจินนากลายเป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ แต่ฉันยังเป็นนางมารอยู่ มันจะไม่ดูแปลกๆ หรือ?”
“ชีวิตมันสั้น ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป?” ลูเมี่ยนกล่าวติดตลก
ก่อนที่ฟรังก้าจะทันได้ตอบสนอง เด็กหนุ่มก็ก้าวเท้าทั้งสองข้าง กระโดดข้ามโซฟา เปิดประตูออกไป
เปลวไฟสีดำหลายดวงพลันพุ่งผ่านบานประตูไม้ ไล่กวดแผ่นหลังของลูเมี่ยนไป แต่มันค่อยๆ เบี่ยงออกนอกเป้าหมายอย่างไม่อาจควบคุม จนกระทั่งสลายไปกลางอากาศ
เสียงด่าของฟรังก้ายังคงก้องกังวานอยู่ในหูของลูเมี่ยน
“ถ้าเอ็งเก่งนักก็ลองเป็นดูสิ!”
ลูเมี่ยนเดินออกมาถึงถนนพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อกลับมายังอพาร์ตเมนต์ที่ตนเช่าอยู่ รอยยิ้มของลูเมี่ยนก็เลือนหายไป
มองดูลุดวิกที่กำลังรับประทานอาหาร เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่งตรงข้าม แล้วถามเหมือนไม่ใส่ใจนัก
“การปรุงเศษสายสะดือด้วยวิธีที่สาม ต้องใช้วัตถุดิบหรือเครื่องปรุงอะไรบ้าง?”
ลูกาโนด้านข้างฟังแล้วงงงันไปชั่วขณะ
“สายสะดืออะไรกัน?”
ลูเมี่ยนยิ้มพลางเอ่ยปาก
“เศษสายสะดือของบุตรแห่งเทพ ที่บาทหลวงมอนต์เซอร์รัตตั้งครรภ์ไว้น่ะ”
สีหน้าของลูกาโนแข็งค้างไปทันที
……………………………………………………..