ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 753 ฟรังก้าผู้มีเหตุผล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 753 ฟรังก้าผู้มีเหตุผล
ตอนที่ 753 ฟรังก้าผู้มีเหตุผล
เมื่อเผชิญกับ ‘คำถาม’ ของฟรังก้า ลูเมี่ยนเลิกคิ้วพลางเอ่ยปาก
“ผมค้นพบอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องบอกคุณ”
ฟรังก้ามองสำรวจลูเมี่ยนอย่างระแวง ไม่แน่ใจว่าชายคนนี้กำลังล้อเล่น หรือว่าพบข้อมูลใหม่แล้วจริงๆ
ถ้าเป็นกรณีหลัง ความถี่มันไม่สูงเกินไปหน่อยหรือ?
เมื่อเช้าเพิ่งไปสำรวจเรือ ‘โทสะสีคราม’ เสร็จเบื้องต้น จนได้สูตรโอสถ ‘นางมารสิ้นหวัง’ มา รวมไปถึง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ที่เทียบเท่าสมบัติปิดผนึกระดับ 1 และเทียนน้ำมันศพซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ นอกจากนั้นยังมีข้อมูลก้อนใหญ่ แล้วกำลังจะบอกว่า พอถึงตอนบ่ายก็มีผลลัพธ์ใหม่อีกแล้ว?
ฟรังก้าเลือกที่จะเชื่อลูเมี่ยนในที่สุด ด้วยคนคนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นดาวอัปมงคลมาหลายครั้งแล้ว
เธอหลบทางให้ อนุญาตให้ลูเมี่ยนเดินเข้าห้องนั่งเล่น
“แล้วมันเรื่องอะไร?” ฟรังก้าถามอย่างหนักใจพลางปิดประตูห้อง
ลูเมี่ยนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง หันหลังให้ด้านนอก พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า
“คุณยังจำคำบรรยายของมิสเตอร์แฮงแมนเกี่ยวกับแฮร์ริสันได้ไหม?”
“จำได้สิ อาจจะปรากฏในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งความมืด ความตาย พลบค่ำ และความเสื่อมโทรม” ฟรังก้าถูกบรรยากาศที่ค่อนข้างกดดันส่งผล จึงไม่ได้ตอบว่า ‘ฉันไม่ได้เป็นโรคความจำเสื่อมสักหน่อย เรื่องที่พูดกันตอนเช้า ตอนบ่ายจะลืมได้ยังไง’
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับแล้วเอ่ยต่อ
“พอดีผมว่าง ก็เลยไปเดินดูในสุสานใต้ดิน ได้เจอผู้ดูแลสุสานที่เฝ้าเขต ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ เขาบอกผมว่า ก่อนหน้านี้มีคนนอกพยายามจะเข้าใกล้บ่อน้ำ แต่เขาได้ห้ามเอาไว้ และคนนอกคนนั้นมีหน้าตาแตกต่างจากผู้คนในกลุ่มประเทศทวีปเหนือ…”
ฟรังก้าฟังอย่างงุนงงในตอนแรก จากนั้นก็สั่นสะท้านด้วยสัญชาตญาณ พลางเอ่ยถามออกมา
“แฮร์ริสัน? คนหน้าเอเชียที่ฉันกับจินนาเจอคือแฮร์ริสันหรือ?”
เธอพลันนึกย้อนถึงประสบการณ์เมื่อครั้งสำรวจ ‘เสารัตติกาลกริสโมนา’ กับจินนา
และด้วยความรีบร้อน เธอใช้คำว่า ‘หน้าเอเชีย’ แทนคำอธิบายที่ซับซ้อนกว่าอย่าง ‘หน้าตาที่แตกต่างจากผู้คนในกลุ่มประเทศทวีปเหนือ’
“เป็นไปได้สูงมาก” ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
ฟรังก้าอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ
“เกาะแห่งการคืนชีพ…เกาะแห่งการคืนชีพ!”
ดวงตาสีน้ำเงินดั่งผืนทะเลสาบของเธอ เปล่งประกายไหววูบในทันที เต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ต้องการคำยืนยัน
“เกาะแห่งการคืนชีพจะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสองโลกหรือเปล่า?”
“แม้จะไม่ใช่ ก็น่าจะเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับโลกของพวกคุณ” ลูเมี่ยนไม่ได้บั่นทอนกำลังใจของฟรังก้า
ฝ่ายหลังเดินไปมาอย่างตื่นเต้นสองสามก้าว แล้วก็คร่ำครวญออกมา
“ทำไมตอนนั้นฉันถึงจำเขาไม่ได้ล่ะ?”
“ทำไมถึงไม่จับตัวเขาไว้?”
“ตอนนี้เขาไปไหนก็ไม่รู้ จะตามหาก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน!”
“ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสทำงานห่วยเกินไปแล้ว ทำไมถึงยังไม่ค้นพบอะไรอีก!”
รอจนฟรังก้าคร่ำครวญเสร็จ ระบายอารมณ์ด้านลบออกไปหมด ลูเมี่ยนจึงพูดอย่างใจเย็น
“ไม่ควรโทษว่าพวก ‘007’ ทำงานช้า แฮร์ริสันอาจจะไม่ได้อยู่ในทรีอาร์แล้วก็ได้”
“อา” ฟรังก้าครุ่นคิดพลางพูด “ฉันจะประกาศเรื่องนี้ในงานชุมนุมของสมาคม ให้สมาชิกในแต่ละพื้นที่คอยสังเกตคนที่น่าจะเป็นแฮร์ริสัน”
ลูเมี่ยนกำลังจะเตือน แต่ฟรังก้าพูดพึมพำกับตัวเองต่อ
“ฉันจะบอกพวกเขาว่า อย่าเพิ่งไปตามหาเกาะนั้น จนกว่าจะหาแฮร์ริสันเจอและได้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับเกาะแห่งการคืนชีพ ไม่อย่างนั้นจะอันตรายเกินไป”
“อา…ถ้าพบแฮร์ริสัน อย่าเพิ่งรีบทำเป็นรู้จัก และอย่าลงมือ ให้แกล้งทำเป็นไม่เห็นเขา รีบแจ้งให้ท่านประธานแกนดาล์ฟ มาดามเฮล่า และพวกเราที่มีพลังเพียงพอได้ทราบ…”
ลูเมี่ยนตั้งใจฟังจนจบ แล้วชมด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่
“ผมนึกว่าคุณจะตื่นเต้นจนเสียสติเสียอีก”
“ไม่นึกเลยว่า ปกติคุณดูเหมือนคนไม่ค่อยใช้สมอง แต่ในยามสำคัญกลับคิดได้รอบคอบอยู่เหมือนกัน”
ฟรังก้าไม่หลงกลคำยั่วยุ เพียงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“นี่เรียกว่าอะไร? เรียกว่าอวี่ตวนไม่เสียสมาธิในงานใหญ่!”
“ถ้าต้องใช้สมองตอนมีเรื่อง แล้วก็ต้องใช้สมองตอนพักผ่อนด้วย งั้นจะพักผ่อนไปเพื่ออะไรล่ะ?”
ฟังๆ ไปก็มีเหตุผลแฮะ…ลูเมี่ยนถามอย่างสงสัย
“อวี่ตวนคือใคร?”
“ไม่จำเป็นต้องรู้จัก!” ฟรังก้าตอบอย่างเด็ดขาด
ลูเมี่ยนพอจะรู้สาเหตุ จึงไม่ถามมาก พยักหน้าพลางรับ
“ค่อยเปิดเผยเรื่องนี้ในการชุมนุมอีกสองวันข้างหน้า”
ฟรังก้า ‘อืม’ ในลำคอ เป็นนัยว่าเห็นด้วย
ทันใดนั้น ความตื่นเต้น ความยินดี และความคาดหวังบนใบหน้าของเธอก็พลันเลือนหายไป
ร่างกายของหญิงสาวสั่นเทาเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป?” ลูเมี่ยนถามอย่างเป็นห่วง
ฟรังก้าเม้มริมฝีปาก พูดเสียงแผ่วเบา
“ฉันเฝ้ารอความจริง เฝ้ารอความเป็นไปได้ในอนาคต แต่ก็กลัวว่าสิ่งต่างๆ จะไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง”
“ฉันกลัว กลัวว่ามันจะเป็นคำตอบที่ฉันทนรับไม่ไหว”
เมื่อพูดจบประโยค ฟรังก้าก็เอื้อมมือยันขอบหน้าต่าง คล้ายกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง
ลูเมี่ยนไม่ได้ปลอบใจเธอ ในดวงตาของเด็กหนุ่มฉายแววแบบเดียวกับตอนที่มาดามเมจิกเชี่ยนมองเขา
ความสงสาร
เขาเองก็กลัวเช่นกัน กลัวว่าความหวังในการฟื้นคืนที่ไล่ล่ามาอย่างยากลำบาก จะเป็นเพียงภาพลวงที่ไม่มีวันเอื้อมถึง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลูเมี่ยนมองฟรังก้าพลางเอ่ยปาก
“ไปหาอะไรดื่มกันไหม?”
“ได้” ฟรังก้าตอบกลับด้วยรอยยิ้มซับซ้อน “พอเมาแล้วก็คงลืมเรื่องกลุ้มใจพวกนี้ได้”
“นั่นสินะ การปลอบใจแบบพี่น้องก็คือการดื่มด้วยกันนี่แหละ”
…………
สองวันต่อมา
ฟรังก้าทำตามข้อตกลง ไปพบ ‘นางมารดำ’ แคลริสที่เขตล่าสัตว์ริมป่าโลเนส์บูรพา
นางมารครึ่งเทพรายนี้มิได้สวมชุดราตรียาวสีดำอย่างเคย แต่เปลี่ยนมาใส่ชุดล่าสัตว์โทนเข้ม สวมหมวกสีดำที่ห่อหุ้มเรือนผมยาวสลวย ดูทั้งองอาจผ่าเผยและสดใสสะอาดตา
เมื่อเทียบกับความงามอันหม่นหมองก่อนหน้านี้ มาดามแคลริสในปัจจุบันถือว่างดงามไปอีกแบบ ทั้งเย้ายวนและเลอโฉมไม่แพ้กัน…ฟรังก้ามองนางมารดำด้วยสายตาชื่นชม พลางข่มแรงกระหายที่เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ แล้วเล่าข่าวกรองเกี่ยวกับคนในกระจก ซึ่งตนได้รับจาก ‘007’ อย่างละเอียด
แคลริสพยักหน้ารับ ยิ้มสดใสพลางหยิบกระเป๋าถือสีน้ำตาลแดงลงจากหลังม้า
“นี่คือรางวัลสำหรับคุณ” นางมารดำยื่นกระเป๋าให้ฟรังก้า
ฟรังก้าไม่เกรงใจ พลางกล่าวขอบคุณไปด้วย ปลดกลอนโลหะเปิดกระเป๋าถือใบใหญ่ไปด้วย
ภายในกระเป๋าถูกแบ่งเป็นหลายส่วนด้วยก้อนน้ำแข็งใสแวววาว ซึ่งปราศจากรอยการของละลาย แต่ละส่วนแช่แข็งวัตถุแตกต่างกันไป อาทิ หัวค้างคาวหลากสีสัน ถุงน้ำดีที่มีเลือดและของเหลวสีเขียวไหลซึม หางที่แยกเป็นสองแฉก ปกคลุมด้วยเกล็ดเรียบลื่นดูชั่วร้าย และเลือดสีแดงคล้ำสองชนิดที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว
“วัตถุดิบหลักและวัตถุดิบเสริมส่วนใหญ่ของ ‘ทุกข์ระทม’ อยู่ในนี้แล้ว หากคุณยังไม่พร้อมจะเลื่อนลำดับ ก็อย่าพยายามทำลายน้ำแข็งที่ฉันสร้าง มันจะทำให้ผู้พกพาติดเชื้อโรคมากมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งค่อยๆ ตายไป” นางมารดำเตือนฟรังก้า
“ขอบคุณค่ะ มาดาม” ฟรังก้ารีบนับว่ายังขาดวัตถุดิบเสริมใดบ้าง
เหลือแค่ยูคาลิปตัสสีน้ำเงินที่หาได้ค่อนข้างง่ายเท่านั้น
‘นางมารดำ’ แคลริสเปลี่ยนเรื่องคุย
“คุณทำงานมีประสิทธิภาพมาก แถมยังได้ผลลัพธ์ บางทีอีกหนึ่งถึงสองปี คุณอาจมีสิทธิ์เอื้อมถึงประตูแห่งเทวบารมี แต่ตอนนั้น พวกเราจะไม่ให้รางวัลเป็นสูตรโอสถ ‘สิ้นหวัง’ และวัตถุดิบหลักกับวัตถุดิบเสริมอีก แต่จะบอกพิธีเลื่อนลำดับให้คุณล่วงหน้า ไว้คุณพร้อมและใกล้จะทำพิธีเสร็จเมื่อใด ก็จะมอบโอสถ ‘สิ้นหวัง’ ที่ปรุงเสร็จแล้วให้คุณแทน”
“นี่เป็นการป้องกันไม่ให้สูตรโอสถลำดับสูงรั่วไหลสินะคะ?” ฟรังก้าถามด้วยความเข้าใจ
นางมารดำพยักหน้าหนึ่งที
“เมื่อคุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับ ‘สี’ นำหน้าชื่อ คุณก็จะได้สัมผัสกับสูตรโอสถลำดับสูง รวมถึงความลับระดับสูงของนิกาย”
เราอยากเห็นสูตรโอสถนางมารยุพนิรันดร์มากกว่า แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นนางมารยุพนิรันดร์ คงไม่มีทางใส่สีนำหน้าได้…ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้รู้พิธีกรรมล่วงหน้า ดูว่ามันจะชั่วร้ายสักเพียงใด…ฟรังก้าไม่ปิดบังสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เธอรีบเปลี่ยนหัวข้อกลับไปยังการสืบสวนเรื่องคนในกระจก
“มาดามคะ ทางเราต้องไล่ล่าคนในกระจกถึงขั้นไหน? แค่ทำลายแผนการของพวกเขา กำจัดคนที่หนีออกจากโลกในกระจกพิเศษนั่น ก็เพียงพอแล้วใช่ไหม?”
“ในเมื่อผนึกของทรีอาร์ยุคที่สี่ยังไม่คลายออก พวกเราคงจนปัญญาจะเข้าไปในโลกในกระจกพิเศษนั่นได้”
ฟรังก้ากำลังหยั่งเชิงเป้าหมายแท้จริงของนิกายนางมารเกี่ยวกับคนในกระจก เพื่อคาดเดาสถานะ เพื่อคาดเดาความคิดของนางมารต้นกำเนิด
แคลริสมองเธอครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มสดชื่น
“ทำสิ่งที่ทำได้ก่อน”
“ไว้คุณเลื่อนลำดับเป็น ‘ทุกข์ระทม’ แล้ว ทางเราจะบอกเรื่องบางเรื่องให้ทราบ”
ต้องเป็นนางมารทุกข์ระทมก่อน ถึงจะนับว่าได้เข้าสู่แกนกลางของนิกายนางมาร มีคุณสมบัติพอที่จะรู้เรื่องบางเรื่องสินะ? ฟรังก้าทั้งดีใจที่ใกล้จะได้ล่วงรู้ความลับของนิกายนางมาร ไปพร้อมกับบรรลุภารกิจสำเร็จของตน แต่อีกใจหนึ่งก็ยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
…………
ยามดึกสงัด ณ ทรีอาร์ใต้ดิน ในโพรงเหมืองหินแห่งหนึ่ง
อ็องกูแลม·เดอ·ฟรองซัว สวมเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีน้ำตาล ติดเข็มกลัดอก ถือโคมไฟคาร์ไบด์ เดินเข้าไปในมิติที่จมอยู่ในความมืด
แขนเสื้อข้างขวาของเขาพับขึ้น ตรงข้อพับแขนมีกระบอกฉีดยาแก้วเสียบอยู่ ภายในมีของเหลวขุ่นสีขาว
ด้านหลังเขามีผู้ชำระสี่ห้าคนตามมา แขนของทุกคนมีกระบอกฉีดยาคล้ายกัน
ใจกลางวงล้อมของเหล่าผู้ชำระ คือหุ่นยนต์ไอน้ำตัวใหญ่สีเทาเหล็กสี่ตัว สิ่งประดิษฐ์กลเหล่านี้แบกของชิ้นหนึ่งซึ่งยาวกว่าสองเมตร กว้างหนึ่งเมตรเจ็ดสิบถึงแปดสิบ
พื้นผิวของสิ่งนั้นคลุมด้วยผ้าสักหลาดสีแดง ไม่เผยให้เห็นรายละเอียดใดๆ เลย
อ็องกูแลมหยุดอยู่ ณ ใจกลางโพรงเหมืองหิน ยกมือขึ้นกดลง ส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมหยุด
เพื่อนร่วมทีมของเขาปล่อยหุ่นยนต์ไอน้ำสีเทาเหล็กทั้งสี่ตัว วางสิ่งที่แบกมาลงบนพื้น
เมื่อเลิกผ้าสักหลาดออก เตียงนอนอันสวยงามที่แฝงกลิ่นอายโบราณ ได้ปรากฏต่อสายตาของพวกอ็องกูแลม
ทุกคนรู้สึกอ่อนเพลียพร้อมกัน รู้สึกว่าเตียงนอนนั้นช่างนุ่มสบาย อยากจะล้มตัวลงนอนหลับสักงีบ
อ็องกูแลมรีบเบือนสายตาหนี พลางใช้มือที่ถือโคมไฟคาร์ไบด์ดันกระบอกฉีดยา ฉีดของเหลวในนั้นเข้าร่างกายเพิ่มอีก
ในขณะที่ผู้ชำระคนอื่นกำลังทำท่าเดียวกัน จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งในชุดแม่ชีสีดำ เดินออกมาจากอีกฟากหนึ่งของโพรงเหมืองหิน
……………………………………………………..