ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 754 จิตใจสองกระแส
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 754 จิตใจสองกระแส
ตอนที่ 754 จิตใจสองกระแส
เมื่อเห็นร่างสตรีเดินออกมาจากความมืด อ็องกูแลมกับพรรคพวกก็เกร็งสติอารมณ์ขึ้นมาทันที
พวกเขายังไม่รู้วิธีที่จะทำให้สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์นั่น เดินไปยังเตียงได้เอง ได้แต่หวังว่าเตียงซึ่งเป็นสมบัติปิดผนึกระดับ 1 เช่นกัน จะแสดงอำนาจดึงดูดให้สิ่งมีชีวิตอื่นอยากมานอน
แน่นอนว่าศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสย่อมไม่ส่งแค่ทีม ‘ผู้ชำระ’ ลำดับ 5 มาทำภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสมบัติปิดผนึกระดับ 1 ตามลำพัง โดยต้องมีครึ่งเทพคอยจับตาดูอยู่ในที่ลับ ทว่าในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีร่วมของสมบัติปิดผนึกระดับ 1 ทั้งสองชิ้น สังฆานุกรลำดับผู้นั้น จะช่วยลูกน้องให้รอดได้กี่คน ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้
เมื่อสตรีเจ้าของสีหน้าสงบนิ่งแฝงด้วยความโศกปรากฏตัว เธอก็เดินไปยังเตียงนอนอันวิจิตรงดงามแบบโบราณ ประหนึ่งถูกเรียกหาหรือได้รับคำสั่ง
อ็องกูแลมกับพรรคพวกยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับกลายเป็นรูปปั้นไปแล้ว
พวกเขาเกรงว่าการเคลื่อนไหวจะปลุกเป้าหมายให้ตื่น ทำลายสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปในทางที่ดี
ในที่สุด สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ในชุดแม่ชีสีดำ ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง
หญิงสาวอ้าปาก หาวแผ่วเบา แล้วหลับตาลง ทั่วทั้งร่างแผ่บรรยากาศเหนื่อยล้ารุนแรง
เป็นความเหนื่อยล้าประหนึ่งได้ใช้พลังงานทั้งชีวิตไปจนหมดสิ้น
เธอหลับไปแล้ว
‘ผู้ชำระ’ หลายคนก้าวเข้ามาตามกัน วางกระเป๋าหนังหลากสีที่ถืออยู่ลงบนพื้น
จากนั้น พวกเขาดึงผ้าสักหลาดสีแดงขึ้นมา คลุมสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์และเตียงนอนโบราณไว้ด้วยกัน
หุ่นยนต์ไอน้ำสีเทาเหล็กวางกระเป๋าหนังที่ถืออยู่ในมืออีกข้างลงเช่นกัน
พวกมันยกเตียงขึ้น เดินตามสมาชิกทีม ‘ผู้ชำระ’ ถอยออกจากโพรงเหมืองหินด้วยจังหวะไม่เร็วไม่ช้า
ไม่นานนัก ที่นี่ก็เหลือเพียงอ็องกูแลมกับกระเป๋าหนังเก้าใบบนพื้นด้านหลังเขา
ณ ขอบโพรงเหมืองหิน ในความมืดทึบ ร่างของฟรังก้าในชุดนักลอบสังหารปรากฏขึ้นมา
เธอมิได้เสวนากับอ็องกูแลม เพียงเดินผ่านสังฆานุกรของ ‘ผู้ชำระ’ รายนี้ไปยังกลุ่มกระเป๋าหนัง แล้วเปิดตรวจสอบทีละใบ
ในจำนวนนั้น แปดใบบรรจุทองแท่งสีเหลืองอร่าม หรือไม่ก็เหรียญทองจำนวนมาก น้ำหนักไม่เบาเลย จนสายตาของฟรังก้าดูเหมือนจะพร่าเลือน ในดวงตามีเพียงสีทองอร่าม
สองชาติรวมกัน เราก็ไม่เคยเห็นทองมากขนาดนี้…น่าเสียดายที่ไม่ใช่ของเรา…ฟรังก้ารู้สึกเสียดายเจือผิดหวังขณะเก็บทองคำมูลค่า 1.2 ล้านเฟลคินพร้อมกระเป๋าหนังเข้าไปในกระเป๋านักเดินทาง
กระเป๋าหนังอีกใบหนึ่งบรรจุวัตถุดิบหลักและรอง ของโอสถ ‘สุขสม’ รวมถึงเอกสารที่พับไว้สองแผ่น
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้ว ฟรังก้าก็พยักหน้าให้อ็องกูแลม พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแบบคนที่ไม่ได้สนิทสนมกันนัก เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันว่า
“รักษาสัญญาได้ดี ทางเราจะยังคงส่งข่าวให้พวกคุณต่อไป”
“สุริยันจงเจริญ พระองค์ผู้เป็นเทพแห่งสัญญา!” อ็องกูแลมแบแขนเล็กน้อย มอบเกียรติและผลงานทั้งหมดให้แก่องค์เทพ
ฟรังก้ารีบออกจากโพรงเหมืองหิน โดยยังคงเดินวนไปมาหลายรอบ ใช้พลังของ ‘นางมาร’ ลบร่องรอยอย่างต่อเนื่อง ต่อต้านการทำนายหรือพยากรณ์ที่อาจเกิดขึ้น
เจ็ดแปดนาทีผ่านไป เธอได้พบกับลูเมี่ยนในอุโมงค์ลับแห่งหนึ่งในทรีอาร์ใต้ดิน แล้วถูกพาเทเลพอร์ตออกไป
…………
ถนนโอโรเซ บ้านเลขที่ 9 อพาร์ตเมนต์ 702
ขณะที่ฟรังก้ากำลังส่งวัตถุดิบสำหรับโอสถ ‘สุขสม’ พร้อมกระเป๋าหนังให้จินนา ลูเมี่ยนก็นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว อ่านเอกสารสมบัติปิดผนึกที่ถูกจัดระเบียบใหม่ ซึ่งไม่ได้เขียนตามรูปแบบที่กำหนด
“รหัส: 1-147”
“ชื่อเดิม: เคลมองส์·อตานา”
“สมบัติปิดผนึกรายนี้เกิดในครอบครัวผู้พิพากษาท้องถิ่นในหมู่บ้านสปาม เขตซามต์ แคว้นโฮนาซิสบน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ได้ถูกส่งไปยังอารามสตรีซามต์ สองปีต่อมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยซูสิต ศึกษาวิจัยด้านบรรพชีวิน หลังจบการศึกษาก็อยู่สอนที่มหาวิทยาลัย ได้รับตำแหน่งอาจารย์”
“ในด้านบรรพชีวิน เธอมุ่งเน้นการค้นหาร่องรอยที่สัตว์ในตำนานทิ้งไว้ เพื่อพิสูจน์การมีตัวตนของพวกมัน เมื่ออายุยี่สิบเก้าปี เธอลาออกจากตำแหน่งอาจารย์อย่างกะทันหัน กลับบ้านเกิด ขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นเวลานาน”
“ในช่วงสองปีต่อมา ครอบครัวของเธอเกิดเหตุการณ์ผันผวนหลายอย่างตามมา”
“บิดาของเธอเมาสุรา ตกลงไปในบ่อสิ่งปฏิกูลจนเสียชีวิตในคืนหนึ่ง มารดาของเธอเสียใจเกินทน จิตผิดปกติ ผูกคอตาย พี่น้องชายของเธอฆ่าฟันกันเองเพราะแย่งมรดก พี่น้องหญิงของเธอหายตัวไประหว่างทางกลับบ้านมาห้ามปราม ไม่มีใครทราบชะตากรรมอีกเลย…”
“ชาวบ้านสปามเชื่อว่า เธอนำพาเคราะห์ร้ายมาสู่หมู่บ้าน ต้องการขับไล่เธอ ไม่นานนัก โรคระบาดทางจิตแปลกๆ ก็เริ่มระบาดในหมู่บ้าน เมื่อ ‘ผู้ชำระ’ รู้ตัวถึงปัญหา ก็สายเกินแก้แล้ว ทำได้เพียงชำระล้างผู้ติดเชื้อทั้งหมด…”
“จากการศึกษาวิจัยในเวลาต่อมาพบว่า ในร่างของเคลมองส์·อตานามีจิตใจสองกระแส ดวงวิญญาณอยู่ในสภาพที่ถูกเย็บปะติดกัน”
“มีเหตุผลให้เชื่อว่า จิตใจกระแสหนึ่งเป็นผู้ควบคุมโศกนาฏกรรมของตระกูล รวมถึงการติดเชื้อของทั้งหมู่บ้าน ส่วนจิตใจอีกกระแสหนึ่งไม่อาจยอมรับได้ กลายเป็นคนมึนงง และยังต่อสู้ด้วยสัญชาตญาณ สุดท้ายก็เสียสติ…”
“ในร่างของเธอยังมีมลทินอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากพลังควบคุมจิตใจและวิญญาณของเธอ”
“ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า มลทินชนิดนี้ปรากฏขึ้นเมื่อใด เป็นช่วงก่อนที่เธอกลับบ้านเกิด หรือหลังจากบิดามารดาของเธอเสียชีวิต…”
“ถูกผนึกเมื่อสองปีสี่เดือนก่อน”
“เพิ่งถูกผนึกไม่นานเลยนี่? รหัสในบรรดาสมบัติปิดผนึกระดับ 1 คงจะอยู่ท้ายๆ” ฟรังก้ามายืนข้างลูเมี่ยนตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบได้ พลางเท้าศอกทั้งสองข้างลงบนพนักโซฟา ไล่อ่านเอกสารไปจนจบ
ลูเมี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะในลำคอ
“บางทีสักวันหนึ่ง นี่อาจเป็นจุดจบของผมก็ได้”
เด็กหนุ่มสัมผัสได้อย่างเลือนราง ถึงการดิ้นรนต่อสู้ของเคลมองส์·อตานา แต่สุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้ กลายเป็นสัตว์ประหลาด
ฟรังก้าอ้าปากค้าง ไม่รู้จะกล่าวคำใดไปสักพัก
ผ่านไปสองสามวินาที เธอตบไหล่ลูเมี่ยนแล้วเอ่ยตอบ
“มองในแง่ดีเถอะน่า ในระยะยาว พวกเราทุกคนต้องตายอยู่แล้ว สิ่งที่มีความหมายก็คือ สิ่งที่เราได้ทำตลอดเส้นทางที่นำไปสู่ความตายนั่นต่างหาก”
ลูเมี่ยนพับเอกสาร พยักหน้ารับแผ่วเบา แล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า
“จนกว่าจะตาย!”
…………
สี่ทุ่มตรง ณ ซากพระราชวังโบราณในอาณาจักรราตรี
เหล่าสมาชิกของสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก ทยอยปรากฏตัวตามจุดต่างๆ
ฟรังก้าเห็น ‘007’ ที่สวมหน้ากากราชสีห์ จึงดึงฮู้ดลง เดินเข้าไปใกล้แล้วถามด้วยความอยากรู้
“พวกเราได้รับรางวัลกันแล้ว ของคุณคืออะไรหรือ?”
007 อ็องกูแลมตอบด้วยท่าทีสับสน
“ตอนนี้ผมได้สิทธิ์ควบคุมสมบัติปิดผนึกระดับ 1 ที่มีผลข้างเคียงด้านลบไม่มากนักแล้ว”
“โฮ่…คุณกำลังถูกปั้นให้เป็นครึ่งเทพหรือ?” ฟรังก้าอุทานด้วยความอิจฉา
เธอนึกถึงลูเมี่ยนขึ้นมา ทางนั้นก็มีสมบัติปิดผนึกระดับ 1 ผลข้างเคียงต่ำเช่นกัน ก็นับว่ามีแววเป็นครึ่งเทพเช่นกัน
และก่อนที่ลูเมี่ยนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเทพ ‘007’ ก็เป็นผู้วิเศษลำดับ 5 อยู่แล้ว เพียงแต่เขายุ่งกับงาน ไม่อยากรับตำแหน่งรองประธานของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ จึงไม่เคยบอกให้คนอื่นรู้
พอคิดแบบนี้ ‘007’ ก็ดูไม่น่าอิจฉาสักเท่าใดนัก
‘007’ มองฟรังก้าครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“แต่ก่อนผมฝันอยากจะเลื่อนเป็นลำดับ 4 เป็นครึ่งเทพ แต่ยิ่งจัดการคดีเหนือธรรมชาติมากเท่าใด ผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องดีนัก เฮ้อ…โชคชะตาผลักดันผมมาถึงจุดนี้แล้ว ได้แต่ต้องเดินหน้าต่อไป”
“ก็จริงนะ” ฟรังก้าพูดอย่างเห็นอกเห็นใจ “เดี๋ยวฉันจะประกาศเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร?” 007 ถึงกับควบคุมตัวเองไม่ได้ หลุดปากถามออกมา
‘ดาบซ่อนแขน’ มาพร้อมกับเรื่องสำคัญอีกแล้วหรือ?
คราวนี้จะเป็นเรื่องอะไร?
จวบจนปัจจุบัน ข่าวที่เธอนำมาแต่ละครั้ง ล้วนบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเสมอ น่าตกใจยิ่งกว่าเดิมเสมอ!
“เดี๋ยวก็รู้เอง” ฟรังก้าถอนหายใจ
จากนั้น หญิงสาวมองไปทาง ‘มักเกิ้ล’ ลูเมี่ยนที่สวมชุดคลุมจอมเวทและฮู้ดสีดำ กำลังเดินไปยังจุดรวมตัวของกลุ่ม ‘วิทยาลัย’
ลูเมี่ยนที่แปลงร่างเป็นโอลัวร์ พยักหน้าให้ฟรังก้าเบาๆ
เมื่อเห็นว่าสมาชิกของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ มาเกือบครบแล้ว ฟรังก้าก็เดินตรงไปยังเก้าอี้หินขนาดมหึมา
‘แกนดาล์ฟ’ ที่สวมชุดคลุมขาวเรียบง่าย รูปร่างเหมือนคนยักษ์ กำลังยืนอยู่แถวนั้นพอดี จึงถามด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“เธอจะเตือนทุกคนให้ระวัง ‘คนในกระจก’ หรือ?”
“ไม่ใช่” ฟรังก้ามองไปยังมาดามเฮล่าที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วใช้น้ำแข็งสร้างเครื่องขยายเสียงแบบง่าย
“ทุกคน ฉันมีเรื่องจะประกาศ” เสียงของฟรังก้าดังก้องไปทั่วซากพระราชวังโบราณ
‘ไอโซโทป’ ‘หมี’ ‘หมานรกสามเศียร’ และสมาชิกอื่นๆ ของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ต่างมองไปยังส่วนลึกของพระราชวัง เพื่อดูว่าใครเป็นคนพูด
พวกเขาพลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที
แต่ไหนแต่ไร ‘ดาบซ่อนแขน’ ไม่เคยนำข่าวดีมาเลย!
แม้ว่าจะช่วยให้ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ กำจัดผู้บ่อนทำลายภายใน จนเกิดเป็นระเบียบกฎเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือ ช่วยให้ทุกคนหลีกเลี่ยงอันตรายมาได้ แต่คลื่นอันบ้าคลั่งดังกล่าวก็ยังทำให้ทุกคนที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมา ยังคงหวาดผวาไม่เสื่อมคลาย
เมื่อเห็นว่าทุกคนหยุดพูดคุยและถกเถียง พลางหันมามองเธอพร้อมกัน ฟรังก้าก็ไอกระแอม แล้วเริ่มเล่าตั้งแต่ข่าวลือจากเกาะแห่งการคืนชีพ จนถึงเรื่องที่เธอพบชายหน้าตาแบบชาวตะวันออกจากโลกเดิมในส่วนลึกของสุสานใต้ดินทรีอาร์
เรื่องนี้นี่เอง…มีความคืบหน้าแล้วหรือ? 007 รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เสียงฮือฮาดังขึ้นตามจุดต่างๆ ในพระราชวังโบราณ สมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ อดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบ พูดคุยกันอื้ออึง
สำหรับสมาชิกส่วนใหญ่ พวกเขาต่างก็ยอมรับความจริง ต่างก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตปัจจุบันไปแล้ว บางคนถึงขั้นมีเป้าหมายใหม่ๆ แล้วด้วยซ้ำ ใครจะรู้ว่าตอนนี้จะมีคนมาบอกกับพวกเขาว่า การ ‘ข้ามมิติ’ นั้นยังมีปริศนาหลงเหลือ และบางทีอาจจะกลับบ้านได้!
เวลาต่อมา ฟรังก้าเล่าเรื่องแฮร์ริสัน ชาวเกาะแห่งการคืนชีพที่พัวพันกับพลังแห่งความตายและความมืด ว่ากำลังตามหาบางสิ่งในทวีปเหนือใต้ แต่ไม่ได้พูดถึง ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน เพราะมันจะทำให้คนนึกถึงนักผจญภัยคนดัง หลุยส์·แบรี ได้ง่ายเกินไป
ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับในพระราชวัง ฟรังก้าเอ่ยถึงข้อสันนิษฐานของตนกับลูเมี่ยน
“เกาะแห่งการคืนชีพอาจเป็นจุดบรรจบของสองโลกก็ได้”
“พวกเราต้องตามหาแฮร์ริสันให้พบ เพื่อเค้นข้อมูลเกี่ยวกับเกาะแห่งการคืนชีพจากเขา!”
พูดจบในคราวเดียว สายตาของฟรังก้าก็ค่อยๆ เลื่อนจากใบหน้าที่ดูงงงวยของทุกคน ไปยังมาดามเฮล่าที่อยู่ไม่ไกล
เธอสังเกตเห็นว่าหลังผ้าคลุมหน้าลายตารางสีดำละเอียดของมาดามเฮล่า ในดวงตาสลัวของเธอคล้ายกับมีอารมณ์บางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
……………………………………………………..