ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 755 ท่าทีที่แตกต่าง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 755 ท่าทีที่แตกต่าง
ตอนที่ 755 ท่าทีที่แตกต่าง
แม้แต่มาดามเฮล่าผู้เก็บตัวและมีนิสัยเยือกเย็น ก็ยังเกิดความปั่นป่วนทางอารมณ์…ฟรังก้าถอนสายตากลับด้วยอาการหวั่นไหว
ในตอนนั้น สมาชิกหลายคนของสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกเริ่มตั้งสติได้ จึงต่างก็แสดงความเห็นด้วยท่าทีตื่นเต้นระคนร้อนรน
ใครบางได้ตะโกนขึ้นมา
“ดาบซ่อนแขน เธอจะด่วนสรุปแบบนี้ไม่ได้!”
ฟรังก้าตะโกนตอบกลับทันที
“ไม่ว่าเกาะแห่งการคืนชีพจะเป็นจุดบรรจบของสองโลกหรือไม่ พวกเราก็ต้องตามหาแฮร์ริสันให้พบ!”
“นี่ไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นทิศทางของการสืบสวน!”
มีคนตะโกนอีก
“จะตามหาคนด้วยแค่ชื่อได้ยังไง?”
“ฉันมีภาพวาดของเขา!” ฟรังก้าตอบกลับทันที
ขณะที่ทุกคนต่างพูดคนละคำสองคำ แสดงความคาดหวัง ตั้งข้อสงสัย และหาคำตอบกันอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งตะโกนออกมาด้วยท่าทีกึ่งบ้าคลั่ง
“โลกในปัจจุบันมันไม่สงบสุขพอสำหรับพวกคุณหรือไง?”
ฟรังก้ามองตามเสียงไป เห็นว่าเป็นสมาชิกชายที่ใช้โค้ดเนมว่า ‘ตัวตุ่น’
หลังจาก ‘ตัวตุ่น’ เริ่มต้นแล้ว สมาชิกหลายคนก็พากันพูดเสียงดังตามมา
“ผมไม่อยากเสี่ยงเพื่อความหวังอันริบหรี่อีกแล้ว”
“พวกคุณช่วยเลิกฝันเฟื่องสักทีจะได้ไหม?”
“ฉันไม่ได้อยากจะกลับโลกเก่าเลยสักนิด!”
“…”
สำหรับเสียงคัดค้านเหล่านี้ ฟรังก้าไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ได้แต่พึมพำกับตัวเองว่า
ผู้คนร้อยพ่อพันแม่ จะให้คิดเหมือนกันหมดก็คงไม่ได้…
เธอตอบกลับไปด้วยความจริงใจ
“การตามหาแฮร์ริสัน รวมถึงการตรวจสอบสถานการณ์บนเกาะแห่งการคืนชีพ ถือเป็นภารกิจโดยสมัครใจ คนที่อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับการข้ามมิติ ก็ชั่งใจเอาเองว่ามันคุ้มเสี่ยงหรือไม่ ส่วนคนที่ไม่เต็มใจก็ไม่ต้องทำอะไร เพียงแต่อย่าขัดขวางคนอื่นที่จะเข้าร่วม”
พวก ‘ตัวตุ่น’ เห็นได้ชัดว่ายังคงกังวลว่า การสืบสวนเรื่องเกาะแห่งการคืนชีพ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา แต่เมื่อฟรังก้าชูประเด็น ‘เสรีภาพในการเลือก’ ขึ้นมาเป็นอาวุธ พวกเขาก็ได้แต่พึมพำรำพัน พลางถอยออกไปอยู่รอบนอก
ฟรังก้าถือโอกาสนี้เสริมว่า
“ในระยะหลัง การสืบสวนเกี่ยวกับเกาะแห่งการคืนชีพจะจำกัดอยู่แค่การรวบรวมข้อมูลเพียงอย่างเดียว อย่าเพิ่งตามหาตัวแฮร์ริสันเด็ดขาด นั่นจะอันตรายเกินไป รอให้พวกเราได้ข้อมูลสำคัญจากเขาก่อน แล้วค่อยมาถกกันว่าจะไปเกาะแห่งการคืนชีพหรือไม่ และจะไปอย่างไร”
“อา…เดี๋ยวฉันจะแสดงภาพวาดของแฮร์ริสันให้ดู”
สมาชิกสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกบางส่วนที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ต่างเปล่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี
“ดาบซ่อนแขน เยี่ยมมาก!”
“ดาบซ่อนแขน ฉันรักเธอ!”
“เจ๋งมาก ดาบซ่อนแขน!”
“…”
ฟรังก้าเอียงศีรษะด้วยความขบขัน
เธอถูกอารมณ์ของคนเหล่านี้เข้าครอบงำ ทำให้ความกังวลและความหวาดกลัวในใจจางหายไปหลายส่วน
หญิงสาวทราบดีว่า สมาชิกสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าไม่หวาดกลัวผลการสืบสวนที่ยังไม่รู้ ไม่ได้หวาดกลัวความจริงที่อาจทำลายความหวังทั้งหมด เพียงแต่พวกเขารอคอยมานานเกินไป โหยหามานานเกินไป ความหวังเพียงน้อยนิดก็ทำให้พวกเขาลืมความทุกข์ระทม ลืมความโศกเศร้าไปชั่วขณะ ปลดปล่อยอารมณ์แห่งความตื่นเต้นระคนยินดีออกมา
ฟรังก้าสูดหายใจเข้าทันที หยิบภาพวาดของแฮร์ริสันออกมา แล้วติดมันไว้บนพนักของบัลลังก์หิน
“ทุกคนผลัดกันมาดูนะ!” ฟรังก้าตะโกนบอก พลางถอยออกมาจากบัลลังก์หินกระดำกระด่าง
“เธอเชื่อจริงหรือว่านั่นคือจุดบรรจบของสองโลก?” แกนดาล์ฟขวางทางฟรังก้าไว้ ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ฟรังก้ายิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“เป็นแค่การคาดเดา ยังเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น”
แกนดาล์ฟพยักหน้าด้วยความพอใจ
“ไม่มีปัญหา ตั้งสมมติฐานอย่างกล้าหาญ แต่พิสูจน์อย่างระมัดระวัง”
“ค…คุณคิดว่าเกาะแห่งการคืนชีพกับโลกของพวกเรา มีความสัมพันธ์กันแบบใด?” ฟรังก้าถามแกนดาล์ฟด้วยความรู้สึกกึ่งคาดหวังกึ่งกังวล
แกนดาล์ฟหัวเราะในลำคอ
“ตอนนี้ผมยังไม่มีข้อสรุป ต้องการข้อมูลมากกว่านี้เพื่อการศึกษาวิจัย”
ฟรังก้ามองซ้ายมองขวา แล้วลดเสียงลง
เธอแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการมีอยู่ของ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ และ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ ให้ประธานชมรมแกนดาล์ฟทราบอย่างคร่าวๆ
ก่อนเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ เธอกับลูเมี่ยนได้ตัดสินใจที่จะบอกข้อมูลในแง่นี้แก่แกนดาล์ฟ รวมถึงสมาชิกสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกที่เคยร่วมงานกันในโลกความจริง โดยก่อนหน้านี้เคยปรึกษาเพียงแค่มาดามเฮล่าคนเดียว
แกนดาล์ฟตั้งใจฟังจนจบ แล้วลงความเห็นว่า
“ความสัมพันธ์ระหว่างสองโลก อาจจะแน่นแฟ้นกว่าที่พวกเราคาดคิดไว้”
“การข้ามมิติอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดก่อนกำหนด”
ก่อนที่ ‘ดาบซ่อนแขน’ ฟรังก้าจะได้ตอบ ประธานสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกก็พูดด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
“เรื่องราวและร่องรอยมากมายถึงเพียงนี้ พวกเรากลับไม่เคยเจอเลย แต่พวกคุณกลับเจอได้บ่อยๆ”
คงต้องขอบคุณพระผู้สร้างแท้จริงสินะ…ฟรังก้าอดกลั้นคำพูดประชดประชันไว้อย่างยากลำบาก
หลังจากลาจากแกนดาล์ฟผู้มีร่างกายราวคนยักษ์ เธอก็ถูก 007 ร่างสูงใหญ่ขวางทางอีก
“พวกเรายังไม่พบคนที่น่าจะเป็นแฮร์ริสัน” 007 รายงานผลการ ‘ตามหาบุคคล’ อย่างรวบรัด
“เขาคงไม่ได้อยู่ในทรีอาร์แล้ว” ฟรังก้าเลิกบ่นถึงประสิทธิภาพอันต่ำต้อยของพวกผู้ชำระ
เธอมองไปที่ 007 ผู้สวมหน้ากากหัวสิงโต แล้วถามอย่างรอบคอบรัดกุม
“คุณอยากกลับไปยังโลกเดิมไหม?”
007 เงียบไปสองสามอึดใจก่อนตอบ
“แน่นอน แต่ผมกลัวว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้ว”
“แม้ว่าที่ช่วงเวลาที่โรซายล์มหาราชข้ามมิติมา จะไม่ต่างจากพวกเรามากนัก ถ้าพวกเรากลับไปตอนนี้ ก็น่าจะพลาดชีวิตไปแค่ไม่กี่วัน แต่ในเมื่อไม่เคยมีใครกลับไป จึงไม่มีใครให้ข้อสรุปที่แน่ชัดได้ บางทีการมากับการกลับ อาจเป็นกฎเกณฑ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง”
ฟรังก้าก็พลอยเงียบไปด้วย
007 มองไปยัง ‘แกนดาล์ฟ’ ที่นั่งอยู่บนขั้นบันไดพลางจดๆ เขียนๆ บางสิ่งลงสมุดบันทึก แล้วเอ่ยถามฟรังก้า
“คุณคุยอะไรกับท่านประธานมาหรือ? ผมรู้สึกว่าเขาดูตื่นเต้นไปหน่อย”
ฟรังก้าเก็บอารมณ์ แล้วแบ่งปันเรื่องที่เธอเล่าให้ ‘แกนดาล์ฟ’ ฟังกับ 007 ด้วย
007 อ็องกูแลม ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วกัดฟันพูด
“ทำไมคุณถึงไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้?”
“ยังมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกอีกบ้าง?”
“ก็กลัวว่าคุณจะเป็น 007 ตัวจริงไงล่ะ” ฟรังก้าพูดติดตลก แต่แล้วก็ถูกสายตาของ 007 สกัดกลับมา จึงได้แต่ยิ้มแหยๆ ตอบไปว่า “บางครั้ง ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบอก แต่มันยังไม่เหมาะที่จะบอก หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะบอก”
ฉันไม่ใช่ลูเมี่ยนสักหน่อย ที่ชอบบีบยาสีฟันทีละนิด ถ้าตรงไหนเล่าได้ ฉันก็จะเล่าให้ฟังอยู่แล้ว…ฟรังก้าเสริมในใจ
007 รู้ว่า ‘ดาบซ่อนแขน’ คงจะสังกัดองค์กรลับบางกลุ่ม ย่อมเข้าใจความลำบากใจของเธอดี จึงสูดหายใจลึกสองครั้ง แล้วสงบจิตใจลง
เขาพูดเปรยๆ กับตัวเอง
“ลำพังพวกคุณยังค้นพบร่องรอยของโลกอื่นได้มากมายในทรีอาร์ใต้ดิน ผมไม่เชื่อหรอกว่าสองศาสนจักรใหญ่ที่ปกครองกรุงทรีอาร์มาพันกว่าปี จะไม่มีการค้นพบอะไรเลย”
“หากผมได้เป็นครึ่งเทพเมื่อใด เป็นสังฆานุกรระดับสูงเมื่อใด คงจะได้เปิดอ่านเอกสารส่วนนั้นแล้วสินะ?”
“อื้อๆ” ฟรังก้าพยักหน้ารับหลายครั้ง
ณ จุดรวมตัวของกลุ่มวิทยาลัย ‘ศาสตราจารย์’ ‘รองศาสตราจารย์’ ‘ครูใหญ่’ ‘ไอโซโทป’ และคนอื่นๆ ต่างได้ดูภาพวาดของแฮร์ริสันที่ฟรังก้าติดไว้บนเก้าอี้หิน แล้วกำลังถกเถียงในประเด็นดังกล่าวอย่างเอาจริงเอาจัง
สุภาพสตรีที่ใช้สีน้ำมันล้างออกได้วาดตารางธาตุบนใบหน้า เอ่ยถามคนรอบข้าง
“ถ้าพวกเราค้นพบวิธีและช่องทางกลับโลกเดิมจริงๆ พวกคุณจะกลับไหม?”
‘ศาสตราจารย์’ และ ‘รองศาสตราจารย์’ สบตากันแล้วพูดว่า
“ถ้าพาลูกๆ ของเราไปด้วยได้ โดยไม่ต้องสละทิ้งใครสักคน พวกเราก็หวังว่าจะได้กลับไป”
‘ครูใหญ่’ ที่สงสัยว่าจะเป็นผีดูดเลือดยิ้มเปรย
“ถ้าเก็บพลังวิเศษเอาไว้ได้ ฉันก็เต็มใจกลับเหมือนกัน”
‘ไอโซโทป’ ที่มีหัวปลอมตั้งอยู่บนไหล่ทั้งสองข้าง ทั้งยังสวมหน้ากากคนปลอม หัวเราะฮ่าๆ แล้วกล่าว
“ผมไม่มีบุคคลหรือเรื่องราวให้ห่วงหาอาลัยหรอก แต่ชีวิตสมัยใหม่ไม่อาจทดแทนความรู้สึกประสบความสำเร็จที่ผมได้รับจากโลกนี้ ดังนั้น ผมไม่อยากกลับไป”
“มักเกิ้ล แล้วคุณล่ะ?” ‘ตารางธาตุ’ ถามลูเมี่ยนที่เงียบฟังมาตลอด
ลูเมี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแบบโอลัวร์
“มันคือสิ่งที่ฉันเฝ้ารอในทุกคืนวัน”
“แต่ฉันก็อยากพาคนใกล้ชิดกลับไปด้วย”
หลังจากพูดคุยกันอยู่นาน หัวข้อเรื่อง ‘การกลับบ้าน’ และ ‘เกาะแห่งการคืนชีพ’ ก็หมดความร้อนแรงไป เมื่อทุกคนเงียบลงพร้อมกัน ลูเมี่ยนเชิดคางที่โค้งเว้างดงามขึ้น มองไปรอบๆ แล้วเอ่ยปาก
“มีใครรู้จักคนของ ‘นิกายมอสส์’ บ้าง?”
ทันใดนั้นเอง สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ ต่างมองมายัง ‘มักเกิ้ล’ โดยจับจ้องริมฝีปากสีแดงระเรื่อ จับจ้องผิวขาวบริสุทธิ์ที่โผล่พ้นหมวกฮู้ดออกมา
“ทำไมจู่ๆ ถึงถามแบบนี้ล่ะ?” ‘ศาสตราจารย์’ ที่ผูกโบผีเสื้อถามด้วยความสงสัย
กลุ่ม ‘วิทยาลัย’ มี ‘จอมเวท’ อยู่มาก พวกเขาเคยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ ‘นิกายมอสส์’ กัน เธอจึงไม่แปลกใจที่ ‘มักเกิ้ล’ จะรู้จักองค์กรลับนี้
ลูเมี่ยนยิ้มพลางตอบ
“ฉันอยากส่งข่าวถึง ‘นิกายมอสส์’ โดยแจ้งว่าพวกเขามีคนทรยศอยู่ภายใน”
“คนทรยศ?” ‘ไอโซโทป’ และพรรคพวกต่างฟังอย่างงุนงง
ลูเมี่ยนไม่ตอบ แต่ย้อนถาม
“พวกคุณเคยได้ยินเรื่อง ‘คนในกระจก’ ไหม?”
ตามคำกล่าวล่าสุดของมาดามเฮล่า สมาชิกของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ที่สามารถเข้าสู่ ‘อาณาจักรราตรี’ โดยอาศัยคาถา อย่างมากก็แค่มีปัญหาทางความคิด มีมลทินซ่อนอยู่ในร่างกาย ไม่ถึงขั้นที่รูปแบบของชีวิตเปลี่ยนไปแล้วยังไม่ถูกค้นพบ ดังนั้นจึงสามารถคัดทิ้งความเป็นไปได้ที่จะมี ‘คนในกระจก’ แฝงตัวอยู่ได้
“เคยได้ยิน” ‘ศาสตราจารย์’ ที่สวมหน้ากากดำครึ่งหน้า ผงกศีรษะรับอย่างหนักแน่น “เคยมีเหตุการณ์ที่ตัวจริงถูกแทนที่ด้วย ‘คนในกระจก’ ของตัวเองเกิดขึ้นบ้าง แต่ยังไม่มีใครทราบเหตุผลที่ ‘คนในกระจก’ เกิดขึ้นมา…หรืออาจจะมีก็ได้ แต่ผู้วิเศษทางการถือครองข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้”
รู้เรื่องโลกแห่งศาสตร์เร้นลับไม่น้อยทีเดียว…ริมฝีปากของลูเมี่ยนเผยรอยยิ้มเป็นเส้นโค้ง
“ฉันรู้จัก ‘คนในกระจก’ คนหนึ่ง ชื่อกริฟฟิธ เขาแทนที่ตัวจริงไปแล้ว ซึ่งตัวจริงของเขาคือสมาชิกของ ‘นิกายมอสส์’ แน่นอนว่า กริฟฟิธคงไม่ใช่ชื่อที่เขาใช้ใน ‘นิกายมอสส์’”
สมาชิกกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ ยังคงเงียบ เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ
ลูเมี่ยนก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ
‘ศาสตราจารย์’ มองเธอครู่หนึ่ง แล้วถามอย่างรอบคอบ
“มักเกิ้ล เธอยังอยู่ในทรีอาร์หรือเปล่า?”
“อยู่” ลูเมี่ยนตอบพร้อมรอยยิ้ม
‘ศาสตราจารย์’ มองไปรอบๆ แล้วเอ่ยต่อ
“พอดีว่าในอนาคตอันใกล้ ทางเรามีแผนจะจัดงานชุมนุมสมาชิกทรีอาร์ในโลกจริง เธอจะมาร่วมไหม?”
“เน้นพวกเราจากกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ เป็นหลักน่ะ”
ดวงตาของลูเมี่ยนกระตุกเล็กน้อย พลางยกมุมปากขึ้นพูดว่า
“ไปได้”
……………………………………………………..