ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 756 กลุ่ม ‘ฟาร์ม’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 756 กลุ่ม ‘ฟาร์ม’
ตอนที่ 756 กลุ่ม ‘ฟาร์ม’
หลังจากตกลงกันว่าจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับเวลา สถานที่ รหัสลับ และวิธีการนัดพบในโลกจริงผ่านผู้ส่งสารของมาดามเฮล่า ลูเมี่ยนก็เงียบฟังการสนทนาของสมาชิกกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ พร้อมร่วมแสดงความเห็นเป็นครั้งคราว
ด้วยความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับในมือ เขาไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัว เพื่อปกปิดความไม่รู้ของตัวเองอีกต่อไป
ผ่านไปไม่นาน ลูเมี่ยนเอ่ยถามขึ้นว่า มีสูตรโอสถของนักบวชเก็บเกี่ยว กับวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องบ้างหรือไม่ แต่ได้รับคำตอบในเชิงลบ
เด็กหนุ่มจึงเดินไปหากลุ่มอื่นๆ ใกล้กับประตูใหญ่ของพระราชวัง
กลุ่มดังกล่าวมีชื่อว่า ‘ฟาร์ม’ เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิกสมาคมที่ชอบการเพาะปลูกและการสะสม ลูเมี่ยนเคยแวะไปร่วมฟังครั้งหนึ่ง พบว่าเนื้อหาที่พวกเขาคุยกันในชีวิตประจำวันคือ ‘ฉันซื้อที่ดินเพิ่มอีกกี่ไร่’ ‘ฉันวางแผนจะเก็บเงินทำฟาร์มปศุสัตว์’ ‘สวนป่าของฉันได้ผลผลิตดี’ ‘ปุ๋ยหมักได้ผลดีทีเดียว’ ‘ศาสนจักรพระแม่ธรณีมีเมล็ดข้าวสาลีพันธุ์ปรับปรุง ซึ่งเหมาะจะปลูกในพื้นที่ขาดแคลนน้ำแล้ว’ ‘เงินเก็บของฉันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว’ ‘การได้ทำงาน ทำให้ฉันมีความสุขมาก’…
หลังจากนั้น ลูเมี่ยนก็ไม่เคยไปร่วมฟังอีกเลย
พอเข้าใกล้สมาชิกกลุ่ม ‘ฟาร์ม’ ลูเมี่ยนก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคยจากการทำงานกับดิน ปุ๋ย หญ้าเขียว ธัญพืช และปศุสัตว์มาเป็นเวลานาน
มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ราวกับได้กลับไปยังหมู่บ้านกอร์ตู กลับไปอยู่ข้างกายพี่สาว
ลูเมี่ยนผู้มีประสบการณ์มากพอตัวแล้ว พลันรู้สึกระแวดระวังขึ้นมาทันที
“นี่มัน…ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันชวนให้เรานึกถึงชีวิตในหมู่บ้านกอร์ตู แต่อีกส่วนหนึ่งคือ การทำไร่ไถนา การปล่อยแกะ และการเก็บเกี่ยว ทำให้สายเลือดโอมีเบล่าในตัวเราตอบสนอง จนเกิดเป็นความใกล้ชิดสนิทสนม? สมแล้วที่เคยเป็นเทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยว สมแล้วที่เป็นบุตรแห่งเทพขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่…” ลูเมี่ยนเข้าใจสาเหตุอย่างรวดเร็ว
เขาพบว่า แม้การกินเศษสายสะดือของโอมีเบล่า จะไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในด้านพลังและความสามารถ แต่นอกจากจะดึงดูดการจับตามองขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่แล้ว มันก็ไม่ได้ไร้ผลเสียทีเดียว เพราะสิ่งมีชีวิตที่ถูกองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่สร้างขึ้น หรือได้รับพรจากพระองค์ จะสามารถรับรู้ถึงสายเลือดของบุตรแห่งเทพได้
สายเลือดเพียงน้อยนิดของโอมีเบล่าได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของเขาที่มีต่อสิ่งต่างๆ ในระดับหนึ่ง ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อจิตใจของเขา
ขณะที่ลูเมี่ยนฟังการสนทนาของสมาชิกกลุ่ม ‘ฟาร์ม’ ก็พลางตั้งใจสังเกตท่าทีของแต่ละคน
แม้จะมีเพียงสิ่งมีชีวิตปัญญาต่ำบางชนิดเท่านั้น ที่จะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นบุตรแห่งเทพ แต่คนที่เคยได้รับพรจากองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ หรือผู้ที่ถูกพระองค์สร้างขึ้นมา ก็สามารถรับรู้ถึงสายเลือดโอมีเบล่าในตัวเขาได้เช่นกัน เพียงแต่จะไม่เข้าใจผิดในตัวตนของเขา
สิ่งนี้ช่วยให้ลูเมี่ยนสามารถระบุได้ว่า สมาชิกกลุ่ม ‘ฟาร์ม’ คนใดแอบนับถือองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่อยู่หรือไม่ ผ่านปฏิกิริยาผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
หลังผ่านไปสองสามนาที ลูเมี่ยนก็ยืนยันเบื้องต้นได้ว่า สมาชิกสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกในละแวกนี้ไม่มีปัญหาใด
เขาจึงเลียนแบบน้ำเสียงทุ้มต่ำของโอลัวร์ มองไปรอบๆ แล้วเอ่ยปาก
“ใครมีสูตรโอสถของนักบวชเก็บเกี่ยว หรือวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องบ้าง?”
“ถ้าไม่อยากเปิดเผยสูตร ก็ขายโอสถของนักบวชเก็บเกี่ยวที่ปรุงสำเร็จแล้วให้ฉันก็ได้”
“มักเกิ้ล ผมจำได้ว่าคุณเป็นจอมเวทไม่ใช่หรือ?” สมาชิกกลุ่ม ‘ฟาร์ม’ ที่มีชื่อว่า ‘นักผสมพันธุ์’ ถามด้วยความสงสัย
เขามีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ มีบุคลิกหยาบกร้าน ป่าเถื่อน สวมหน้ากากหนังสัตว์ซึ่งมอบความรู้สึกเหมือนชนเผ่าดั้งเดิม
“พอดีว่าเพื่อนคนหนึ่งของฉันต้องการมัน” ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ “และฉันก็อยากจะช่วยเหลือเขา พร้อมกับทำกำไรไปด้วย”
‘นักผสมพันธุ์’ ถามต่อ
“คุณคงจะทราบดีอยู่แล้ว โอสถที่ปรุงเสร็จแล้วต้องดื่มภายในเวลาอันสั้น ไม่อย่างนั้นจะถูกภาชนะดูดซับ จนกลายเป็นสมบัติปิดผนึกที่มีผลข้างเคียงรุนแรงยิ่ง ซึ่งวิธีการซื้อขายของพวกเรา ก็ต้องกระทำผ่านผู้ส่งสารของมาดามเฮล่า และมันต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้น พอรับไปแล้วก็ต้องรีบดื่มทันที”
“ทางคุณโอเคไหมล่ะ?”
ผู้ส่งสารของมาดามเฮล่านี่ช่างยุ่งจริงๆ…ลูเมี่ยนคิดในใจอย่างขบขัน ก่อนเอ่ยตอบไปว่า
“ไม่มีปัญหา”
จากการสอบถามและสังเกต เขามั่นใจว่าโอสถแพทย์ของลูกาโนถูกย่อยสมบูรณ์แล้ว
อีกฝ่ายเป็นถึงแพทย์ที่เคยรักษาเทวทูตและเทวทูตเทียมเชียวนะ!
หลังจากลุดวิกถูกโลกิทำร้ายจนเละเทะ ลูกาโนคือคนที่รักษาบาดแผลให้ ตัวลูเมี่ยนเองก็เคยได้รับการรักษาจากลูกาโนหลายครั้ง
‘นักผสมพันธุ์’ คิดสักครู่แล้วเอ่ยต่อ
“สองหมื่นทองลิโซสำหรับโอสถนักบวชเก็บเกี่ยวที่ปรุงแล้ว”
“ราคานี้แพงกว่าการแยกซื้อวัตถุดิบทำโอสถนักบวชเก็บเกี่ยว แต่ก็ต้องให้เกียรติทรัพย์สินทางปัญญาด้วย ปกติผมควรขาย 3 ถึง 3.5 หมื่นทองลิโซ แต่เพราะเราเป็นคนของสมาคมเดียวกัน”
ประมาณสี่หมื่นเฟลคิน ก็พอไหว…ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ไม่มีปัญหา”
เขามีธนบัตรและเหรียญทองลิโซติดตัวอยู่หนึ่งหมื่นเก้าพัน จึงจ่ายเงินมัดจำหนึ่งหมื่นไปเลย โดยตกลงว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อได้รับโอสถ
พวกเขาจึงเรียก 007 จากกลุ่ม ‘อาราม’ มาเป็นพยานรับรอง
“ยินดีที่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน” ‘นักผสมพันธุ์’ เก็บเงินมัดจำแล้วยิ้มให้ ‘มักเกิ้ล’
เขาหันไปพูดกับสมาชิกคนอื่นๆ ของกลุ่ม ‘ฟาร์ม’ ว่า
“มีเงินทำการทดลองแล้ว!”
“ช่วงนี้ผมกำลังศึกษาเห็ดที่แฟรงค์·ลี ดรูอิดในตำนานสร้างขึ้นมา เพราะมองว่าแนวคิดของเขาน่าสนใจและน่าติดตามมาก”
“ในเมื่อโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตวิเศษมากมาย อา…รวมถึงผู้วิเศษด้วย ทำไมเราจะไม่สามารถนำเลือด เนื้อ นม ของสิ่งมีชีวิตวิเศษมาผสมกับพืชธรรมดาได้ล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นการผสมข้ามพันธุ์ หรือการดัดแปลงพันธุกรรม ด้วยการช่วยเหลือของพลังแห่งศาสตร์เร้นลับ ก็สามารถทำได้ค่อนข้างง่าย แล้วผ่านการขยายพันธุ์หลายรุ่นเพื่อให้คุณสมบัติคงที่ ด้วยวิธีนี้เราก็จะได้พืชที่ไม่มีตะกอนพลังแต่มีฤทธิ์เดชวิเศษบางประการ…”
ลูเมี่ยนฟังไปฟังมา จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างน่าประหลาด
แม้แต่ตอนที่เขาร่วมอภิปรายเรื่องความตายกับกลุ่ม ‘อเวจี’ ก็ยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย!
เด็กหนุ่มได้ยินชื่อแฟรงค์·ลีครั้งแรกที่หมู่บ้านกอร์ตูในความฝัน ตอนที่ไรอันผู้วิเศษทางการเล่าว่า ในทะเลมีคำกล่าวว่า ‘ขอเจอนายพลโจรสลัดหรือแม้แต่ราชา ดีกว่าเจอชายที่ชื่อแฟรงค์·ลี”
หลังจากนั้น เมื่อลูเมี่ยนออกทะเล กลับไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าใดๆ เกี่ยวกับแฟรงค์·ลีเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไรอันในฝันพูดเกินจริง หรือว่าคนที่รู้เรื่องของแฟรงค์·ลี ไม่กล้าหรือไม่อยากพูดถึงอีก
ณ กลุ่ม ‘อาราม’
ฟรังก้าเหลือบมองสมาชิกผู้มีฉายา ‘บางคน’ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“ก่อนหน้านี้คุณกำลังหาตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’ ลำดับ 5 จากเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ ไม่ใช่หรือ? ปัจจุบันยังต้องการอยู่ไหม? เพื่อนของฉันเพิ่งได้มาหนึ่งก้อน”
“ถ้าคุณไม่เอา ฉันจะไปหา ‘ช่างฝีมือ’ แล้วนำเอาตะกอนพลังนั่นไปทำสมบัติวิเศษ”
‘บางคน’ ที่สวมหน้ากากดำครึ่งหน้าแบบมีผ้าคาดตา มองสำรวจฟรังก้าตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ดูท่าเพื่อนที่ว่าคงไม่ใช่ตัวเธอเอง”
“ฉันไม่ต้องการแล้ว แต่ก็ไม่รังเกียจที่จะเอาอีกก้อน”
“ราคาตายตัว 5,000 ทองปอนด์”
ประมาณ 120,000 เฟลคิน…ฟรังก้าหัวเราะในลำคอ
“200,000 เฟลคิน ขาดไม่ได้แม้แต่เหรียญเดียว”
‘บางคน’ คิดคำนวณครู่หนึ่งแล้วพูด
“มากสุด 150,000 เฟลคิน ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน”
ฟรังก้าคิดอยู่สองสามวินาทีแล้วจึงเอ่ย
“คุณแบ่งจ่ายสองงวดได้ งวดแรกจ่ายตอนนี้ 120,000 เฟลคิน งวดที่สองจ่ายภายในสามเดือนหลังจากได้รับตะกอนพลัง 60,000 เฟลคิน โดยใช้การรับรองของ 007 เพื่อรับประกันผลผูกมัดของสัญญา”
‘บางคน’ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มถามกลับ
“คุณไม่กลัวว่าฉันจะเบี้ยวหลังได้ตะกอนพลังหรือ?”
“‘การรับรอง’ ของ ‘ผู้รับรอง’ ใช่ว่าจะหาทางหลีกเลี่ยงไม่ได้สักหน่อย คุณอย่าลืมสิ ผมเคยเป็น ‘นักต้มตุ๋น’ คนดังมาก่อน”
ฟรังก้าหัวเราะ
“เทียบกับ ‘กวีเร่ร่อน’ คุณเก่งกว่าไหม?”
‘บางคน’ เงียบไปทันที
“กวีเร่ร่อนถูกฉันกับพรรคพวกจัดการไปแล้ว เว้นแต่ว่าคุณจะยอมสละ ‘แพลตฟอร์มการค้า’ ที่ใช้งานได้ดีแบบนี้เพื่อเงิน 60,000 เฟลคิน หากไม่แล้ว ฉันก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าคุณจะเบี้ยว ตะกอนพลังของคุณก็มีค่าไม่เบาเหมือนกันนะ” ฟรังก้าที่เคยผ่านชีวิตในแก๊งอันธพาลมา พูดคำขู่หน้านิ่ง ราวกับกำลังคุยว่าคืนนี้จะกินอะไรเป็นมื้อเย็น
“อีกไม่นาน ผมจะเก่งกว่าเขาแน่” ผ่านไปสองสามวินาที ‘บางคน’ ตอบสั้นๆ “ตกลง!”
“ไม่รีบนะ” ฟรังก้ายิ้ม “แต่เงินงวดสุดท้ายต้องจ่ายเป็นทองคำ”
…………
ตลอดหลายวันต่อมา ลูเมี่ยนแทบไม่มีธุระปะปัง จึงเดินวนเวียนไปทั่วทรีอาร์ สืบหาร่องรอยของ ‘คนในกระจก’ หลายคนตามข่าวที่ ‘007’ ให้มา เพื่อตามหาแฮร์ริสัน
อันที่จริง เด็กหนุ่มควรไปรับรางวัลจากมิสเตอร์ K แต่ในใจยังรู้สึกขัดเคืองอยู่บ้าง จึงยังคงผัดวันประกันพรุ่งอยู่เรื่อยๆ
ส่วนฟรังก้าได้ทำการค้ากับ ‘บางคน’ จากกลุ่ม ‘อาราม’ เสร็จสิ้น ได้รับเงินดาวน์ 5,000 ทองปอนด์ เป็นธนบัตรและเหรียญทองคำ
ในขณะเดียวกัน เธอก็ให้ธนบัตรมูลค่า 15,000 เฟลคินแก่จินนา โดยตกลงว่าเงินงวดสุดท้ายจาก ‘บางคน’ ซึ่งก็คือทองคำมูลค่า 60,000 เฟลคินจะเป็นของเธอทั้งหมด
จินนาสูญเสียตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’ แต่ก็ได้ชำระหนี้ 45,000 เฟลคินที่ติดค้างฟรังก้า ตอนนี้เธอมีเงิน 16,000 เฟลคิน บวกกับทองปอนด์โลเอ็นมูลค่า 120,000 เฟลคิน
เธอไม่เคยมีฐานะร่ำรวยขนาดนี้มาก่อน
เธอรู้มาตลอดว่าสูตรโอสถและตะกอนพลังนั้นมีมูลค่าสูง ทั้งยังรู้ช่วงราคาของมันคร่าวๆ แต่เธอไม่เคยจ่ายเงินก้อนซื้อครั้งเดียวหมด และไม่เคยขายออกไปเลยสักก้อน ตอนนี้จึงเพิ่งจะได้เข้าใจความรู้สึกของ ‘นักล่าโจรสลัด’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์ขณะทำเงิน
เย็นวันเดียวกัน ลูเมี่ยนเพิ่งกลับมายังอพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่ โดยเตรียมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรวบรวมความกล้าไปหามิสเตอร์ K
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มพลันเห็นแสงจากโคมผนังในห้อง ถูกย้อมสีเป็นเขียวหม่นปนๆ ขาวซีด
สีต่างๆ ผสมผสานเข้าด้วยกัน จนดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
จากนั้น ลูเมี่ยนก็เห็นผู้ส่งสารของตน ‘ผู้สำนึกบาป’ ร่างมัมมี่ในชุดคลุมยาวสีดำของนักบวช เดินออกมาจากความว่างเปล่า
เกือบจะพร้อมกันนั้น ผู้ส่งสารของ ‘เฮล่า’ หัวกะโหลกที่ดูราวกับหล่อขึ้นจากเงินบริสุทธิ์ ก็ปรากฏตัวโดยมีม่านความมืดรายล้อม
แล้วตามมาติดๆ ด้วยร่างของผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ที่ถูกวาดขึ้นอย่างกะทันหัน
ลูเมี่ยนจ้องมองด้วยสายตาไม่เชื่อ
เราได้รับจดหมายสามฉบับหรือ?
ฉบับหนึ่งน่าจะเป็นโอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ อีกฉบับน่าจะเป็นสมบัติปิดผนึกที่ทำจากตะกอนพลังของ ‘ฮิโซกะ’ แล้วอีกฉบับเล่า?
……………………………………………………..