ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 757 ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 757 ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’
ตอนที่ 757 ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’
เมื่อเห็นผู้สำนึกบาป บายินเฟล และหัวกะโหลกที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ที่สวมชุดกระโปรงสั้นสีเหลืองทอง ก็พลันล่องลอยมาอยู่ข้างกายลูเมี่ยน ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับผู้ส่งสารทั้งสองนั้น
ในความมืดรอบด้าน หัวกะโหลกเงินบริสุทธิ์วางถุงผ้าป่านที่คาบมาไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็จ้องหน้าลูเมี่ยนด้วยดวงตาที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีขาวซีด
ส่วนผู้สำนึกบาป บายินเฟล ทิ้งจดหมายที่พับไว้ลง แล้วกลับสู่โลกวิญญาณอย่างไร้เสียง หายไปจากในห้อง
ลูเมี่ยนตั้งใจว่าจะใช้โอกาสนี้พูดคุยกับผู้ส่งสารของตนเกี่ยวกับอดีต สอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เด็กหนุ่มจำต้องระงับความคิดในใจไว้ชั่วคราว แล้วหันเหความสนใจไปที่หัวกะโหลกเงินบริสุทธิ์
ลูเมี่ยนหยิบถุงผ้าป่านที่ดูคล้ายใส่หนังสือขึ้นมา แล้วหยิบกระติกเหล้าที่ทำจากอะลูมิเนียมออกมาจากข้างใน
เบื้องหลังของเด็กหนุ่ม ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ล่องลอยเข้ามา ชะเง้อมองด้วยความอยากรู้
ลูเมี่ยนหมุนเปิดฝากระติกสีเทาขาว เห็นของเหลวสีเหลืองทองข้างใน ซึ่งเต็มไปด้วยฟองสีขาว
หากไม่ใช่เพราะไม่มีกลิ่นมอลต์ เขาคงคิดว่านี่คือเบียร์หนึ่งกระติก
เด็กหนุ่มหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากถุงผ้าป่าน บนนั้นเป็นลายมือของเฮล่า เขียนด้วยภาษาฟุซัคโบราณ
“นี่คือโอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ ของจริง”
“ต้องดื่มให้หมดภายในหนึ่งชั่วโมง หากไม่แล้ว พวกคุณจะได้รับกระติกแห่งการเก็บเกี่ยวแทน”
เมื่อเห็นว่ามาดามเฮล่าช่วยพิสูจน์ยืนยัน อีกทั้งยังมีสัญญาที่ผ่านการรับรองผูกมัดอยู่ ลูเมี่ยนจึงหยิบทองลิโซที่เหลืออีก 9,000 กับธนบัตรทองลิโซ 1,000 ที่เพิ่งแลกมาเมื่อไม่กี่วันนี้ ออกมาจากกระเป๋านักเดินทางของตน
“นี่คือที่เหลือ” ลูเมี่ยนใส่ทองลิโซลงในถุงผ้าป่าน แล้วส่งให้กับหัวกะโหลกที่ดูราวกับทำจากเงินบริสุทธิ์
หัวกะโหลกเงินคาบถุงผ้าป่าน กลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดรอบด้าน แล้วจากไปในพริบตา
ลูเมี่ยนจึงหันศีรษะไปทางผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ แล้วพูดยิ้มๆ
“คุณประเมินพวกเขายังไง?”
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ แค่น ‘ฮึ’ ออกมา
“สักวันฉันต้องแข็งแกร่งกว่าพวกเขาให้ได้!”
“ฉันต้องกลายเป็นผู้ส่งสารที่เก่งที่สุด ไม่สิ เก่งเป็นอันดับสองของโลกนี้ให้ได้!”
“มีความมุ่งมั่นดีนี่” ลูเมี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงครึ่งจริงครึ่งล้อเล่น
เขาไม่แปลกใจเลยกับคำตอบของผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วถึงความพิเศษของผู้สำนึกบาป บายินเฟล และหัวกะโหลกที่ทำจากเงินบริสุทธิ์
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ พลันขว้างวัตถุมืดมน ซึ่งดูคล้ายลูกแก้วคริสตัลแต่เลือนรางกว่า มาทางลูเมี่ยน
เด็กหนุ่มรับมันไว้อย่างง่ายดาย โดยพบว่าภายในบาเรียโค้งงอที่โปร่งใสนั้น มีแหวนกระดูกสีดำมันวาวลอยอยู่ บนหน้าแหวนแกะสลักใบหน้าปีศาจที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ในดวงตาของปีศาจมีเงาพร่ามัวสองสาย
หลังจากปล่อยให้จดหมายที่พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมร่วงลงบนพื้นผิวโต๊ะเอง ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ก็ออกจากห้องของลูเมี่ยนไป
นี่สินะ สมบัติปิดผนึกที่ทำจากตะกอนพลังของฮิโซกะ…ลูเมี่ยนยังไม่มีเวลาตรวจสอบผลและอิทธิพลของสมบัติปิดผนึก จึงเก็บวัตถุทรงกลมมืดทะมึนโปร่งใส กับจดหมายที่พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมไว้ก่อน แล้วรีบเปิดจดหมายที่ผู้ส่งสารของตนนำมา
เนื้อหาในจดหมายมีข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค
“ถึง ‘เจ็ดไม้’”
“คุณยังจำคำสัญญาของตัวเองได้ไหม? ทางเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณในตอนนี้”
“หากในระยะนี้คุณไม่มีธุระสำคัญอื่นใด กรุณามาพบกับพวกเราที่พิกัดด้านล่าง เมื่อถึงเวลานั้น ผมจะบอกรายละเอียดที่เหลือให้คุณทราบ”
“…”
“จาก ‘อัศวินดาบ’”
อัศวินดาบต้องการความช่วยเหลือ…ลูเมี่ยนนึกขึ้นได้ทันที
ในเหตุการณ์พิธีบูชาทะเล เขาเคยขอความช่วยเหลือจากไพ่อาร์คาน่าเล็กผู้สังกัด ‘มาดามเฮอร์มิท’ รายนี้ โดยในช่วงเวลาดังกล่าว อีกฝ่ายไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทน เพียงแต่บอกว่าภายหลังอาจจะไปทวีปใต้ และอาจต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเด็กหนุ่มก็ตกลงรับปากไปทันที
“พอดีช่วงนี้ก็ว่างอยู่” ลูเมี่ยนเก็บจดหมายจากอัศวินดาบ หมุนปิดฝากระติกสีเทาขาว แล้วถือมันเดินออกจากห้อง
ลูกาโนกำลังเก็บจานและช้อนส้อมที่ลุดวิกกินเหลือ
“โอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ ของนายมาแล้ว” ลูเมี่ยนพูดอย่างสงบ
ลูกาโนชะงักไปทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
ผ่านไปสองสามวินาที เขาชี้มายังกระติกสีเทาขาวในมือนายจ้าง
“อันนั้นหรือ”
“ใช่ ดูน่าดื่มกว่าโอสถของเส้นทางนักล่าเยอะเลย” ลูเมี่ยนยิ้มพลางเขย่ากระติก “นายมีเวลาแค่สิบนาทีในการตัดสินใจว่า จะดื่มมันหรือไม่”
“สิบนาที?” ลูกาโนสะดุ้งตกใจ
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ไม่สิ แปดนาที”
“ถ้าภายในแปดนาทีนายยังตัดสินใจไม่ได้ ฉันจะลงไปชั้นล่างไปหาสุนัขจรจัด หรือไม่ก็จับหนูมาสักตัว แล้วป้อนโอสถขวดนี้ให้มัน”
“ไม่ต้องปรับสภาพจิตใจก่อนหรือ?” ใบหน้าของลูกาโนฉาบล้นด้วยความหวาดกลัว
ประมาทเกินไปหน่อยไหม?
นี่มันโอสถเชียวนะ!
ถ้าสภาพจิตใจไม่พร้อม ก็ต้องคลุ้มคลั่งกลายเป็นสัตว์ประหลาด หรือไม่ก็ตายคาที่แน่ๆ!
“เหลือเวลาแค่เจ็ดนาทีแล้ว” ลูเมี่ยนเตือนพร้อมรอยยิ้ม “สภาพของนายไม่มีปัญหา แค่ต้องผ่อนคลายลงหน่อย และจำไว้ว่า นายคือพี่เลี้ยงกับหมอประจำบ้านของลุดวิก”
“แค่นี้ก็ได้เลยหรือ?” ลูกาโนยังไม่กล้าเชื่อ
“หกนาที” ลูเมี่ยนบอกเวลาเสียงเย็น
“…” ลูกาโนอึ้งไปทันที
เวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ได้ยังไง!
เขากัดฟันพูด
“ตกลง”
“แต่ผมต้องไปดื่มที่ทรีอาร์ใต้ดิน”
“หืม?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ลูกาโนเร่งอธิบาย
“ผมรู้สึกว่าถ้ายืนเท้าสองข้างแตะผืนธรณี จะช่วยให้ผมควบคุมสภาพจิตใจตัวเองได้ดีขึ้นตอนดื่มโอสถ”
เส้นทาง ‘ธรณี’ สินะ…ลูเมี่ยนถือขวดเหล้าสีเทาขาว หมุนตัวเดินออกจากห้องไป
ลูกาโนเดินตามหลังเขามา ล้วงเงินก้อนหนึ่งออกมาจากตัว
“นี่เป็นเงินเก็บทั้งหมดของผม 15,000 เฟลคิน”
“คุณบอกก่อนหน้านี้ว่าจะช่วยออกส่วนที่เหลือให้”
ลูเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ รับเงิน 15,000 เฟลคินไปอย่างไม่เกรงใจ
ตอนนี้เขามีเงินรวม 86,000 เฟลคิน รวมทองคำแท่งและเหรียญทองจำนวนหนึ่งด้วย
พอออกมาถึงถนน ลูเมี่ยนก็เดินตรงไปยังทางเข้าทรีอาร์ใต้ดินใกล้ๆ โดยมีสุนัขจรจัดตัวหนึ่งเดินผ่านมา ส่งเสียงเห่าโฮ่งๆ ราวกับกำลังข่มขู่คนทั้งสองคน
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอแล้ว ‘ทดสอบ’ ลูกาโน
“นายเข้าใจที่มันพูดไหม?”
ลูกาโนที่สมองเต็มไปด้วยเรื่องโอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ ถามกลับอย่างตกตะลึง
“ท…ท่านเข้าใจหรือ?”
“ท่านมีสมบัติวิเศษของ ‘นักฝึกสัตว์’ แล้วหรือ?”
ลูเมี่ยนพูดพลางหัวเราะ
“มันบอกว่า เมื่อกี้ฉันได้ยินแกบอกว่า จะยกโอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ ให้ฉัน ทำไมถึงไม่ยอมให้สักทีล่ะ?”
“…” ลูกาโนถึงได้เข้าใจว่านายจ้างกำลังพูดเล่น
พอคิดอีกที ลูกาโนก็รู้สึกว่าตัวเองถูกนายจ้างเยาะหยัน
“เขากำลังด่าเราอ้อมๆ ว่าเป็นสุนัขจรจัด!”
“เมื่อกี้สักครู่ เราก็คิดอยู่จริงๆ ว่าทำไมเขายังไม่ให้โอสถ ‘นักบวชเก็บเกี่ยว’ มาสักที…”
พอเข้ามาในทรีอาร์ใต้ดิน ลูเมี่ยนเดินนำไปยังอุโมงค์ร้างแห่งหนึ่งอย่างคุ้นเคย แล้วโยนขวดเหล้าสีเทาขาวให้ลูกาโน
ตอนที่ลูกาโนรับขวดเหล้าอย่างลนลาน ลูเมี่ยนก็ตักเตือนเสียงเย็น
“เหลือเวลาอีกสองนาที”
ลูกาโนสูดหายใจเข้า หมุนเปิดฝา เห็นโอสถที่มีลักษณะคล้ายเบียร์อยู่ในขวด
เขาเริ่มนึกถึงตอนที่ตัวเองดูแลรักษาลุดวิก เพื่อบังคับให้จิตใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงบ้าง
ผ่านไปหลายสิบวินาที หลังจากหายใจเข้าลึกๆ สองครั้ง ลูกาโนก็ยกขวดเหล้าสีเทาขาวขึ้น ดื่มโอสถอึกๆ
ลูเมี่ยนที่บีบเปลวไฟสีขาวโชติช่วงเป็นแสงส่องสว่าง มองดูอย่างเงียบงัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของลูกาโน
เด็กหนุ่มยังไม่ลืมว่า ‘บ่าวรับใช้’ รายนี้มีความผิดปกติอยู่หลายส่วน ถึงขั้นสามารถรักษาสติในระหว่าง ‘เทศกาลฝัน’ ได้!
ใบหน้าของลูกาโนบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกลุดวิกกัดแขนขาดอีกครั้ง
ลูเมี่ยนเห็นเท้าทั้งสองข้างของเขาค่อยๆ จมลงไปในดิน ขนตามผิวหนังส่วนที่เปิดเผย ทั้งหยาบและยาวขึ้นในระดับที่มองเห็นได้ตาเปล่า ผมสีน้ำตาลก็เช่นกัน ดวงตาสีน้ำตาลเบื้องหน้าเลื่อนลอย
การเปลี่ยนแปลงหยุดลงเมื่อถึงระดับหนึ่ง สีหน้าของลูกาโนค่อยๆ ผ่อนคลายลง
ค่อนข้างราบรื่น…เขาเข้ากับเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ ได้ดีพอสมควร… ไม่แน่ใจว่า นี่จะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในตัวเขาหรือเปล่า…ลูเมี่ยนพึมพำเงียบงัน ขณะเห็นดวงตาของลูกาโนค่อยๆ กลับมามีสติสัมปชัญญะ
เด็กหนุ่มถามด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“ได้พลังวิเศษอะไรมาบ้าง?”
แม้ว่าในโลกศาสตร์เร้นลับ การถามถึงรายละเอียดพลังวิเศษของผู้อื่น จะเป็นการกระทำที่เสียมารยาท แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็น ‘บ่าวรับใช้’ ของเขา ทำไมถึงจะทำไม่ได้ล่ะ?
ลูกาโนก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไร เร่งตรวจสอบสภาพของตน ไปพลางทบทวนความรู้ศาสตร์เร้นลับที่ได้รับมา
“ความสามารถด้านการรักษาขยายขอบเขตออกไป สามารถรักษาโรคของพืชและที่นาได้แล้ว…”
“ยังสามารถเร่งการเติบโตของเมล็ดพืช ทำให้มันเติบโตหรือขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้นด้วย”
“แบ่งเป็นสองกรณี: หนึ่งคือเอาสองมือแตะลงบนผืนดิน สามารถทำให้เมล็ดพืชและพืชในรัศมีประมาณสามสิบเมตร เติบโตและขยายพันธุ์ได้เร็วกว่าปกติมาก แต่ยังไม่สามารถเร่งโตแบบก้าวกระโดดจากระยะไกลได้…จากนั้นเพียงไม่กี่วินาที พลังชีวิตของพวกมันจะระเบิดออกมา เป็นอันเสร็จสิ้นวงจรตั้งแต่การก่อกำเนิด จนถึงการกลับคืนสู่ธรรมชาติ สองคือ สัมผัสกับเมล็ดพืชหรือต้นพืชโดยตรง เพื่อเร่งโตแบบก้าวกระโดดในพริบตา”
“กรณีที่สองแสดงออกในแง่ที่ว่า ผมสามารถสร้างเถาวัลย์จำนวนมากในเวลาอันสั้น ให้มันทำหน้าที่พันรัดและควบคุมศัตรูได้”
พอได้ยินถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนถามอย่างครุ่นคิด
“การเร่งโตแบบก้าวกระโดดที่ว่า ใช้ได้กับพืชอย่างเดียว หรือใช้กับมนุษย์ได้ด้วยล่ะ?”
“ใช้กับมนุษย์ไม่ได้” ลูกาโนส่ายหน้า
ลูเมี่ยนถามต่อ
“ถ้าเจอสิ่งประหลาดที่มีสติปัญญา แต่โดยธรรมชาติแล้วเป็นพืช นายสามารถสัมผัสมันโดยตรง แล้วเร่งโตแบบก้าวกระโดดภายในไม่กี่วินาที หรือสิบกว่าวินาที จนครบวงจรหนึ่งชีวิตได้ไหม?”
“ก่อนอื่น ผมต้องสัมผัสตัวมันให้ได้ก่อน…” นัยของลูกาโนคือ ตนไม่ใช่ผู้วิเศษที่ชำนาญการต่อสู้
เขาเสริมว่า
“อีกอย่าง ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลอย่างที่ท่านคาดหวัง”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ เป็นสัญญาณให้ลูกาโนพูดต่อ
ลูกาโนจัดระเบียบความคิดใหม่แล้วเล่า
“ถ้าได้รับเมล็ดพืชกลายพันธุ์หลากหลายชนิด ความสามารถในการเร่งโต ก็สามารถใช้ในการต่อสู้ได้หลากหลายรูปแบบ”
“ผมยังสามารถควบคุมพืชและแมลงในรัศมีสามสิบเมตร ให้พวกมันคอยช่วยเหลือภายใต้ข้อจำกัดตามชนิดพันธุ์ของมัน อา…จะใช้ไม่ได้กับพวกมีสติปัญญา”
“ผมยังได้รับอาคมพิธีกรรมมาสองสามชนิด ส่วนใหญ่เป็นพวกวิงวอนขอฝน ขอฟ้าโปร่งอะไรแบบนี้”
……………………………………………………..