ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 767 โลกแห่งความตาย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 767 โลกแห่งความตาย
ตอนที่ 767 โลกแห่งความตาย
เมื่อร่างของลูเมี่ยนหายวับไปตรงหน้ากะโหลกคริสตัล กะโหลกมนุษย์ที่มีรอยแตกร้าวมากมายอยู่แล้ว ก็พลันขาดที่พึ่งพิง
มันแตกละเอียดดังสนั่น พร้อมกับเงามืดที่ทาบทับจากเบื้องบน
ทุ่งร้างที่ปกคลุมด้วยวัชพืชเริ่มแยกออกเป็นแผ่นๆ
‘โลกอีกฝั่ง’ ของออลเซโตถล่มเข้าหากะโหลกคริสตัลที่กำลังแตกร้าว ทุกสิ่ง ณ สถานที่แห่งนี้กลายเป็นผุยผงอย่างไร้สุ้มเสียง
วิญญาณคนตายมลายหายไป แสงสว่างดับมอด ความมืดมิดที่ว่างเปล่ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด แสงอ่อนๆ จุดหนึ่งก็สว่างขึ้นในความมืดสนิทนี้ เผยให้เห็นทุ่งร้างที่แห้งแล้ง หม่นหมอง ขาวซีด และเกือบจะหยุดนิ่ง
ตรงกลางทุ่งร้างคือทะเลสาบดาร์ชที่ศักดิ์สิทธิ์และสงบนิ่ง
มาดามไร้เศียรที่สวมชุดดำทะมึนและถือสี่เศียร ปรากฏกายอย่างรวดเร็วข้างทะเลสาบ เฝ้ามองผิวน้ำใสที่ไร้ริ้วคลื่นอย่างเงียบงัน
…………
เมื่อผ่านประตูทองสัมฤทธิ์มาอย่างไม่ทันตั้งตัว ลูเมี่ยนก็พบว่าตนถูกดวงตานับไม่ถ้วนจ้องมอง ร่างกายจึงยิ่งเย็นยะเยือก จนถึงกับชาไปทั้งตัว
ในเวลาเดียวกัน แขนมากมายยื่นออกมาจากที่ใดสักแห่ง คว้าเข้าที่ศีรษะ ลำคอ ลำตัว และขาทั้งสองข้างของเขา
บางมือมีผิวหนังหม่นหมอง มีฟันขาวโพลนน่าสยดสยอง บางมือมีเนื้อเน่าเปื่อยจนหลุดร่วง ตรงแผลเป็นมีหนอนที่เน่าเปื่อยไม่แพ้กัน ชอนไชอย่างเชื่องช้า บางมือไม่มีผิวหนัง บางมือเหลือเพียงร่างวิญญาณที่พร่าเลือน…
จุดร่วมของพวกมันคือ ต่างนำพาความเย็นที่สามารถทำให้ดวงวิญญาณกลายเป็นน้ำแข็งมาด้วย
เมื่อหน้ากากทองคำที่ทาด้วยสีขาวและดำบนใบหน้าลูเมี่ยน เรืองแสงอ่อนๆ อันบริสุทธิ์ผุดผ่อง แขนเหล่านั้นที่พยายามยื่นเข้ามาก็พลันหยุดชะงัก แล้วรีบหดกลับไป
เหล่าดวงตาที่จ้องเด็กหนุ่มจากในความมืด ก็หันเหไปทางอื่นเช่นกัน
ลูเมี่ยนได้สติกลับคืนมา ได้ประสาทสัมผัสกลับคืนมาอีกครั้ง
เด็กหนุ่มพบว่าเบื้องล่างมีหลุมลึกมืดมิด มองไม่เห็นก้นบึ้งและไร้ขอบเขต
โลกพร่าเลือนเหล่านี้ซ้อนทับกันอย่างไร้ระเบียบ ลูเมี่ยนมองไม่ชัดว่าข้างในมีอะไรบ้าง รู้เพียงว่าแต่ละโลกกว้างใหญ่กว่าที่ราบสูงดวงดาวเสียอีก และสายตาทั้งหมดที่เคยจ้องมองเขาล้วนมาจากก้นหลุม จากความมืดที่ดูไร้จุดจบนั่น
ลูเมี่ยนร่วงลงอย่างฉับพลัน เพียงชั่วกะพริบตาก็ตกลงไปในหนึ่งในโลกพร่าเลือนเหล่านั้น
เด็กหนุ่มยืนอยู่บนทุ่งร้างที่มีหินสีเทาขาวโผล่พ้นผิวดินอย่างน่าพิศวง รอบข้างเต็มไปด้วยซากกระดูกขาวโพลนที่กองทับถมกัน แผ่ขยายออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาในทุกทิศทาง
ในยามนี้ ซากกระดูกต่างนิ่งสนิท ราวกับหลับใหลอยู่ในห้วงเวลา
“นี่คือโลกแห่งความตายสินะ? ไม่รู้ว่าส่วนต่างๆ ของ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ จะอยู่ที่ไหนบ้าง…” ลูเมี่ยนกวาดตามอง พลางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา
ที่เขาอาสาช่วยก็เพราะพบว่า นี่คือโอกาสในการเข้าสู่โลกแห่งความตาย เด็กหนุ่มจึงใช้หน้ากากทองคำของตระกูลอายเกส ผนวกกับตราประทับของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ผลักเปิดประตูทองสัมฤทธิ์ในกะโหลกคริสตัล
ปัญหาตอนนี้คือ โลกแห่งความตายกว้างใหญ่กว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก จนไม่รู้เลยว่าควรเริ่มค้นหาจากที่ไหน
ในทำนองเดียวกัน ทารกเน่าที่ออลเซโตส่งเข้ามา ก็ไม่รู้ว่าวิ่งหนีไปที่ใด และกำลังจะทำสิ่งใด
“บางที อาจลองใช้พันธสัญญาที่เราทำไว้กับ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ ในการค้นหาได้…มันกับส่วนที่เหลือของร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกันโดยแก่นแท้ มีความเชื่อมโยงกันทางศาสตร์เร้นลับ สัญญาที่เราทำกับมัน ก็เท่ากับทำกับส่วนที่เหลือของร่างกายมันด้วยในระดับหนึ่ง…” ลูเมี่ยนคิดหาทางออกได้อย่างรวดเร็ว จึงเอ่ยด้วยเสียงแหบเย็น
“อัศวินดาบ พวกคุณก็เข้ามาด้วยหรือ?”
“ใช่” เสียงของ ‘อัศวินดาบ’ มาริคฟังดูพร่าเลือนลง
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“พวกพ้องของผมอีกคนก็เข้ามาด้วย”
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“ทำไมพวกคุณไม่ออกมาล่ะ?”
“ตอนนี้พวกคุณอยู่ในสภาพวิญญาณอาฆาต ไม่ต้องกังวลว่าจะตายเมื่ออยู่ในโลกแห่งความตายไม่ใช่หรือ?”
ในเมื่อถือว่าเป็นอันเดดแล้ว ยังจะกลัวความพิเศษของโลกแห่งความตายไปทำไมกัน?
อัศวินดาบเอ่ยตอบ
“แต่โดยแก่นแท้แล้ว พวกเรายังเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ ถ้าอยู่ในโลกแห่งความตายด้วยสภาพวิญญาณอาฆาตนานเกินไป จะไม่สามารถกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีก ต้องคงอยู่ในรูปแบบวิญญาณอาฆาตและวิญญาณมารตลอดไป”
“แต่ถ้าอาศัยร่างของคุณ พวกเราก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากโลกแห่งความตายชั่วคราว แล้วค่อยออกมาในช่วงเวลาสำคัญ”
“อย่างนี้นี่เอง…” ลูเมี่ยนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีขาวซีดหม่นหมอง “ผมก็ใส่หน้ากากของตระกูลอายเกสนี้ได้ไม่นานหรอก พวกเรามีเวลาแค่ราวๆ สามชั่วโมง”
ระหว่างที่พูด ลูเมี่ยนก็ลองกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาโดยไม่คิดจะใช้งาน หรือก็คือพลัง ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ที่ได้มาจาก ‘ท่อนแขนบวมเน่า’
ผ่านรอยประทับนี้ เด็กหนุ่มรู้สึกรางๆ ว่ามีบางสิ่งกำลังเรียกหาเขาอยู่ที่สุดขอบทุ่งร้างทางขวามือ
นั่นคือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ ที่อยู่ในโลกแห่งความตายหรือ? เมื่อลูเมี่ยนคิดมาถึงตรงนี้ ก็พลันเห็นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
อีกฝ่ายเป็นสตรีเจ้าของใบหน้าสะสวย แต่ซีดขาวผิดวิสัย ดวงตาสีครามลึกล้ำ ปราศจากความรู้สึกใดๆ ผมสีทองอ่อนถูกเกล้ามวยทรงสุภาพ บนศีรษะสวมหมวกอ่อนที่มีผ้าตาข่ายสีดำบางห้อยลงมา สวมชุดกระโปรงยาวสไตล์กอธิกสีดำที่ประณีตซับซ้อน
นี่คือครึ่งเทพฝ่ายระงับตัณหา ผู้เคยสิงร่างเราก่อนหน้านี้หรือ? ลูเมี่ยนนึกถึงร่างพร่าเลือนสองร่างที่เขาเคยเห็นผ่านน้ำแข็งใส
หนึ่งในนั้นตรงกับหญิงสาวเบื้องหน้าทุกประการ!
ครึ่งเทพฝ่ายระงับตัณหาลอยอยู่กลางอากาศ หมุนตัวเชื่องช้าหนึ่งรอบ จากนั้นชี้ไปทางหนึ่ง พลางพยักหน้าให้ลูเมี่ยน
ทิศทางที่เธอชี้คือ สุดขอบทุ่งร้างทางขวามือพอดี
“คุณหมายความว่า ทารกเน่าที่คลอดก่อนกำหนดของออลเซโต น่าจะอยู่แถวนั้นสินะครับ?” ลูเมี่ยนถามเพื่อความแน่ใจ
สุภาพสตรีสวมหมวกอ่อนสีดำพยักหน้ารับ เป็นเชิงยืนยัน
จากนั้นเธอก็หายวับไปกลางอากาศ พร้อมกับที่ลูเมี่ยนรู้สึกว่า ในร่างของเขามีความเย็นยะเยือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด
ทั้งหมดอยู่ในทิศทางเดียวกัน…แค่บังเอิญ? ไม่มีทาง…อาจไปได้ว่า มีบางสิ่งในทิศทางนั้นดึงดูดพวกมันไป…ลูเมี่ยนเอียงตัว เตรียมจะ ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังขอบสายตาในทันที
ร่างของเขาเพิ่งจะเริ่มโปร่งแสง ทันใดนั้นก็มีฝ่ามือซีดขาวจำนวนมากที่ไม่รู้รากเหง้า กดลงบนร่างและจับแขนของเขาไว้
ลูเมี่ยนสัมผัสถึงความชาทั่วร่างอีกครั้ง แม้แต่ดวงวิญญาณก็ดูเหมือนจะถูกพลังที่มองไม่เห็นฉีกกระชาก
ครานี้ แสงริบหรี่ที่แผ่ออกมาจากหน้ากากทองคำไม่ได้ผลแต่อย่างใด
ลูเมี่ยนพยายามจุดเปลวไฟสีขาวเจิดจ้า เพื่อขับไล่ทั้งความหนาวเย็น ความแข็งทื่อ และความชา แต่ทั่วร่างกลับถูกความน่าสะพรึงกลัวที่มองไม่เห็นกดทับจนตัวสั่น ไม่อาจรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก
เมื่อเด็กหนุ่มฟื้นคืนสติและความมีเหตุผล ก็พบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่โครงกระดูกสีขาวซีดโดยรอบได้ลุกขึ้นยืน ล้อมกรอบเขาไว้หลายชั้น ราวกับกำลังปกป้องเขาอยู่
ในเวลาเดียวกัน ลูเมี่ยนได้ยินเสียงของ ‘อัศวินดาบ’ มาริค
“เมื่อคุณสวมหน้ากากของตระกูลอายเกส กลายเป็นอันเดดบริสุทธิ์ คุณก็จะมีคุณสมบัติของอันเดดด้วย และหนึ่งในคุณสมบัติก็คือ การถูกข่มขวัญจากผู้อยู่ในลำดับสูงของเส้นทาง ‘มรณา’ ยากที่จะเกิดความคิดต่อต้าน ทั้งร่างกายและจิตใจยินดีที่จะยอมเป็นทาส”
“เมื่อเทียบกันแล้ว พวกเราที่เป็น ‘วิญญาณอาฆาต’ ที่ไม่ได้บริสุทธิ์ และสามารถสลับสถานะได้อย่างอิสระ จะได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก”
นี่คือเหตุผลที่เราไม่สามารถต่อต้านเมื่อครู่สินะ? ไม่รู้ว่า ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ จะสามารถหักล้างอิทธิพลแบบนี้ได้หรือไม่ ในทางทฤษฎีน่าจะได้…ลูเมี่ยนพลันเข้าใจกระจ่าง แล้วเอ่ยปากถาม
“เมื่อสักครู่พวกคุณช่วยผมไว้ใช่ไหม?”
อัศวินดาบไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ แต่เปลี่ยนไปเตือนลูเมี่ยนว่า
“จากที่เห็นตอนนี้ ในโลกแห่งความตายสามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ได้ก็จริง แต่ก็ไม่ควร ‘เทเลพอร์ต’ เพราะดูเหมือนจะถูกมองว่าเป็นการลบหลู่ ‘เทพมรณา’ และจะนำมาซึ่งการลงทัณฑ์จากโลกแห่งความตาย”
ตามความรู้ศาสตร์เร้นลับที่มาดามเมจิกเชี่ยนเคยกล่าวไว้ โลกแห่งความตายมาจากโลกวิญญาณ การ ‘เทเลพอร์ต’ ได้จึงเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ ‘เทเลพอร์ต’ ถูกมองว่าเป็นการลบหลู่ ‘เทพมรณา’ นั้นมันออกจะ…ไม่เข้มงวดในลำดับชั้นเกินไปหน่อยหรือ? แต่มันก็สอดคล้องกับการที่ลำดับสูงของเส้นทาง ‘เทพมรณา’ กดข่มผู้อยู่ในลำดับต่ำ…ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบรรจงค้อมหลังลง
หอกเพลิงสีขาวโชติช่วงพุ่งทะยานออกไปในทันที ส่องสว่างท้องฟ้าสีซีดหม่น พุ่งตรงไปยังสุดขอบทุ่งร้าง
ขณะที่เส้นแสงสีขาวอมแดงค่อยๆ จางหายไป ลูเมี่ยนในร่างหอกเพลิงก็พุ่งทะยานต่อเนื่อง เร่งความเร็วสูงสุดที่ทำได้เพื่อไล่ตามเส้นแสงไป
ระหว่างนั้น เด็กหนุ่มสังเกตเห็นว่าทุ่งร้างมีมุมลาดลง จุดหมายของทั้งเขา อัศวินดาบ และครึ่งเทพฝ่ายระงับตัณหา ปรากฏอยู่ที่ก้นของ ‘ลาดเขา’ นั่น
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงเพลิงสีขาวจ้ากระจายออกไปรอบทิศ ร่างของลูเมี่ยนในเสื้อแจ็กเกตหนาร่อนลงสู่พื้น
เบื้องหน้าเด็กหนุ่มคือสายน้ำสีดำมืด ซึ่งเลือนรางกว้างใหญ่จนมองไม่เห็นอีกฝั่ง
สายน้ำไหลมาจากขอบฟ้าและไหลไปสุดขอบฟ้า ไร้สุ้มเสียง เงียบสงัดผิดปกติ
“นี่คือแม่น้ำโลกแห่งความตายหรือ?” ลูเมี่ยนถามครึ่งเทพฝ่ายระงับตัณหาที่อยู่ในร่างของตน
บุคคลที่ตอบเขายังคงเป็น ‘อัศวินดาบ’ มาริค
“คงใช่ มันเชื่อมต่อกับทุกชั้นของโลกแห่งความตาย การข้ามมันก็เท่ากับเข้าสู่ส่วนลึกของโลกแห่งความตาย”
“ถ้าเมื่อสักครู่คุณไม่หยุด บินไปเหนือแม่น้ำ ก็จะร่วงลงไปในแม่น้ำทันที และไม่มีใครสามารถช่วยคุณขึ้นมาได้”
ยังดีที่เหตุการณ์ ‘เทเลพอร์ต’ เมื่อครู่เตือนสติเราไว้ หากเจอสภาพแวดล้อมที่อาจมีปัญหา ตรงไหนควรหยุดก็ให้รีบหยุด…ลูเมี่ยนเหลียวซ้ายแลขวา เห็นดอกโลหิตที่เหี่ยวเฉาบานเต็มทุ่งร้าง และในดอกเลือดเหล่านั้นซุกซ่อนซากศพ โครงกระดูก และร่างวิญญาณไว้นับไม่ถ้วน
“จะข้ามแม่น้ำไปได้ยังไง?” ลูเมี่ยนสัมผัสได้ว่า ร่างกายบางส่วนของ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ น่าจะอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำโลกแห่งความตาย
เมื่อเด็กหนุ่มกล่าวจบ อัศวินดาบยังไม่ทันตอบ เรือเล็กสีดำที่ดูเก่าผุพัง ได้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนสายน้ำสีดำมืดอันเลือนราง
บนเรือมีร่างที่มีเศษชิ้นส่วนห้อยระโยงระยางยืนอยู่ คอยพายเรือด้วยไม้พายยาว พาเรือแล่นมาจอดที่ริมฝั่งด้านหน้าของลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนเพ่งมองตรงไป พบว่า ‘คนพายเรือ’ เป็นศพผู้ชายที่เน่าเปื่อยเหลือเกิน ร่างกายเปลือยเปล่าหลายส่วน ดวงตาราวกับถูกควักออก เหลือแต่โพรงที่มีเส้นเลือดใหญ่พันกัน ทั้งยังมีหนองสีเหลืองไหลออกมา
“นั่งเรือลำนี้ข้ามไปเหรอ?” ลูเมี่ยนกดเสียงถามสมาชิกฝ่ายระงับตัณหาที่อยู่ในร่าง
‘อัศวินดาบ’ มาริคตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่ค่อนข้างหนักแน่น
“นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น”
“แต่คุณต้องระวัง ‘คนพายเรือ’ ให้ดี โลกแห่งความตายเคยเกิดความผิดปกติมาก่อน มันเองก็อาจมีปัญหาเช่นกัน”
……………………………………………………..