ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 777 ทรยศ
ตอนที่ 777 ทรยศ
ฟรังก้าฟังจนอึ้งไป
“แบบนี้ก็ได้หรือ?”
รีไซเคิลได้ด้วย?
มันไม่ใช่ทรัพยากรน้ำนะ!
เราย่อยสุขสมไปมากแล้วเพราะโมรัน·อาวินี…
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” ลูเมี่ยนพูดพลางยิ้ม “มันก็เหมือนกับว่า คุณอยากทำให้เป้าหมายที่แข็งแกร่งได้รับความสุขสม แต่เข้าใกล้เองไม่ได้ ก็ต้องอาศัยผมช่วย ผ่านผมเป็นตัวกลางไงล่ะ? อา…เรื่องสุขสมมันไม่จำเป็นต้องทำเป็นแบบตัวต่อตัวหรอก ไม่งั้นงานเลี้ยงรื่นเริงสตรีของบราวส์·เซารอนก็คงไร้ความหมาย ตอนนี้สิ่งที่พวกเราจะทำก็เท่ากับว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้จัดการโมรัน·อาวินีด้วย ได้ผลพลอยได้อย่างอื่นด้วย”
“นี่มัน…แต่ว่า…” ฟรังก้าจำต้องยอมรับว่า สิ่งที่ลูเมี่ยนพูดมีเหตุผลอยู่บ้าง และมีความเป็นไปได้ที่จะทำได้จริง แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นการหาช่องโหว่เกินไป เหมือนกำลังใช้ประโยชน์จากบั๊กยังไงยังงั้น
ในขณะเดียวกัน ฟรังก้าก็รำพันบ่นลูเมี่ยนในใจ
นายอ่านหนังสือใต้ดินมามากไปหรือเปล่า หรือไม่ก็ไปแอบดูงานเลี้ยงรื่นเริงมามากไป ไม่งั้นจะพูดเรื่องหนึ่งต่อหลายคนออกมาได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้ได้ยังไง…แล้วก็ ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่ต้องอาศัยนายช่วย ผ่านนายเป็นตัวกลาง ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเกี่ยวกับเรื่องสุขสม คำอธิบายแบบนี้มันฟังดูแปลกๆ ชอบกล…
ลูเมี่ยนถามกลับไปหาฟรังก้า ภายใต้สายตาของอ็องโตนีที่กำลังฟังการสนทนาอย่างเงียบงัน และจินนาที่ยังคงดูงุนงงอยู่บ้าง
“ผมขอสมมติสถานการณ์หนึ่ง: ตอนที่คุณกำลังสุขสมกับบางคน บังเอิญมีคนอีกคนเดินผ่านมา เห็นภาพเหตุการณ์นั้นเข้า จึงถูกเสน่ห์อย่างรุนแรง และได้รับความสุขสมไปเอง แบบนี้จะช่วยให้คุณย่อยโอสถสุขสมได้ไหม?”
“ได้” ฟรังก้าตอบอย่างค่อนข้างมั่นใจ
ตามประสบการณ์ของเธอ สุขสมไม่จำเป็นต้องสัมผัสโดยตรง และไม่จำเป็นต้องยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง ขอเพียงแค่เข้าเงื่อนไขพื้นฐานที่สุดคือ ‘เป้าหมายได้รับสุขสมเพราะตัวเรา’ ก็พอ ถ้ามีเพิ่มเติมว่า ‘จมดิ่งในสุขสมนั้น ทุกข์ระทมจนถอนตัวไม่ขึ้น’ ก็จะยิ่งดี
คิดไปแล้ว ฟรังก้าก็ชะงักไปชั่วขณะ
ถ้าเทียบกับโลกที่เราข้ามมา แค่ยอมสละเกียรติและศักดิ์ศรี สละความละอายและศีลธรรม การย่อยโอสถสุขสมก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายมาก หลังจากเตรียมความพร้อมเสร็จ บางทีแค่ไม่กี่วัน หรืออาจจะแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจจะบรรลุจุดประสงค์การย่อยให้หมดได้
ลูเมี่ยนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“สถานการณ์ที่ผมเพิ่งอธิบายไป กับการเอาห้วงชะตาของโมรัน·อาวินีไปแลกกับนายพลโจรสลัดคนหนึ่ง ให้เขาระเบิดความสุขสม มันมีความแตกต่างในแก่นสารตรงไหน?”
“ไม่มี…” ฟรังก้าถูกโน้มน้าวแล้ว
เธอพูดอย่างทึ่งๆ
“คุณนี่เป็นเซียนหาบั๊กจริงๆ”
“บั๊กคืออะไรหรือ?” จินนาถามอย่างสงสัย
ลูเมี่ยนเคยได้ยินคำแปลกๆ นี้จากพี่สาวโอลัวร์มาก่อนแล้ว จึงช่วยอธิบายว่า
“บั๊กก็คือช่องโหว่นั่นแหละ”
ฟรังก้าพยักหน้าจิ๊จ๊ะ
“คุณก็รู้ด้วยหรือ? บางทีฉันก็คิดว่าคุณเลือกเส้นทางข้อผิดพลาดจะดีกว่าหรือเปล่า”
“งั้นป่านนี้ผมคงเป็นอามุนด์ไปแล้ว” ลูเมี่ยนพูดพลางหัวเราะอย่างรู้จักตัวเองดี
ฟรังก้าเป็นคนมีแรงผลักดันในการลงมือทำสูง ไม่งั้นคงไม่ถึงกับดื่มโอสถแม่มด เธอถามขึ้นทันที
“พวกเราจะเลือกนายพลโจรสลัดคนไหนดี?”
“แบบนี้จะอันตรายเกินไปไหม? นายพลโจรสลัดแต่ละคนล้วนมีกองเรือของตัวเอง มีผู้วิเศษเป็นลูกน้องไม่น้อย และยังมีอิทธิพลใหญ่โตแอบแฝงอยู่เบื้องหลังด้วย”
“พวกเราแค่เชิญเขามารับสุขสม ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นกับเขาสักหน่อย จะมีอะไรต้องกังวล?” ลูเมี่ยนตอบอย่างสบายๆ “แม้แต่ถ้าควบคุมไม่อยู่ ฆ่าก็คือฆ่า พวกเรามีศัตรูน้อยนักหรือไง? พวกนายพลโจรสลัดก็ไม่ใช่คนที่เคารพกฎหมายอะไรอยู่แล้ว”
เห็นฟรังก้าจะพูดอะไรต่อ ลูเมี่ยนจึงชิงเสริมว่า
“นี่ก็เป็นการฝึกฝนทีมด้วย เชื่อผมสิ พวกเรารวมกันไม่ได้ด้อยไปกว่าทีมของนายพลโจรสลัดคนไหนหรอก หลังจากนี้ พวกเรายังจะหาโอกาสให้จินนาย่อยโอสถแม่มด ให้อ็องโตนีย่อยโอสถนักสะกดจิตได้อีกด้วย”
“อืม” ฟรังก้าพยักหน้า “งั้นพวกเรามาหาข้อมูลกันก่อน ดูว่านายพลโจรสลัดคนไหนที่ร่องรอยการเคลื่อนไหวช่วงนี้ค่อนข้างชัดเจน”
ต้องหาตัวคนให้เจอก่อน!
เมื่อตกลงเรื่องนี้แล้ว ฟรังก้าก็รู้สึกทึ่งกับการเดินทางไปโลกแห่งความตายของลูเมี่ยนอีกครั้ง
“มันจบเร็วเกินไปแล้ว คืนก่อนฉันติดต่อ ‘007’ ไม่ได้ ยังไม่ได้บอกวิธีอัญเชิญผู้ส่งสารของจินนาให้เขาเลย คิดว่าคืนนี้จะกลับไปทรีอาร์สักครั้ง จัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ ใครจะรู้ว่างานที่รับมาจะจบลงแล้ว ไม่ต้องไปทวีปใต้อีก ไม่จำเป็นต้องบอกวิธีเรียกผู้ส่งสารกับ ‘007’ อีก”
เธอคิดว่างานครั้งนี้จะใช้เวลาหลายวัน หรืออาจถึงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ แต่กลับจบลงในช่วงเช้าเพียงเท่านั้น
…………
ภายในมหาวิหารนักบุญวีฟ
อ็องกูแลมสวมเสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์สีน้ำตาล ยืนอยู่ตรงประตูห้อง มองไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบน
เมื่อวาน เขากับพรรคพวกหลายคนถูกขอให้อยู่เข้าเวรกลางคืน แต่ก็ไม่ได้รับคำอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น
อ็องกูแลมพอจะเดาได้คร่าวๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก็เป็นเขาเองที่ส่งข้อมูลบางอย่างให้เบื้องบน
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีขาวปักด้ายทอง เดินขึ้นมาตามบันไดที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยทองคำ
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีผมสีดำ ตาสีน้ำตาล บุคลิกน่าเกรงขาม มีหนวดเคราที่ตัดแต่งอย่างเรียบร้อยอยู่เหนือริมฝีปาก
อ็องกูแลมรู้จักเขา เคยมีโอกาสติดต่อกับอีกฝ่ายสองสามครั้งระหว่างจัดการกับคดีศาสตร์เร้นลับในเขตทรีอาร์
นี่คือพีค็อก สังฆานุกรระดับสูงของผู้ชำระ หนึ่งในผู้นำคนสำคัญของ ‘ศาล’
เขาไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของอ็องกูแลม เพราะรับผิดชอบพื้นที่รอบๆ กรุงทรีอาร์ หรือก็คือทุกส่วนใน ‘เขตทรีอาร์’ ยกเว้น ‘เมืองทรีอาร์’
เขาไม่ใช่ครึ่งเทพในเส้นทางสุริยัน แต่เป็นลำดับ 4 ‘เคาต์แห่งการเสื่อมถอย’ ในเส้นทางนักกฎหมาย
อ็องกูแลมเห็นพีค็อกแล้วหลบสายตา ถอยเข้าไปในห้องลึกขึ้นอีกนิด
เขาสงสัยว่าคนนี้คือสมาชิกแกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’ นอกเหนือจาก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดฉากให้สมบัติปิดผนึกมนุษย์รูปแบบ ‘1-147’ หลุดพ้นจากการควบคุมของศาสนจักร
เหตุผลที่อ็องกูแลมสงสัยนั้นง่ายมาก
สมาชิกแกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’ ที่แฝงตัวอยู่ในศาสนจักรใช้ ‘คนกลาง’ และ ‘ข้อตกลงในกล่องมืด’ เพื่อให้ ‘ผู้ชำระ’ คนอื่นปล่อย ‘1-147’ หลุดไปด้วยจุดประสงค์อื่น และเส้นทางนักกฎหมายก็คล้ายกับเส้นทางคนกลาง เชี่ยวชาญในการบิดเบือนเงื่อนไขในการซื้อขายและข้อตกลงเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน
ครึ่งเทพในเส้นทางนี้เคยพัวพันกับการค้าสีเทามาไม่รู้กี่ครั้ง จึงเป็นผู้ที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะติดต่อกับ ‘คนกลาง’ หรือถูก ‘คนกลาง’ ติดต่อ
ก่อนที่ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลจะถูกจับได้ เนื่องจากสมบัติปิดผนึก ‘1-147’ ไม่ได้อยู่ในเขตปกครองของพีค็อก และในช่วงเวลานั้น เขาก็ไม่เคยออกจากศาลของตน จึงไม่เคยอยู่ในรายชื่อต้องสงสัยของศาสนจักร แม้ว่าในฐานะสังฆานุกรระดับสูงของ ‘ผู้ชำระ’ เขาจะรู้ข้อมูลและตำแหน่งที่เก็บของสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ เกือบทั้งหมดก็ตาม
วันนี้ พีค็อกมาประชุมที่วิหารนักบุญวีฟ
เหตุผลที่เปิดเผยคือ เพื่อสกัดกั้นแผนการของ ‘คนในกระจก’ และกำจัดหนูที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเหล่านี้โดยเร็ว บรรดาครึ่งเทพในเขตทรีอาร์จำเป็นต้องพบหน้ากันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแผนการ
จนกระทั่งร่างในชุดคลุมขาวขลิบทองของพีค็อก หายลับไปตามบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบน อ็องกูแลมจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา และเริ่มระแวดระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
เพียงหนึ่งถึงสองนาทีต่อมา อ็องกูแลมรู้สึกว่าทั้งโบสถ์สั่นไหวแผ่วเบา
ความเคลื่อนไหวนี้คงอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก็หายไป แทบไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นผู้ที่คอยระวังเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ก่อนแล้ว
…………
ในห้องหนึ่งใกล้ยอดโดม อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์
พระคาร์ดินัลแห่งศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส อาร์ชบิชอปประจำกรุงทรีอาร์ เพลสซี เจ้าของเรือนผมสีทองออกขาว โหนกแก้มสูง กำลังยืนอยู่ข้างสตรีในชุดคลุมขาวผู้งดงามแต่แฝงไว้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์
นั่นคือเทวทูตผู้พิทักษ์แห่งทรีอาร์ นักบุญวีฟ!
ตรงข้ามกับพวกเขา ใกล้ประตูทางเข้า ร่างของพีค็อกบิดเบี้ยว ละลายไปเกือบครึ่ง ภายในดูเหมือนถูกเติมด้วยขี้ผึ้งขาว
สังฆานุกรระดับสูงของ ‘ผู้ชำระ’ รายนี้ หัวเราะลั่นพลางกล่าวว่า
“หึๆ…‘หัวหน้างาน’ แจ้งผมว่าเธอมีปัญหา ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ผมจึงใช้หุ่นจำลองตัวนี้เคลื่อนไหวแทนตัวเองมาตลอด!”
ร่างจริงของเขาซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด คอยสังเกตสถานการณ์ ไม่ติดต่อกับผู้ใดในศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสเลย
“นั่นสินะ…” อาร์ชบิชอปแห่งทรีอาร์ เพลสซี ถอนหายใจ
นี่เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว การที่ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลหลบหนีไปได้โดยไม่ถูกจับ ย่อมนำไปสู่เหตุการณ์เช่นนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ในช่วงที่ผ่านมา ทางศาสนจักรจะปิดบังเรื่องการหลบหนีของเพิร์ล แต่ก็เป็นเพียงความพยายามอย่างสุดความสามารถ โดยไม่ได้หวังอะไรมากนัก
ขณะที่หุ่นขี้ผึ้งของ ‘เคาต์แห่งการเสื่อมถอย’ พีค็อกกำลังละลาย เขาจ้องมองใบหน้าอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้อารมณ์ของนักบุญวีฟ แล้วหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก
“ผมก็แค่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้น”
“แดงฉานจะมาเยือน มีเพียงการยอมสวามิภักดิ์ต่อผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น ที่จะได้รับการคุ้มครองและมีชีวิตรอดพ้นหายนะวันสิ้นโลก!”
“แดงฉานจะมาเยือน!”
หลังจากตะโกนประโยคสุดท้าย หุ่นขี้ผึ้งของพีค็อกก็เปลี่ยนเป็นกองขี้ผึ้งขาวที่กึ่งแข็งกึ่งเหลว
นักบุญวีฟในชุดคลุมขาวขลิบทอง ไร้เครื่องประดับอื่นใดบนเรือนร่าง จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก
“ใครเป็นคนช่วยเขาทำหุ่นจำลองนี้?”
“อาจจะได้มาจากการซื้อขายผ่าน ‘คนกลาง’ ครับ” อาร์ชบิชอปประจำกรุงทรีอาร์ เพลสซี ตอบเสียงหนัก
นักบุญวีฟพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม
“ผู้วิเศษที่สามารถสร้างหุ่นจำลองแบบนี้ได้มีไม่มาก”
“อา…นั่นเป็นแนวทางหนึ่งที่ต้องสืบสวน” เพลสซีพยักหน้า
หุ่นขี้ผึ้งที่สามารถหลอกประสาทสัมผัสของเทวทูตได้ในเบื้องต้น ย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน หากพบผู้สร้างมันได้ ก็อาจจะสาวไปถึง ‘คนกลาง’ ในการซื้อขาย และตามไปถึง ‘หัวหน้างาน’ ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังได้
นักบุญวีฟกล่าวต่อ
“แจ้งเรื่องการตกต่ำของพีค็อกให้บรรดาบิชอป หลวงพ่อ และ ‘ผู้ชำระ’ ทั้งหมดทราบ แต่อย่าออกประกาศจับ”
“ครับ” เพลสซีก็คิดว่าการออกประกาศจับครึ่งเทพนั้นไร้ประโยชน์ ซ้ำยังจะทำลายภาพลักษณ์ของศาสนจักรในหมู่ประชาชนด้วย
…………
ผ่านไปหลายวัน ฟรังก้า อ็องโตนี และคนที่เหลือ ได้รวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของบรรดานายพลโจรสลัด รวมถึงข่าวลือผ่านช่องทางต่างๆ
มองดูเอกสารตรงหน้า ฟรังก้าตบกระดาษที่อยู่บนสุด พลางกล่าวกับลูเมี่ยนว่า
“เอาคนนี้ไหม?”
ลูเมี่ยนชำเลืองมอง อ่านชื่อเป้าหมายในใจ
พลเรือเอกทะเลลึก ฮาล·คอนสแตนติน
……………………………………………………..